- หน้าแรก
- เปิดระบบเจ้าพ่อเทคโนโลยี ขอสร้างตัวพร้อมเลี้ยงน้องสาว
- บทที่ 200: หวังอิ๋งอิ๋งเข้าทำงานฝ่ายบัญชีได้สำเร็จ (ฟรี)
บทที่ 200: หวังอิ๋งอิ๋งเข้าทำงานฝ่ายบัญชีได้สำเร็จ (ฟรี)
บทที่ 200: หวังอิ๋งอิ๋งเข้าทำงานฝ่ายบัญชีได้สำเร็จ (ฟรี)
“ได้ค่ะ ท่านประธาน”
หลังจากเซี่ยเสี่ยวหมิ่นพยักหน้า เธอก็กดปุ่ม Ctrl+L บนคีย์บอร์ดเพื่อล็อกหน้าจอคอมพิวเตอร์ตามความเคยชิน
ม่อจิงชุนเห็นท่าทางที่คล่องแคล่วของเซี่ยเสี่ยวหมิ่นแล้วถึงกับชะงัก
นี่ทำอะไรเนี่ย นี่กำลังป้องกันไม่ให้เจ้านายอย่างผมแอบดูเหรอ?
ให้ตายสิ จะมีอะไรน่าดูนักหนา
หากเซี่ยเสี่ยวหมิ่นที่ออกไปแล้วรู้ว่าม่อจิงชุนกำลังคิดอะไรอยู่ตอนนี้ เธอคงจะพยักหน้ายอมรับอย่างจริงจังแน่นอน
ก็ป้องกันเจ้านายนั่นแหละค่ะ
ในฐานะเลขาของประธาน บางครั้งตำแหน่งก็อาจจะสูงกว่าประธานบริษัทเสียอีก นอกจากเจ้านายแล้ว ใครจะสมองไม่ดีไปแอบดูคอมพิวเตอร์ของเลขาประธานกัน
นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลย
ต้องรู้ไว้ว่า ในฐานะเลขา เวลาส่วนใหญ่ก็ต้องอยู่กับเจ้านาย แค่คำพูดไม่กี่คำ ก็อาจจะตัดสินได้เลยว่าจะยังอยากทำงานในบริษัทนี้ต่อไปหรือไม่
เซี่ยเสี่ยวหมิ่นไม่อยากให้ม่อจิงชุนเปิดเบราว์เซอร์แล้วเห็นประวัติการค้นหาของเธอบนนั้น
ในฐานะผู้หญิง ประวัติการแชตอาจจะให้ดูได้ แต่ประวัติการค้นหาในเบราว์เซอร์ไม่ได้เด็ดขาด
ไม่เชื่อเหรอ?
ไม่นานนัก เซี่ยเสี่ยวหมิ่นก็กลับมา
และคนที่มาด้วยกันก็คือหลี่หว่านหนิง
“ท่านประธานคะ คุณมีแบบแปลนของวิลล่าไหมคะ?”
“แล้วก็ ในด้านการออกแบบ มีข้อกำหนดอื่นๆ อีกไหมคะ”
ม่อจิงชุนเหลือบมองแอปโน้ตที่เปิดอยู่บนมือถือของหลี่หว่านหนิงแล้วพูดว่า
“แบบแปลนวิลล่าอยู่ในคอมพิวเตอร์ของผม เดี๋ยวผมจะส่งอีเมลให้คุณ”
“ส่วนข้อกำหนดอื่นๆ ก็ไม่มีอะไรมาก แค่ในการออกแบบต้องคำนึงถึงปัญหาด้านความปลอดภัยของเด็กด้วย”
“อย่างเช่น ส่วนดีไซน์ที่แหลมคม ทางที่ดีอย่าให้มีเลย”
เมื่อนึกถึงห้องของถังกั่วในอนาคต ม่อจิงชุนก็เลิกคิ้วแล้วพูดต่อว่า
“อ้อ ใช่แล้ว ห้องเด็กต้องใช้ธีมหลักเป็นสีชมพูนะ”
“ส่วนเรื่องแสงไฟ ต้องคำนึงถึงการถนอมสายตาด้วย ไม่อย่างนั้นพอถังกั่วเข้าโรงเรียนต้องทำการบ้าน ก็ต้องมาเปลี่ยนไฟอีก”
เมื่อได้ยินพี่ชายเอ่ยชื่อกั่วเอ๋อร์ ถังกั่วที่กำลังเล่นกับแมวอยู่ก็เงยหน้ามองพี่ชายอย่างสงสัย
เมื่อพบว่าพี่ชายไม่ได้เรียกตน ถังกั่วก็กลับไปเล่นกับเจ้าเปาจื่อต่อ
ส่วนเจ้าเปาจื่อนั้นนอนหงายสี่ขาแผ่หลา ดวงตาเลื่อนลอย ปล่อยให้ถังกั่วขยำขยี้ตามใจชอบ
โชคดีที่ถังกั่วอายุเพิ่งจะสองขวบกว่าๆ ยังไม่รู้ถึงความโหดร้ายของยุทธภพ ไม่อย่างนั้นตอนนี้เธอคงไม่มีอารมณ์มาเล่นกับแมวแล้ว
พี่ชายใจร้าย คิดไปถึงเรื่องการบ้านแล้ว
หลังจากที่หลี่หว่านหนิงจดข้อกำหนดเสร็จและเดินจากไป ม่อจิงชุนก็ถอนหายใจออกมา
ถึงแม้ว่าสีหน้าของหลี่หว่านหนิงจะกลับมาเป็นปกติแล้ว แถมแก้มยังดูมีน้ำมีนวลขึ้นไม่น้อยจากการดูแลเอาใจใส่ของสวีเผิงเฟย
แต่ความหม่นหมองในดวงตาของเธอนั้น แม้จะปิดบังไว้เป็นอย่างดี แต่คนที่รู้ความจริงก็สามารถมองออกได้ในทันที
โดยเฉพาะช่วงหลังๆ ที่อาการยิ่งหนักขึ้น
ม่อจิงชุนยิ่งไม่กล้ามอบหมายงานใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตยาให้หลี่หว่านหนิงจัดการ
การที่ต้องเห็นผู้ป่วยลูคีเมียคนแล้วคนเล่าหายดีจากการรักษาด้วยยารักษาลูคีเมียโดยเฉพาะ อารมณ์ของหลี่หว่านหนิงจะดีขึ้นได้ก็คงแปลกแล้ว
ม่อจิงชุนส่ายหัวแล้วพูดกับเซี่ยเสี่ยวหมิ่นว่า
“คุณเซี่ย ครั้งที่แล้วผมเคยบอกว่าจะเปลี่ยนสนามบาสเกตบอลและพื้นที่โดยรอบในสวนเทคโนโลยีให้เป็นโรงเรียนอนุบาลใช่ไหม”
เซี่ยเสี่ยวหมิ่นพยักหน้า เรื่องนี้เธอยังจำได้
“เรื่องนี้ก็มอบให้หลี่หว่านหนิงไปจัดการแล้วกัน”
“พอดีตรงกับสายงานที่เธอเรียนมา และการทำให้หลี่หว่านหนิงมีงานยุ่งๆ ทำ ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับเธอแล้ว”
ความหมายของม่อจิงชุน เซี่ยเสี่ยวหมิ่นก็เข้าใจดี
พูดตามตรง ถ้าเป็นตัวเธอเอง เซี่ยเสี่ยวหมิ่นคิดว่าหลังจากเจอเรื่องแบบนี้คงจะทำงานในบริษัทต่อไปไม่ไหวแน่
เซี่ยเสี่ยวหมิ่นยอมได้เงินเดือนน้อยลง เพื่อที่จะได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อมในการทำงาน
มิฉะนั้นในหัวคงจะเอาแต่คิดฟุ้งซ่านไปเรื่อยทั้งวัน
“ทราบแล้วค่ะ ท่านประธาน”
“เดี๋ยวหาเวลาว่างไปคุยกับหลี่หว่านหนิงดูค่ะ”
ม่อจิงชุนชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วพูดขึ้นว่า “ก็มีเหตุผล รออีกหน่อยดีกว่า พรุ่งนี้หรือมะรืนคุณค่อยไปหาหลี่หว่านหนิง”
ถ้าพูดถึงเรื่องความฉลาดทางอารมณ์แล้ว ม่อจิงชุนเทียบกับเซี่ยเสี่ยวหมิ่นไม่ได้จริงๆ
แม้ว่าม่อจิงชุนจะไม่ใช่ผู้ชายทื่อๆ แบบสวีเผิงเฟย แต่ก็พูดได้ว่าดีกว่ากันแค่นิดเดียวเท่านั้น
เมื่อเทียบกับไอคิวแล้ว อีคิวของม่อจิงชุนอยู่คนละระดับกันเลย
ในห้องประชุมขนาดเล็ก R12 ชั้นหก หวังอิ๋งอิ๋งที่ผ่านการสัมภาษณ์จากฝ่าย HR มาแล้วอารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัดจนแสดงออกมาทางสีหน้า
พนักงาน HR ยิ้มให้หวังอิ๋งอิ๋ง เก็บแฟ้มเอกสารแล้วลุกขึ้นพูดกับเธอว่า
“คุณรอที่นี่สักครู่นะคะ เดี๋ยวฉันจะไปเชิญคนจากฝ่ายบัญชีมา ถ้าคุณผ่านการสัมภาษณ์จากฝ่ายบัญชี คุณก็จะสามารถเข้าทำงานในบริษัทของเราได้อย่างเป็นทางการแล้วค่ะ”
“ถึงตอนนั้น ฉันจะช่วยคุณทำเรื่องเอกสารเข้าทำงาน แล้วก็มีการอบรมเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ”
หวังอิ๋งอิ๋งที่ลุกขึ้นยืนด้วยกันตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและรอยยิ้มว่า
“ได้ค่ะ รบกวนพี่สาวด้วยนะคะ”
ประมาณสิบกว่านาทีต่อมา พนักงาน HR ก็เชิญเฉาหมิงซิน ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีลงมา
เดิมทีเรื่องง่ายๆ อย่างการสัมภาษณ์ แค่เรียกพนักงานบัญชีสักคนมาช่วยสัมภาษณ์หวังอิ๋งอิ๋งก็พอแล้ว
แต่เฉาหมิงซินกลัว!
อุตส่าห์อยู่กับบริษัทมาตั้งแต่ช่วงก่อตั้งจนได้นั่งในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายบัญชี เฉาหมิงซินไม่อยากจะสุ่มหาใครสักคนมาแล้วเกิดเรื่องขึ้นมา ทำให้เขาต้องมารับผิดชอบครั้งใหญ่
หวังอิ๋งอิ๋งมองผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีที่นั่งอยู่ตรงข้าม ซึ่งกำลังหรี่ตาทำหน้าเคร่งขรึมและไม่พูดอะไรมานานแล้ว ก็รู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว
พี่ชายคะ อย่างน้อยก็พูดอะไรสักคำเถอะค่ะ
ส่วนพนักงาน HR ที่อยู่ข้างๆ ก็อ้ำๆ อึ้งๆ เมื่อเทียบกับผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีแล้ว เธอก็เป็นแค่พนักงาน HR ตัวเล็กๆ คนหนึ่ง
“คุณคิดว่าบริษัทจำเป็นต้องทำบัญชีสองชุดไหม?”
ความหมายโดยนัยก็คือถามหวังอิ๋งอิ๋งว่าบริษัทควรทำบัญชีปลอมหรือไม่
คำถามนี้ เรียกได้ว่าเป็นคำถามที่สามารถตัดสินได้เลยว่าหวังอิ๋งอิ๋งจะได้เข้าทำงานที่ถังกั่วเทคโนโลยีหรือไม่
เถียนลี่เจวียนซึ่งเป็นพนักงาน HR ก็รีบถอยออกไปนอกห้องประชุมอย่างรู้งาน
เรื่องที่ว่าบริษัททำบัญชีปลอมหรือไม่นั้น เถียนลี่เจวียนไม่อยากรู้ และก็ไม่สามารถรู้ได้
หวังอิ๋งอิ๋งเพียงแค่ชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ก็โพล่งถามกลับไปว่า
“ทำไมต้องทำบัญชีปลอมด้วยล่ะคะ”
ปัง!
หวังอิ๋งอิ๋งตกใจกับการทุบโต๊ะอย่างกะทันหันของผู้อำนวยการฝ่ายบัญชี
โชคดีที่เธอหายจากโรคลูคีเมียแล้ว ไม่อย่างนั้นหวังอิ๋งอิ๋งคงคิดว่าแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวก็อาจจะส่งเธอไปสู่สุขคติได้เลย
ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นรอยยิ้มเต็มใบหน้าของผู้อำนวยการฝ่ายบัญชี หวังอิ๋งอิ๋งคงสงสัยว่าเส้นทางการเข้าทำงานที่ถังกั่วเทคโนโลยีของเธอคงจะต้องจบลงที่ตรงนี้แล้ว
“พูดได้ดี!”
“เราเป็นพลเมืองที่เคารพกฎหมาย ถังกั่วเทคโนโลยีของเราก็เป็นผู้เสียภาษีรายใหญ่ จะหนีภาษีได้อย่างไร?”
“บริษัทของเราดูเหมือนบริษัทที่ขาดเงินอย่างนั้นเหรอ?”
ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทจนถึงปัจจุบัน ในบัญชีธนาคารทั้งหมดของบริษัท เฉาหมิงซินเห็นแต่ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ขาดเงินเหรอ? ไม่มีทาง!
หนึ่งชั่วโมงต่อมา หวังอิ๋งอิ๋งที่ทำเอกสารเข้าทำงานและผ่านการอบรมเรียบร้อยแล้ว ก็ถูกเฉาหมิงซินพากลับไปที่ฝ่ายบัญชี
ตอนที่เดินผ่านหน้าห้องทำงานของท่านประธาน เฉาหมิงซินก็กระซิบเตือนหวังอิ๋งอิ๋งว่า
“นี่คือห้องทำงานของท่านประธาน เวลาเดินผ่านทางที่ดีก็เงียบๆ หน่อยนะ”
เฉาหมิงซินชี้ไปที่ห้องทำงานข้างๆ ฝ่ายบัญชี แล้วพูดว่า
“ตรงนั้นคือห้องทำงานของประธานบริษัท พวกเราฝ่ายบัญชีจะวิ่งเข้าออกสองห้องนี้บ่อยที่สุด”
------------------------
หลังจากนี้ลงทุกเวลา 21:00 ของทุกวันนะครับ วันละ 20 ตอน!! ตั้งเวลาลงไว้แล้วถึงบทที่ 300 ครับ หากตอนสลับรบกวนแจ้งผู้แปลด้วยนะครับ ขอบคุณครับ