เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 - ยังจะนั่งให้เขาตบหน้าอีกเหรอ?

บทที่ 30 - ยังจะนั่งให้เขาตบหน้าอีกเหรอ?

บทที่ 30 - ยังจะนั่งให้เขาตบหน้าอีกเหรอ?


บทที่ 30 - ยังจะนั่งให้เขาตบหน้าอีกเหรอ?

หลินกวงยา่วรับมือถือมาดูด้วยความสงสัย พอเห็นตัวเลข 7 นำหน้า ก็ยังนึกว่าตัวเองตาฝาด

แต่พอเห็นเลขศูนย์ที่ตามหลังมาเป็นพรวน ลางสังหรณ์ร้ายก็แล่นพล่านไปทั่วร่าง

เขานับเลขศูนย์ทีละตัวอย่างละเอียด

หนึ่งตัว สองตัว สามตัว สี่ตัว ห้าตัว...

เชี่ย!!!

เจ็ดแสนจริงๆ ด้วย!

หน้าของหลินกวงยา่วแข็งค้าง ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

แต่ข้อความส่งมาจากเบอร์ 9xxxx ของธนาคาร จะเป็นของปลอมได้ยังไง?

บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนน่าขนลุก ทุกคนยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้แค่ว่าในข้อความนั้นต้องมีเรื่องระเบิดลงแน่ๆ

ไม่งั้นหน้าของหลินกวงยา่วคงไม่เหมือนคนญาติเสียแบบนั้น

“คุณชายหลิน ในข้อความว่าไงบ้าง”

ในที่สุดก็มีคนทนไม่ไหวถามขึ้นมา

เซี่ยไห่เจี๋ยก็อยากรู้เหมือนกัน เขาจ้องหน้าหลินกวงยา่ว หวังจะจับสังเกตอะไรได้บ้าง

แต่หลินกวงยา่วไม่พูดอะไรสักคำ สีหน้าเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวแดงสลับกันไปมา

ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาค่อยๆ ส่งมือถือคืนให้หลี่อวี่หางอย่างระมัดระวัง แล้วหยิบมือถือตัวเองใส่กระเป๋า ลุกขึ้นจากเก้าอี้เงียบๆ

“เอ่อ... คุณชายหลี่ พอดีที่บ้านมีธุระด่วน ขอตัวก่อนนะ ไว้วันหลังนัดกันใหม่”

หลินกวงยา่วแสร้งทำเป็นใจเย็นเตรียมชิ่ง แต่ในใจด่ากราด

ไอ้เสิ่นหยวน ถ้ามึงรวยขนาดนี้ มึงจะนั่งแท็กซี่มาหาพ่องมึงเหรอ?

แอ๊บจนได้โล่จริงๆ!

ข้าวมื้อนี้แดกไม่ลงแล้ว ผับเผิบไม่ต้องไปแม่งแล้ว การมางานเลี้ยงคืนนี้คือความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต!

“อ้าว เฮ้ย เดี๋ยวสิ เกิดไรขึ้น”

เซี่ยไห่เจี๋ยคว้าแขนหลินกวงยา่วไว้

“ไม่ต้องถามแล้ว กลับด้วยกันเลย ลุงกับป้าตามหาตัวอยู่”

หลินกวงยา่วตอบเสียงห้วน

ลูกพี่ลูกน้องคนนี้นี่โง่บรม เป็นผู้จัดการมาสองปีได้ไงวะ พ่อแม่กูไม่น่าไปฝากงานให้เลย ไม่รู้จักสังเกตอะไรบ้างเลย!

“???”

เซี่ยไห่เจี๋ยงงเป็นไก่ตาแตก รีบหยิบมือถือมาดู ไม่มีสายเรียกเข้า ไม่มีข้อความ “ธุระอะไร? ไม่เห็นมีใครโทรมาเลย”

“ไม่กลับก็เรื่องของมึง กูไปละ!”

หลินกวงยา่วไม่สนแล้ว ลากมือแฟนสาวเน็ตไอดอล เดินจ้ำอ้าวออกจากห้องทันที

ไอ้ลูกพี่ลูกน้องหน้าโง่ จะให้กูบอกเหรอว่าไอ้เสิ่นหยวนมันเพิ่งโอนให้หลี่อวี่หางเจ็ดแสน?!

ถ้าไม่รีบไปตอนนี้ จะนั่งรอให้มันเย้ยจนหน้าแหกหรือไง?

เห็นหลินกวงยา่วเดินหนีไปดื้อๆ คนอื่นยิ่งนั่งไม่ติด มีคนใจกล้าคนหนึ่งเดินไปชะโงกดูมือถือหลี่อวี่หาง อยากรู้ว่าข้อความอะไรที่ทำให้คุณชายหลินเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังตีนได้ขนาดนี้

แต่พอคนคนนั้นเห็นข้อความ ก็เงียบกริบ วางมือถือลง แล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่พูดไม่จาสักคำ

“เอ่อ... ที่บ้านฉันก็มีธุระเหมือนกัน ขอตัวนะ”

เซี่ยไห่เจี๋ยงงหนักกว่าเดิม ข้อความบ้าอะไรวะ บ้านมึงมีธุระทำไมต้องส่งมาเครื่องหลี่อวี่หาง?

แต่พอคนอื่นๆ ทยอยเดินออกไปจนเกือบหมด เฉินน่าผู้ซึ่งไม่แปลกใจกับเหตุการณ์นี้เลย ก็กระซิบข้างหูเซี่ยไห่เจี๋ย “เราก็ไปกันเถอะ”

“คุณไม่อยากรู้เหรอว่าในข้อความเขียนว่าอะไร”

“ไม่ต้องเดาก็รู้ ใบเสร็จโอนเงินไง”

“แต่ว่า...”

“ไม่ต้องแต่แล้ว ไปเถอะ เดี๋ยวฉันเล่าให้ฟังทีหลัง”

เซี่ยไห่เจี๋ยกำลังจะถามว่ามันเอาเงินมาจากไหน แต่เฉินน่าลุกขึ้นตัดบท แล้วลากเขาออกมา

คุณเสิ่นเขาซื้อดีเฟนเดอร์เงินสดแปดแสนแปด พวกแกดันไม่เชื่อว่าเขามีปัญญาจ่ายเจ็ดแสน สมองมีปัญหากันหมดแล้ว!

พอเดินพ้นประตูห้องมาได้ เซี่ยไห่เจี๋ยก็อดรนทนไม่ไหว “เดี๋ยวนะ คุณไม่ได้ดูข้อความ แล้วรู้ได้ไงว่าเป็นใบโอนเงิน”

เฉินน่ากอดอก ดันทรงให้อวบอูมขึ้นมา “ไอ้เสิ่นหยวนคนนั้น เมื่อวานเพิ่งจองดีเฟนเดอร์กับฉัน แปดแสนแปด จ่ายสด”

“เฮ้ย จริงดิ?!”

เซี่ยไห่เจี๋ยตาถลน แทบไม่อยากเชื่อ

“จะโกหกทำไม สัญญายังอยู่ในมือถือฉันเนี่ย”

เฉินน่าพูดอย่างหัวเสีย “รู้งี้ไม่น่ามาเลย เมื่อกี้คุณพูดจาแบบนั้นใส่เขา ป่านนี้เขาคงมองฉันในแง่ลบไปแล้ว คุณเป็นแฟนฉันนะ!”

อุตส่าห์เจอลูกค้าเกรดเอทั้งที เฉินน่ากะว่าจะให้เสิ่นหยวนช่วยแนะนำลูกค้าต่อให้หน่อย

พังหมด! พังยับเยิน!

เซี่ยไห่เจี๋ยถึงบางอ้อทันที

ที่แท้ไอ้หมอนั่นรวยจริง

แต่เมื่อกี้เขากลับไปผสมโรงด่ามันกับหลินกวงยา่ว?

เซี่ยไห่เจี๋ยนึกเสียดาย โอกาสจะได้รู้จักคนรวยแบบนี้หายาก เผื่อวันหน้าจะได้พึ่งพาอาศัยกัน แต่เมื่อกี้ทำตัวแย่ขนาดนั้น คงหมดหวังแล้ว

พอรู้ตัวว่าพลาด เซี่ยไห่เจี๋ยก็พาลใส่แฟน “นาๆ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมคุณไม่บอกผมก่อน?”

“อะไรนะ?!”

เฉินน่าจ้องหน้าแฟนอย่างไม่อยากจะเชื่อ เมื่อกี้ฉันสะกิดจนแขนจะหลุด คุณยังหันมาดุฉันอีก ตอนนี้มาโทษว่าไม่บอกเนี่ยนะ!

ผู้ชายเฮงซวยแบบนี้ก็มีด้วย?!

“เซี่ยไห่เจี๋ย ถือว่าฉันตาต่ำเอง! ต่อไปไม่ต้องมาติดต่อฉันอีก!”

เฉินน่าสะบัดหน้าเดินหนี เธอโกรธจนควันออกหู ไม่น่าลดตัวมาคบกับคนแบบนี้เลย!

“เดี๋ยวสิ นาน่า ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น...”

ภายในห้องรับรอง ตอนนี้เหลือแค่หลี่อวี่หางกับเสิ่นหยวนสองคน

หลี่อวี่หางหายช็อกแล้ว หันมามองเพื่อนซี้ “มึงไปเอาเงินเยอะแยะมาจากไหนวะ”

“เล่นเหรียญได้มา”

“บิตคอยน์?”

“เออ มันขึ้นมาตั้งกี่เท่ามึงก็รู้ กูซื้อทิ้งไว้หลายปีแล้ว เพิ่งจะถอนออกมา”

เสิ่นหยวนใช้มุกเดิมที่เคยใช้กับพ่อแม่ได้ผล ครั้งนี้เลยเอามาใช้อีก

“สุดยอด!”

หลี่อวี่หางยกนิ้วโป้งให้ “ถ้ารู้ว่ามึงรวยขนาดนี้ กูไม่จัดงานบ้าๆ นี่ให้เปลืองตังค์หรอก!”

“รู้ธาตุแท้คนพวกนี้ไว้ก็ดี คบแค่กินเที่ยวพอได้ แต่จะให้ฝากผีฝากไข้คงยาก”

เรื่องนี้เสิ่นหยวนซึ้งดี เขาเคยผ่านมาก่อน พวกเพื่อนกิน

หวังจะให้ร่วมหัวจมท้ายเหรอ ฝันไปเถอะ

พอมึงล้ม มันก็เหยียบซ้ำทันที อย่าว่าแต่ยื่นมือมาช่วยเลย แค่ไม่ถ่มน้ำลายใส่ก็บุญแล้ว

เสิ่นหยวนตบไหล่เพื่อนปลอบใจ “มาคุยเรื่องร้านเหล้าของมึงดีกว่า ถึงกูจะเป็นหุ้นส่วนน้อย แต่ต่อไปมึงต้องฟังกูนะ”

“จัดไป!”

หลี่อวี่หางรับปากทันที

เขาดีใจจริงๆ ส่วนหนึ่งเพราะเพื่อนรักกลับมาตั้งตัวได้

อีกส่วนคือได้ทำธุรกิจร่วมกับเพื่อนซี้ตามที่เคยฝันไว้

และที่สำคัญที่สุดคือ... ไม่ต้องกลุ้มเรื่องเงินทุนแล้วโว้ย!

ช่วงเวลาต่อมา ทั้งสองคนนั่งวางแผนร้านเหล้ากันในห้อง

หลี่อวี่หางเซ้งร้านมาได้ครึ่งเดือนแล้ว ร้านเดิมก็เป็นบาร์เหล้า

เสิ่นหยวนเลยแนะนำว่าไม่ต้องรื้อทำใหม่หมด เก็บโครงสร้างเดิมไว้ ปรับแค่ของตกแต่งให้เข้าธีม ประหยัดงบได้เยอะ

เงินสองล้านกว่าดูเหมือนเยอะ แต่ถ้าใช้ไม่คิด อยากทำนั่นทำนี่ เดี๋ยวก็หมด

อีกเรื่องคือพนักงาน ลองคุยกับเด็กเก่าดูว่าใครจะอยู่ต่อ งานแบบนี้ใช้คนมีประสบการณ์ดีกว่า ค่อยรับเพิ่มทีหลัง

ส่วนเรื่องโปรโมต เสิ่นหยวนเห็นด้วยว่าช่วงแรกต้องอัดงบโฆษณา เพราะไม่มีฐานลูกค้าเก่า ต้องดึงคนใหม่เข้ามา

จ้างอินฟลูเอนเซอร์ในซิงเฉิงมารีวิวสักหน่อย

แน่นอนว่าต้องเลือกคนที่มีฐานแฟนคลับแน่นๆ

ซึ่งค่าตัวพวกนี้แพงหูฉี่ ดังนั้นงบเปิดตัวต้องทุ่มไปที่ตรงนี้

สุดท้ายคือจุดขาย ร้านเหล้ามีเกลื่อนเมือง ถ้าอยากให้ลูกค้ากลับมาซ้ำ ต้องมีดีอะไรสักอย่าง

แต่ข้อนี้ยังคิดไม่ออก ตอนนี้ร้านยังแต่งไม่เสร็จ ค่อยๆ คิดก็ได้

คุยกันไปครึ่งค่อนชั่วโมง หลี่อวี่หางทึ่งในตัวเพื่อนมาก “มึงนี่ไม่เบานะเนี่ย สมกับที่เรียนจบมหาลัย”

เสิ่นหยวนยักไหล่ “เขาเรียกว่าพรสวรรค์เว้ย เพื่อน”

“...”

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 30 - ยังจะนั่งให้เขาตบหน้าอีกเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว