- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเปย์ สามีข้าใครอย่าแตะ
- บทที่ 43 - ฉินเย่ขอรุกบ้าง
บทที่ 43 - ฉินเย่ขอรุกบ้าง
บทที่ 43 - ฉินเย่ขอรุกบ้าง
บทที่ 43 - ฉินเย่ขอรุกบ้าง
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ถึงหรงเยียนจะเพิ่งมาอยู่ได้ไม่นาน แต่เธอก็ดูออกว่าเจ้าน้องรองคนนี้ขี้งกใช่ย่อย
"ไม่เป็นไรน่า กินหมดอยู่แล้ว"
ฉินอวี่: ...
ประเด็นมันอยู่ที่กินหมดไม่หมดที่ไหนกันเล่า? ประเด็นคือมันต้องประหยัดต่างหาก
แต่น่าเสียดายที่เขาไม่กล้าเถียง
หรงเยียนมองท่าทางกลัดกลุ้มของเขาแล้วก็อมยิ้มมุมปาก
เธอต้องทำให้เขาเห็นด้วยการกระทำว่า... ชีวิตที่ดีไม่ได้มาจากการอดออมเพียงอย่างเดียว
เกี๊ยวในหม้อผ่านน้ำเดือดสามรอบ
ไม่นานก็ได้ที่
"พี่สะใภ้ มันร้อนครับ เดี๋ยวผมตักเอง" ฉินอวี่ไม่อยากยืนเฉยๆ
หรงเยียน: ...
ทำอย่างกับว่าเขาไม่ร้อนอย่างนั้นแหละ
แต่ดูแล้วก็ไม่ได้อันตรายอะไร เธอเลยไม่แย่งเขาทำ แค่กำชับไปประโยคเดียว "ตักให้เต็มทุกชามนะ ชามไหนน้อยที่สุดฉันกินเอง"
ฉินอวี่: ...
ตอนแรกเขากะว่าจะตักให้ตัวเองแค่ไม่กี่ตัวพอให้หายอยากแท้ๆ
แล้วทีนี้จะทำยังไงล่ะ?
"พี่รองเชื่อพี่สะใภ้เถอะค่ะ" ฉินเหมยพูดเสียงเบา ตอนนี้เธอยึดพี่สะใภ้เป็นศูนย์กลางจักรวาลไปแล้ว
สมกับเป็นฝาแฝดที่ใจสื่อถึงกัน คำพูดเดียวทำเอาฉินอวี่เลิกคิดจะเถียง
เขาลงมือตักเกี๊ยวใส่ชามอย่างว่าง่าย
หรงเยียนมองสองพี่น้องแล้วก็ยิ้มออกมา
"เดี๋ยวฉันยกไปให้พี่ใหญ่นายเอง"
เธอประคองชามเกี๊ยวเดินออกไป
ฉินเย่รู้ตัวตั้งแต่ตอนที่หรงเยียนเดินเข้าบ้านมาแล้ว เขาได้แต่รอคอยด้วยใจจดจ่อ
แต่ดูเหมือนเธอจะยังไม่คิดจะเข้ามาหาเขา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงน้องสองคนนั้น ไม่มีใครโผล่หัวมาสักคน
คิดแล้วก็น่าน้อยใจชะมัด
แต่พอเห็นภรรยาเดินถือชามเกี๊ยวร้อนๆ เข้ามา เขาก็สัมผัสได้ถึงความสุขที่ห่างหายไปนาน
อาจเป็นเพราะโชคร้ายมานานเกินไป เขาเลยกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นแค่ฝันกลางวัน จนต้องจ้องมองตาไม่กะพริบ กลัวว่าเผลอกะพริบตาแล้วภาพจะหายไป
หรงเยียนวางชามเกี๊ยวลงบนม้านั่งข้างเตียง แล้วก็เห็นว่าสายตาของเขายังคงจ้องเธอไม่วางตา
เธอยื่นมือไปโบกตรงหน้าเขา "เป็นอะไรไป? เอ๋อไปแล้วเหรอ?"
ใจจริงเธออยากจะถามว่า ไม่เคยเห็นคนสวยหรือไง?
ร่างกายนี้หน้าตาเหมือนเธอในโลกเดิมเป๊ะ แค่ผิวพรรณแย่กว่าหน่อย เหมือนเวอร์ชันดิบๆ ที่ยังไม่ได้ผ่านแอปแต่งรูป
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ถึงไม่มีมิติวิเศษเป็นตัวช่วย เธอก็มั่นใจว่าจะปั้นความสวยนี้ให้กลับมาเจิดจรัสได้แน่นอน
ฉินเย่หน้าแดงขึ้นมาด้วยความขัดเขิน แต่สายตาก็ยังไม่ยอมละไปจากเธอ
"...คุณไม่เป็นไรใช่ไหม?"
หรงเยียน: "ฉันจะไปเป็นไรได้ คนที่มีเรื่องคือคนอื่นต่างหาก กินเกี๊ยวเถอะ"
"ผมกินเองได้" ไม่รู้ทำไม ร่างกายที่นอนซมมาวันกับอีกหนึ่งคืนดูเหมือนจะฟื้นตัวเร็วผิดปกติ
ถึงเขาจะอยากอยู่กับเธอนานกว่านี้ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าเธอยังไม่ได้กินอะไร
เขาก็ไม่อยากให้เธอต้องหิว
หรงเยียนเลิกคิ้ว "คุณไหวเหรอ?"
ฉินเย่ชะงักไปนิด ก่อนจะตอบด้วยสีหน้าจริงจัง "คุณเคยบอกไม่ใช่เหรอว่าลูกผู้ชายห้ามพูดว่าทำไม่ได้?"
หรงเยียน: ...
สรุปว่าที่เธอสั่งสอนเจ้าฉินอวี่หน้าประตูเมื่อกี้ เขาได้ยินหมดเลยสินะ
แต่ถ้าจำไม่ผิด เธอพูดว่า 'เด็กผู้ชาย' ไม่ใช่เหรอ?
ช่างเถอะ มันก็เหมือนกันนั่นแหละ
"งั้นคุณก็ค่อยๆ กินนะ"
"ครับ คุณเองก็รีบไปกินเถอะ"
ฉินเย่มองตามแผ่นหลังของเธอจนลับสายตา
จากนั้นถึงค่อยๆ พลิกตะแคงตัวอย่างทุลักทุเล...
หรงเยียนเดินกลับมา เห็นสองพี่น้องนั่งตัวตรงแหนว์ เกี๊ยวร้อนๆ ตรงหน้ายังไม่ได้แตะสักนิด
"ทำไมยังไม่กินกันอีก?"
"รอพี่สะใภ้ค่ะ" น้องสาวตัวน้อยตอบเสียงใส
หรงเยียนลูบหัวเธอเบาๆ "คราวหลังไม่ต้องรอนะ เกี๊ยวต้องรีบกินตอนร้อนๆ ถึงจะอร่อย"
[จบแล้ว]