- หน้าแรก
- ผมจะเปย์สาวคนไหนก็ได้ ในเมื่อระบบฮาเร็มผมคืนเงินให้สามเท่า
- บทที่ 340 - ความลับแตก
บทที่ 340 - ความลับแตก
บทที่ 340 - ความลับแตก
บทที่ 340 - ความลับแตก
"หิวจริงๆ ค่ะ อยากกินมื้อใหญ่แล้ว"
หลิวเมิ่งลู่ยังคงรบเร้า วงแขนรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ
เสิ่นหยวนเลิกคิ้ว "มื้อใหญ่ที่ว่านี่ กินแบบปกติหรือเปล่า?"
"สามีขา~ ไม่ใช่แค่เรื่องปกติหรือไม่ปกตินะคะ~"
น้ำเสียงของหลิวเมิ่งลู่ออดอ้อนอ่อนหวาน ทุกถ้อยคำแฝงความนัย "จริงๆ แล้วคนเขามีความหมายแฝงสองชั้นต่างหาก"
"สองชั้นยังไง?"
เสิ่นหยวนถามอย่างสนใจ
แก้มของหลิวเมิ่งลู่แดงระเรื่อทันที "ชั้นแรกคือกินสามี อีกชั้นคือกิน... ของสามี"
เสิ่นหยวนกลั้นขำ "สรุปคือไม่ได้จะกินข้าวดีๆ สินะ?"
"สำหรับฉัน นี่แหละค่ะคือมื้อใหญ่ที่ถูกต้อง"
มือไม้ของหลิวเมิ่งลู่เริ่มซุกซนอีกครั้ง เหมือนผู้ลี้ภัยที่อดอยากมานานจู่ๆ ก็มาเจอโต๊ะอาหารฮ่องเต้ น้ำลายสอเต็มปาก
"หิวขนาดนั้นเลย?"
"อื้ม เห็นคุณแล้วมันหิว จะทำยังไงดีคะ?"
หลิวเมิ่งลู่พูดเสียงกระเส่า กัดฟันบิดเอวเบียดเข้าหา
เสิ่นหยวนสูดปาก ด้วยการกระตุ้นสองทางแบบนี้ ความคาดหวังพุ่งทะยานถึงขีดสุด
เขาสงสัยเหลือเกินว่าชุดของหลิวเมิ่งลู่ทำจากผ้าอะไร ทำไมสัมผัสมันถึงได้ลื่นมือขนาดนี้
ในขณะเดียวกัน มือของหลิวเมิ่งลู่เหมือนงูตัวน้อย เลื้อยไปทั่วตัวเขา และมักจะหยุดอ้อยอิ่งในจุดที่ไม่ควรหยุด
เสิ่นหยวนหรี่ตา เงยหน้าขึ้นอย่างผ่อนคลาย "นังตัวดี วันนี้ได้ถวายตัวคนเดียว ได้ใจใหญ่เลยนะ?"
"ได้ใจจนเสียทรงแล้วค่ะ"
หลิวเมิ่งลู่ยังคงเบียดกระแซะ กระซิบข้างหูพร้อมลมหายใจอุ่นร้อน "เป็นไงคะสามี รู้สึกแล้วใช่ไหม?"
"ร่านจริงๆ!"
เสิ่นหยวนปากด่า แต่ร่างกายตอบสนองอย่างซื่อสัตย์
หลิวเมิ่งลู่ไม่ถือสาคำเรียกนี้ เธอกลับมองว่ามันเพิ่มรสชาติ ทำให้ตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม... ใช่ค่ะ ฉันเป็นคนร่านของสามีคนเดียว~
"สามีขา เมื่อวานคุณไม่พาฉันไปเซ่าเซี่ยน ฉันเสียใจมากเลยนะ"
หลิวเมิ่งลู่ออดอ้อน
"ถ้าเมื่อวานพาเธอไป วันนี้เธอก็คงไม่ได้โอกาสถวายตัวคนเดียวแบบนี้หรอก เรียกว่าโชคร้ายกลายเป็นดีต่างหาก"
"ฮึ! คุณก็ดีแต่หลอกฉัน มันคนละเรื่องกันชัดๆ"
หลิวเมิ่งลู่บิดตัวไปมา มือไม้ยิ่งกล้ากว่าเดิม "วันนี้ฉันเป็นคนไฟต์มาเองนะ แล้วคุณไม่สังเกตเหรอ เราไม่ได้อยู่ด้วยกันสองต่อสองแบบนี้นานแล้วนะ"
เสิ่นหยวนครางในลำคออย่างสุขสม "อืม... เธอถือสาที่ต้องอยู่กับพวกนั้นเหรอ?"
"คนเยอะก็สนุกแบบคนเยอะ สองคนก็มีความสุขแบบสองคน ฉันเหมือนไม่ได้กอดคุณแบบนี้มานานมาก ตั้งแต่ช่วงเข้าฟิตเนสใหม่ๆ ก็สองเดือนกว่าแล้วมั้ง"
หลิวเมิ่งลู่ค่อยๆ หลับตาลง จมดิ่งสู่ความทรงจำ นึกถึงห้องสวีทระยะยาวที่โรงแรมจวินเยว่ นึกถึงเตียงนอนผ้าปูสีขาว นึกถึง...
ความทรงจำเหล่านี้ถาโถมเข้าใส่ประสาทสัมผัส โดยไม่รู้ตัว ร่างกายของเธอก็เกิดการเปลี่ยนแปลงเงียบๆ...
เสิ่นหยวนสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลง การเคลื่อนไหวของเธอนุ่มนวลช้าลง ลมหายใจเริ่มติดขัด ฝ่ามืออ่อนนุ่มลง
ทั้งที่เสิ่นหยวนยังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลย
"คิดอะไรอยู่?"
เสิ่นหยวนกระซิบถาม
"คิดถึงทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับคุณ"
หลิวเมิ่งลู่พึมพำ "เมื่อวานหลังจากวิดีโอคอลหาพวกคุณเสร็จ รู้ไหมคะว่าฉันไปไหน?"
"ที่ไหน?"
"ไปห้องเช่าของจิ้งหาญกับเล่ยเล่ยค่ะ เพราะยัยเล่ยเล่ยขี้ลืมชอบลืมกุญแจ กลัวว่ากลับมาแล้วไม่เจอจิ้งหาญ เลยฝากกุญแจสำรองไว้ที่ฉันดอกนึง"
หลิวเมิ่งลู่เขย่งเท้า ขบเม้มติ่งหูเสิ่นหยวนพลางเล่า "ฉันเข้าไปแล้ว ก็ตรงดิ่งไปที่ห้องของจิ้งหาญทันที รู้ไหมคะว่าทำไม?"
"ทำไม?"
"เพราะน้องจิ้งหาญมีของเล่นเก็บไว้น่ะสิ... คุณคงไม่รู้สินะ? ฉันบังเอิญไปเจอเข้า วันนี้เลยถือโอกาสตอนเธอไม่อยู่ แอบเอามาลองใช้ดู"
เสิ่นหยวนถาม "ถ้าชอบก็ซื้อเองสิ จะไปใช้ของคนอื่นทำไม"
"ซื้อเองมันไม่ตื่นเต้นนี่คะ"
"อ้อ"
เสิ่นหยวนเพิ่งนึกได้ถึงรสนิยมของเธอ การเล่นของคนอื่นมักเร้าใจกว่า เหมือนคราวนั้น...
"ถึงของเล่นพวกนั้นจะ..."
พูดถึงตรงนี้ หลิวเมิ่งลู่ก็...
เสิ่นหยวนทนไม่ไหว หันกลับไปมอง
วันนี้หลิวเมิ่งลู่คาดผมสีขาว มัดผมหางม้าต่ำ หน้าม้าปรกข้างแก้ม ใบหน้าสวยหวานแดงก่ำไปทั้งแถบ
ภายใต้ลำคอระหง คือทิวทัศน์อันไร้ขีดจำกัด
วันนี้เธอใส่เสื้อเกาะอกสีเทา คอกว้างเผยให้เห็นเนินอกและหัวไหล่เนียน
มองต่ำลงไปอีก คือร่องลึกท่ามกลางภูเขา และเอวคอดกิ่วที่น่าทะนุถนอม
หลิวเมิ่งลู่ช้อนตามองตาฉ่ำเยิ้ม รวบรวมความกล้าเฮือกสุดท้าย "สามีขา วันนี้... วันนี้ขอ..."
"โลภมากจริงนะ?"
เสิ่นหยวนรวบเอวบาง สัมผัสความยืดหยุ่นที่น่าทึ่ง "แล้วถ้าเฉียวเล่ยจะมาคืนนี้ล่ะ?"
"สามี ฉันไม่อยากให้นางมา"
หลิวเมิ่งลู่ทำหน้าอ้อนวอน แววตาเต็มไปด้วยความไม่ยินยอม
"ล้อเล่นน่า"
หลิวเมิ่งลู่โอบรอบคอเสิ่นหยวน สีหน้าเคลิบเคลิ้ม ดวงตาค่อยๆ ปิดลง
เสิ่นหยวนยังไม่พอใจ ปล่อยมือข้างหนึ่ง...
"สามี... ฉันมันไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ"
ดวงตาของหลิวเมิ่งลู่ฉ่ำวาวเหมือนจะมีน้ำหยดออกมา แก้มและหน้าอกแดงกว่าเมื่อกี้อีกหลายเฉด
เข่าอ่อนจนยืนไม่อยู่ ถ้าเสิ่นหยวนไม่ประคองไว้ คงลงไปกองกับพื้นแล้ว
ทั้งคู่ย้ายสมรภูมิจากห้องรับแขกไปห้องสปา จากห้องสปาไปห้องอีสปอร์ตและโซนฟิตเนสชั้นใต้ดิน สุดท้ายไปจบศึกที่ห้องนอนเสิ่นหยวน
หกโมงเย็น จี้หย่ากลับมาถึงวิลล่าหลังจากพาพ่อแม่หลงจิ้งหาญไปซื้อบ้านซื้อรถเสร็จ
กำลังจะวางกระเป๋าพักเหนื่อย จู่ๆ ก็สะดุดเกือบล้ม จี้หย่าลูบอกด้วยความตกใจ ก้มมองพื้น
"เฮ้อ... พรุ่งนี้คงต้องเรียกแม่บ้านมาทำความสะอาดอีกแล้วสินะ"
จี้หย่ามองคราบน้ำบนพื้น ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากชั้นสอง ก็เข้าใจสถานการณ์ทันที ได้แต่ส่ายหน้าอย่างปลงๆ
แต่ตอนนี้หกโมงแล้ว สองคนข้างบนคงยังไม่ได้กินมื้อเย็น ต้องเตรียมอาหารก่อน
"เป็นผู้ช่วยนี่มันน่าสงสารจริงๆ... เจ้านายมีความสุขอยู่ข้างบน ตัวเองนอกจากจะไม่ได้เสพสุขด้วยแล้ว ยังต้องมาคอยห่วงว่าเขาจะหิวไหม"
"แฟนตัวจริงยังไม่รู้ใจขนาดนี้เลยมั้ง?"
ข้างบน สองคนเสร็จกิจหลังผ่านไป 30 นาที หลิวเมิ่งลู่ซบลงในอ้อมกอดเสิ่นหยวนอย่างพึงพอใจ กดวิดีโอคอลหาเฉียวเล่ย
"โทรหาทำไม?" เสิ่นหยวนถาม
"ฮิๆ เดี๋ยวคุณก็รู้"
หลิวเมิ่งลู่อมพยิม ไม่นานปลายสายก็กดรับ เฉียวเล่ยกำลังกินข้าวนอกบ้าน ทำหน้ามุ่ย "มีอะไรยัยหลิวเมิ่งลู่ โทรมาทำไม"
หลิวเมิ่งลู่ยิ้มไม่ถือสา "เปล่า แค่อยากโทรมาคุยด้วยเฉยๆ"
"ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับเธอหรอกนะ อย่าคิดว่าฉันเหมือนพี่จิ้งหาญที่ต้องคอยดูสีหน้าเธอ"
เฉียวเล่ยไม่เงยหน้ามอง ตั้งหน้าตั้งตากินข้าว
หลิวเมิ่งลู่ถามเนิบๆ "มื้อเย็นกินอะไรน่ะ?"
"หม่าล่าทั่งแต่ร้านนี้รสชาติงั้นๆ สู้ร้านอาหารพื้นเมืองที่กินกับเสิ่นหยวนเมื่อกลางวันไม่ได้เลย"
คุยไปคุยมา เฉียวเล่ยก็วกเข้าเรื่องนี้ เพราะมื้อเที่ยงหลิวเมิ่งลู่ไม่ได้ไปด้วย
เธอกับหลิวเมิ่งลู่ไม่ได้ทะเลาะกันใหญ่โต แต่ชอบหาเรื่องจิกกัดให้ฝ่ายตรงข้ามหงุดหงิดเล่น
"อย่างนั้นเหรอ แล้วทำไมมื้อเย็นไม่กินกับเสิ่นหยวนล่ะ?"
หลิวเมิ่งลู่จงใจถาม
"อยู่ด้วยกันทั้งวันไม่เบื่อแย่เหรอ..."
พูดถึงตรงนี้ เฉียวเล่ยเริ่มรู้สึกแปลกๆ เพราะปกติถ้าเธออวดนิดหน่อย หลิวเมิ่งลู่ต้องแซะกลับแล้ว แต่วันนี้กลับนิ่งเฉย
เฉียวเล่ยเงยหน้ามองจอ วิดีโอเห็นแค่คอขึ้นไป แต่ดูจากพื้นหลัง เห็นชัดเลยว่านอนอยู่บนเตียง
"ทำไมวันนี้นอนเร็วจัง... เอ๊ะ? เธอหนุนแขนใคร นี่มัน... นี่มันเตียงบ้านเสิ่นหยวนนี่นา!"
เฉียวเล่ยลุกพรวด "หลิวเมิ่งลู่! เธอไปบ้านเสิ่นหยวนตั้งแต่เมื่อไหร่!"
หลิวเมิ่งลู่ยิ้มอย่างผู้ชนะ "ฉันจะมาเมื่อไหร่ต้องรายงานเธอด้วยเหรอ เมื่อวานพวกเธอไปเซ่าเซี่ยนยังไม่บอกฉันเลย"
เฉียวเล่ยกัดฟันกรอด "ดีนะหลิวเมิ่งลู่ จงใจโทรมาเยาะเย้ยฉันใช่ไหม ฝากไว้ก่อนเถอะ!"
"ไม่ต้องฝากหรอก คืนนี้เสิ่นหยวนเป็นของฉันคนเดียว"
"ฮึ!"
เฉียวเล่ยของขึ้น "ไม่สน! ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ จะไปพังโลกสองคนของพวกเธอ!"
"พวกเธอสองคนหยุดสักทีเถอะ"
เสิ่นหยวนถอนหายใจ แล้วพูดใส่กล้อง "เฉียวเล่ย คืนนี้ไม่ต้องมาแล้ว เมื่อคืนกับเมื่อเช้ายังไม่อิ่มอีกหรือไง?"
"ส่วนเธอ หลิวเมิ่งลู่ วันๆ ไม่ทำห่าอะไร จ้องแต่จะทะเลาะกับเฉียวเล่ย เธอเป็นพี่ หัดยอมน้องบ้างไม่ได้หรือไง?"
เจอสถานการณ์แบบนี้ เสิ่นหยวนต้องตีให้เจ็บทั้งคู่
ปัญหานี้แก้ไม่หาย ตราบใดที่ฮาเร็มของเสิ่นหยวนยังอยู่ สองคนนี้ไม่มีทางเลิกตีกัน
"รับทราบค่าสามี เค้าผิดไปแล้ว~"
"ขอโทษนะน้องเฉียวเล่ย กินหม่าล่าทั่งต่อเถอะ วันนี้พี่ผิดเอง"
หลิวเมิ่งลู่ได้กำไรแล้วก็รีบถอย ไม่เปิดช่องให้เฉียวเล่ยสวนกลับ เตรียมจะวางสาย
แต่เฉียวเล่ยไม่ใช่คนยอมคนง่ายๆ เธอไม่ยอมแพ้ แกล้งพูดเสียงเรียบ:
"ไม่รู้บางคนจะดีใจอะไรนักหนา ตอนนี้ไม่ใช่เธอคนเดียวนะที่มีรถมีบ้าน ฉันกับพี่จิ้งหาญก็ได้บ้านแล้วเหมือนกัน ต่อไปสถานะเราเท่าเทียมกัน"
หลิวเมิ่งลู่ชะงัก รอยยิ้มบนหน้าค่อยๆ แข็งค้าง มิน่าล่ะเสิ่นหยวนถึงกลับมาซะบ่าย ที่แท้ไปซื้อบ้านให้สองคนนี้
ถึงตัวเองจะเป็นนกน้อยในกรงทองเหมือนกัน แต่โดนแซงหน้าแบบนี้มันก็น่าหงุดหงิด
แต่ด้วยความเก๋า หลิวเมิ่งลู่ดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็ว ยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น:
"เสิ่นหยวนใจป้ำอยู่แล้ว ต้องซื้อบ้านให้พวกเธอแน่นอน แต่น่าเสียดายนะ ฝีมือขับรถพวกเธอยังไม่ถึงขั้น เรื่องซื้อรถคงต้องรอไปก่อน"
หลิวเมิ่งลู่อวดรถ Porsche 911 ของตัวเองทางอ้อม เสิ่นหยวนส่ายหน้า ลุกจากเตียงลงไปหาอะไรกิน
ปล่อยพวกนางตีกันไปเถอะ ขี้เกียจยุ่งแล้ว!
ฝีมือทำอาหารของจี้หย่าดีวันดีคืน ทำกับข้าวพื้นบ้านง่ายๆ สองสามอย่าง ระหว่างกินข้าว เสิ่นหยวนให้จี้หย่าจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมไปเซี่ยงไฮ้วันมะรืน
ในขณะเดียวกัน หลีเสี่ยวกำลังเดินตรวจหอพัก ตามปกติอาจารย์ที่ปรึกษาไม่ต้องตรวจทุกวัน แต่เพราะเพิ่งเปิดเทอม หลีเสี่ยวต้องเช็คให้ชัวร์ว่านักเรียนทุกคนกลับมาแล้ว
เธอเดินตรวจหอหญิงทีละห้อง เรียบร้อยดีทุกห้อง จนมาถึงห้องของฝางหมิ่นฮุ่ย จู่ๆ หัวใจเธอก็เต้นรัว
ก่อนหน้านี้ เธอเชื่อใจเสิ่นหยวนร้อยเปอร์เซ็นต์
เสิ่นหยวนดีกับเธอมาก ไปเจอพ่อแม่ ซื้อรถซื้อบ้านให้ ความรักของทั้งคู่ราบรื่นมาตลอด ดูเหมือนจะมุ่งหน้าสู่การแต่งงาน
ระหว่างทางอาจมีสะดุดบ้าง อย่างเรื่องอาบอบนวด แต่เสิ่นหยวนก็พิสูจน์ตัวเองได้เร็วมาก
"ช่างมันเถอะมั้ง? เรื่องข่าวลือลมๆ แล้งๆ ไม่เห็นต้องเก็บมาใส่ใจ คนในบอร์ดก็มั่วไปเรื่อย"
หลีเสี่ยวลังเล ตอนนี้เสิ่นหยวนเป็นคนดัง มีข่าวลือบ้างก็เรื่องปกติ จำเป็นต้องไปจริงจังขนาดนั้นเลยเหรอ?
แต่ถ้าเช็คให้แน่ใจแล้วยกภูเขาออกจากอก ก็คงไม่ผิดอะไรมั้ง?
หลีเสี่ยวสูดหายใจลึก เคาะประตูเดินเข้าไปในห้อง กวาดตามองรอบๆ แต่ไม่เห็นเงาของฝางหมิ่นฮุ่ย
เฉินหลิงเห็นหลีเสี่ยวก็ลุกขึ้นยืน "อาจารย์หลี สวัสดีค่ะ"
"จ้ะ เป็นไงบ้าง เปิดเทอมสองวันปรับตัวได้หรือยัง?" หลีเสี่ยวถามยิ้มแย้ม
"ปรับตัวได้สิคะ อยู่ปี 4 แล้วนะ"
เฉินหลิงตอบยิ้มๆ
"ก็ดีแล้ว ฝางหมิ่นฮุ่ยไม่อยู่เหรอ?"
"หมิ่นฮุ่ยเหรอคะ... เธอออกไปเที่ยวค่ะ ดึกๆ ถึงจะกลับ"
เฉินหลิงรู้ว่าฝางหมิ่นฮุ่ยย้ายออกไปแล้ว แต่ไม่ได้ทำเรื่องย้ายออกอย่างเป็นทางการ เลยแก้ตัวให้
"อ้อ อย่างนี้นี่เอง..."
หลีเสี่ยวลังเลนิดหนึ่ง ก่อนจะยิ้มถาม "ความสัมพันธ์ของเธอกับเสิ่นหยวนดีใช่ไหม ครูดีใจนะที่มีคู่รักเกิดขึ้นในห้องเรา"
ตอนพูด หลีเสี่ยวตัวเกร็ง จ้องมองเฉินหลิงอย่างลุ้นระทึก กลัวจะได้ยินคำตอบที่ไม่อยากได้ยิน
เฉินหลิงอึ้งไปวินาทีหนึ่ง ก่อนจะยิ้มตอบ "อาจารย์หลีรู้แล้วเหรอคะ? สองคนนั้นยังไม่เปิดตัวเลยนะเนี่ย"
"ยังไม่เปิดตัว..."
ได้ยินคำนี้ หลีเสี่ยวรู้สึกหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ แขนขาชาไปหมด "พะ... พวกเขาคบกันนานหรือยัง ทำไมไม่เปิดตัวล่ะ?"
"น่าจะตั้งแต่ปลายเทอมที่แล้วมั้งคะ รายละเอียดหนูไม่ค่อยรู้... เอ๊ะ อาจารย์หลี เป็นอะไรไปคะ?"
เฉินหลิงรีบเข้าไปประคองหลีเสี่ยวที่กำลังจะทรุดลงกับพื้น ตะโกนเรียกเพื่อน "มาช่วยกันหน่อย!"
เพื่อนในห้องอีกสองคนรีบเข้ามาช่วยประคองหลีเสี่ยวที่หน้าซีดเผือด เฉินหลิงถามด้วยความเป็นห่วง "อาจารย์หลี เป็นอะไรคะ? ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?"
พวกเธอรู้สึกว่าตัวหลีเสี่ยวเบาหวิว ปล่อยมือเมื่อไหร่คงล้มเมื่อนั้น เลยต้องประคองไปนั่งที่เตียง
ผ่านไปพักใหญ่ หลีเสี่ยวถึงเงยหน้าที่ซีดเซียวขึ้นมา "ไม่เป็นไรจ้ะ ครู... ครูอาจจะแค่น้ำตาลตก มื้อเย็นยังไม่ได้กินน่ะ"
"อาจารย์หลี ที่ห้องมีขนมกับช็อกโกแลต เดี๋ยวหนูไปหยิบมาให้ค่ะ"
นักศึกษาคนหนึ่งรีบวิ่งไปหยิบ
เฉินหลิงมองด้วยความเป็นห่วง อาจารย์หลีสวยและใจดี ดูแลพวกเธอดีมาตลอดสามปี เป็นคนคุยง่าย พวกเธอรักและเคารพมาก
"อาจารย์หลีคะ อย่าหักโหมงานเกินไปนะคะ พวกหนูปี 4 แล้ว โตๆ กันแล้ว รู้จักดูแลตัวเอง อาจารย์ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ"
"อืม จ้ะ"
หลีเสี่ยวยิ้มขมขื่น รู้สึกแน่นหน้าอกจนหายใจไม่ออก อยากออกไปสูดอากาศข้างนอก
กินช็อกโกแลตที่นักศึกษาเอามาให้ หลีเสี่ยวรู้สึกว่าพอเดินไหว ปฏิเสธความหวังดีของนักศึกษาที่จะเดินไปส่ง เดินออกจากมหา'ลัยเหมือนซอมบี้ไร้วิญญาณ
คืนกลางฤดูร้อน ลมพัดเอื่อยๆ เย็นสบาย แต่หลีเสี่ยวกลับรู้สึกหนาวเหน็บถึงขั้วหัวใจ
ฝนตกปรอยๆ ลงมาเมื่อไหร่ไม่รู้ หยดน้ำเย็นเฉียบเหมือนเข็มทิ่มแทงร่างกาย หลีเสี่ยวกอดอก แหงนหน้ามองสายฝนที่โปรยปราย รู้สึกแน่นหน้าอกจนหายใจแทบไม่ออก
"เสิ่นหยวน เธอหลอกฉันมานานแค่ไหนแล้ว?"
ในขณะเดียวกัน เฉินหลิงกำลังคุยโทรศัพท์กับฝางหมิ่นฮุ่ยในหอพัก ทั้งคู่ชอบเม้าท์มอยกันเป็นประจำ ไม่มีเรื่องอะไรสำคัญ แค่คุยเรื่องสัพเพเหระ
เฉินหลิงพูดอย่างอิจฉา "เธอนี่ดีจัง ได้อยู่บ้านหลังใหญ่ทุกวัน ฉันต้องทนนอนหอพักรูหนู"
ปลายสาย ฝางหมิ่นฮุ่ยหัวเราะคิกคัก "เธอก็มาอยู่กับฉันสิ ที่นี่ยังขาดแม่บ้านกับแม่ครัวอยู่พอดี"
"ฝันไปเถอะ ไปแล้วต้องเป็นคนใช้แถมยังต้องเป็นไม้กันหมา ขาดทุนย่อยยับ... อ้อจริงสิ จะบอกว่า วันนี้อาจารย์หลีมาตรวจหอด้วยนะ"
"อื้ม แล้วไง?"
"ฉันบอกว่าเธอออกไปเที่ยว เดี๋ยวก็กลับ อาจารย์หลีไม่ถามมาก แต่ดันพูดถึงเรื่องเธอกับเสิ่นหยวน ไม่นึกว่ากระทู้ในบอร์ดจะดังจนอาจารย์รู้กันหมดแล้ว"
เฉินหลิงเล่า
"กระทู้เยอะขนาดนั้น อาจารย์หลีเห็นก็ไม่แปลกหรอก" ฝางหมิ่นฮุ่ยตอบ
"แต่อาจารย์เขาเป็นโรคน้ำตาลตก พอฟังเรื่องเธอกับเสิ่นหยวนจบ ก็เกือบจะเป็นลมล้มพับไปเลย ดีนะที่ฉันรับทัน"
เฉินหลิงเล่าต่ออย่างไม่ใส่ใจ "อาจารย์หลีทุ่มเทกับงานเกินไป ข้าวเย็นก็ไม่กินมาตรวจหอ เห็นแล้วสงสาร แถมยังไม่ยอมให้พวกเราไปส่งอีก"
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง "หลิงหลิง เมื่อกี้เธอพูดว่าไงนะ?"
"บอกว่าอาจารย์หลีทุ่มเทกับงานเกินไปไง..."
"ไม่ใช่"
ฝางหมิ่นฮุ่ยแย้ง "ประโยคก่อนหน้านั้น ที่บอกว่าน้ำตาลตก"
เฉินหลิงงงๆ แต่ก็ทวนให้ฟัง "พอฟังเรื่องเธอกับเสิ่นหยวนจบ ก็เกือบจะเป็นลม..."
"พวกเธอคุยเรื่องของฉันยังไง?"
"อาจารย์หลีเป็นคนเริ่มก่อน ถามว่าเธอกับเสิ่นหยวน..."
เฉินหลิงเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังอย่างละเอียด แต่ปลายสายเงียบไปนาน จนเธออดถามไม่ได้ "เป็นไรไปหมิ่นฮุ่ย ทำไมเงียบไปล่ะ?"
[จบแล้ว]