- หน้าแรก
- เปิดระบบเจ้าพ่อเทคโนโลยี ขอสร้างตัวพร้อมเลี้ยงน้องสาว
- บทที่ 35: ขอให้ปลอดภัยและแข็งแรง
บทที่ 35: ขอให้ปลอดภัยและแข็งแรง
บทที่ 35: ขอให้ปลอดภัยและแข็งแรง
อย่าถามว่าทำไมไม่เก็บไว้กินเองบ้าง บอกตามตรงว่าตอนเด็กๆ เขากินมันเยอะเกินไปแล้ว พอโตขึ้น ต่อให้เห็นต้นลูกพลับอยู่ข้างทาง อย่างมากก็แค่เหลือบมองแวบหนึ่ง ไม่มีทางทำเหมือนตอนเด็กๆ ที่แอบปีนขึ้นต้นไม้ตอนไม่มีคนแล้วเด็ดลูกพลับวิ่งหนีอีกเด็ดขาด
หลังจากม่อจิงชุนแบ่งลูกพลับบนโต๊ะออกเป็นสามส่วน เขาก็เดินเข้าไปในครัวเพื่อหาถุงพลาสติกสามใบที่ซื้อมาในราคาใบละ 5 เหมาทุกครั้งที่ไปซูเปอร์มาร์เก็ต
เมื่อจัดแจงใส่ลูกพลับแยกถุงเรียบร้อย ม่อจิงชุนก็เดินไปที่หน้าต่างห้องนอนเพื่อมองดูท้องฟ้าข้างนอก ยังคงเป็นช่วงบ่ายอยู่
ม่อจิงชุนขมวดคิ้ว “รอให้ฝนหยุดแล้วค่อยเอาไปส่งดีกว่า”
เพื่อความปลอดภัยของเจ้าตัวเล็ก และเพื่อทุกคน ม่อจิงชุนคิดว่าไม่จำเป็นต้องรีบเอาลูกพลับไปส่งวันนี้เลย อีกอย่างลูกพลับก็เป็นผลไม้ที่เก็บไว้ได้นาน ยิ่งสุกงอมก็ยิ่งอร่อย
“อ๊ะ~”
ในรถเข็นเด็ก ถังกั่วเริ่มจะหมดความอดทนแล้วที่ม่อจิงชุนไม่ยอมเล่นด้วยเสียนานสองนาน ขาสั้นๆ ป้อมๆ ที่ยังเหยียบไม่ถึงพื้นของเจ้าตัวเล็กกำลังเตะไปมาในอากาศ ราวกับจะประกาศให้ม่อจิงชุนรู้ว่าถ้ายังไม่สนใจน้องคนนี้อีก น้องคนนี้จะร้องไห้ให้ดู
ม่อจิงชุนเอื้อมมือไปหยิกแก้มยุ้ยๆ ที่ป่องออกมาด้วยความงอนของถังกั่วผู้เป็นน้องสาว แล้วหัวเราะออกมาเสียงดัง
เจ้าตัวเล็กเริ่มแสดงอารมณ์ความรู้สึกเล็กๆ น้อยๆ ของตัวเองให้คนอื่นรับรู้ได้เก่งขึ้นทุกวัน
แต่ช่วงนี้ม่อจิงชุนก็สังเกตเห็นปัญหาอย่างหนึ่ง นั่นคือน้องสาวของเขาเริ่มไม่ชอบรถเข็นเด็กแล้ว ถึงขั้นต่อต้านอยู่หน่อยๆ ด้วยซ้ำ
กลับกัน อ้อมกอดอันอบอุ่นของม่อจิงชุนผู้เป็นพี่ชายกลับเป็นสิ่งที่เจ้าตัวเล็กโปรดปรานเป็นพิเศษ ถ้าไม่ใช่เพราะม่อจิงชุนเป็นฝ่ายวางเธอลงเอง เจ้าตัวเล็กก็ไม่มีทางยอมออกจากอ้อมกอดที่แสนสบายและอบอุ่นนั้นโดยเด็ดขาด
ม่อจิงชุนเพิ่งจะยื่นมือออกไป ยังไม่ทันได้อุ้มขึ้นมาเลย ขาสั้นๆ ของเจ้าตัวเล็กก็หยุดเตะแล้ว อ้าปากน้อยๆ ส่งยิ้มซื่อๆ มาให้
“เจ้าตัวเล็กเอ๊ย ตั้งแต่หนูเกิดมา กล้ามแขนของพี่ก็ใหญ่ขึ้นทุกวันเลยนะ” ม่อจิงชุนส่ายหัวพร้อมกับยิ้มอย่างจนใจ
“กัวกัว”
แม้ว่าน้องสาวจะออกเสียงได้ไม่ชัดเจนนัก แต่นั่นก็ไม่อาจหยุดความรักที่ม่อจิงชุนมีให้เธอได้เลย ทุกครั้งที่ได้ยินน้องสาวเรียก “กัวกัว” ม่อจิงชุนรู้สึกว่าหัวใจของเขาแทบจะละลาย
“ฮ่าๆ หนูก็เป็นแก้วตาดวงใจของพี่เหมือนกันนะ ยัยตัวแสบ”
ช่วงเวลาของการเลี้ยงเด็กนั้น อาจจะน่าเบื่อและจำเจ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นเรื่องที่น่าสนุก แน่นอนว่านั่นต้องอยู่บนเงื่อนไขที่คุณมีน้องสาวที่น่ารักและว่านอนสอนง่ายเหมือนถังกั่ว
ฝนตกตลอดทั้งวันไม่เคยหยุด ม่อจิงชุนเพิ่งมารู้หลังจากดูพยากรณ์อากาศว่าฝนในฤดูใบไม้ร่วงระลอกนี้ น่าจะหยุดตกประมาณตีสี่ถึงตีห้าของวันพรุ่งนี้ จากนั้นสภาพอากาศจะเปลี่ยนจากฝนตกหนักเป็นเมฆมาก
สรุปชีวิตประจำวันของม่อจิงชุนและถังกั่วตลอดทั้งวันก็คือ กินแล้วนอน ตื่นมากิน กินเสร็จก็เล่นมือถือดูคลิปสั้นๆ สุดท้ายก็ปิดไฟนอนหลับใหลเข้าสู่ห้วงนิทราไปพร้อมกัน
วันต่อมา ม่อจิงชุนนอนจนตื่นเอง เมื่อตื่นขึ้นมา เขาก็เอียงคอมองน้องสาว เจ้าตัวเล็กยังไม่ตื่นเลย
ม่อจิงชุนหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลาแล้วมุมปากก็กระตุก ก่อนหน้านี้เขาพูดว่าอะไรนะ ห้ามพึ่งพานาฬิกาปลุกยี่ห้อ “ถังกั่ว” เด็ดขาด ผลก็คือนาฬิกาปลุกยี่ห้อ “ถังกั่ว” นั้นไม่ตรงต่อเวลาตามสภาพอากาศและปัจจัยอื่นๆ จริงๆ ด้วย
เจ้าตัวเล็กนอนถึงเก้าโมงเช้าแล้ว แต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นเลยสักนิด
ในทางกลับกัน ม่อจิงชุนที่ปกติจะถูกนาฬิกาปลุกปลุกให้ตื่น วันนี้กลับได้นอนจนตื่นเอง ทำให้รู้สึกสดชื่นเป็นพิเศษ ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดสัปดาห์ก็หายเป็นปลิดทิ้ง
ม่านหน้าต่างยังไม่ได้เปิด แต่ม่อจิงชุนเดาว่าฝนข้างนอกน่าจะหยุดตกแล้ว ต่อให้ยังไม่หยุด อย่างมากก็คงเป็นแค่ฝนตกปรอยๆ เพราะวันนี้ไม่ได้ยินเสียงฝนตกหนักซ่าๆ จากข้างนอกเหมือนเมื่อวาน
เกือบสิบโมง ม่อจิงชุนกินข้าวเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว แถมยังซักเสื้อผ้าของเจ้าตัวเล็กด้วยมือไปหนึ่งกะละมัง ส่วนเสื้อผ้าของเขา ก็โยนเข้าเครื่องซักผ้าไปโดยตรง
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ม่อจิงชุนก็เดินเข้าไปในห้องนอน เจ้าตัวเล็กยังคงนอนหลับอยู่ แบบนี้ไม่ได้การแล้ว!
ต้องปลุกแบบบังคับซะแล้วสิ?
“ถังกั่ว? ถังกั่ว?” ม่อจิงชุนค่อยๆ ตบตัวเจ้าตัวเล็กเบาๆ พร้อมกับเรียกชื่อที่ข้างหู
โชคดีที่เจ้าตัวเล็กน่าจะนอนเต็มอิ่มแล้ว ม่อจิงชุนเรียกแค่สองครั้ง เจ้าตัวเล็กก็ลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย
เปลี่ยนผ้าอ้อม ล้างก้นน้อยๆ แล้วใส่ผ้าอ้อมผืนใหม่ให้เรียบร้อย ม่อจิงชุนก็จับน้องสาวแต่งตัวด้วยชุดใหม่เอี่ยม จากนั้นก็สวมหมวกขนนุ่มๆ ใบเล็กให้
หลังจากแต่งตัวให้น้องสาวเสร็จ ม่อจิงชุนก็ส่งข้อความคิวคิวไปหาหัวหน้าห้องหยางเสี่ยวยู่
“หัวหน้า หอพักหญิงอยู่ฝั่งไหน ตึกไหนเหรอ?”
จากนั้น ม่อจิงชุนก็ส่งรูปภาพลูกพลับตามไป
[ลูกพลับ.jpg]
“ลูกพลับที่บ้านส่งมา เอาไปให้พวกเธอลองชิม”
ในหอพักหญิง หยางเสี่ยวยู่กำลังนั่งกินแอปเปิลอยู่บนเก้าอี้พลางอ่านหนังสืออย่างสบายอารมณ์ เมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น หยางเสี่ยวยู่ก็รีบหยิบขึ้นมาดู
ช่วยไม่ได้ ก็เธอเป็นหัวหน้าห้องนี่นา ถ้ามีคนทักมา แล้วเธอพอมีเวลา ก็ต้องรีบตอบเพื่อนร่วมชั้นเป็นธรรมดา
“เอ๊ะ?”
เมื่อเห็นว่าเป็นข้อความจากม่อจิงชุน หยางเสี่ยวยู่ก็อุทานออกมาเบาๆ
พอเห็นรูปถ่ายลูกพลับ หยางเสี่ยวยู่ก็กัดแอปเปิลคำโต ในฐานะผู้หญิง จะปฏิเสธของอร่อยได้อย่างไรกัน แถมม่อจิงชุนยังบอกอีกว่าลูกพลับนี้เป็นของดีจากบ้านเกิดของเขาด้วย
โดยไม่ลังเล หยางเสี่ยวยู่ส่งหมายเลขตึกหอพักให้ม่อจิงชุนทันที พร้อมกับบอกเขาว่าตึก 12 อยู่ข้างๆ โรงอาหารเยว่ฝู่ของมหาวิทยาลัย
อีกด้านหนึ่ง ม่อจิงชุนที่ได้รับข้อความจากหยางเสี่ยวยู่และรุ่นพี่แทบจะพร้อมกัน หลังจากตอบกลับไปว่ากำลังจะออกจากห้องแล้ว ถ้าถึงที่หมายจะส่งข้อความไปบอกอีกที เขาก็หิ้วถุงพลาสติกสีแดงสองใบพร้อมกับอุ้มน้องสาวออกจากห้องไป
ทันทีที่ม่อจิงชุนล็อกประตูเสร็จ หันกลับมาก็เจอศาสตราจารย์ซ่งวิ่นชิงที่เพิ่งกลับมาพอดี
“ศาสตราจารย์ซ่ง กลับมาแล้วเหรอครับ”
“อืม” ซ่งวิ่นชิงที่สวมแว่นสายตายาวพยักหน้า “นี่จะพาน้องสาวออกไปข้างนอกเหรอ สองวันนี้อากาศเย็นนะ ต้องให้เด็กใส่เสื้อผ้าหนาๆ หน่อย จะได้อบอุ่น”
“ครับๆ ขอบคุณศาสตราจารย์ที่เป็นห่วงครับ”
ตอนนี้ม่อจิงชุนทักทายเพื่อนบ้านที่คุ้นเคยกันแล้วได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่เหมือนตอนแรกที่แทบอยากจะหลบหน้า
ซ่งวิ่นชิงมองจนกระทั่งประตูลิฟต์ปิดลง ถึงได้หยิบกุญแจออกมาไขประตูห้อง
เรื่องราวของม่อจิงชุน เขาได้สอบถามจากเด็กสาวบ้านสกุลหลี่แล้ว หลังจากได้รู้เรื่องราวของม่อจิงชุน ซ่งวิ่นชิงก็ได้แต่ถอนหายใจให้กับความไม่ยุติธรรมของโชคชะตา
เคราะห์ซ้ำกรรมซัด โชคร้ายมักถาโถมเข้าใส่คนที่ลำบากอยู่แล้ว
ก็ได้แต่หวังว่าหลังจากนี้ไป เด็กน้อยทั้งสองคนจะปลอดภัยและแข็งแรง
ตึก 12 อยู่ค่อนข้างไกลจากอพาร์ตเมนต์ที่ม่อจิงชุนพักอยู่ ใช้เวลาเดินเกือบห้านาที
หอพักนักศึกษาของมหาวิทยาลัยปักกิ่งจะเป็นตึกคู่ที่เชื่อมติดกัน โดยปกติแล้วฝั่งหนึ่งจะเป็นหอหญิง อีกฝั่งจะเป็นหอชาย
เมื่อมาถึงหน้าประตูใหญ่ของหอพัก ม่อจิงชุนก็ไม่ได้เข้าไปข้างใน
ม่อจิงชุนยืนรออยู่ไกลๆ ด้านนอกประตู แล้วส่งข้อความคิวคิวไปหาหัวหน้าห้องหยางเสี่ยวยู่
“หัวหน้า ฉันถึงแล้วนะ ลงมารับได้เลย”
หอพักชั้นสาม ห้อง 306 เมื่อหยางเสี่ยวยู่ได้รับข้อความคิวคิวจากม่อจิงชุน เธอก็หยิบสตรอว์เบอร์รีครึ่งกล่องบนโต๊ะ แล้วสวมรองเท้าแตะวิ่งตึงๆๆ ออกไป
“เด็กคนนี้เป็นอะไรไปน่ะ?”
“ทำไมยิ้มเหมือนคนมีความรักเลย”
“อี๋~” เพื่อนร่วมห้องอีกสามคนของหยางเสี่ยวยู่ที่มโนไปไกลต่างก็รู้สึกขนลุกซู่