เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 - ค่าความประทับใจ 72

บทที่ 7 - ค่าความประทับใจ 72

บทที่ 7 - ค่าความประทับใจ 72


บทที่ 7 - ค่าความประทับใจ 72

หวงไห่เป่ารู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย ในห้องมีเพื่อนตั้งเยอะแยะ แต่ที่สนิทกันจริงๆ ก็มีแค่สามคนนี้ เฉาซุ่นจินมันเป็นพวกไม่คิดอะไรก็ช่างเถอะ แต่ทำไมนายที่เป็นพี่สามต้องมาหัวเราะเยาะฉันด้วย

“ไม่ใช่แบบนั้นนะพี่หวง เขาแค่ไปดูหนังกันเอง นายจะอะไรนักหนา”

“นายไม่เข้าใจหรอก”

หวงไห่เป่าถอนหายใจเฮือกใหญ่

“ในเมื่อฝางหมิ่นฮุ่ยยอมไปดูหนังด้วย ก็แปลว่ายอมรับความรู้สึกของหลี่จานเผิงแล้ว ฉันน่ะหมดหวังถาวรแล้ว”

“เดิมทีนายก็ไม่มีหวังอยู่แล้ว ต่อให้ไม่มีหลี่จานเผิงคนนี้ ก็ต้องมีหลิวจานเผิงคนอื่นโผล่มาอยู่ดี เชื่อฉันเถอะ นายมันแค่พวกคิดไปเองข้างเดียว”

เฉาซุ่นจินแทงใจดำซ้ำเข้าไปอีกดอก

แต่พอพูดถึงหลี่จานเผิง เสิ่นหยวนเองก็ไม่ค่อยชอบขี้หน้าหมอนี่เหมือนกัน เจ้านี่ชอบพูดจาโอ้อวด แถมยังเป็นพวกต่อหน้าอย่างลับหลังอย่าง

วันรายงานตัววันแรก หลี่จานเผิงขับรถแอคคอร์ดมือสองมารายงานตัว กะว่าจะโชว์พาวสักหน่อย

แต่ใครจะไปคิดว่าโดนบีเอ็มดับเบิลยูซีรีส์ 4 ของเสิ่นหยวนกลบรัศมีจนมิด

ลำพังนักศึกษาขับรถส่วนตัวมาเรียนได้ก็ถือว่าเท่มากแล้ว แต่รถซีรีส์ 4 ของเสิ่นหยวนทำให้แอคคอร์ดของหมอนั่นดูจืดชืดเป็นตัวตลกไปเลย

ตอนนั้นหมอนั่นยังแอบไปแขวะลับหลัง

“คนอย่างเสิ่นหยวนก็แค่เกาะพ่อแม่กิน อาศัยบารมีที่บ้านมีเงินนิดหน่อย ถ้าให้หาเงินเองจะมีปัญญาขับซีรีส์ 4 เหรอ”

“ไม่เหมือนเราหรอก พ่อแม่กะจะซื้อรถยุโรปให้ แต่เราไม่เอา ขับแค่แอคคอร์ดมือสองก็พอแล้ว แค่เอาไว้ขับไปไหนมาไหนเฉยๆ”

ต่อมาพอหลี่จานเผิงได้ข่าวว่าบ้านเสิ่นหยวนล้มละลาย ก็รีบกระโดดออกมาวิพากษ์วิจารณ์ราวกับผู้เชี่ยวชาญ

“บอกแล้วไงว่าธุรกิจท่องเที่ยวทำได้ไม่นานหรอก ของจริงต้องภาคการผลิตสิ”

“พอน้ำลดถึงได้รู้ว่าใครแก้ผ้าว่ายน้ำ คนบางคนพอที่บ้านล้มละลายแล้วช่วยอะไรไม่ได้สักอย่าง นี่สิคือความล้มเหลวที่แท้จริง”

แน่นอนว่าต่อหน้าเสิ่นหยวน หลี่จานเผิงไม่กล้าพูดจาแบบนี้หรอก

เสิ่นหยวนสูงร้อยแปดสิบสองเซ็น แถมบุคลิกท่าทางยังดูนักเลงนิดๆ ขืนพูดต่อหน้ามีหวังโดนดี หมอนั่นเลยได้แต่นินทาลับหลัง

หวงไห่เป่ากับเฉาซุ่นจินเองก็เหม็นขี้หน้าหลี่จานเผิงเหมือนกัน เรื่องพวกนี้พวกเขานั่นแหละที่เป็นคนคาบข่าวมาบอกเสิ่นหยวน

ตอนนั้นเสิ่นหยวนด่ากลับไปสองสามคำ แต่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจอะไรมากนัก

เวลาคนมันเกลียดขี้หน้าเรา ต่อให้เราทำอะไรมันก็ขวางหูขวางตาไปหมดแหละ

ต่อมาหลี่จานเผิงเห็นว่าหวงไห่เป่ากับเฉาซุ่นจินที่อยู่ห้องเดียวกันดันไปสนิทกับเสิ่นหยวน เลยชวนเพื่อนอีกคนขอย้ายไปอยู่ห้องอื่น

จากนั้นพอที่บ้านเสิ่นหยวนขายบ้านแล้วย้ายไปเช่าห้องรูหนูแบบสองห้องนอน เขาถึงได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่ห้อง 503

นี่เป็นสาเหตุว่าทำไมห้อง 503 ถึงมีสมาชิกแค่สามคน

“ไอ้เวรเอ๊ย!”

หวงไห่เป่าถ่มน้ำลายใส่เฉาซุ่นจิน

“ข้าวผัดเมื่อกี้ฉันเป็นคนเลี้ยงนะเว้ย นายแย่งส่วนของฉันกินไปแล้ว คายออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

“ฉันชนะพนันมาต่างหาก ใครบอกว่านายเลี้ยง”

เฉาซุ่นจินเรอเสียงดังลั่นอย่างไม่อายฟ้าดิน

“ไม่เห็นจะเป็นเรื่องใหญ่อะไรเลย วันนี้พี่สามก็เพิ่งอกหักมาเหมือนกัน ยังไม่เห็นจะเป็นจะตายแบบนายเลย”

“เชี่ย พวกนายรู้แล้วเหรอ”

เรื่องเพิ่งเกิดเมื่อบ่ายที่หน้าประตูมหาลัย เสิ่นหยวนไม่คิดว่าข่าวจะไวกระจายไปทั่วขนาดนี้

“ของพี่สามมันไม่เหมือนกัน”

หวงไห่เป่าเงยหน้ามองเสิ่นหยวน รูปร่างสมส่วน หน้าท้องมีซิกแพกแน่นๆ ผู้หญิงชอบก็ไม่แปลก แต่พอก้มมองหุ่นกุ้งแห้งของตัวเอง พี่หวงก็ยิ่งหดหู่

“อย่างน้อยเขาก็เคยได้แอ้มรุ่นพี่แล้ว แต่ฉันล่ะ?”

พอพูดถึงเรื่องนี้ เฉาซุ่นจินที่กำลังร่าเริงก็เงียบกริบ เรียนมหาลัยมาสามปี โดยเฉพาะในมหาลัยที่สาวสวยเดินชนกันตายแบบนี้ แต่กลับไม่เคยมีแฟน ไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิง พูดออกไปโคตรน่าอาย

เสิ่นหยวนเห็นเพื่อนหงอยเป็นหมาหงอย ก็ไม่อยากจะซ้ำเติม ใจจริงอยากจะบอกว่าตอนเปิดเทอมใหม่ๆ นอกจากโจวหว่านถิงแล้ว จริงๆ ฝางหมิ่นฮุ่ยก็เคยแสดงท่าทีสนใจเขาเหมือนกัน

เสิ่นหยวนยังจำได้ ตอนพักเบรกจากการฝึกทหาร ฝางหมิ่นฮุ่ยเคยเอาน้ำมาส่งให้ ตอนกินข้าวที่โรงอาหารก็จงใจมานั่งโต๊ะข้างๆ ตอนกลางคืนยังทักไลน์มาคุยด้วย

ส่วนหนึ่งเพราะรูปร่างหน้าตาของเสิ่นหยวนโดดเด่นสะดุดตา แต่อีกส่วนที่สำคัญคือตอนนั้นเขามีพลังเงินตราไงล่ะ

แต่ต่อมาโจวหว่านถิงรีบตัดไฟแต่ต้นลม เธอมักจะโผล่มาหาเสิ่นหยวนที่ห้องเรียนบ่อยๆ แถมยังแสดงท่าทีสนิทสนมเกินเบอร์

เหมือนเป็นการประกาศศักดาว่านี่คือเด็กของแม่ ใครหน้าไหนก็ห้ามยุ่ง!

ตอนนั้นทุกคนเลยเข้าใจกันไปเองว่าสองคนนี้เป็นแฟนกัน

เสิ่นหยวนเลยโดนโจวหว่านถิงมัดมือชกไปโดยปริยาย ตลอดสามปีในรั้วมหาลัย ด้วยความที่นางเล่นใหญ่ไฟกะพริบขนาดนั้น ผู้หญิงคนอื่นเลยไม่กล้าเข้าใกล้เสิ่นหยวนอีกเลย

‘พอนึกย้อนกลับไป ยัยโจวหว่านถิงนี่ร้ายลึกจริงๆ วางแผนจัดการฉันซะอยู่หมัด’

เสิ่นหยวนบ่นในใจ เห็นเพื่อนๆ เงียบกริบกันหมด หวงไห่เป่าก็ทนไม่ไหวโพล่งขึ้นมาอีก

“วันนี้ถือเป็นวันแห่งการไว้อาลัย พี่สามกับฉันอกหักพร้อมกัน ฉันขอเสนอว่าเราไปเมาให้หัวทิ่มกันที่ร้านหมูกระทะดีกว่า มื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง!”

“ไอ้บ้าเอ๊ย!”

เฉาซุ่นจินลุกขึ้นด่า

“ตูเพิ่งยัดข้าวผัดไปสองกล่อง ทำไมมึงไม่บอกให้เร็วกว่านี้วะ!”

“ก็ใครใช้นายให้แย่งของฉันกินล่ะ”

หวงไห่เป่าย้อนกลับ

เฉาซุ่นจินบ่นกระปอดกระแปด

“ไอ้หวงไห่เป่า ฉันสงสัยจริงๆ ว่านายจงใจหลอกให้ฉันกินข้าวผัดตัดกำลังแน่ๆ อยากประหยัดเงินค่าเหล้าก็ไม่ต้องใช้วิธีสกปรกแบบนี้ก็ได้มั้ง!”

“ฉันไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย” พี่หวงยังคงแก้ตัวน้ำขุ่นๆ

สองคนนี้เป็นคู่กัดประจำห้อง เสิ่นหยวนจนปัญญาจะห้าม เลยได้แต่ตัดบท

“พอได้แล้วๆ รีบไปรีบกลับ เดี๋ยวหอปิดจะเข้าไม่ได้”

วัยรุ่นเลือดร้อน อารมณ์มาไวไปไว พอเบียร์ลงท้องไปไม่กี่ขวด หวงไห่เป่าก็กลับมาคึกคักเหมือนเดิม

ตอนเดินกลับหอ ยังเมาแอ๋ตะโกนลั่นถนน

“ผู้หญิงก็เหมือนเสื้อผ้า พี่น้องสิเหมือนแขนขา ชาตินี้ฉันขาดผู้หญิงได้! แต่ขาดพี่น้องไม่ได้โว้ย!”

นักศึกษาที่เดินผ่านไปมามองหวงไห่เป่าด้วยสายตาเหมือนมองคนบ้า แม้แต่เสิ่นหยวนกับเฉาซุ่นจินที่เดินขนาบข้างยังรู้สึกอับอายขายขี้หน้า

เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดยังไม่ทันส่องดี เฉาซุ่นจินก็ลากเสิ่นหยวนกับหวงไห่เป่าที่ยังงัวเงียให้ลุกจากเตียง บอกว่าจะไปกินมื้อเช้าด้วยกัน อ้างเหตุผลสวยหรูว่าเพื่อนร่วมห้องต้องไปไหนไปกัน

ไอ้หนุ่มเหลียวเป่ยคนนี้กินเบียร์ต่างน้ำ เมื่อคืนซัดกันไปสองลัง มันฟาดคนเดียวไปลังหนึ่ง

หวงไห่เป่ากับเสิ่นหยวนตื่นมาด้วยความหงุดหงิด ด่าสาปแช่งเฉาซุ่นจินไปตลอดทาง

อาหารเช้าที่โรงอาหารหนึ่งของมหาลัยมีให้เลือกเยอะมาก นอกจากพวกพื้นฐานอย่างน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ ซาลาเปาแล้ว ยังมีเค้ก ก๋วยเตี๋ยว แพนเค้กจีน หรือแม้แต่ก๋วยเตี๋ยวหลอดแบบกวางตุ้งก็มี

“เฮ้ย พวกนายดูนั่น”

ทั้งสามคนสั่งก๋วยเตี๋ยวคนละชามมานั่งกินที่มุมห้อง แต่กินไปได้แค่สองคำ เฉาซุ่นจินก็ตาโตเท่าไข่ห่าน

เสิ่นหยวนกับหวงไห่เป่ามองตามสายตาเพื่อนไปโดยอัตโนมัติ ไม่นึกว่าจะเจอฝางหมิ่นฮุ่ยกับ ‘เฉินหลิง’ เพื่อนร่วมห้องกำลังซื้ออาหารเช้าอยู่

ฝางหมิ่นฮุ่ยหุ่นสูงเพรียว อย่างน้อยต้องร้อยหกสิบแปดเซ็น ผิวขาวออรา วันนี้เธอใส่กางเกงยีนขาสั้นสีเขียวขี้ม้า อวดเรียวขาขาวเนียนยาวเหยียด

ท่อนบนเป็นเกาะอกสีขาวเอวลอยรัดรูป เน้นทรวดทรงองเอวที่อวบอัด

หน้าท้องแบนราบมีกล้ามเนื้อนิดๆ เอวคอดกิ่ว ดูรู้เลยว่าเป็นคนออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ยังดีที่เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีอ่อนตัวโคร่งทับไว้ด้านนอก ช่วยปกปิดความขาวเนียนไปได้ส่วนหนึ่ง ไม่อย่างนั้นผู้ชายทั้งโรงอาหารคงมองตาค้างน้ำลายยืดกันหมด

ส่วนเฉินหลิงที่อยู่ข้างๆ กลายเป็นแค่ตัวประกอบไปเลย เธอใส่ชุดเอี๊ยมยีน มัดผมจุก ดูน่ารักใสๆ ตามมาตรฐาน

“พี่หวง มีข่าวดีว่ะ” เสิ่นหยวนละสายตากลับมา

“อะไร?”

พอเห็นฝางหมิ่นฮุ่ยอีกครั้ง หวงไห่เป่ากลับไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ แถมยังดูห่อเหี่ยวลงด้วยซ้ำ

“ถึงฝางหมิ่นฮุ่ยจะไปดูหนังกับหลี่จานเผิงเมื่อวาน แต่พวกเขายังไม่ได้ไปเปิดห้องกัน”

“รู้ได้ไง?”

“ถ้าไปเปิดห้องคงไม่กลับมาเช้าขนาดนี้หรอก แล้วก็คงไม่มากินข้าวเช้าที่โรงอาหารด้วย ต่อให้กินที่โรงอาหาร เธอก็ควรจะอยู่กับหลี่จานเผิง ไม่ใช่อยู่กับเฉินหลิง”

“วิเคราะห์ได้มีเหตุผลนี่หว่าพี่สาม”

ใจของหวงไห่เป่ากระตุกวูบ ไฟแห่งความหวังที่มอดดับไปแล้วเหมือนจะมีเชื้อไฟคุโชนขึ้นมาอีกครั้ง

“ข่าวดีกะผีน่ะสิ”

เฉาซุ่นจินขัดคออย่างไม่สบอารมณ์

“ดูทรงแล้ว ถึงยังไม่เสร็จตอนนี้ อีกไม่นานก็คงเสร็จไอ้หลี่จานเผิงอยู่ดี”

“ไอ้เวร! นายหุบปากไปเลยได้ไหม!”

“...”

เสิ่นหยวนส่ายหน้าอย่างระอาใจกับคู่หูคู่นี้ แล้วกวาดสายตามองหาสาวสวยในโรงอาหารต่อ

จังหวะนั้นเอง ฝางหมิ่นฮุ่ยกับเฉินหลิงที่ซื้อน้ำเต้าหู้ซาลาเปาเสร็จก็เดินมาหาที่นั่ง แล้วสังเกตเห็นพวกเสิ่นหยวนพอดี

สายตาของเสิ่นหยวนลอยไปลอยมา สุดท้ายก็วกกลับมาหยุดที่ฝางหมิ่นฮุ่ยโดยไม่รู้ตัว ประจวบเหมาะกับที่เธอก็กำลังมองมาทางเขาพอดี

วินาทีที่สบตากัน เสิ่นหยวนเห็นตัวเลขค่าความประทับใจบนหัวของฝางหมิ่นฮุ่ยอย่างชัดเจน

[ค่าความประทับใจที่มีต่อโฮสต์: 72]

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 7 - ค่าความประทับใจ 72

คัดลอกลิงก์แล้ว