เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 480: ดูเร็ว มีเยื่องบินด้วย! (ฟรี)

บทที่ 480: ดูเร็ว มีเยื่องบินด้วย! (ฟรี)

บทที่ 480: ดูเร็ว มีเยื่องบินด้วย! (ฟรี)


สวีเผิงเฟยลาหยุดกลับบ้านเกิดไปเตรียมงานแต่งงานล่วงหน้าแล้ว

การจัดการเรื่องคนที่จะไปร่วมงานแต่งงานในฝั่งบริษัทจึงตกเป็นหน้าที่ของม่อจิงชุนโดยปริยาย

แต่เมื่อมีเซี่ยเสี่ยวหมิ่นอยู่ ม่อจิงชุนก็สวมบทบาทผู้บริหารที่ไม่ต้องลงมือทำเองได้อย่างสบายใจไร้กังวล

ที่โถงชั้นหนึ่งของอาคารสำนักงาน โจวหย่าหลิงอุ้มถังกั่วพลางมองดูเพื่อนร่วมงานที่หอบข้าวของพะรุงพะรังเดินออกไปพร้อมพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน แต่ตัวเธอเองกลับไม่รีบร้อนเลยแม้แต่น้อย

มีบุคคลสำคัญอยู่ในมือแล้ว ขบวนรถจะหนีไปก่อนได้ยังไงกัน

เพียงแต่...คนบางคนไม่รีบ แต่เจ้าตัวเล็กในอ้อมแขนของเธอกลับร้อนใจขึ้นมา

“พี่สาวจ๋า เรารีบไปขึ้นรถกันเถอะ เดี๋ยวพี่ชายหนีไปก่อน” ถังกั่วทำหน้ากระวนกระวาย เริ่มดิ้นไปมาเหมือนจะพยายามหลุดออกจากอ้อมแขนของพี่สาว

“ก็ได้ๆ งั้นเราไปกันเถอะ”

พอเห็นสีหน้าของถังกั่ว โจวหย่าหลิงก็รู้ว่าตอนนี้จะแกล้งเธอเล่นอีกไม่ได้แล้ว

ไม่อย่างนั้น อีกเดี๋ยวสิ่งที่รอเธออยู่อาจจะเป็นเจ้าตัวเล็กขี้แงก็ได้

ถ้าเกิดพี่ชายกับท่านตารู้ว่าเธอทำให้ถังกั่วร้องไห้ มีหวังโดนรุมสกรัมแน่!

โจวหย่าหลิงเพิ่งจะปล่อยมือ ถังกั่วที่สะพายกระเป๋าใบเล็กก็ไม่สนใจเธออีกต่อไป วิ่งตรงไปยังขบวนรถทันที เพราะกลัวว่าพี่ชายจะไม่รอแล้วหนีไปคนเดียว

ได้แต่มองดูอั่งเปาโบยบินหนีไปต่อหน้าต่อตา ถึงตอนนั้นจะไปร้องเรียนกับใครได้

ไม่ยอม ไม่ยอมเด็ดขาด!

ม่อจิงชุนที่ยืนอยู่ข้างรถมองเห็นถังกั่ววิ่งมาแต่ไกล ส่วนด้านหลังของถังกั่ว โจวหย่าหลิงกำลังเดินมาทางนี้อย่างไม่รีบร้อน

“พี่ชาย~”

“อืม ขึ้นไปรอในรถเถอะ ข้างในเปิดแอร์ไว้แล้ว”

พูดจบ ม่อจิงชุนก็เอื้อมมือไปเปิดประตูรถ เป็นสัญญาณให้น้องสาวขึ้นรถ

“อื้อ~” เจ้าตัวเล็กพยักหน้าแล้วจับประตูปีนขึ้นไปนั่งในรถ

การให้ผู้ก่อตั้งบริษัทถังกั่วเทคโนโลยีผู้ยิ่งใหญ่มาเปิดประตูรถให้ คงมีแต่เจ้าตัวเล็กคนนี้เท่านั้นที่ได้รับสิทธิ์พิเศษนี้

ครู่ต่อมา โจวหย่าหลิงก็เดินเอื่อยๆ มาถึง

โจวหย่าหลิงกำลังจะเปิดประตูเข้าไปนั่งตากแอร์ในรถ ก็ถูกมือข้างหนึ่งขวางไว้

ม่อจิงชุนมองโจวหย่าหลิงที่ทำหน้างุนงงแล้วพูดเรียบๆ ว่า

“กฎเดิม เธอก็ไปนั่งฝั่งของเธอสิ”

“มันต่างกันตรงไหน” โจวหย่าหลิงพึมพำ แต่ร่างกายกลับซื่อตรง เดินอ้อมท้ายรถไปอีกฝั่งแล้วขึ้นไปนั่งในรถแต่โดยดี

นิ้วของม่อจิงชุนที่อยู่ในกระเป๋าขยับเล็กน้อย ความแตกต่างน่ะเหรอ แน่นอนว่าต้องมีอยู่แล้ว

นั่งฝั่งขวาดูวิวข้างทางคอจะไม่เมื่อย แต่ฝั่งซ้ายไม่เหมือนกัน นั่งไปไม่นานก็จะรู้สึกปวดคอ

ราวสิบกว่านาทีต่อมา เซี่ยเสี่ยวหมิ่นก็ลงมาจากรถทัวร์คันหนึ่ง

“ท่านประธาน ทุกคนมาครบแล้วค่ะ”

ม่อจิงชุนยกมือขึ้นดูเวลาแล้วเลิกคิ้ว

“แล้วข้าวกล่องที่เตรียมไว้ล่ะ”

ถ้าไม่มีข้าวกล่อง ทุกคนก็ต้องทนหิว

ไม่ก็ต้องไปหาอะไรกินง่ายๆ ที่จุดพักรถบนทางด่วน หรือไม่ก็ต้องรอไปกินที่โรงแรมเลย

“เดี๋ยวฉันโทรไปเร่งให้ค่ะ”

“ไม่ต้องแล้ว” ม่อจิงชุนเงยหน้ามองไปทางโรงอาหาร เซี่ยเสี่ยวหมิ่นก็มองตามไป

ไกลออกไป พนักงานรักษาความปลอดภัยหลายคนกำลังเข็นรถเข็นวิ่งมาทางนี้

ดูออกเลยว่าพวกเขาก็รีบร้อนมากเช่นกัน

“เธอไปจัดการแจกจ่ายแล้วกัน”

“ค่ะ”

พอขึ้นไปนั่งในรถ ม่อจิงชุนก็รู้สึกเย็นสบายขึ้นมาทันที

ทั้งๆ ที่ผ่านช่วงปลายฤดูร้อนมาแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมอากาศยังร้อนขนาดนี้ อุณหภูมิไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลย

ต้องรู้ไว้ว่าอีกไม่นานก็จะถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์แล้ว

ในความทรงจำของม่อจิงชุน ทุกปีพอถึงช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ อากาศจะเริ่มเย็นลงแล้ว ต้องใส่เสื้อคลุมกันแล้ว

ยิ่งอยู่ใกล้ทางเหนือมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นแบบนั้น

ไม่กี่นาทีต่อมา ขบวนรถก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากสวนเทคโนโลยี

ภายในรถ ม่อจิงชุนหยิบข้าวกล่องขึ้นมากิน

เมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาของน้องสาว ม่อจิงชุนไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่คีบน่องไก่ของตัวเองไปให้เธอเงียบๆ

ช่วยไม่ได้ ก็ใครใช้ให้เป็นน้องสาวของเขากันล่ะ เขาไม่ตามใจแล้วใครจะตามใจ

น่องไก่จะมีกี่ชิ้นก็ได้ แต่น้องสาวมีแค่คนเดียวเสมอ

“คิกๆ” เจ้าตัวเล็กกัดไปแค่คำเดียว แล้วก็ส่งน่องไก่คืนให้ม่อจิงชุน

“พี่ชายก็กินด้วยสิ หนูแค่อยากลองกัดดูเฉยๆ เห็นน่องไก่ของพี่ชายมันอ้วนดี”

ม่อจิงชุนพยายามควบคุมมือขวาอย่างสุดความสามารถ แต่กล้ามเนื้อบนใบหน้ากลับกระตุกอย่างควบคุมไม่ได้ สุดท้ายจึงได้แต่ถอนหายใจเบาๆ

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ที่เขาต้องคอยกินของเหลือเป็นประจำ

ตอนหนึ่งทุ่ม ขบวนรถวิ่งอยู่บนทางด่วนมาได้ชั่วโมงกว่าแล้ว

พระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว แต่ท้องฟ้าข้างนอกยังไม่มืดสนิท แต่ก็ใกล้แล้ว

ในตอนนั้นเอง ถังกั่วที่นั่งอยู่บนตักของม่อจิงชุนก็ตะโกนขึ้นมาเสียงดัง

“เยื่องบิน! เยื่องบิน! มีเยื่องบินด้วย!”

“พี่ชาย ดูเร็ว บนฟ้ามีเยื่องบินเต็มเลย!”

ม่อจิงชุนที่กำลังหลับตาอยู่ลืมตาขึ้นแล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง ก็เห็นเครื่องบินจริงๆ

แถมยังเป็นเครื่องบินรบถึงห้าลำ แค่ไม่รู้ว่าเป็นรุ่นอะไร

“อืม พี่เห็นแล้ว”

พูดจบ ม่อจิงชุนก็หลับตาลง

ก็แค่เครื่องบินรบ ถึงแม้การบินเกาะหมู่กันห้าลำจะไม่ค่อยเห็นบ่อยนัก แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร

หลายคนรู้ดีว่าเมืองข้างๆ มีสนามบินทหารอยู่

ในตอนที่ม่อจิงชุนกำลังจะเคลิ้มหลับ เขาก็ถูกถังกั่วเขย่าปลุกอีกครั้ง

ม่อจิงชุนรู้สึกว่าตัวเองกับน้องสาวคงจะดวงไม่สมพงศ์กันแน่ๆ

“พี่ชาย ดูเร็ว มีเยื่องบินอีกแล้ว”

ม่อจิงชุนเงยหน้ามอง ไม่ได้พูดอะไร แต่คิ้วที่ขมวดแน่นบอกให้รู้ว่าเขากำลังใช้ความคิด

“ห่างจากครั้งล่าสุดนานแค่ไหน”

“ท่านประธาน สิบห้านาทีครับ”

คนที่พูดคือเสี่ยวเฟยเสียที่ทำหน้าที่ขับรถ เสี่ยวเฟยเสียที่เคยขับเครื่องบินเป็นมาก่อน ย่อมมีความรู้สึกไวต่อเครื่องบินมากกว่าคนอื่น

“สิบห้านาทีเหรอ”

ม่อจิงชุนยกมือขึ้นดูนาฬิกาข้อมือ นิ้วเคาะเบาๆ ที่หัวเข่า

ส่วนถังกั่วในอ้อมแขน พอเห็นเครื่องบินหายเข้าไปในก้อนเมฆก็หมดความสนใจ

พอครบสิบห้านาทีอีกครั้ง ม่อจิงชุนก็เงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างทันที

“พี่ชาย มีเยื่องบินอีกแล้ว”

ม่อจิงชุนแหงนหน้ามองซันรูฟ เห็นเครื่องบินรบสามลำบินผ่านไปในรูปแบบสามเหลี่ยม

แม้จะยังมองไม่เห็นว่าเป็นรุ่นอะไร แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเครื่องบินรบสามลำนี้ไม่เหมือนกับก่อนหน้านี้

ม่อจิงชุนครุ่นคิด ในช่วงเวลานี้ หรือว่าวันชาติปีนี้จะมีการสวนสนามครั้งใหญ่

“ปีนี้มีการสวนสนามเหรอ”

กู๋หลางที่นั่งอยู่ข้างคนขับส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ไม่เคยได้ยินข่าวเลยครับ”

“แต่ตามหลักแล้ว ก็มีความเป็นไปได้สูงครับ”

ม่อจิงชุนเข้าใจความหมายของกู๋หลาง การสวนสนามครั้งใหญ่มักจะจัดขึ้นทุกๆ ห้าปีหรือสิบปี

ตามธรรมเนียมแล้ว วันชาติปีนี้มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการสวนสนามครั้งใหญ่

ในตอนนี้ ท้องฟ้าข้างนอกมืดสนิทแล้ว

สองข้างทางของทางด่วนมีแต่ภูเขาที่รกร้าง ไม่มีแสงไฟแม้แต่น้อย

บนรถ ม่อจิงชุนยึดโทรศัพท์มือถือของถังกั่วไว้

เหตุผลหลักคือกลัวว่าถังกั่วจะเล่นจนเวียนหัวแล้วเมารถ

ส่วนโจวหย่าหลิงที่เมารถอยู่แล้วเป็นทุนเดิม ก็เผลอหลับพิงเบาะไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

ม่อจิงชุนถูกปลุกให้ตื่น

เมื่อตื่นขึ้นมา ม่อจิงชุนก็พบว่าข้างนอกเต็มไปด้วยแสงไฟนีออนหลากสี

ถึงโรงแรมแล้ว

ม่อจิงชุนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เวลาก็ใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้

23:23

“จัดการให้ทุกคนรีบพักผ่อน พรุ่งนี้ยังต้องไปล่องแก่งอีกนะ”

จบบทที่ บทที่ 480: ดูเร็ว มีเยื่องบินด้วย! (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว