เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 90 - การอวดรวยที่ดูโลว์คลาสชะมัด

บทที่ 90 - การอวดรวยที่ดูโลว์คลาสชะมัด

บทที่ 90 - การอวดรวยที่ดูโลว์คลาสชะมัด


บทที่ 90 - การอวดรวยที่ดูโลว์คลาสชะมัด

"แม่คะ อีกสิบกว่านาทีหนูจะลงทางด่วนแล้ว พ่ออยู่โรงพยาบาลไหนคะ"

เฉินน่าขับรถฮอนด้าแจ๊สคันเล็กมุ่งหน้าสู่อำเภอหลิงด้วยความร้อนใจ

พอคิดถึงพ่อที่นอนป่วยอยู่บนเตียง หัวใจเธอก็ร้อนรุ่มกระวนกระวาย เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

รู้งี้เธอน่าจะยอมกลับมาดูตัวให้จบ ๆ ไป ถึงจะไม่ตกลงปลงใจ อย่างน้อยได้กลับมาเห็นหน้าพ่อแม่ ท่านคงสบายใจขึ้น แถมเธอยังจะได้คอยเตือนพ่อเรื่องดื่มเหล้าด้วย ปกติเฉินหย่งเสียงพ่อของเธอจะค่อนข้างเชื่อฟังเธอ

"นาน่า แวะเข้าบ้านก่อนลูก"

เสียงของแม่ อวี๋ซูเฟิน ดังมาจากบลูทูธรถยนต์

"อ้าว? ไม่ได้อยู่โรงพยาบาลเหรอคะ"

เฉินน่าแปลกใจ

"กลับมาบ้านก่อน เดี๋ยวค่อยคุยกัน แม่กับพ่ออยู่ที่บ้าน"

"เอ่อ... ก็ได้ค่ะ"

เฉินน่าชะงักไปนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้คิดมาก บางทีพ่ออาจจะอาการไม่หนัก นอนโรงพยาบาลคืนเดียวหมอก็ให้กลับบ้านได้แล้วมั้ง

เฉินน่าปลอบใจตัวเอง อีกยี่สิบห้านาทีต่อมา เธอก็ขับรถมาถึงหน้าบ้าน

บ้านของเธออยู่ในชุมชนเก่าแห่งหนึ่งในอำเภอหลิง พ่อแม่ซื้อไว้ตั้งแต่ปี 2006 ตอนนั้นราคาบ้านยังถูก ยิ่งเป็นอำเภอเล็ก ๆ แบบนี้ด้วย

บ้านนี้ถือว่าดูดีมากในสมัยปี 2006 แต่พออสังหาริมทรัพย์พัฒนาไปไกล เทียบกับโครงการใหม่ ๆ สมัยนี้ ที่นี่ก็ดูทรุดโทรมลงถนัดตา

สาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกแย่มาก ไม่ต้องพูดถึงเรื่องแยกทางเดินรถกับคนเดินเท้า แค่ลิฟต์หรือสวนหย่อมก็ไม่มี บ้านเธออยู่ชั้น 7 ต้องเดินขึ้นบันได 7 ชั้นทุกวัน

ขณะที่ราคาบ้านพุ่งสูงขึ้น รายได้ของพ่อแม่เธอกลับย่ำอยู่กับที่ หลังเกษียณจากโรงงาน ทั้งคู่ก็เปิดร้านชำเล็ก ๆ กำไรน้อยนิด แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะซื้อบ้านใหม่

เฉินน่าอยากจะซื้อบ้านใหม่ให้พ่อแม่มาตลอด แต่ลำพังเงินเก็บปีละ 3-4 หมื่นหยวน แค่เงินดาวน์ยังยากเลย

"ก๊อก ๆ"

เฉินน่าคิดอะไรเพลิน ๆ จนเดินขึ้นมาถึงชั้น 7 เผลอยกมือเคาะประตู ลืมไปว่ารีบจนลืมหยิบกุญแจบ้านออกมา

"นาน่ากลับมาแล้ว!"

เสียงคุ้นหูของแม่อวี๋ซูเฟินดังมาจากในห้อง แต่น้ำเสียงฟังดูแปลก ๆ พ่อป่วยไม่ใช่เหรอ ทำไมเสียงแม่ดูร่าเริงตื่นเต้นชอบกล?

วินาทีต่อมา ประตูเปิดออก อวี๋ซูเฟินยิ้มร่าดึงตัวเฉินน่าไปหลบมุม "นาน่า แม่มีเรื่องจะบอก"

"????"

"แม่? ไหนบอกว่าพ่อเส้นเลือดในสมองแตกไงคะ"

เฉินน่ารู้สึกทะแม่ง ๆ ชะโงกหน้ามองเข้าไปในห้อง เห็นเฉินหย่งเสียงผู้เป็นพ่อนั่งคุยกับแขกอย่างออกรส แข็งแรงปึ๋งปั๋งไม่มีวี่แววคนป่วยสักนิด

ในห้องมีแขกสองคน คนหนึ่งคือน้าสะใภ้ อีกคนเป็นผู้ชายวัยรุ่นหน้าตาไม่คุ้น

เฉินน่าถึงบางอ้อ มิน่าล่ะเมื่อคืนถึงห้ามไม่ให้กลับ แถมยังบอกให้มาที่บ้านเลย ที่แท้เรื่องพ่อป่วยก็เป็นแค่เรื่องโกหก แผนลวงให้เธอกลับมาดูตัวนี่เอง

และผู้ชายคนนั้นก็คงเป็นคู่ดูตัวของเธอ

อวี๋ซูเฟินทำหน้าเจื่อน ๆ "นาน่า พ่อกับแม่ไม่ได้ตั้งใจจะหลอกลูกนะ แต่ลูกก็อายุไม่น้อยแล้ว เดือนหน้าจะ 27 แล้วนะ แฟนก็ยังไม่มี ดูเสี่ยวลี่ข้างบนกับถิงถิงตึกข้าง ๆ สิ อายุเท่าลูกลูกสองกันหมดแล้ว"

ในอำเภอเล็ก ๆ แบบนี้ ผู้หญิงมักแต่งงานเร็ว ส่วนใหญ่ 22-23 ก็ออกเรือนกันหมด ลูกสาวอายุ 27 ยังไม่แต่งงานกลายเป็นปมในใจของอวี๋ซูเฟิน

เรื่องแบบนี้ในสังคมต่างจังหวัดมักจะถูกชาวบ้านเอาไปนินทาสนุกปาก

อวี๋ซูเฟินเป็นคนรักหน้าตา อีกอย่างก็ห่วงว่าลูกสาวจะขึ้นคานจริง ๆ

"แม่!"

เฉินน่าทั้งโกรธทั้งขำ ใจหนึ่งก็โล่งอกที่พ่อไม่เป็นไร แต่อีกใจก็โกรธที่แม่เอาเรื่องคอขาดบาดตายมาล้อเล่น

"แม่คุยกับหนูดี ๆ ก็ได้ ทำไมต้องแช่งพ่อแบบนั้นด้วยคะ"

เฉินน่าอดบ่นไม่ได้

"คุยดี ๆ แล้วแกจะกลับมาไหมล่ะ พูดจนปากจะฉีกแกก็บ่ายเบี่ยงตลอด ขืนไม่ใช้วิธีนี้ คงต้องรอถึงตรุษจีนกว่าแกจะโผล่หัวมา รออีกปีแกก็แก่ขึ้นอีกปีนะ"

อวี๋ซูเฟินบ่นอุบ "ผ่านวันเกิด 27 ไป ก็ย่าง 28 แล้วนะ! ยิ่งแก่ยิ่งขายไม่ออก!"

"แม่จะบอกให้ ผู้ชายที่น้าสะใภ้พามาวันนี้ โปรไฟล์ดีมาก เปิดบริษัทส่วนตัว มีบ้านมีรถ บ้านซื้อที่เมืองจูโจวตั้ง 130 ตารางเมตร ขับรถบีเอ็มดับเบิลยูด้วยนะ"

อวี๋ซูเฟินจับมือลูกสาว พูดด้วยความหวังดี "เดี๋ยวเข้าไปคุยกับเขาดี ๆ นะลูก เขาดูรูปแล้วชอบลูกมากเลยนะ"

เฉินน่าอ่อนใจ ยังไม่ทันเจอตัวจริงก็ชอบแล้วเหรอ คงชอบแค่รูปถ่ายล่ะสิไม่ว่า

อวี๋ซูเฟินชี้ไปทางโซฟา "นั่นไง เห็นไหม หน้าตาใช้ได้เลยนะ"

"คนนี้เกรดดีมาก อย่ามัวแต่เลือกนักเลย อีกปีสองปีจะสามสิบแล้ว ถึงตอนนั้นจะหาดี ๆ แบบนี้ยากแล้วนะ"

"เฮ้อ... ก็ได้ค่ะ"

เฉินน่าถอนหายใจอย่างจำยอม มาถึงขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่ยอมไปเจอก็คงเสียมารยาทเกินไป ถือว่าทำเพื่อความสบายใจของพ่อแม่ละกัน

ความจริงเธออยากจะบอกพ่อแม่ใจจะขาดว่าเธอมีแฟนแล้ว

ติดอยู่แค่ว่าผู้ชายคนนี้แต่งงานกับเธอไม่ได้...

แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ดีกับเธอมาก ทั้งเปิดร้านกาแฟให้ ซื้อบ้านราคา 3 ล้านให้ แถมยังจะซื้อรถให้อีก

สถานะไม่ชัดเจนแบบนี้ เฉินน่าไม่กล้าบอกพ่อแม่ แถมยังไม่แน่ใจว่าเสิ่นหยวนจะยอมมาเจอพ่อแม่เธอหรือเปล่า

เธอก็เป็นแค่ "นกน้อยในกรงทอง" เท่านั้นเอง...

เฉินน่าเดินตามอวี๋ซูเฟินเข้าบ้านไปด้วยความรู้สึกขมขื่น

"นาน่ากลับมาแล้วเหรอ"

กานเฟิ่งเจิน น้าสะใภ้ร้องทักทาย เชิญเฉินน่านั่งลงที่โซฟา "นาน่า ไม่เจอกันแค่ครึ่งปี สวยวันสวยคืนเลยนะเนี่ย หุ่นยังดีเหมือนเดิมเลย"

เฉินน่าพยักหน้าเบา ๆ "ขอบคุณค่ะน้าสะใภ้"

"แนะนำให้รู้จัก นี่ต่งฉี่เทา เพื่อนของลูกพี่ลูกน้องเราเอง อุตส่าห์ขับรถมาจากจูโจวเพื่องานนี้โดยเฉพาะเลยนะ"

กานเฟิ่งเจินแนะนำยิ้มแย้ม

ต่งฉี่เทาอายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อเชิ้ตกับกางเกงสแล็กดูภูมิฐาน สวมแว่นตากรอบเงินดูเป็นปัญญาชน ยิ้มทักทาย

"สวัสดีครับ คุณเฉินน่า"

"สวัสดีค่ะ"

เฉินน่าพยักหน้ารับ

"คุณเฉินน่า ได้ข่าวว่าทำงานเป็นเซลส์ขายรถที่ซิงเฉิงเหรอครับ รายได้คงดีน่าดู"

ต่งฉี่เทาชวนคุยอย่างเป็นกันเอง

เมื่อสามเดือนก่อน ต่งฉี่เทาเห็นรูปเฉินน่าก็ปิ๊งทันที สวย หุ่นดี อายุกำลังเหมาะ

แถมฟังจากน้ากาน บอกว่าเฉินน่าไม่ค่อยมีประวัติเรื่องผู้ชายด้วย

ผู้หญิงแบบนี้ เหมาะจะเอามาทำเมียที่สุด!

ดังนั้นตลอดสามเดือนที่ผ่านมา เขาจึงรบเร้าให้น้ากานช่วยเป็นแม่สื่อให้ ในที่สุดวันนี้ก็ได้เจอตัวจริง ตอนแรกยังเสียดายค่าเหล้าอู่เหลียงเย่สองขวดกับบุหรี่จงหัวหนึ่งคอตตอนที่ซื้อมาฝาก

แต่พอได้เห็นความงามของเธอ ทุกอย่างก็คุ้มค่า!

เฉินน่าตอบเรียบ ๆ "ตอนนี้ไม่ได้ทำแล้วค่ะ ตอนนี้ทำงานร้านกาแฟ"

ต่งฉี่เทาชะงักไปนิดหนึ่ง แล้วรีบปรับคำพูด "ร้านกาแฟก็ดีครับ งานสบายกว่าเยอะ เป็นเซลส์มันเหนื่อย"

ต่งฉี่เทาแอบบ่นในใจ ข้อมูลน้ากานไม่อัปเดตเลย เปลี่ยนงานแล้วก็ไม่บอก

แต่ก็ดี ถ้าได้เฉินน่ามาเป็นเมีย งานขายของที่ต้องเจอคนเยอะ ๆ แบบนั้นก็ไม่เหมาะอยู่แล้ว

ลำพังเขาเลี้ยงเมียคนเดียวไหวอยู่แล้ว

"นาน่า น้าจะบอกให้นะ เสี่ยวต่งเนี่ยเปิดบริษัทของตัวเอง มีลูกน้องตั้งหลายสิบคน หมุนเวียนเงินปีละเป็นสิบล้าน แถมยังมีบ้านมีรถแล้วด้วย เสี่ยวต่ง รถเธอรุ่นอะไรนะ"

กานเฟิ่งเจินสาธยายสรรพคุณพร้อมส่งสายตาให้ต่งฉี่เทา

ต่งฉี่เทารับมุกทันควัน ปลดกุญแจรถออกจากเข็มขัด โชว์โลโก้ BMW "ก็ไม่ได้หรูหราอะไรครับ แค่ซีรีส์ 5 ธรรมดา"

เฉินน่ากลั้นใจไม่ให้มองบน แค่นี้ยังไม่หรูอีกเหรอ ซีรีส์ 5 ราคาจบที่ 4-5 แสนหยวน สำหรับคนทั่วไปถือว่าหรูมากแล้ว

แต่ลีลาการอวดรวยนี่มันแข็งทื่อจนน่าอึดอัด ต้องมีคนคอยชงให้ด้วย เฉินน่าขี้เกียจจะฉีกหน้า

คิดซะว่าไว้หน้าน้าสะใภ้หน่อย ปีใหม่ยังต้องเจอกัน เธอพยักหน้า "ก็ถือว่าดีค่ะ"

"ไม่เท่าไหร่หรอกครับ ไม่เท่าไหร่"

ความจริงต่งฉี่เทาก็ไม่อยากจะโชว์พาวแบบโลว์ ๆ แบบนี้หรอก เฉินน่าเคยขายรถหรูมาก่อน ต้องเคยเจอคนรวยมาเยอะแยะ ไม่นึกว่าน้ากานจะบิวต์ซะเวอร์ เล่นเอาเขาดูแย่ไปเลย

กานเฟิ่งเจินขอตัวไปช่วยอวี๋ซูเฟินในครัว ปล่อยให้หนุ่มสาวคุยกัน "ดูสิ คู่นี้เหมาะสมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยก"

กานเฟิ่งเจินหั่นผักไปพลางชำเลืองมองไปที่ห้องรับแขก "เหมาะสมกันจริง ๆ ไม่รู้ว่านาน่าจะชอบเขาหรือเปล่า"

"จะชอบไม่ชอบ นอกจากฝ่ายชายแล้ว พ่อแม่ก็ต้องช่วยเชียร์ด้วยนะ นาน่าถึงวัยต้องออกเรือนแล้ว เจอคนดี ๆ ต้องรีบคว้าไว้"

กานเฟิ่งเจินยิ้มร่า

ที่เธอกระตือรือร้นเป็นแม่สื่อขนาดนี้ ก็เพราะหวังซองแดง ถ้าคู่นี้ลงเอยกัน ฝ่ายชายโปรไฟล์ดีขนาดนี้ ซองแดงต้องหนาปึกแน่ ๆ

หลังเกษียณ เธอก็ยึดอาชีพแม่สื่อหารายได้เสริมนี่แหละ

"ฉันจะลองคุยกับนาน่าดู แต่ยัยเด็กคนนี้บางทีก็ดื้อ หัวรั้นไม่ฟังแม่"

อวี๋ซูเฟินตอบ

"หลัก ๆ อยู่ที่ตัวนาน่าเองแหละ เดี๋ยวนี้เขาเสรีเรื่องความรัก พ่อแม่บังคับไม่ได้หรอก"

เฉินหย่งเสียงที่กำลังล้างผักพูดแทรกขึ้นมา

จริง ๆ เขาไม่เห็นด้วยที่ใช้วิธีหลอกลูกกลับมา แต่ขัดใจเมียไม่ได้ เขาห่วงความสุขของลูกและนิสัยใจคอของฝ่ายชายมากกว่าเรื่องฐานะ

ปล่อยให้หนุ่มสาวคุยกันสักพัก อวี๋ซูเฟินก็วางมือ เรียกเฉินน่าเข้าไปคุยในห้องนอน "เป็นไงบ้าง คนนี้โอเคไหม แม่ว่าคุยกันถูกคอดีนะ"

"ก็งั้น ๆ แหละค่ะ"

เฉินน่าตอบแบบขอไปที

"เสี่ยวต่งเขาใจป้ำนะ ซื้อเหล้าอู่เหลียงเย่มาฝากพ่อตั้งสองขวด บุหรี่จงหัวอีกแถว แม่ว่าลูกลองเปิดใจศึกษาดูใจกันหน่อยสิ"

"เอาไว้กินข้าวเที่ยงเสร็จ ลูกลองชวนเขาไปเดินเล่นข้างล่าง ไปกินชานมกินกาแฟกันดู"

"เดี๋ยวค่อยว่ากันเถอะแม่ ยังไม่ถึงขั้นนั้นสักหน่อย"

เฉินน่าตัดบท เปลี่ยนเรื่อง "น้องล่ะ ไม่อยู่บ้านเหรอ"

อวี๋ซูเฟินเริ่มหงุดหงิดกับท่าทีของลูกสาว "ลืมไปแล้วเหรอว่าวันนี้วันศุกร์ น้องยังเรียนไม่เลิก แต่แม่บอกให้กลับมากินข้าวเที่ยงแล้ว"

"อ๋อ ค่ะ"

เฉินน่าทำเมินสีหน้าแม่ "งั้นหนูขอพักสักงีบนะ เดี๋ยวจะกินข้าวค่อยเรียก"

อวี๋ซูเฟินเริ่มของขึ้น "ยายลูกคนนี้ เสี่ยวต่งรออยู่ข้างนอกนะ จะเสียมารยาททิ้งแขกได้ไง"

เฉินน่ากระพริบตาปริบ ๆ ทำหน้ามึน "แม่คะ หนูตื่นแต่เช้าขับรถมาตั้งสองชั่วโมงกว่านะ เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว"

อวี๋ซูเฟินแพ้ลูกอ้อนลูกสาว ถอนหายใจเฮือก "เออ ๆ นอนไป เดี๋ยวข้าวเสร็จค่อยปลุก"

พอแม่ออกไป เฉินน่าก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียงน้องสาว หยิบมือถือขึ้นมาดู เพิ่งนึกได้ว่าลืมตอบข้อความเสิ่นหยวน

"แม่ทำฉันโกรธแทบตาย ที่แท้พ่อไม่ได้ป่วย แค่หลอกให้กลับมาดูตัว"

"ไม่ต้องห่วงนะคะ บ่ายนี้ฉันก็กลับแล้ว"

"จุ๊บ ๆ~"

เฉินน่ามองหน้าจอแชตด้วยความสุขใจ นึกอยากเปลี่ยนชื่อเมมเสิ่นหยวน พอนึกถึงวีรกรรมที่เขาหลอกเธอซ้ำซาก ก็เลยพิมพ์ไปว่า "ไอ้คนเจ้าชู้จอมกะล่อน"

มองดูชื่อใหม่ เฉินน่าก็ยิ้มกว้างจนแก้มปริ

อีกด้านหนึ่ง เสิ่นหยวนได้รับข้อความจากเฉินน่าก็โล่งอก ปลอดภัยก็ดีแล้ว

แต่เฉินน่าเป็นผู้หญิงของเขา จะให้พ่อแม่จับไปดูตัวบ่อย ๆ ก็ไม่ใช่เรื่อง ถ้าครั้งนี้รอด ครั้งหน้าก็ต้องโดนอีก

ต้องหาทางแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

เสิ่นหยวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหยิบโทรศัพท์กดโทรออก...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 90 - การอวดรวยที่ดูโลว์คลาสชะมัด

คัดลอกลิงก์แล้ว