- หน้าแรก
- เปิดระบบเจ้าพ่อเทคโนโลยี ขอสร้างตัวพร้อมเลี้ยงน้องสาว
- บทที่ 340: อร่อยทุกอย่างเลย~ (ฟรี)
บทที่ 340: อร่อยทุกอย่างเลย~ (ฟรี)
บทที่ 340: อร่อยทุกอย่างเลย~ (ฟรี)
ปู้ดๆๆ~
บนก้อนหินใหญ่นอกแคมป์ ถังกั่วถือแก้วพลาสติกและแปรงสีฟันกำลังแปรงฟันอยู่
เธอดื่มน้ำเข้าไปหนึ่งอึก แล้วค่อยๆ บ้วนออกมาทีละนิด เหมือนกับปลาที่กำลังพ่นน้ำ
“กั่วเอ๋อร์ อย่าเล่นสิ บะหมี่จะเย็นหมดแล้ว”
ถังกั่วที่ยืนอยู่บนก้อนหินใหญ่บ้วนน้ำในปากออกไปไกลกว่าหนึ่งเมตร
ถังกั่วหันมามองพี่ชายแล้วแลบลิ้นปลิ้นตา
“รู้แล้วค่า พี่ชาย”
ไม่กี่นาทีต่อมา ถังกั่วที่ได้ครอบครองโต๊ะเล็กๆ เพียงคนเดียว ก็นั่งอยู่บนเก้าอี้พับตัวเล็กของเธอ กำลังกินบะหมี่ที่โจวหย่าหลิงทำให้ด้วยความเอร็ดอร่อย
“อ่ะ ให้ กินเยอะๆ นะ” ม่อจิงชุนคีบไข่ในชามของตัวเองให้เจ้าตัวเล็ก
ถังกั่วส่ายหัวอย่างมีความสุข ดวงตาหยีลงเป็นสระอิ
“พี่ชาย ไข่แดงให้พี่นะ กั่วเอ๋อร์กินไข่ขาว”
ม่อจิงชุนเหลือบมองเจ้าตัวเล็กแล้วปฏิเสธอย่างเย็นชา “เอาไปให้พี่สาวเธอสิ ฉันก็ไม่กินไข่แดงเหมือนกัน”
“ก็ได้ค่า~”
หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ งานสำคัญอย่างการล้างจานก็ตกเป็นหน้าที่ของโจวหย่าหลิงอีกครั้ง
โจวหย่าหลิงนั่งยองๆ อยู่บนก้อนหินใหญ่ก้อนเดียวกับที่ถังกั่วใช้แปรงฟัน เธอล้างจานไปพลางบ่นอุบอิบไปพลาง
ถ้ารู้แบบนี้ สู้ยอมนอนขี้เกียจอยู่บ้านเฉยๆ ยังจะดีกว่า
ไม่น่าหาเรื่องใส่ตัว วิ่งมาลำบากแบบนี้เลย
“พี่ชาย พี่สาวคนนั้นบ่นอะไรอยู่เหรอคะ?”
ม่อจิงชุนหลุดหัวเราะพรืดออกมาแล้วพูดว่า “พี่เขากำลังบอกว่าการล้างจานเป็นเรื่องที่มีความสุขในชีวิต”
เจ้าตัวเล็กถามด้วยสีหน้าเคลือบแคลง “จริงเหรอคะ? ล้างจานก็มีความสุขด้วยเหรอ?”
“ใครจะไปรู้ล่ะ”
คำพูดของพี่ชายทำให้เจ้าตัวเล็กสับสนยิ่งกว่าเดิม
เมื่อกี้ยังบอกอยู่เลยว่าล้างจานมีความสุข ทำไมแป๊บเดียวถึงบอกว่าใครจะไปรู้ล่ะ
แปลกจังเลยนะ~
มีจานชามทั้งหมดแค่สิบกว่าใบ โจวหย่าหลิงใช้เวลาไม่นานก็ล้างเสร็จ
โจวหย่าหลิงที่ตอนแรกยังทำหน้าบูดบึ้ง พอเห็นม่อจิงชุนควักธนบัตรท่านประธานเหมาออกมาหนึ่งใบ ก็ยิ้มแก้มปริในทันที
โจวหย่าหลิงเก็บธนบัตรท่านประธานเหมาใส่กระเป๋าอย่างสบายอารมณ์
“อะแฮ่ม การทำงานคือสิ่งที่มีเกียรติที่สุด งานอันทรงเกียรติแบบนี้ อีกไม่กี่วันที่เหลือยกให้ฉันจัดการทั้งหมดเลยนะ”
“ใครมาแย่ง ฉันมีเรื่องด้วยแน่”
แค่ทำอาหารสามมื้อบวกกับล้างจาน ก็ได้เงินตั้งหนึ่งร้อยหยวน
เงินนี่มันหาง่ายเกินไปแล้ว
ม่อจิงชุนยิ้มกว้าง ยัยตัวแสบ คิดว่าฉันจะไม่รู้จักนิสัยเธอรึไง
อายุจะยี่สิบอยู่แล้ว พี่ชายคนนี้ก็ยังจัดการเธอได้อยู่หมัดเหมือนเดิม
น่าเสียดายที่วันสบายๆ แบบนี้จะมีอยู่ได้อีกแค่ครึ่งปีเท่านั้น
พอโจวหย่าหลิงเริ่มทำงานเมื่อไหร่ ก็จะรู้เองว่าตัวเองได้เงินน้อยไปขนาดไหน
ทำอาหารให้เจ้านายของถังกั่วเทคโนโลยี ได้เงินเดือนเฉลี่ยแค่สามพันหยวนต่อเดือน พูดออกไปก็ไม่มีใครเชื่อ
ก็คงมีแต่โจวหย่าหลิง ยัยเด็กซื่อบื้อที่ยังไม่เคยเข้าสังคมและปกติหาเงินเองไม่ได้ ถึงได้คิดว่าตัวเองได้กำไรงาม
แปะๆ~ ม่อจิงชุนตบมือเพื่อเรียกความสนใจจากทุกคน
“ให้คนอยู่เฝ้าแคมป์กับรถสองคน ที่เหลือเอาข้าวของแล้วตามฉันมา”
“เราจะไปบ้านของอามู่กับซาหงกันก่อน เอาผ้าห่ม เสื้อผ้า รองเท้าไปให้เด็กสองคนนั้น จะได้ฉลองปีใหม่อย่างอบอุ่น”
ในตอนนี้เอง ร่างกายที่แข็งแกร่งของพวกเหย่หลางก็ได้แสดงประโยชน์ออกมา
แค่ม่อจิงชุนอุ้มผ้าห่มผืนเดียวก็รู้สึกเหนื่อยแล้ว
แต่พวกเหย่หลางกลับแบกของหนักหลายสิบจินได้เหมือนกับดื่มน้ำ ไม่ปวดหลัง ไม่หอบเหนื่อย
แฮ่ก~ แฮ่ก~
ถังกั่วที่อุ้มเสื้อผ้าสองตัวเดินนำหน้าไป เดินไปได้ไม่กี่ร้อยเมตรก็เริ่มหอบหายใจแรง ใบหน้าเล็กๆ แดงก่ำ
นอกบ้าน อามู่กับซาหงนั่งอยู่บนท่อนไม้ รอมาตั้งแต่เช้า
ฮัดชิ้ว~
ซาหงขยี้จมูกที่แดงก่ำของตัวเอง คิ้วขมวดเล็กน้อย
น้ำมูกไหลแล้ว
“พี่จ๋า พวกเรากลับเข้าไปผิงไฟกันเถอะ หนาว~”
“หนูเข้าไปก่อนเลย พี่จะรออีกหน่อย”
“อ๋อ~”
ซาหงคอยเช็ดน้ำมูกเป็นพักๆ แต่ก็ไม่ได้วิ่งเข้าไปในบ้านคนเดียว
เด็กน้อยทั้งสองคนรออยู่นานแค่ไหนก็ไม่รู้ ในตอนที่อามู่เองก็คิดว่าพวกพี่ชายพี่สาวจากเมื่อวานคงไม่มาแล้ว ซาหงก็ชี้ไปที่ไกลๆ แล้วพูดขึ้นว่า:
“พี่จ๋า ทางนั้น”
จากไกลๆ ก็สามารถมองเห็นขบวนคนที่เดินเรียงกันเป็นแถวยาว
ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ในขบวนไม่ได้มีแค่กลุ่มของม่อจิงชุน แต่ยังมีช่างฝีมือที่ม่อจิงชุนจ้างมาจากในหมู่บ้าน เพื่อมาซ่อมแซมและเสริมความแข็งแรงให้กับบ้านของอามู่และซาหงโดยเฉพาะ
อีกไม่กี่วันหิมะอาจจะตกหนัก ถ้าหากบ้านถูกหิมะทับถล่มลงมาตอนที่เด็กทั้งสองคนกำลังหลับอยู่ นั่นคงจะอันตรายมาก
ไม่ใช่แค่จะไม่มีบ้านอยู่ แต่อาจจะถึงขั้นเสียชีวิตได้
และถ้าชีวิตหมดไป ก็เท่ากับไม่เหลืออะไรเลยจริงๆ
ม่อจิงชุนที่เดินอยู่หน้าขบวนก็เห็นอามู่กับซาหงยืนอยู่ไกลๆ เช่นกัน
เขาไม่ได้สวมแว่นตาสายตาสั้นอัจฉริยะ จึงมองไม่เห็นแววตาของเด็กน้อยทั้งสองคนได้ชัดเจน
แต่คาดว่าคงจะเป็นแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง และรอยยิ้มเต็มใบหน้าเมื่อได้เห็นพวกเขา
ฟู่~
ม่อจิงชุนวางผ้าห่มลง แล้วเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก
เขามองท่าทางดีใจของเด็กน้อยทั้งสอง อามู่และซาหง
จู่ๆ ม่อจิงชุนก็รู้สึกว่า ต่อให้ไม่ได้คะแนนสะสม แต่ทุกสิ่งที่ทำไปนี้มันก็คุ้มค่าแล้ว
หลังจากวางข้าวของลง ม่อจิงชุนก็รับโทรศัพท์มือถือแบบปุ่มกดรุ่นเก่าที่เซี่ยเสี่ยวหมิ่นยื่นให้
ม่อจิงชุนชี้ไปที่เซี่ยเสี่ยวหมิ่นแล้วพูดว่า:
“อามู่ หนูนี่ไป ในนี้บันทึกเบอร์โทรศัพท์ของพี่สาวคนนี้ไว้แล้ว”
“ต่อไปถ้ามีเรื่องลำบาก หรือมีปัญหาอะไรที่แก้ไม่ได้ ก็โทรหาพี่สาวคนนี้ได้เลย”
“ถ้าพี่สาวคนนี้แก้ไม่ได้ เขาก็จะให้พี่ชายคนนี้มาจัดการเอง”
“ฉันคุยกับผู้ใหญ่บ้านของพวกเธอแล้ว ถ้าแบตมือถือหมด ก็ไปชาร์จที่ทำการหมู่บ้านได้ ไม่เสียเงิน”
อามู่กัดริมฝีปาก มือถือโทรศัพท์ไว้ ก้มหน้าพยักหน้า
สองมือที่ถือโทรศัพท์กำแน่น
ม่อจิงชุนยิ้มแล้วพูดว่า “ช่วงนี้ พวกพี่ชายพี่สาวจะอยู่ที่เต็นท์ตรงนั้น ถ้าว่างๆ ก็ไปเล่นด้วยกันได้นะ”
“จะไปช่วยงานก็ได้นะ~ เรามีข้าวมีน้ำให้กิน”
ในตอนนั้นเอง ถังกั่วก็ลากถุงพลาสติกใบใหญ่มาด้วยสองมือ
เป็นถุงพลาสติกใสที่มองเห็นของข้างในได้อย่างชัดเจน
ใช่แล้ว ข้างในมีแต่ขนมที่ปกติถังกั่วชอบกินทั้งนั้น
“พี่สาวคะ นี่กั่วเอ๋อร์ให้พวกพี่นะ~ อร่อยทุกอย่างเลย”
ม่อจิงชุนลูบหัวน้องสาวด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า
ก่อนกลับ เซี่ยเสี่ยวหมิ่นหยิบเงินสองพันหยวนยัดใส่มือของอามู่
“เก็บเงินนี่ไว้ จะซื้อข้าวหรือซื้ออุปกรณ์การเรียนก็ได้”
“พี่สาวคะ เงินนี่พวกเราเอาไว้ไม่ได้หรอกค่ะ”
เซี่ยเสี่ยวหมิ่นค่อยๆ ดันมือที่ทั้งเหลืองทั้งผอมของอามู่กลับไป แล้วยิ้มพูดว่า:
“รับไปเถอะ ต้องเก็บไว้ให้ดีๆ นะ อย่าให้คนไม่ดีมาขโมยไปล่ะ”
ในช่วงไม่กี่วันต่อมา ม่อจิงชุนได้ไปเยี่ยมบ้านอีกยี่สิบกว่าหลังตามรายชื่อที่ผู้ใหญ่บ้านให้มา ประกอบกับข้อมูลที่ได้จากการตรวจการณ์ของอิงเหยี่ยน
แต่คนที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด ม่อจิงชุนยังคงคิดว่าเป็นอามู่กับซาหง
ถึงแม้จะมีคุณอาคอยช่วยเหลือ แต่หลังจากได้รู้รายละเอียด กลุ่มของม่อจิงชุนก็เข้าใจดีว่า สำหรับคุณอาที่มีลูกถึงสี่คน การจะดูแลให้อามู่กับซาหงมีชีวิตอยู่รอดไม่อดอยากได้ก็เป็นเรื่องที่ยากลำบากมากแล้ว
การจะหวังให้คุณอาของอามู่กับซาหงส่งเสียพวกเธอให้เรียนหนังสือต่อไปนั้น เป็นได้แค่ความหวังลมๆ แล้งๆ
หรือจะให้พูดตรงๆ ก็คือ เป็นเรื่องเพ้อฝันสิ้นดี