- หน้าแรก
- ผมจะเปย์สาวคนไหนก็ได้ ในเมื่อระบบฮาเร็มผมคืนเงินให้สามเท่า
- บทที่ 14 - ฝันหวานของหลี่จานเผิง
บทที่ 14 - ฝันหวานของหลี่จานเผิง
บทที่ 14 - ฝันหวานของหลี่จานเผิง
บทที่ 14 - ฝันหวานของหลี่จานเผิง
“เรากลับมหาลัยกันเถอะ”
มองดูฝางหมิ่นฮุ่ยที่หุ่นแซ่บทะลุแป้ง เสิ่นหยวนก็แอบมีความคิดฟุ้งซ่านเหมือนกัน แต่เรื่องบนเตียงแบบนี้อย่าใจร้อน ค่อยเป็นค่อยไปดีกว่า
ประตูหอพักปิดสี่ทุ่ม ตอนนี้เพิ่งสามทุ่ม กลับไปทันเวลาถมเถ
ได้ยินข้อเสนอของเสิ่นหยวน ฝางหมิ่นฮุ่ยก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ถ้าเขาขอเรื่องนั้นขึ้นมาตอนนี้จริงๆ เธอก็ไม่รู้จะทำตัวยังไงเหมือนกัน
ขณะที่ทั้งสองยืนรอรถ Didi อยู่หน้าห้าง IFS ฝั่งตรงข้าม ต้าเจ๋อก็เพิ่งปิดร้านเสร็จ เตรียมจะกลับบ้าน
วันนี้ซ่อมมือถือมาทั้งวัน เหนื่อยฉิบหาย
ล็อกประตูร้านเสร็จ เขาก็บิดขี้เกียจ กะว่าจะไปหาหมอนวดเบอร์ 18 ที่สปาลูกพีชให้หายเมื่อยสักหน่อย
สายตาบังเอิญเหลือบไปเห็นหน้าประตูห้าง ต้าเจ๋อขยี้ตา พึมพำกับตัวเอง “มันมาทำอะไรที่นี่วะ”
เขาจำไอ้หนุ่มจอมผลาญเงินเมื่อวานได้แม่น ไม่นึกว่าจะมาเจอที่นี่อีก
พอเห็นสาวสวยหุ่นนางแบบยืนอยู่ข้างๆ ต้าเจ๋อก็เริ่มอยู่ไม่สุข
ประเด็นคือในมือสาวเจ้านั่นถือถุง Prada อยู่สองใบ
เชี่ย เมื่อวานเพิ่งรูดเงินสดกับกูไปซื้อ LV วันนี้จัด Prada อีกสองใบเลยเหรอ?
ต้าเจ๋อรู้สึกโลกนี้ช่างไม่ยุติธรรม แม่งเอ๊ย เป็นคนผลาญเงินแต่มีสาวให้ควง ส่วนกูล่ะ?
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เสิ่นหยวนส่งฝางหมิ่นฮุ่ยถึงหน้าหอพักหญิง
ฝางหมิ่นฮุ่ยโบกมือลาเสิ่นหยวนแล้วเดินขึ้นตึกไปด้วยความอิ่มเอิบใจ สำหรับเธอแล้ว วันนี้คือกำไรชีวิตสุดๆ
อีกอย่าง เธอแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะเปิดถุงดูน้องกระเป๋าสุดที่รัก
ปกติแค่สั่งของออนไลน์ ระหว่างรอของมาส่งยังตื่นเต้นแทบแย่ นับประสาอะไรกับกระเป๋าใบละสองหมื่นกว่า!
“ว้าว! Prada!”
เฉินหลิงที่กำลังนอนดูซีรีส์ ได้ยินเสียงเปิดประตู หันมาเห็นถุงช้อปปิ้งในมือฝางหมิ่นฮุ่ยก็กรีดร้องทันที
เฉินหลิงวิ่งถลาเข้ามา จับถุงดูแล้วอุทาน “คุณพระ! เขาซื้อ Prada ให้เธอจริงด้วย?”
แต่พอดูดีๆ เฉินหลิงเห็นว่ามีอีกถุง เธอยิ่งสติแตก “สองใบ?”
“เขาซื้อให้เธอสองใบเลยเหรอ”
เฉินหลิงถามเสียงหลง นี่มัน Prada นะ ใบถูกสุดก็ปาเข้าไปหมื่นกว่าแล้วมั้ง!
“อื้อ”
ฝางหมิ่นฮุ่ยพยักหน้าเขินๆ
“Prada ของปลอมเยอะแยะ คนดูไม่เป็นระวังโดนหลอกเอานะ”
จู่ๆ ‘จู้เฉียวเฟิ่ง’ ที่กำลังนอนฟังเพลงอยู่ก็พูดแทรกขึ้นมาลอยๆ
สองสาวที่กำลังดี๊ด๊าเหมือนโดนน้ำเย็นสาดโครม เฉินหลิงหันขวับไปมองจู้เฉียวเฟิ่งอย่างไม่พอใจ
“นี่เธอองุ่นเปรี้ยวหรือเปล่า เขาไปซื้อที่ช็อปในห้าง IFS จะปลอมได้ไง”
ห้องพักของฝางหมิ่นฮุ่ยเป็นห้องสี่คน แต่เธอและเฉินหลิงโชคไม่ดีที่ต้องมาอยู่รวมกับเด็กห้อง 1
จะอยู่รวมกันก็ไม่ว่าหรอก แต่สองคนนี้นิสัยเข้ากันไม่ได้สุดๆ
โดยเฉพาะจู้เฉียวเฟิ่งที่ชอบทำตัวเป็นศูนย์กลางจักรวาล
หลังสี่ทุ่มห้ามใครคุยกัน บอกว่าจะบิลด์อารมณ์นอน ตอนเช้าเจ็ดโมงก็ห้ามใครลุก บอกว่าเป็นโรคประสาทอ่อนๆ นอนไม่หลับ ได้ยินเสียงนิดหน่อยก็ตื่น
กฎบ้าบอพวกนี้จู้เฉียวเฟิ่งเป็นคนตั้งเอง แต่ตัวเองดันทำไม่ได้ หลังสี่ทุ่มยังนอนคุยโทรศัพท์กับแฟน บางทีหกโมงเช้าก็ลุกมาล้างหน้าแปรงฟันเสียงดังโครมคราม
คนสองมาตรฐานแบบนี้ เฉินหลิงไม่รู้ว่ารอดชีวิตมาจนจบมัธยมได้ยังไง!
“เธอก็ไม่ได้ไปด้วย รู้ได้ไงว่าเขาไปช็อปจริง”
จู้เฉียวเฟิ่งเบะปาก
“นี่เธอ...”
เฉินหลิงสะอึก เตรียมจะสรรหาคำด่ามาฉะกลับ แต่ฝางหมิ่นฮุ่ยอารมณ์ดีอยู่ เลยห้ามไว้ “ช่างเถอะ อย่าไปถือสาเลย”
จู้เฉียวเฟิ่งแค่นหัวเราะ “แหลเก่งนะ”
เฉินหลิงทนมานานแล้ว กลืนไม่ลงจริงๆ “บอกว่าของปลอมก็ของปลอมสิ ยังไงบางคนแม้แต่ของปลอมยังไม่มีใครซื้อให้เลย คบแฟนมาตั้งหลายปี น่าสงสารเนอะ”
“นี่เธอ...”
เจอเฉินหลิงแซะกลับดอกนี้ จู้เฉียวเฟิ่งหน้าแดงก่ำ เถียงไม่ออก
“พอเถอะหลิงหลิง เลิกพูดได้แล้ว”
“โอเคๆ มาแกะถุงกันดีกว่า เมื่อก่อนได้แต่ดูรูป วันนี้จะได้เห็นของจริงแล้ว!”
เฉินหลิงเปลี่ยนความสนใจทันที ตื่นเต้นยิ่งกว่าคนได้ของเสียอีก
เสิ่นหยวนนี่ยอมใจจริงๆ จัดหนักทีเดียวสองใบ!
ทางด้านเสิ่นหยวนก็อารมณ์ดี เดินผิวปากขึ้นบันไดตึกอย่างสบายใจ แต่พอถึงชั้นห้า ก็เห็นหลี่จานเผิงกำลังยืนโม้กับเพื่อนอยู่
หอพักเด็กห้อง 2 อยู่ชั้นห้า หลี่จานเผิงอยู่ห้อง 505 ไม่รู้ทำไมถึงมายืนคุยกันหน้าห้อง 503 ได้
“จานเผิง น่าอิจฉาจริงๆ จู่ๆ ก็คว้าดาวห้องไปครองได้ พวกเราเรียนมาสามปีแล้วยังแห้งเหี่ยวอยู่เลย”
“เสียดายว่ะ ตอนแรกนึกว่าตัวเองยังมีหวัง ไม่นึกว่าจะโดนแกปาดหน้าเค้กไปซะแล้ว”
“จานเผิง เรื่องนี้ต้องฉลองนะเว้ย อย่างน้อยต้องเลี้ยงข้าวพวกเราสักมื้อ เอาดีๆ หน่อยนะ”
เพื่อนผู้ชายรุมล้อมหลี่จานเผิง น้ำเสียงมีทั้งอิจฉา ริษยา และประจบประแจงปนๆ กันไป
“ข้าวแค่มื้อเดียวเรื่องเล็ก ไปร้องเกะยังได้”
หลี่จานเผิงโบกมืออย่างป๋าๆ ทำหน้าไม่ยี่หระ “ไว้เดี๋ยวชวนไปทั้งห้องเลย ไปสนุกกันให้เต็มที่”
“พี่เผิงสุดยอด!”
“พี่เผิงป๋ามาก!”
“พี่เผิง ผมเด็กห้อง 1 ขอแจมด้วยได้ป่ะ”
ท่ามกลางเสียงเชียร์ว่า “พี่เผิง” หลี่จานเผิงเริ่มลอย เขามองไปทางห้อง 503 แวบหนึ่ง
“ได้สิ ถึงตอนนั้นเพื่อนๆ ห้อง 503 ก็ต้องมานะ ขาดไม่ได้สักคน!”
ตอนพูดประโยคนี้ หลี่จานเผิงจงใจขึ้นเสียงสูง กลัวคนข้างในจะไม่ได้ยิน
เสิ่นหยวนยิ้ม เดินเข้าไปทักตอนเดินผ่าน “ไม่มีปัญหาครับพี่เผิง 503 ไปครบองค์ประชุมแน่นอน นัดวันไหนบอกด้วยนะ พวกเราจะได้เคลียร์คิวรอ”
หลี่จานเผิงสะดุ้งโหยง นึกว่าเสิ่นหยวนอยู่ในห้อง ไม่คิดว่าจะโผล่มาข้างหลัง
“ไว้คอนเฟิร์มแล้วจะบอก”
หลี่จานเผิงเหม็นขี้หน้าเสิ่นหยวนอยู่แล้ว เลยตอบห้วนๆ
“โอเค รอฟังข่าวดีนะ”
เสิ่นหยวนทิ้งรอยยิ้มที่มีความนัยไว้ แล้วผลักประตูเข้าห้อง 503 ไป
หลี่จานเผิงมองแผ่นหลังเสิ่นหยวนแล้วถ่มน้ำลายในใจ ไม่รู้ไอ้เวรนี่จะยิ้มระรื่นหาพระแสงอะไร
บ้านเจ๊ง แฟนทิ้ง เป็นกูคงไม่มีหน้ามาเรียนแล้ว ลาออกกลับบ้านไปนานแล้ว!
“แม่งเอ๊ย ไอ้หลี่จานเผิง แค่ดูหนังกับดาวห้องทีเดียว จะประกาศให้โลกรู้เลยหรือไง”
เสิ่นหยวนเพิ่งเข้าห้อง ก็ได้ยินหวงไห่เป่าบ่นอุบ พอเห็นเสิ่นหยวนกลับมา ก็ฟ้องทันที “พี่สาม กลับมาแล้วเหรอ ได้ยินแล้วใช่ไหม แม่งจงใจมาพูดข่มพวกเราชัดๆ”
“ไม่เป็นไรหรอก มันเห่าได้อีกไม่กี่วันหรอก”
เสิ่นหยวนตอบเนือยๆ ถึงฝางหมิ่นฮุ่ยจะไปดูหนังกับหมอนั่นเมื่อวาน แต่คืนนี้เธอมาดินเนอร์กับเขา แถมยังรับกระเป๋า Prada ไปสองใบ
ในมุมมองของเขา ฝางหมิ่นฮุ่ยจะเลือกใคร ผลมันเห็นกันชัดๆ อยู่แล้ว
“ทำไมวะ”
“เพราะฝางหมิ่นฮุ่ยไม่มีทางคบกับมัน”
หวงไห่เป่าเบ้ปาก “พี่สาม มึงก็ขี้โม้ไปเรื่อย ฝางหมิ่นฮุ่ยยอมไปดูหนังด้วยแล้ว แถมวันนี้ยังปฏิเสธนัดมึงอีก แสดงว่ากะจะคบกับหลี่จานเผิงจริงจังแล้วแหละ”
“ช่างเถอะ ไม่เชื่อก็ตามใจ”
เสิ่นหยวนโบกมือ วันนี้เหนื่อยมาทั้งวัน อยากจะรีบนอนฝันหวานเต็มแก่
[จบแล้ว]