เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 150 - ต้นไม้เพลิง

บทที่ 150 - ต้นไม้เพลิง

บทที่ 150 - ต้นไม้เพลิง


บทที่ 150 - ต้นไม้เพลิง

เมื่อย่างเท้าเข้าสู่หมู่บ้าน กลิ่นเหม็นไหม้ก็ลอยมาตามลม เป็นกลิ่นที่ผสมปนเปกันระหว่างกลิ่นเนื้อไหม้เกรียมกับกลิ่นเหม็นเน่าที่บรรยายไม่ถูก

น่าสะอิดสะเอียนยิ่งกว่าส้วมหลุมท้ายหมู่บ้านที่ชาวบ้านใช้ร่วมกันเสียอีก

มันไม่ใช่กลิ่นของสิ่งปฏิกูล แต่เหมือนกลิ่นของความชั่วร้ายที่แผ่ออกมาจากสามวิญญาณเจ็ดจิต ทำเอาทุกคนในคณะต้องขมวดคิ้วนิ่วหน้า

กวานโก่วโต้วเป็นปีศาจหมาป่า จมูกไวกว่าใครเพื่อน พอได้กลิ่นนี้เข้า หน้าแก่ๆ ก็เปลี่ยนจากเหลืองเป็นซีดขาว แล้วกลายเป็นเขียวในพริบตา ท้องไส้ปั่นป่วน จนสุดท้ายกลั้นไม่อยู่ ต้องวิ่งเหยาะๆ ไปเกาะรั้วบ้านชาวนาอ้วกโอ๊กอ้าก

จั่วเฉินสะบัดชายเสื้อเบาๆ ดอกไม้สีขาวหลายดอกเบ่งบานขึ้นที่ขอบเกวียนลา ส่งกลิ่นหอมเย็นจางๆ ออกมา หักล้างกลิ่นเหม็นเน่าในอากาศ

สีหน้าของกวานโก่วโต้วถึงค่อยดูดีขึ้นมาหน่อย แต่ก็ยังเขียวคล้ำอยู่

"พิลึกคนชะมัด" จูเหล่าปาเองก็อดเดาะลิ้นไม่ได้ หันไปถามหูเหวิน "หมู่บ้านมนุษย์พวกเจ้าเป็นแบบนี้กันหมดเลยเรอะ อยู่ยากนะเนี่ย"

"หมู่บ้านส่วนใหญ่ก็แค่ทำนาเลี้ยงแกะ สงบสุขดีทั้งนั้นแหละ"

หูเหวินทั้งปวดหัวทั้งขายหน้า

เรื่องผีสางเทวดาแบบนี้อาจจะเจอได้บ่อยในสวีโจวหรือจิ่งโจว แต่ในโยวโจวนับว่าหายาก

ชาวบ้านร้านตลาดในโยวโจวแม้จะยังเรียกไม่ได้ว่านอนไม่ต้องปิดประตูบ้าน แต่ก็ถือว่าอยู่เย็นเป็นสุข ในสถานการณ์ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองขาดแคลนหนัก แม้จะกำจัดปีศาจและคนร้ายได้ไม่หมด แต่ก็ไม่ถึงขั้นจะเจอได้ทุกหัวระแหงแบบนี้

คราวนี้ถือว่าดวงซวยจริงๆ เพิ่งออกจากมหาไพรวันมาได้ก็เจอเรื่องแบบนี้เข้าให้

ดันมาเจอตอนที่มีสองราชาปีศาจจากมหาไพรวันกับท่านนักพรตจั่วเฉินมาด้วยอีกต่างหาก

ภาพลักษณ์ดีงามที่สร้างมา พังยับเยินหมด!

เข้าหมู่บ้านมาแล้ว จั่วเฉินก็กวาดสายตามองไปรอบๆ สัมผัสถึงพลังปราณต่างๆ ในบริเวณนี้

ปราณวัตถุของบ้านเรือน ปราณแห่งความตายของผืนดิน ปราณมรณะที่เต้นเร่าอยู่บนกองเพลิงยักษ์ และ...

เขาชำเลืองมองไปยังป่าเล็กๆ ท้ายหมู่บ้าน

ปราณสีแดงสายนั้นลอยมาจากทางนั้น

น่าจะเป็นทะเลทุกข์ปริมาณน้อยนิด

"ทางนั้นมีสิ่งชั่วร้ายอยู่ ข้าจะไปจัดการหน่อย เดี๋ยวกลับมา"

ลงจากเกวียนลา จั่วเฉินสะบัดชายเสื้อเบาๆ ย่างก้าวเกิดดอกบัว ร่างกายวูบไหวราวกับภาพมายา เพียงพริบตาเดียวก็หายวับไป ไม่รู้ว่ามุ่งหน้าไปทางทิศใด

คนที่เหลือเดินตามถนนดินกลางหมู่บ้านต่อไป อ้อมผ่านบ้านดินเตี้ยๆ หลายหลัง ในที่สุดก็มาถึงใจกลางหมู่บ้าน

เวลานี้ดวงอาทิตย์ลอยเด่นอยู่กลางฟ้า สาดแสงร้อนแรงเผาผลาญรอบด้าน ต้นไม้ยักษ์ขนาดสามคนโอบตรงหน้ากำลังลุกไหม้โชติช่วง ศพที่ถูกเสียบประจานอยู่บนยอดไม้ กิ่งก้าน และห้อยโหนอยู่ตามกิ่ง แกว่งไกวไปมาตามแรงลมและเปลวไฟ ส่งเสียงหวีดหวิวแหลมสูงราวกับเสียงร้องไห้

หูเหวินชักดาบข้างเอว จูเหล่าปากระชับจอบหนักอึ้งในมือ กวานโก่วโต้วกางกรงเล็บแหลมคม ไฉ่อีเองก็ลงจากเกวียนลา มือซ้ายถือกุมกระบี่ มือขวาถือตะเกียง

มีเพียงจิ้งจอกขาวที่ขดตัวสั่นงันงกอยู่บนเกวียน

นางไม่เคยประลองวิชากับใคร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฝีมือตัวเองอยู่ระดับไหน รู้แต่ว่าภาพตรงหน้าน่ากลัวเกินไป จนไม่กล้าแม้แต่จะลืมตามอง

"ฮ่าฮ่า! แสงไฟสว่างไสวล่อแมงเม่า คำโบราณว่าไว้ไม่ผิดจริงๆ! มีโจรบุกมาถึงบ้านอีกแล้ว จะมาขอความตาย หรือจะมาขอเหล้า!"

เสียงแหบพร่าดังขึ้น เงาร่างที่ลุกท่วมด้วยเปลวเพลิงเดินออกมาจากทะเลเพลิงบนยอดไม้ กระโดดข้ามกิ่งก้านอย่างคล่องแคล่ว สุดท้ายก็ลงมายืนเด่นเป็นสง่าอยู่บนยอดไม้ที่ไฟกำลังลุกโชน

เขาไม่กลัวร้อนเลยสักนิด มือข้างหนึ่งจับลำต้น อีกข้างถือกาเหล้า สองเท้าเหยียบกิ่งไม้ หัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่ง เอียงกาดินเผาทำท่ารินเหล้า แต่กลับไม่มีน้ำเหล้าไหลออกมาสักหยด

เหล้าระเหยแห้งเพราะความร้อนไปนานแล้ว

คนผู้นี้ไม่มีเนื้อหนังส่วนไหนดีเลยสักที่ สองมือลุกเป็นไฟ สองเท้าลุกเป็นไฟ หน้าท้องมีรูโหว่ขนาดใหญ่ ภายในรูนั้นก็มีไฟลุกโชน

เส้นผมของเขาก็ติดไฟ ปลิวไสวไปตามลมราวกับใบไม้สีแดงฉาน

มีเพียงใบหน้าที่ยังดูเหมือนมนุษย์ พินิจดูให้ดี เดิมทีคงเป็นบัณฑิตหน้าตาจืดชืด แต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง มองไม่เห็นเค้าความรู้ความสามารถหรือกิริยามารยาทใดๆ หลงเหลืออยู่เลย

หูเหวินล้วงขวดเล็กๆ ออกมาจากอกเสื้อ หยดของเหลวลงบนปลายนิ้ว แล้วป้ายเบาๆ ที่ใต้เปลือกตา วินาทีถัดมา เปลวเพลิงบนร่างปีศาจไฟก็ปรากฏชัดในสายตาของหูเหวินราวกับจับต้องได้

เมื่อเทียบระดับพลัง หูเหวินพอจะประเมินความสามารถของอีกฝ่ายได้

ระดับโฮ่วเทียนขั้นสูงสุด

หากวัดกันที่ตบะ ปีศาจไฟตนนี้มีฝีมือพอๆ กับเขา แต่เจ้านั่นยืนเหยียบต้นไม้ไฟ ควบคุมไฟได้รอบตัว หูเหวินไม่มีวิชาหรือของวิเศษกันไฟ หากต้องปะทะกันจริงๆ เขาคงมีโอกาสแพ้สูง

เพียงแต่ว่า...

หูเหวินหันไปมองขบวนทัพอันเกรียงไกรด้านหลัง

ถือว่าไอ้หนูนี่ดวงซุดขีดก็แล้วกัน!

การควบคุมไฟแม้จะเป็นวิชาสังหารที่ร้ายกาจ แต่ในสถานการณ์ที่ระดับพลังห่างชั้นกันราวฟ้ากับเหว ต่อให้มีวิชาพิสดารแค่ไหนก็ยากจะชดเชยความแตกต่างของพลังได้

ยิ่งไปกว่านั้น ดูท่าทางอีกฝ่ายเดิมทีคงเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา จะไปร่ำเรียนอิทธิฤทธิ์มาจากไหน!

คงอาศัยแค่บ้าพลังเข้าว่าเท่านั้นแหละ!

มนุษย์ไฟที่ถูกเผาจนเกือบจะเป็นตอตะโกมองไม่เห็นรัศมีพลังของคนกลุ่มนี้ จึงไม่เห็นหูเหวินและพวกพ้องอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย

เขาหัวเราะร่า ก้มหน้ามอง

"ไม่ใช่นักพรต ไม่ใช่จอมยุทธ์ อาศัยคนแค่นี้คิดจะมาฆ่าข้า? ฝันกลางวันไปเถอะ! ไอ้พวกคนในหมู่บ้านสารเลวนั่น ข้าอุตส่าห์ใจดีปล่อยพวกมันไป ดันหาเรื่องส่งคนมารังควานข้าไม่จบไม่สิ้น

"ตอนที่ข้าตกระกำลำบาก ทำไมไม่เห็นหัวพวกมันบ้าง? ตอนนั้นถ้าไม่ได้พระพุทธองค์มาโปรด ข้าคงต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในนรกมืดมิด พอตอนนี้ข้าสบายดี พวกมันกลับกระตือรือร้นจะฆ่าข้าเสียเหลือเกิน!"

แววตาของเขาเต็มไปด้วยความอำมหิต

"วันนี้ข้าจะเผาพวกเจ้าให้วอด! จับแขวนบนต้นไม้เป็นเพื่อนกัน! แล้วจะไปฆ่าล้างโคตรพวกคนในหมู่บ้าน ให้พวกมันไม่มีปัญญามาหาเรื่องปู่คนนี้ได้อีก!"

พระพุทธองค์?

หูเหวินคิ้วกระตุก

เจ้านี่มีคนหนุนหลัง?

"เอายังไง?" จูเหล่าปากระชับอาวุธ หันมาถามหูเหวิน

"รบกวนท่านอาวุโสทั้งสองจับเป็น"

"จัดไป!"

สิ้นเสียง สองราชาปีศาจก็แยกซ้ายขวา พุ่งทะยานเข้าใส่ปีศาจไฟบนต้นไม้พร้อมกัน

ร่างเงาไปถึงก่อนลมจะตามทัน ตบะระดับเซียนเทียนขั้นสมบูรณ์ระเบิดพลังเต็มพิกัด ความเร็วย่อมมหาศาล เพียงพริบตาเดียวก็ประชิดโคนต้นไม้เพลิง!

มนุษย์ไฟเพิ่งจะพ่นคำผรุสวาทจบ สมองยังไม่ทันประมวลผล ก็พบว่าปีศาจสองตนแทบจะขี่คอเขาอยู่แล้ว ในใจตื่นตระหนก

ไอ้ชาวบ้านสองคนนี้ทำไมดูเก่งกว่านักปราบมารชุดก่อนวะเนี่ย?

เขารวบรวมพลังพ่นไฟใส่ทั้งสองคนสุดแรงเกิด

ไฉ่อีดวงตาเคร่งขรึม ยกตะเกียงน้ำมันขึ้น สะบัดกระบี่หมุนติ้ว ปากท่องคำว่า "สะกด" (เจิ้น) ชี้นิ้วไปที่เปลวไฟที่พ่นออกมา เห็นเพียงเปลวไฟนั้นถูกหมอกที่มองไม่เห็นห่อหุ้มไว้ บีบอัดจนเล็กลงในพริบตา

พอลอยมาถึงหน้าสองราชาปีศาจ ก็กลายเป็นแค่เปลวไฟเล็กจิ๋ว ยิ่งกว่าไฟผีตามหลุมศพเสียอีก

จูเหล่าปาเหวี่ยงจอบเคาะเบาๆ ทีเดียว ไฟก็ดับสนิท

"ไม่กลัวไฟ? ไม่กลัวร้อน? เก่งกว่าพวกนักปราบมารจริงๆ ด้วย?"

ตอนสู้กับนักปราบมารพวกนั้น พวกมันยังต้องตั้งแท่นพิธีร่ายคาถา ทำไมคนพวกนี้ไม่ต้องใช้อะไรเลย?

เห็นจูเหล่าปากับกวานโก่วโต้วไม่กลัวไฟ ไต่ต้นไม้ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จวนเจียนจะถึงตัว มนุษย์ไฟรีบทิ้งตัวหงายหลัง ร่วงลงจากต้นไม้ หวังจะทิ้งระยะห่างแล้วใช้ไฟเผา

"คิดจะหนีไปไหน?"

กวานโก่วโต้วคำรามต่ำ มือทำท่ามุทรา ลมปราณจากจุดตันเถียนพุ่งขึ้นมารวมที่ลำคอ

อ้าปากกว้าง พ่นเอามวลน้ำมหาศาลออกมาจากปาก พุ่งตรงเข้าใส่มนุษย์ไฟ!

ไม่รู้ว่าเขาไปเอาน้ำมากมายขนาดนี้มาจากไหน น้ำที่พ่นออกมาดูราวกับมังกรวารีตัวมหึมา เลี้ยวลดตามการสะบัดหน้าของกวานโก่วโต้ว อานุภาพเกรียงไกร!

มาถึงตอนนี้ ในดวงตาของมนุษย์ไฟถึงได้ฉายแววหวาดกลัวสุดขีด

นี่มันตัวอะไรวะเนี่ย?

นักปราบผีที่เขาเคยสู้ด้วย ส่วนใหญ่ก็ใช้ยันต์ กระดิ่ง ด้ายแดง เก่งหน่อยก็ถือมีดพร้าหรือกระบี่ไม้ท้อมาฟาดฟัน ตั้งแท่นพิธี ใช้พลังที่มองไม่เห็นมาเล่นงานเขา

พวกนั้นสู้ด้วยก็น่ารำคาญ แต่แค่พ่นไฟเผาไปทีเดียว ของเล่นพวกนั้นก็ไหม้เป็นจุณ ปลิวไปตามลม

ที่ไหนจะมีวิชาควบคุมน้ำอลังการขนาดนี้!

มือข้างหนึ่งคว้ากิ่งไม้ เหวี่ยงตัวกลางอากาศ เปลี่ยนทิศทาง หวังจะหลบการโจมตีของมังกรน้ำ

แต่หารู้ไม่ว่าด้านหลังมีเงาร่างอ้วนท้วนมายืนดักรออยู่แล้ว

จูเหล่าปาเงื้อจอบขึ้นสุดแขน ฟาดเปรี้ยงเข้าที่ท้ายทอยของมนุษย์ไฟด้านล่าง!

มนุษย์ไฟที่ลอยอยู่กลางอากาศไม่มีที่ให้ยึดเกาะ เปลี่ยนท่าทางไม่ทัน โดนจอบฟาดเข้าเต็มรัก โลกหมุนคว้าง ร่างร่วงดิ่งลงสู่พื้นดิน

กวานโก่วโต้วสะบัดหน้าขึ้น มังกรน้ำก็เลี้ยวตาม พุ่งสวนขึ้นมาจากด้านล่าง เข้าปะทะร่างมนุษย์ไฟ

"ซ่า!"

"ฟู่!"

น้ำกับไฟปะทะกัน ควันโขมงพวยพุ่ง ปนเปด้วยกลิ่นเหม็นเน่า เล่นเอากวานโก่วโต้วต้องหยุดวิชา หนีไปไอโขลกๆ อยู่ข้างๆ

พอควันจางลง มนุษย์ไฟก็นอนดิ้นพราดๆ อยู่ในหลุมโคลน ควันขึ้นฉุย

เขาดูเหมือนคนธรรมดาที่ไฟไหม้ตัว กลิ้งเกลือกไปกับพื้นไม่หยุด พยายามจะสลัดน้ำออกจากตัว

กลิ้งอยู่พักใหญ่ ถึงหยุดนอนคว่ำหน้า หอบหายใจแฮ่กๆ

ตอนนี้ไฟบนหัวดับแล้ว หนังศีรษะเละเฟะ แขนขายังมีไฟติดอยู่นิดหน่อย ไม่มากนัก

ไฟในรูโหว่ที่หน้าท้องก็ริบหรี่เต็มที เหมือนลมพัดแรงอีกนิดก็จะดับมิดับแหล่

จูเหล่าปากับกวานโก่วโต้วยืนขนาบข้าง ก้มมองเขา

นี่ขนาดสองราชาปีศาจยั้งมือไว้แล้วนะ ถ้าเอาจริง จอบเมื่อกี้ของจูเหล่าปาคงตัดหัวมนุษย์ไฟกระเด็นไปแล้ว

มนุษย์ไฟไอโขลกๆ เงยหน้ามองกลุ่มคนด้วยแววตาไม่ยินยอม

"พวกเจ้าก็เป็นเซียน? ข้าก็เป็นเซียน! ทำไมต้องมาทำร้ายข้า?"

ได้ยินคำนี้ จูเหล่าปาที่กำลังจะเข้าไปกดตัวไว้ถึงกับชะงัก กวาดตามองร่างนั้นขึ้นๆ ลงๆ

"ฮ่าฮ่าฮ่า! อย่างเอ็งเนี่ยนะ? เซียน? ฮ่าฮ่าฮ่า!"

กลั้นขำไม่อยู่จริงๆ

มนุษย์ไฟได้ยินเสียงหัวเราะเยาะของจูเหล่าปา สีหน้ามืดครึ้มลงทันตา

แต่เขาก็รู้ตัวว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคนพวกนี้ ได้แต่ขดตัว ประคองเปลวไฟในท้องให้ฟื้นตัว

หูเหวินถือดาบเดินเข้ามา พาดคมดาบไว้ที่ลำคอของมนุษย์ไฟ

"พระพุทธองค์ที่เจ้าพูดถึงคือเรื่องอะไร? แล้วเจ้าเป็นตัวอะไรกันแน่? บอกมาให้หมด!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 150 - ต้นไม้เพลิง

คัดลอกลิงก์แล้ว