เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 360 - ลูกไม้แพรวพราวไม่ได้มีแค่พี่ชายที่ทำเป็น

บทที่ 360 - ลูกไม้แพรวพราวไม่ได้มีแค่พี่ชายที่ทำเป็น

บทที่ 360 - ลูกไม้แพรวพราวไม่ได้มีแค่พี่ชายที่ทำเป็น


บทที่ 360 - ลูกไม้แพรวพราวไม่ได้มีแค่พี่ชายที่ทำเป็น

"เมื่อกี้สาวๆ ในออฟฟิศมองท่านตาค้างกันเป็นแถว ผมอยู่สาขานี้มาตั้งนาน เพิ่งเคยเห็นพวกเธอตื่นเต้นขนาดนี้เป็นครั้งแรก"

ซาหย่งซานนั่งตัวตรงหน้าโต๊ะชงชา เตรียมอุปกรณ์ชงชาพลางเอ่ยแซว

เสิ่นหยวนยิ้มตอบ "ก็แค่เห่อของใหม่ครับ เดี๋ยวสักพักก็หาย"

"ท่านประธานเสิ่นถูกใจคนไหนบ้างไหมครับ? ที่สาขานี้มีสาวโสดโปรไฟล์ดีอยู่หลายคนนะครับ"

ซาหย่งซานลวกถ้วยชาในน้ำเดือดเพื่อฆ่าเชื้อ แล้วหยิบแผ่นชาออกมาใช้เข็มเขี่ยใบชา ท่าทางตั้งอกตั้งใจราวกับประโยคเมื่อครู่เป็นแค่การพูดคุยสัพเพเหระ

เสิ่นหยวนมองเขาอย่างรู้ทัน คิดในใจว่าคราวก่อนพูดเปิดอกไปขนาดนั้น ตาเฒ่าซายังจะมาลองเชิงทีเล่นทีจริงอีก จิ้งจอกเฒ่านี่ระวังตัวจริงๆ

ด้านหนึ่งก็ส่งสัญญาณว่ายังไม่ไว้ใจเขาเต็มร้อย อีกด้านก็อยากลองใจว่าเขาเป็นพวกบ้ากามจนหน้ามืดตามัวหรือเปล่า

เสิ่นหยวนโบกมือปฏิเสธ "ไม่เอาดีกว่าครับ เซี่ยงไฮ้ไกลเกินไป ผมไม่อยากมีรักทางไกล"

"รักทางไกลสำหรับท่านประธานเสิ่นไม่น่าจะเป็นปัญหานะครับ แต่ก็อย่างว่า ท่านประธานเสิ่นรสนิยมสูง จะไม่ถูกใจพวกเธอก็เป็นเรื่องปกติ"

ซาหย่งซานลวกใบชาเพื่อปลุกกลิ่นหอม แล้วรินชาให้เสิ่นหยวน

"เรื่องลูกชายผม ผมได้ยินมาหมดแล้ว ถือเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน เขารับปากผมแล้วว่าจะไม่ไปตอแยแฟนท่านอีก คืนนี้ตอนกินข้าวผมจะให้เขามาขอโทษท่านอย่างเป็นทางการ"

เมื่อวานเสิ่นหยวนฟังเรื่องนี้จากโจวเพ่ยเหว่ยแล้ว เขาไม่ได้ใส่ใจ โบกมือปัด "ไม่จำเป็นหรอกครับประธานซา เด็กมันยังไม่รู้ความ เป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ"

มุมปากซาหย่งซานกระตุก จริงๆ แล้วลูกชายเขาแก่กว่าเสิ่นหยวนตั้ง 2 เดือน คำว่า "เด็ก" ออกมาจากปากเสิ่นหยวนมันเลยฟังดูทะแม่งๆ

คุยมาถึงขั้นนี้แล้ว ซาหย่งซานเลยพูดตรงๆ "เรื่องวุฒิภาวะและความสามารถ เทียบกับท่านแล้วมันก็เด็กจริงๆ นั่นแหละครับ แต่เรื่องนี้ต้องแยกแยะ ผิดก็ต้องขอโทษ ถือโอกาสคืนนี้ท่านประธานเสิ่นช่วยสั่งสอนมันหน่อยเถอะครับ เด็กคนนี้ไม่มีความกระตือรือร้นเอาซะเลย"

เสิ่นหยวนจิบชา คิดในใจว่าเรื่องสั่งสอนนี่ถนัดนัก แต่ถนัดสั่งสอนผู้หญิงมากกว่านะ

แต่ปากก็ตอบไปว่า "จะให้ผมสั่งสอนอะไรได้ละครับ ขนาดคุณเป็นพ่อพูดยังไม่ฟัง จะมาฟังคนนอกอย่างผมเหรอ?"

ซาหย่งซานชะงัก ไม่นึกว่าเสิ่นหยวนจะสวมบทเป็น 'อา' ไปเรียบร้อยแล้ว

'ขอโทษนะเจียอวี่ พ่อกะจะให้พวกแกนับถือกันเป็นพี่น้อง พ่อจะได้มีศักดิ์เหนือกว่าเสิ่นหยวนขั้นนึง'

'แต่ดูทรงแล้ว แกคงต้องลดตัวลงไปเป็นหลานเขาแล้วล่ะ เฮ้อ พ่อทำเต็มที่แล้วนะลูก'

ซาหย่งซานถอนหายใจในใจ แล้วพูดต่อ "ไม่แน่หรอกครับ เพราะผมเป็นพ่อมา 20 กว่าปี มันเลยไม่ฟังผม แต่ท่านอายุรุ่นราวคราวเดียวกับมัน แต่ประสบความสำเร็จขนาดนี้ แถมแฟนท่านยังเป็นคนที่มันตามจีบอีก มันน่าจะยอมฟังท่านบ้าง"

เสิ่นหยวนทำท่าคิด "ก็ได้ครับประธานซา ในเมื่อท่านพูดขนาดนี้ คืนนี้ผมจะลองดูครับ"

"ดีเลยครับ"

ซาหย่งซานยิ้มรับ แต่ลึกๆ ก็แอบเสียใจนิดๆ ไม่รู้ว่าตัดสินใจถูกหรือเปล่า

เสิ่นหยวนเริ่มสำรวจห้องทำงานของซาหย่งซาน ห้องไม่ใหญ่นัก ประมาณ 20 ตารางเมตร แต่โต๊ะทำงาน ตู้เอกสาร และชุดโซฟารับแขก ล้วนทำจากไม้แดง

"ปกติผมไม่ค่อยได้เข้ามาทำงานที่นี่ เฟอร์นิเจอร์พวกนี้เลยใช้ไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไหร่"

"แต่พวกนี้เป็นไม้แดงฮวงหัวลี่ ลวดลายและกลิ่นหอมถือเป็นระดับท็อปของไม้แดง ผมมีเพื่อนทำโรงงานแปรรูปไม้ฮวงหัวลี่อยู่ ถ้าท่านประธานเสิ่นสนใจ ผมจะให้เพื่อนทำชุดนึงส่งไปให้ที่ซิงเฉิงครับ"

"..."

เสิ่นหยวนไม่ได้สนใจไม้แดง แต่พ่อเสิ่นชอบเฟอร์นิเจอร์ไม้แดงมาก เลยขอเบอร์ติดต่อไว้ กะว่าจะสั่งทำชุดนึงให้พ่อ

คุยกับซาหย่งซานสักพัก ก็ถึงคิวเดินตรวจบริษัท โดยมีหวังเฉิงเสียงและเกิ่งเลี่ยงเป็นคนนำทาง

พวกเขานำเสนอแผนกต่างๆ อธิบายหน้าที่และความรับผิดชอบคร่าวๆ เสิ่นหยวนเดินฟังไปเรื่อยๆ แต่ทุกครั้งที่เดินผ่านแผนกไหน ก็มักจะมีสาวๆ ส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้

พอเขามองตอบ พวกเธอก็จะก้มหน้าทำเป็นทำงานขยันขันแข็ง

โดยเฉพาะสาวๆ แผนกธุรการ สายตาร้อนแรงเป็นพิเศษ

มีคนนึงใส่ชุดออฟฟิศรัดรูป หน้าอกหน้าใจบึ้มบั้ม แต่หน้าตาดูผ่านมีดหมอมาเยอะ ไม่รู้ว่าของที่หน้าอกนั่นยัดซิลิโคนมาด้วยหรือเปล่า

แน่นอน คำว่า "ใช้ได้" คือเมื่อเทียบกับสาวๆ ในบริษัท แต่ถ้าเทียบกับ NPC ในสังกัดของเขา ยังห่างชั้นกันเยอะ

"มาแล้วๆ ท่านประธานเสิ่นมาแล้ว"

เสี่ยวเหยากำหมัดแน่น มองไปข้างหน้าอย่างตื่นเต้น กระซิบเสียงเบา "เสี่ยวอี๋ พอเดินตรวจออฟฟิศเสร็จ พวกเขาจะไปห้องประชุม ถึงตาหล่อนแสดงฝีมือแล้วนะ"

"อื้ม!"

เสี่ยวอี๋สูดหายใจลึก ชูกำปั้นขึ้นอย่างมุ่งมั่น "ฉันทำได้!"

ในขณะเดียวกัน ที่ซิงเฉิง

เสิ่นเซวียนหิ้วถุงช้อปปิ้งพะรุงพะรัง มายืนอยู่หน้าบ้านหลีเสี่ยว เธวางของลง ปาดเหงื่อที่หน้าผาก นวดแขนที่ปวดเมื่อย แล้วบ่นอุบ:

"พี่ชายนะพี่ชาย ตัวเองไปลั้นลาอยู่เซี่ยงไฮ้ แต่กลับใช้ให้น้องสาวมาง้อแฟนให้!"

"โลกนี้ไม่มีความยุติธรรมเลย!"

แต่เสิ่นหยวนมี 'พลังเงินตรา' เธอเลยขัดขืนไม่ได้ มองดูประตูบ้านบานใหม่ แล้วเดาะลิ้น:

"พี่ชายเปย์สาวหนักจริงๆ แจกบ้านคนละหลังเลยเหรอ! พี่สะใภ้นาหลังนึง พี่สะใภ้เมิ่งลู่หลังนึง พี่สะใภ้จอมกินจุคนนั้นก็น่าจะมีอีกหลัง"

"บรรดาพี่สะใภ้มีบ้านกันหมดแล้ว น้องสาวคนเดียวอย่างฉัน ก็ต้องมีบ้างสิ?"

เอาล่ะ ตัดสินใจแล้ว พอช่วยกู้เอกราชให้พี่ชายสำเร็จ จะต้องไถบ้านสักหลังให้ได้!

พี่สะใภ้มีได้หลายคน แต่น้องสาวมีคนเดียว ต้องจัดให้!

เสิ่นเซวียนวางถุงลง กดกริ่งประตู ไม่นานหญิงสาวในชุดนอนสีหน้าเรียบเฉยก็เดินออกมา

เครื่องหน้าประณีต ผิวพรรณดี แต่บุคลิกเย็นชา และหน้าอกดูเล็กไปหน่อย

'อ้าว ไม่ตรงปกนี่นา ไหนพี่บอกว่าขาวสวยหมวยอึ๋ม ใจดีอ่อนโยน แถมใส่แว่นด้วยไง?'

"มาหาใคร?"

หญิงสาวถามเสียงเรียบ

"สงสัยหนูจะมาผิดบ้านค่ะ"

เสิ่นเซวียนหยิบถุงเตรียมจะกลับ หันไปดูเลขที่บ้านซ้ายขวาอีกที

"เธอคือน้องสาวเสิ่นหยวนใช่ไหม?"

หลีเมิ่งพูดหน้านิ่ง "พี่เธอเกี่ยวบอกฉันแล้ว เข้ามาสิ พี่สาวฉันอยู่บ้าน"

"อ้าว ใช่ค่ะๆ"

เสิ่นเซวียนเพิ่งนึกได้ ที่แท้ก็เป็นน้องสาวของพี่สะใภ้หลี แต่พี่ชายไม่ได้บอกข้อมูลนี้ไว้เลยว่าพี่สะใภ้อยู่กับน้องสาว

ข้อมูลพื้นฐานยังไม่บอก พี่ชาย นายพลาดแล้ว!

"ไม่ต้องเปลี่ยนรองเท้า เข้ามาเลย"

หลีเมิ่งเปิดประตูให้เสิ่นเซวียนเข้ามา

เสิ่นเซวียนหัวไว หยิบถุงใบหนึ่งจาก 5 ใบ ยื่นให้หลีเมิ่งทันที "นี่ของฝากที่พี่ชายซื้อมาฝากพี่ค่ะ"

'ขอโทษนะคะพี่สะใภ้หลีผู้ยังไม่เคยเห็นหน้า ถึง 4 ถุงนี้จะตั้งใจซื้อมาให้พี่ แต่ในเมื่อน้องสาวพี่อยู่ด้วย ก็ต้องแบ่งให้ใบนึงนะ...' เสิ่นเซวียนคิดในใจ

"ให้ฉัน?"

"ใช่ค่ะ อันนี้กระเป๋า Chanel รุ่น LEBOY หนังสีดำ แมตช์ชุดง่ายมาก พี่ลองสะพายดูสิคะ"

เสิ่นเซวียนวางถุงที่เหลือบนตู้รองเท้า ช่วยแกะกระเป๋าออกมาคล้องไหล่หลีเมิ่ง ปากก็ชมไม่หยุด "พี่ดูสิคะ เข้ากับพี่มากเลย"

หลีเมิ่งอดมองเสิ่นเซวียนไม่ได้ สมกับเป็นน้องสาวเสิ่นหยวน สไตล์การทำงานเหมือนกันเปี๊ยบ

พอมองกระเป๋าชาแนลบนไหล่ สีหน้าหลีเมิ่งก็อ่อนลง ถามว่า "เธอชื่ออะไร?"

เสิ่นเซวียนยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว "หนูชื่อเสิ่นเซวียนค่ะ เรียกเสี่ยวเซวียน หรือน้องเซวียนก็ได้ ปกติพี่ชายก็เรียกชื่อหนูเฉยๆ"

"โอเค งั้นฉันเรียกเสิ่นเซวียนนะ ฉันชื่อหลีเมิ่ง"

เพราะเป็นน้องเสิ่นหยวน หลีเมิ่งก็มีความเอ็นดูอยู่แล้ว บวกกับกระเป๋าชาแนลใบนี้ ยิ่งทำให้หลีเมิ่งมองเสิ่นเซวียนในแง่ดีขึ้นไปอีก

"สวัสดีค่ะพี่หลีเมิ่ง พี่ชายบอกว่าอาจารย์หลีสวยมาก ไม่นึกว่าพี่หลีเมิ่งก็สวยขนาดนี้ กรรมพันธุ์บ้านพี่ดีเกินไปแล้วนะคะ"

"อื้ม ก็งั้นๆ แหละ"

"หุ่นพี่ก็ดี๊ดี ปกติคุมอาหารหรือออกกำลังกายเหรอคะ? สอนหนูบ้างสิ"

"ได้สิ"

โดนชมจนตัวลอย หลีเมิ่งเขินนิดๆ ทั้งสองแอด WeChat กัน แล้วหลีเมิ่งก็จูงมือเสิ่นเซวียนไปที่ห้องทำงาน "เจ๊ น้องสาวเสิ่นหยวน เสิ่นเซวียนมาหา"

ในห้องทำงาน หลีเสี่ยวสวมชุดลำลอง ใส่แว่นไร้กรอบกำลังอ่านหนังสือ ผมดำขลับเกล้าขึ้น ดูมีกลิ่นอายปัญญาชน

ถ้าเสิ่นหยวนอยู่ตรงนี้ คงสังเกตเห็นว่าคางเธอเรียวลงไปหน่อย แต่เสิ่นเซวียนเพิ่งเคยเจอครั้งแรก เธอแค่รู้สึกว่าพี่สะใภ้คนนี้สวย แถมดูมีความรู้

ที่สำคัญคือหน้าอกหน้าใจดูอวบอิ่มสูสีกับพี่สะใภ้เมิ่งลู่ สเปกพี่ชายชัดๆ

"พี่สะใภ้ อ่านอะไรอยู่คะ!"

เสิ่นเซวียนตีเนียนเดินเข้าไปทัก

หลีเสี่ยวเจอเสิ่นเซวียนครั้งแรก ไม่นึกว่าจะเป็นคนอัธยาศัยดีขนาดนี้ พอได้ยินคำว่า "พี่สะใภ้" ในใจก็ถอนหายใจ ความทรงจำมากมายพรั่งพรูเข้ามา

เธอเคยคิดว่าจะได้ครองคู่กับเสิ่นหยวนไปตลอดรอดฝั่ง จินตนาการไปถึงขั้นพ่อแม่สองฝ่ายมาเจอกัน แต่งงาน มีลูก ผ่านอาถรรพ์ 7 ปี สัญญา 10 ปี ลูกโต จนถึงวันฉลองครบรอบแต่งงานทองคำ

เธอวาดฝันไว้หมดแล้ว แต่พอรู้เรื่องฝางหมิ่นฮุ่ย ฝันหวานเหล่านั้นก็แตกสลายเหมือนฟองสบู่

หลีเสี่ยวเงียบไปนาน ก่อนจะพูดว่า "สวัสดีจ้ะเสิ่นเซวียน จริงๆ แล้วพี่ไม่ใช่พี่สะใภ้เธอหรอก แล้วบ้านหลังนี้ พี่กะจะคืนเสิ่นหยวน พี่กำลังหาห้องเช่าอยู่ ถ้าหาได้ก็จะย้ายออกทันที"

เสิ่นเซวียนตาโต "อ้าว? ทำไมล่ะคะ?"

"เสิ่นหยวนไม่ได้เล่าเรื่องระหว่างพี่กับเขาให้ฟังเหรอ?" หลีเสี่ยวถาม

"ไม่ได้เล่านะคะ"

เสิ่นเซวียนทำหน้าใสซื่อ "เขาบอกว่ารักพี่มาก แค่ช่วงนี้ทะเลาะกันนิดหน่อย ทำไมถึงขั้นต้องคืนบ้านกันเลยล่ะคะ?"

"เอ่อ... จริงๆ แล้วเราเลิกกันแล้วน่ะ"

หลีเสี่ยวลังเล แต่สุดท้ายก็เลือกพูดความจริง

"หา? เลิกกัน!"

เสิ่นเซวียนทำท่าตกใจเว่อร์ รีบกุมมือหลีเสี่ยวแน่น "พี่สะใภ้ ไม่ขนาดนั้นมั้งคะ แค่ทะเลาะกันเอง ถึงกับต้องเลิกเลยเหรอ?"

เสิ่นเซวียนแสดงละครเก่งมาก แต่ในใจด่าเสิ่นหยวนยับเยิน ไหนบอกปัญหาไม่ใหญ่ ไงพี่สะใภ้หลีถึงตัดบัวไม่เหลือใยขนาดนี้

ไม่ได้การละพี่ เคสนี้ต้องเพิ่มเงิน!

หลีเมิ่งมองการแสดงของเสิ่นเซวียน มุมปากกระตุกแต่ไม่พูดอะไร สมกับเป็นน้องสาวเสิ่นหยวน แอคติ้งระดับรางวัลออสการ์

ตอนแรกเธอนึกว่าเสิ่นเซวียนมาเสียเที่ยว อย่างมากก็แค่ทักทายตามมารยาท แต่ดูทรงแล้ว อาจจะมีลุ้น

"ไม่ใช่แค่ทะเลาะกันหรอกจ้ะ เรามีปัญหากันค่อนข้างใหญ่"

หลีเสี่ยวไม่ได้บอกเรื่องที่เสิ่นหยวนคบซ้อน เพราะไม่อยากทำลายภาพพจน์พี่ชายในสายตาน้องสาว

หลีเมิ่งรู้เจตนาพี่สาว ถอนหายใจในใจ เสิ่นหยวน แกแหกตาดูซะ นี่คือผู้หญิงที่แกทำร้ายจิตใจ!

ขนาดจะเลิกกันแล้ว ยังอุตส่าห์รักษาหน้าแกอีก!

จริงๆ ไม่ต้องบอก เสิ่นเซวียนก็เดาได้ ท่าทีพี่สะใภ้แข็งกร้าวขนาดนี้ แสดงว่าจับได้คาหนังคาเขาว่าพี่ชายมีกิ๊กแน่ๆ

พี่ชายนะพี่ชาย พลาดท่าซะแล้ว!

แน่นอน หลีเสี่ยวไม่พูด เสิ่นเซวียนก็แกล้งโง่ต่อไป เธอกุมมือหลีเสี่ยวแน่น "พี่สะใภ้คะ ปัญหาใหญ่แค่ไหนก็คุยกันได้ แก้ไขได้ เราอย่าเพิ่งเอ่ยคำว่าเลิกกันง่ายๆ สิคะ"

"แต่..."

หลีเสี่ยวจะพูดต่อ แต่เสิ่นเซวียนไม่เปิดช่อง "พี่สะใภ้คะ พี่ชายหนูบอกว่าเขาจริงจังกับพี่มาก แถมยังบอกพ่อกับแม่เรื่องพี่แล้วด้วย"

"พ่อกับแม่ก็เห็นดีเห็นงามด้วย พี่เป็นครู นิสัยก็ดี อ่อนโยนเรียบร้อย พวกท่านพูดถึงพี่ตลอด ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ชายหนูงานยุ่งป่านนี้คงนัดสองครอบครัวกินข้าวกันไปแล้ว"

"ถึงพ่อแม่จะยังไม่เคยเจอพี่ แต่ดูรูปแล้วท่านก็เหมาเอาว่าพี่เป็นลูกสะใภ้ไปแล้วค่ะ"

เสิ่นเซวียนพูดจาฉะฉาน คอมโบชุดนี้ทำเอาหลีเสี่ยวมึนตึ้บ

สรุปมันยังไงกันแน่? เสิ่นหยวนไปบอกพ่อแม่ตอนไหน? เธอบล็อก WeChat เขาไปแล้ว เขาดูไม่ออกเหรอว่าเธอจะไปจากเขา?

"เดี๋ยวนะคะพี่สะใภ้ ยังมีของขวัญที่พ่อแม่หนูเลือกให้พี่ด้วย ฝากหนูเอามาให้วันนี้โดยเฉพาะเลย"

เสิ่นเซวียนวิ่งไปที่ห้องรับแขก สักพักก็หิ้วถุง 4 ใบเข้ามา "ดูสิคะ นี่กระเป๋าแอร์เมส กับน้ำหอม DIOR ที่พ่อแม่ซื้อให้ แล้วก็อันนี้ สร้อยคอ LV..."

หลีเมิ่งเห็นลูกเล่นของเสิ่นเซวียนแล้วยอมใจ เมื่อกี้บอกว่าเสิ่นหยวนซื้อ พออยู่ต่อหน้าพี่สาวบอกว่าพ่อแม่ซื้อ

'ร้ายกาจ เสิ่นหยวนไม่เพียงใช้วิธีเข้าทางอ้อม แต่ยังมีน้องสาวที่เจ้าเล่ห์แสนกลอีกต่างหาก'

หลีเมิ่งคิดในใจ ตอนแรกนึกว่าเสิ่นเซวียนมาเสียเที่ยว แต่ดูสีหน้าพี่สาวแล้ว ถ่านไฟเก่าคุแน่ๆ

ก็ตามคาด คำพูดเมื่อครู่ บวกกับทัศนคติพ่อแม่เสิ่นหยวน และของขวัญกองนี้ หลีเสี่ยวเริ่มใจอ่อน "ขอบคุณคุณลุงคุณป้ามากจ้ะ แต่ของพวกนี้..."

เสิ่นเซวียนไม่รอให้ปฏิเสธ ชิงพูดก่อน "ของพวกนี้พี่สะใภ้ต้องรับไว้นะคะ ใบเสร็จกับป้ายราคาหนูทิ้งไปหมดแล้ว คืนไม่ได้แล้วค่ะ"

เสิ่นเซวียนปิดประตูตีแมว

จริงๆ วันนี้เธอรูดของขวัญไปแสนกว่าหยวน ใช้บัตรเฉินน่ารูดทั้งนั้น

ใช้บัตรพี่สะใภ้นาซื้อของให้พี่สะใภ้หลี มันจะดีเหรอ?

คิดแล้วเสิ่นเซวียนก็รู้สึกผิดนิดๆ

ไม่ได้สิ ยอดนี้จะให้พี่สะใภ้นาจ่ายได้ไง ต้องไปเบิกกับพี่ชาย!

แน่นอน พี่สะใภ้นารวยไม่แคร์เงิน งั้นเงินพวกนี้ให้นักเรียนยากจนอย่างเธอเก็บรักษาไว้แทนละกัน

เสิ่นเซวียนคิดอย่างมุ่งมั่น

ได้ยินเสิ่นเซวียนพูดแบบนี้ หลีเสี่ยวก็ยังลังเล แต่เสิ่นเซวียนแกะของขวัญออกมาหมดแล้ว หยิบมาทาบตัวทีละชิ้น

"พี่สะใภ้คะ กระเป๋าสีขาวใบนี้เข้ากับบุคลิกพี่มากเลย"

"สร้อยเส้นนี้ดีไซน์เรียบหรู เหมาะกับพี่สุดๆ"

"ลองน้ำหอมกลิ่นนี้ดูสิคะ หอมมาก"

"ว้าว พี่สะใภ้ หุ่นพี่ดีจัง ผิวก็ข๊าวขาว ใช้อะไรบำรุงคะเนี่ย?"

"พี่สะใภ้คะ พี่ชายบอกว่าพี่ทำกับข้าวอร่อยมาก เที่ยงนี้ขอฝากท้องกินฝีมือพี่ได้ไหมคะ?"

"..."

เจอพายุคำชมเข้าไป บวกกับลูกอ้อนขอข้าวกิน หลีเมิ่งมองจนขนลุก

หลีเสี่ยวเองก็ปฏิเสธเด็กสาวน่ารักคนนี้ไม่ลง โดนรุกหนักขนาดนี้ เผลอแป๊บเดียวก็ตกหลุมพรางไปเรียบร้อย

หลีเสี่ยวคงไม่รู้ตัวหรอกว่า ตอนแรกเธอก็ตกหลุมพรางเสิ่นหยวนแบบนี้แหละ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 360 - ลูกไม้แพรวพราวไม่ได้มีแค่พี่ชายที่ทำเป็น

คัดลอกลิงก์แล้ว