- หน้าแรก
- เปิดระบบเจ้าพ่อเทคโนโลยี ขอสร้างตัวพร้อมเลี้ยงน้องสาว
- บทที่ 330: กั่วเอ๋อร์: น่ากลัวจังเลย~ ฮ่าๆๆๆ (ฟรี)
บทที่ 330: กั่วเอ๋อร์: น่ากลัวจังเลย~ ฮ่าๆๆๆ (ฟรี)
บทที่ 330: กั่วเอ๋อร์: น่ากลัวจังเลย~ ฮ่าๆๆๆ (ฟรี)
ม่อจิงชุนลูบคาง ฟังที่โจวหย่าหลิงพูดแล้วก็ดูเหมือนจะมีเหตุผล
แต่ว่า...
“จะว่าไป ฉันจะฉลองปีใหม่ที่ไหนมันก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่นี่นา”
“ยังไงซะฉันก็จะพากั่วเอ๋อร์ไปด้วยอยู่แล้ว”
“ถือซะว่าไปเที่ยวแล้วกัน”
ไปเที่ยวอะไรกันล่ะ คิดว่าฉันโจวหย่าหลิงไม่เคยได้ยินชื่อสถานที่นั่นหรือไง?
ใช่ ที่นั่นมีภูเขามีแม่น้ำ ฟังดูเหมือนทิวทัศน์จะสวยงาม
แต่ความจริงแล้วไม่มีที่เที่ยวอะไรน่าสนใจเลย
สู้บ้านเกิดยังไม่ได้ด้วยซ้ำ
ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น ในภูเขาลึกของอำเภอฮั่วบ้านเรา มีทั้งบ่อน้ำพุร้อน มีทั้งสวนสนุก
หน้าร้อนก็ยังมีกิจกรรมล่องแก่งที่ระดับความสูงต่างกันเป็นร้อยเมตร
ถ้าจะชมวิว ก็มีให้ชมตลอดทั้งสี่ฤดู
ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือสมัยนี้ต้นไม้บนภูเขาของตัวเองแท้ๆ กลับตัดตามใจชอบไม่ได้แล้ว
โชคดีที่ตอนนี้คนขึ้นเขาไม่มากนัก ฟืนที่แต่ละบ้านใช้ แค่เก็บจากต้นไม้ใหญ่ที่ถูกแมลงกัดกินจนตายก็เพียงพอแล้ว
เจ้าตัวเล็กในอ้อมแขน พอได้ยินว่าจะได้เดินทางไกลไปเที่ยวอีกแล้ว ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
ไปเที่ยว อันนี้กั่วเอ๋อร์ชอบ
ทันใดนั้น สายตาที่เจ้าตัวเล็กมองโจวหย่าหลิงก็เปลี่ยนไป
พี่ชายจะพากั่วเอ๋อร์ไปเที่ยว พี่สาวจะมาไม่พอใจได้ยังไงกัน?
ยังจะคิดขัดขวางอีก
ฮึ่มๆ~
ดูออกเลยว่าครั้งนี้พี่ชายตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไปในหุบเขาลึกนั่น โจวหย่าหลิงเบะปาก
ถึงจะไม่สนุก แต่เธอก็อยากไปด้วยนี่นา!
น่าเสียดายที่ตาแก่ที่บ้านต้องไม่ยอมแน่
ปีใหม่ไม่ยอมอยู่บ้านฉลองกับครอบครัว แต่กลับหนีออกไปเที่ยวข้างนอก มันจะดูเป็นยังไง
วินาทีต่อมา โจวหย่าหลิงก็กลอกตาไปมา
“พี่ชาย~ พี่ชาย~ พี่ชาย~”
“พี่ไปบอกตาแก่ให้หน่อยสิ พาฉันไปด้วยนะ”
ม่อจิงชุนขนลุกไปทั้งตัว ถังกั่วเองก็เช่นกัน เธออ้าปากกว้าง ดวงตาเบิกโพลงมองพี่สาวอย่างไม่อยากจะเชื่อ
อี๋~ เลี่ยนจังเลยค่า
“เธอจะตามไปด้วยทำไม?”
“แล้วถ้าหิมะไม่ตก ฉันก็กลับมาทันอยู่แล้ว”
“อีกอย่าง ลุงใหญ่จะฟังความเห็นฉันเหรอ? เป็นไปไม่ได้หรอก”
คนรุ่นเก่า บางครั้งก็หัวโบราณน่าดู
เมื่อเห็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มของม่อจิงชุน โจวหย่าหลิงก็โมโหจนเลือดขึ้นหน้า
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของม่อจิงชุนและเจ้าตัวเล็ก สีหน้าของโจวหย่าหลิงก็เปลี่ยนไปในพริบตา
โจวหย่าหลิงมือหนึ่งเท้าสะเอว อีกมือชี้หน้าม่อจิงชุนแล้วโวยวาย:
“ม่อจิงชุน บอกมาเลยนะว่าจะพาฉันไปด้วยหรือไม่พา”
“พี่ชายขา พี่สาวดุจังเลยค่า~”
ม่อจิงชุนพยักหน้าเห็นด้วยกับเจ้าตัวเล็ก
“ดุจริงๆ นั่นแหละ”
วินาทีต่อมา เจ้าตัวเล็กก็หัวเราะลั่นพลางตบหน้าอกตัวเองแล้วพูดว่า:
“ฮ่าๆๆๆ กั่วเอ๋อร์น่ากลัวจังเลยค่า~”
“ฮ่าๆๆๆ”
ม่อจิงชุนที่หัวเราะเสร็จก็ถอนหายใจ พูดกับโจวหย่าหลิงอย่างจนปัญญาว่า:
“ไปที่นั่น แค่จะอาบน้ำร้อนยังไม่สะดวกเลย เธอยังเป็นผู้หญิงจะไปทำไม”
“ฉันช่วยกั่วเอ๋อร์อาบน้ำได้”
ม่อจิงชุนที่กำลังจะเกลี้ยกล่อมโจวหย่าหลิงต่อ ถึงกับพูดไม่ออก
ทั้งสองจ้องตากันอยู่ครู่ใหญ่ ม่อจิงชุนก็ถอนหายใจอีกครั้ง
“ยอมเธอเลย เดี๋ยวตอนเลิกงานฉันจะลองหยั่งเชิงลุงใหญ่ดู”
“บอกไว้ก่อนนะ ถ้าลุงใหญ่ไม่ยอมให้เธอไปด้วยจริงๆ ต่อให้เธอจะร้องไห้ฟูมฟายอาละวาดก็ไม่มีประโยชน์ ฉันไม่กล้าแอบพาเธอไปหรอก”
“แล้วก็อีกอย่าง ถ้าไปถึงแล้วเธออยากจะกลับก่อน ก็หารถกลับเองนะ ฉันไม่จัดรถไปส่งเธอโดยเฉพาะหรอก”
โจวหย่าหลิงยิ้มพลางทำมือเป็นสัญลักษณ์โอเค “โอเค โอเค เรื่องพวกนี้ปัญหานิดเดียวเอง”
ม่อจิงชุนส่ายหน้า
เหอะ เปลี่ยนสีหน้าเร็วจริงๆ ยิ่งกว่าเปลี่ยนหน้ากากงิ้วอีก
...
ใกล้ถึงเวลาเลิกงาน สวีเผิงเฟยถือแฟ้มเอกสารกองหนึ่งเดินเข้ามา
“เจ้านายครับ สิทธิบัตรแบบร่างของแขนขากลไบโอนิกยื่นขอไปแล้วครับ”
“โรงงานผลิตก็เตรียมพร้อมแล้วครับ”
ม่อจิงชุนเปิดดูเอกสารแล้วพูดว่า “เรื่องนี้ไม่ต้องรีบ รอหลังปีใหม่ให้ทุกคนกลับมาทำงานก่อน แล้วค่อยมาคุยกันว่าจะจัดงานเปิดตัวเมื่อไหร่ดี”
“อุปกรณ์อัจฉริยะสำหรับผลิตแขนขากลไบโอนิกที่ผมสั่งไปมาถึงรึยัง?”
สวีเผิงเฟยส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ยังครับ เพราะเป็นของสั่งทำพิเศษ ตามสัญญาแล้ว อุปกรณ์จะส่งมอบได้หลังปีใหม่ครับ”
แขนขากลไบโอนิกไม่เหมือนกับโทรศัพท์มือถือที่ผลิตแบบเดียวกันออกมาได้เลย
เพราะแต่ละคนต้องการแขนขากลไบโอนิกที่แตกต่างกันมาก หากไม่มีพารามิเตอร์ การผลิตออกมาเป็นจำนวนมากก็ไม่มีประโยชน์อะไร
แขนขากลไบโอนิกต้องสั่งทำเท่านั้น ซึ่งนั่นก็หมายความว่าประสิทธิภาพในการผลิตจะไม่สูง
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ม่อจิงชุนจึงตัดสินใจใช้ปัญญาประดิษฐ์ตั้งแต่แรก
เพียงแค่รวบรวมข้อมูลของผู้ใช้งานที่ต้องการแขนขากลไบโอนิก ปัญญาประดิษฐ์ก็จะสามารถผลิตแขนขากลไบโอนิกที่ปรับแต่งตามพารามิเตอร์นั้นๆ ได้
ส่วนเรื่องการใช้พนักงาน ม่อจิงชุนไม่เคยคิดถึงเลย เพราะเขาจะไปหาช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นมาจากไหน
คงจะให้ไปฝึกฝนทีละคนไม่ได้หรอก
ม่อจิงชุนวางเอกสารลงแล้วยิ้มกล่าว:
“ได้ เรื่องนี้ไม่ต้องรีบ ร้อนไปก็ไม่มีประโยชน์”
“เจ้านายครับ งั้นผมกลับไปทำงานก่อนนะครับ”
“ไปเถอะ”
ม่อจิงชุนรู้ดีว่าสองวันนี้พนักงานส่วนใหญ่ค่อนข้างสบาย ไม่มีงานหนักอะไร
กลับกันเป็นฝ่ายบริหารที่ช่วงนี้ยุ่งมาก
หลังเลิกงาน โจวหย่าหลิงอุ้มถังกั่วหลบไปอยู่ไกลๆ ไม่กล้าเข้าไปในห้องควบคุมพร้อมกับพี่ชายเพื่อไปหาตาแก่ของตัวเอง
แค่สายตาเดียวของตาแก่ ก็ทำให้เธอใจสั่นได้แล้ว
“ลุงใหญ่ครับ เรื่องก็เป็นแบบนี้แหละครับ” ม่อจิงชุนพูดจบก็ยิ้มพลางยักไหล่ทั้งสองข้าง
ม่อจิงชุนกำลังรอ รอให้ลุงใหญ่ด่าโจวหย่าหลิงเปิง แล้วเขาจะได้อ้างเหตุผลนั้นไม่พาโจวหย่าหลิงไปด้วย
ในห้องควบคุม โจวซิงกำลังสูบบุหรี่ซองละสิบหยวน ขมวดคิ้วแน่น
เขามองลูกสาวที่อยู่ข้างนอกผ่านกระจกนิรภัยเป็นครั้งคราว
เขาอัดบุหรี่เข้าปอด แล้วค่อยๆ พ่นควันออกมาเบาๆ
“ฉันว่าก็ดี พาเธอไปด้วยเถอะ”
“อายุก็จะยี่สิบแล้ว ยังทำตัวเป็นเด็กๆ ให้เธอตามแกไปดูชีวิตที่ยากจนแล้วก็ลำบากกว่านี้บ้างก็ดีเหมือนกัน”
“ไปกับแก ลุงก็วางใจ”
ห๊ะ...
รอยยิ้มบนใบหน้าของม่อจิงชุนค่อยๆ แข็งค้าง
เดี๋ยวนะ บทมันไม่ได้เป็นแบบนี้นี่นา
ทำไมลุงใหญ่ถึงยอมให้ลูกสาวไปกับผมได้ล่ะ?
“ลุงใหญ่ครับ ผมดูพยากรณ์อากาศแล้ว ช่วงนั้นจะมีพายุหิมะ พวกเราอาจจะติดอยู่ในภูเขา กลับมาฉลองปีใหม่ไม่ทันนะครับ”
โจวซิงเคาะขี้บุหรี่ลงในที่เขี่ยบุหรี่ พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย:
“กลับไม่ทันก็ไม่ทันสิ เธอไปฉลองปีใหม่กับแกและถังกั่ว จะไปลำบากอะไรเธอ?”
“แกพาเธอไปได้เลย ไม่ต้องกังวล ถ้าเธอทำตัวงี่เง่าอะไรขึ้นมา แกก็โทรมาบอกลุง”
โจวซิงแค่นเสียงเย็นชา “คอยดูนะว่าฉันจะฟาดมันไหม”
ข้างนอก โจวหย่าหลิงที่ยืนต้านลมหนาวอยู่ พอเห็นรอยยิ้มเย็นชาของตาแก่ก็ตัวสั่นขึ้นมา
ไม่รู้ว่าเพราะตกใจหรือเพราะอากาศหนาวกันแน่
ลุงใหญ่ ลุงอย่าเอาแต่พูดสิ
แล้วครั้งไหนกันที่ไม้เรียวของลุงฟาดลงบนตัวโจวหย่าหลิงจริงๆ สักที