เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 - คนไม่รู้นึกว่ามื้อนี้มันเลี้ยง

บทที่ 26 - คนไม่รู้นึกว่ามื้อนี้มันเลี้ยง

บทที่ 26 - คนไม่รู้นึกว่ามื้อนี้มันเลี้ยง


บทที่ 26 - คนไม่รู้นึกว่ามื้อนี้มันเลี้ยง

เสิ่นหยวนนึกขึ้นได้ว่าร้านเหล้าของหลี่อวี่หางกำลังอยู่ในช่วงตกแต่ง บางทีเขาอาจจะร่วมลงทุนในร้านนี้ได้?

พ่อของหลี่อวี่หางเคยให้เงินทุนมาแล้วรอบหนึ่ง เปิดร้านหม้อไฟสองร้าน เจ๊ง คาราโอเกะหนึ่งร้าน เจ๊ง ร้าน Escape Room อีกหนึ่งร้าน ก็เจ๊ง

เสียดายที่หมอนี่ไม่ใช่พ่อมดการเงิน แต่เป็นพ่อมดแห่งความบรรลัย

เผาเงินไปหลายล้าน ไม่ได้อะไรกลับมาเลยสักอย่าง

ดีที่พ่อรวย เลยมีให้ผลาญเล่นได้เรื่อยๆ

คนบางคนเกิดมาคาบช้อนเงินช้อนทอง ทำอะไรก็มีพ่อแม่คอยตามเช็ดตามล้าง หลี่อวี่หางก็คือคนประเภทนั้น

เมื่อก่อนตอนธุรกิจที่บ้านยังดี เสิ่นหยวนก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน

แต่ประเด็นคือ ไม่รู้ว่าไอเดียทำร้านเหล้าของมันรอบนี้จะเข้าท่าไหม จะพอมีกำไรหรือเปล่า?

ตามการวิเคราะห์ของเสิ่นหยวน ต่อให้ร้านนี้กำไรน้อยนิด หรือถึงขั้นขาดทุน เขาก็ยังมีรายได้จากระบบอยู่ดี

ขอแค่หลี่อวี่หางไม่บริหารจนเละเทะเกินไปนัก

อีกอย่าง การลงทุนแบบนี้เสิ่นหยวนแค่ลงเงิน ส่วนการบริหารจัดการโยนให้หลี่อวี่หางทำไป

แถมภารกิจนี้มีเวลาจำกัด ต้องรีบใช้เงินทุนให้หมดถึงจะได้โบนัสรายได้สองเท่า

เสิ่นหยวนอยากเป็นเสือนอนกิน และอยากรีบใช้เงินทุนก้อนนี้ การลงขันกับหลี่อวี่หางน่าจะเป็นทางเลือกที่ดี

คบกันมาตั้งแต่อนุบาล ประถม มัธยมต้นก็โรงเรียนเดียวกัน เพิ่งมาแยกตอนมัธยมปลาย

เสิ่นหยวนหัวปานกลาง อาศัยว่าตอนสอบเข้า ม.ปลาย ทำคะแนนได้ดี เลยติดโรงเรียนดัง แล้วพ่อก็ยัดเงินฝากเข้าห้องกิฟต์

แต่หลี่อวี่หางเหลวแหลก เรียนโรงเรียนวัด สอบติดมหาลัยเอกชนปลายแถว

ตอนนี้ก็ไม่ไปเรียน วันๆ เอาแต่เตร็ดเตร่อยู่ข้างนอก อ้างว่าทำธุรกิจ

พ่อมันก็ไม่สนใจ มหาลัยก็ทำอะไรไม่ได้

ประเด็นสำคัญคือรู้จักนิสัยใจคอกันดี บ้านมันรวย ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องโกงเงินกันทีหลัง

แน่นอน ปัญหาตอนนี้คือ ร้านเหล้าของมันขาดเงินทุนหรือเปล่า และมันอยากได้หุ้นส่วนไหม

ไหนๆ มันก็นัดกินข้าวแล้ว คืนนี้ไปคุยกันซึ่งๆ หน้าเลยดีกว่า

คิดได้ดังนั้น เสิ่นหยวนก็พิมพ์ตอบกลับ “ส่งโลเคชันมา คืนนี้ป๋าจะไปเจิมให้”

สักพัก หลี่อวี่หางก็ส่งข้อความเสียงมาสองชุด ชุดแรกด่ากราดตามสไตล์ เสิ่นหยวนขี้เกียจฟังเลยข้ามไป

ชุดหลังเป็นเนื้อหาสำคัญ บอกว่าหกโมงครึ่งเจอกัน ห้ามสาย

พร้อมกับแนบโลเคชัน “ภัตตาคารหนานจิง”

หนานจิงเป็นภัตตาคารอาหารหูหนานชื่อดังในเมืองซิงเฉิง ไม่รวมค่าเหล้า เฉลี่ยหัวละ 300-500 หยวน

ไอ้หมอนี่ กินข้าวธรรมดายังเลือกร้านหรู ใช้เงินมือเติบเหมือนเดิม เสิ่นหยวนบ่นในใจ

ถึงแม้สองวันมานี้เสิ่นหยวนจะเปย์สาวไปเป็นแสน ดูผลาญเงินกว่า

แต่เสิ่นหยวนทำเพื่อหวังผลเงินคืนจากระบบ โดยเนื้อแท้แล้วคือการหาเงิน

ตัดภาพมาที่โรงอาหาร เสิ่นหยวนกับหวงไห่เป่ากินอิ่มแล้ว นั่งรอเฉาซุ่นจินจอมยัดทะนาน

ในที่สุด เฉาซุ่นจินก็กวาดเรียบทุกจาน เรอเสียงดังลั่น “ไป กลับหอกัน”

พอกลับถึงหอ เสิ่นหยวนคุยสัพเพเหระกับเพื่อนได้สักพักก็เริ่มง่วง หัวถึงหมอนก็หลับเป็นตาย

แต่ไม่นึกว่า พอตื่นมาอีกที ในห้องเหลือเขาอยู่คนเดียว แถมฟ้ามืดแล้วด้วย!

เสิ่นหยวนหยิบมือถือมาดู หกโมงเย็นแล้ว!

ชิบหาย นัดหลี่อวี่หางไว้หกโมงครึ่ง!

จากมหาลัยไปภัตตาคารหนานจิงอย่างน้อยสิบกิโล ปกติถ้ารถไม่ติดก็ครึ่งชั่วโมง แต่นี่วันเสาร์ รถติดบรรลัยกัลป์แน่

เสิ่นหยวนรีบเด้งจากเตียง ใส่รองเท้า วิ่งไปกดเรียกรถในแอปไป

บ้าเอ๊ย ปกตินอนกลางวันแค่ชั่วโมงเดียว ทำไมวันนี้หลับยาวขนาดนี้!

เมื่อคืนโดนสูบวิญญาณไปขนาดไหนวะเนี่ย ทำไมร่างกายถึงเพลียได้ขนาดนี้?

เสิ่นหยวนสบถในใจ รีบวิ่งไปหน้าประตูมหาลัย

ขณะที่เสิ่นหยวนกำลังสับตีนแตก ที่หน้าร้านอาหาร ‘จินเฟิง’ ไม่ไกลจากมหาลัย เฉินหลิงกับฝางหมิ่นฮุ่ยเดินควงแขนกันเข้ามา

ร้านนี้ถือว่าโอเคสุดในละแวกมหาลัย บรรยากาศดี อาหารอร่อย เป็นร้านประจำสำหรับงานเลี้ยงรุ่น

“สรุปเสิ่นหยวนมาไหม” เฉินหลิงถาม

“เขายังไม่ตอบไลน์ฉันเลย”

ฝางหมิ่นฮุ่ยขมวดคิ้ว เริ่มไม่พอใจนิดๆ ตามหลักแล้วความสัมพันธ์พัฒนาไปถึงขั้นนั้นเมื่อคืน เสิ่นหยวนน่าจะเห็นเธอสำคัญกว่านี้สิ แต่นี่หายเงียบไปทั้งบ่าย!

เฉินหลิงเชิดหน้า วิเคราะห์สถานการณ์ แล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม “หรือว่าเมื่อคืนเธอรีดพิษเขาจนหมดตัว ตอนนี้เลยยังนอนสลบไสลไม่ได้สติ?”

ฝางหมิ่นฮุ่ยหน้าแดงแปร๊ด กระซิบดุ “บ้าน่า อย่าพูดมั่วซั่ว!”

“มั่วที่ไหน หุ่นเธอแซ่บขนาดนี้ เป็นฉันก็ฟ้าเหลือง!”

เฉินหลิงทำสายตาเจ้าเล่ห์เหมือนมองทะลุปรุโปร่ง “อีกอย่าง ฉันพูดมั่วหรือไม่ ตัวเธอรู้ดีที่สุด”

ฝางหมิ่นฮุ่ยหลบตา คิดตามแล้วก็... เป็นไปได้แฮะ

เมื่อคืนเธอก็จัดหนักจริงๆ... เขา... อาจจะนอนยาวจริงๆ ก็ได้

คุยกันเพลินๆ ก็เดินมาถึงห้องจัดเลี้ยง

เพื่อนๆ ห้องการค้าระหว่างประเทศ 2 มากันเกือบครบ นั่งกันเต็มห้อง

ห้องจัดเลี้ยงของจินเฟิงทำมาเพื่อรองรับนักศึกษาโดยเฉพาะ ห้องหนึ่งจุได้ 4-5 โต๊ะ นั่งได้สี่ห้าสิบคนสบายๆ

ในห้อง หลี่จานเผิงยืนชะเง้อคอรออยู่นาน พอเห็นฝางหมิ่นฮุ่ยเดินเข้ามา ตาเขาก็ลุกวาว รีบพุ่งเข้าไปเอาใจทันที

“หมิ่นฮุ่ย เก็บที่ไว้ให้แล้ว มานั่งตรงนี้สิ”

หลี่จานเผิงเลื่อนเก้าอี้ที่โต๊ะประธานออกมา วางมาดสุภาพบุรุษ

“ไม่เป็นไรค่ะ เรานั่งตรงนี้ดีกว่า”

ฝางหมิ่นฮุ่ยไม่แม้แต่จะมองหน้า ตอบเรียบๆ แล้วเลือกนั่งโต๊ะอื่นที่มีผู้หญิงเยอะๆ

ส่วนเฉินหลิงที่โดนเมินตั้งแต่เดินเข้ามา ก็เดินตามไปนั่งเงียบๆ ในใจก่นด่า ‘มึงไม่เห็นหัวกูเลยนะ มิน่าล่ะถึงจีบหมิ่นฮุ่ยไม่ติด สมน้ำหน้า!’

พอนึกถึงความขี้งกตอนดูหนังกับเลี้ยงข้าวเช้า เฉินหลิงยิ่งเหม็นขี้หน้า

หลี่จานเผิงหน้าเจื่อนไปนิดหนึ่ง แต่ก็รีบปรับสีหน้า กระแอมไอเรียกความสนใจ “เอาล่ะครับ ทุกคนมาครบแล้ว เริ่มกันเลยดีกว่า!”

“วันนี้อาจารย์ที่ปรึกษาคนสวยของเราติดธุระมาไม่ได้ เลยฝากให้ผม... เอ้ย ฝากให้หัวหน้าห้องมาขอโทษทุกคนแทน”

“เหมือนเสิ่นหยวนจะยังไม่มานะ?”

ใครคนหนึ่งในกลุ่มพูดแทรกขึ้นมา

สิ้นเสียง ทุกคนก็มองหาเสิ่นหยวน แต่กวาดตาดูแล้วก็ไม่เจอจริงๆ

หลี่จานเผิงขมวดคิ้ว สบถในใจว่าใครวะดันพูดชื่อมันขึ้นมา!

แต่เขาก็มองหาเหมือนกัน พอไม่เจอเสิ่นหยวน ก็รู้สึกเสียดาย

ไอ้เวรนั่นรู้ตัวหรือเปล่าว่ากูจะมาขยี้มัน วันนี้เลยชิ่งหนี?

“ช่างเถอะ ไม่ต้องรอแล้ว ห้อง 2 ขาดมันไปคนหนึ่งก็ไม่ตายหรอก”

หลี่จานเผิงหน้าบึ้ง แม้จะเสียดายที่อดโชว์พาวใส่เสิ่นหยวน แต่โชว์เดี่ยวของเขาก็ต้องดำเนินต่อไป เขาเว้นจังหวะนิดหนึ่ง แล้วเริ่มร่ายยาว

“คืออย่างงี้นะครับ งานเลี้ยงครั้งนี้ผมเป็นคนเสนอเอง เพราะเห็นว่าเทอมหน้าเพื่อนๆ บางคนต้องเริ่มไปฝึกงานกันแล้ว จะแยกย้ายกันไป โอกาสเจอกันคงน้อยลง ผมเลยเสนอว่าก่อนจบเทอมนี้ เราน่าจะจัดงาน...”

ขณะที่หลี่จานเผิงกำลังปราศรัยอย่างเร่าร้อน เฉาซุ่นจินกับหวงไห่เป่านั่งอยู่ที่มุมห้อง มองดูการแสดงปาหี่เงียบๆ

“ไอ้ห่านี่พูดมากฉิบหาย นี่มันบทพูดของหัวหน้าห้องไม่ใช่เหรอ ทำไมมันแย่งพูดหมดเลยวะ”

เฉาซุ่นจินกระซิบด่า โดยไม่รู้เลยว่า ‘เหยียนซง’ หัวหน้าห้องนั่งอยู่โต๊ะข้างๆ พอดี เหยียนซงสนิทกับพวกเฉาซุ่นจินอยู่บ้าง เลยกระแอมแก้เขิน “เขามาเตี๊ยมกับฉันไว้แล้ว ขอเป็นคนกล่าวเปิดงานเอง”

“เชรด! หัวหน้า ทำไมนายมานั่งตรงนี้ นายควรจะไปนั่งโต๊ะประธานไม่ใช่เหรอ”

“อย่าให้พูดเลย หลี่จานเผิงแม่งมาถึงตั้งแต่สี่โมงเย็น จัดแจงให้พวกผู้หญิงสวยๆ กับลิ่วล้อของมันนั่งโต๊ะประธานหมด ยึดโต๊ะไปแล้ว”

หวงไห่เป่าได้ยินแบบนั้นยิ่งของขึ้น “ไอ้คนไร้ยางอาย! ทำตัวยังกะมื้อนี้มันเป็นคนควักตังค์เลี้ยงเองงั้นแหละ!”

“...”

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 26 - คนไม่รู้นึกว่ามื้อนี้มันเลี้ยง

คัดลอกลิงก์แล้ว