- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเปย์ สามีข้าใครอย่าแตะ
- บทที่ 40 - เพิ่งมาได้กี่วัน เจ๊หรงก็เก็บไปสองศพแล้ว
บทที่ 40 - เพิ่งมาได้กี่วัน เจ๊หรงก็เก็บไปสองศพแล้ว
บทที่ 40 - เพิ่งมาได้กี่วัน เจ๊หรงก็เก็บไปสองศพแล้ว
บทที่ 40 - เพิ่งมาได้กี่วัน เจ๊หรงก็เก็บไปสองศพแล้ว
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ชาวบ้านที่ยังว่างงานยืนจับกลุ่มกันอยู่ใต้ต้นหวายใหญ่ พอเห็นรถตำรวจขับเข้ามาจริงๆ ก็พากันตกตะลึงพรึงเพริด
เมียเจ้าฉินเย่คนนี้... ช่างเก่งกล้าสามารถเกินไปแล้ว
ใจกล้าเทียมฟ้าจริงๆ
หลินจวินกับหรงเยียนต่างคนต่างลงจากรถ ส่วนสวีเข่อนั้นหดตัวสั่นงันงกอยู่บนรถไม่ยอมลงมา
อับอายขายขี้หน้าจนแทบแทรกแผ่นดินหนี
ชาวบ้านมายืนมุงกันเต็มไปหมด ถ้าคนพวกนี้รู้เรื่องของเธอ... จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?
หรงเยียนไม่สนหรอกว่าชาวบ้านจะคิดยังไง เธอบอกหลินจวินว่า "หัวหน้าหลินคะ หอพักยุวปัญญาชนอยู่ทางโน้น เดี๋ยวฉันนำทางไปค่ะ"
หลินจวินพยักหน้า "ได้ครับ"
จากนั้นเขาก็หันไปสั่งงาน "เสี่ยวหวัง นายจัดการสอบสวนทางนี้"
เสี่ยวหวังรับคำทันที "รับทราบครับ หัวหน้า"
ประจวบเหมาะกับที่ชาวบ้านซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ (ตอนหรงเยียนแฉเรื่องวางยา) อยู่ตรงนั้นพอดี เลยโดนเรียกตัวมาสอบปากคำเรียงตัว
ชาวบ้านที่ต้องให้ความร่วมมือถึงกับหน้าบอกบุญไม่รับ: ...
ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ให้ตายยังไงพวกเขาก็จะไม่มายืนมุงดูเรื่องชาวบ้านเด็ดขาด
แต่ถึงอย่างนั้น การให้ความร่วมมือก็เป็นหน้าที่ พอมีคนหนึ่งเริ่มเปิดปาก การสืบสวนก็ลื่นไหล... ต่างคนต่างแย่งกันพูดเจี๊ยวจ๊าว
เสี่ยวหวังคอยจดบันทึกข้อมูลที่เป็นประโยชน์
กว่าหัวหน้าหมู่บ้านจะรีบตาลีตาเหลือกมาถึง การสอบปากคำชาวบ้านก็เสร็จสิ้นไปเกือบหมดแล้ว
ส่วนทางด้านหอพักยุวปัญญาชน กู้หลานมองคนที่ยืนอยู่หน้าประตูด้วยอาการช็อกตาตั้ง
ส่วนหนิวโยวเหลียนกับหวงหมิ่นนั้นยืนตัวตรงแหนว์โดยสัญชาตญาณ
หลินจวินไม่ได้เดินเข้าไปข้างใน เขากวาดสายตามองรอบหนึ่ง สายตาก็ไปหยุดอยู่ที่คนคนหนึ่ง "คุณคือกู้หลานใช่ไหม"
กู้หลาน: "...ใช่ค่ะ"
กรี๊ดดด! นังหรงเยียน นังบ้าเอ๊ย หล่อนกล้าไปแจ้งความจริงๆ เหรอเนี่ย?
ทำไมถึงกล้าทำขนาดนี้?
หลินจวิน: "มีคดีความคดีหนึ่งที่ต้องรบกวนคุณกลับไปให้ปากคำกับทางเรา เชิญตามมาด้วยครับ"
กู้หลาน: ...
กลัวจนขาสั่น เธอปฏิเสธได้ไหม?
ร่างกายของเธอสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
หลินจวินยังไม่ได้เข้าไปคุมตัวทันที แต่หันไปสอบถามเพื่อนร่วมห้องอีกสองคนหลายคำถาม รวมถึงเรื่องของสวีเข่อด้วย
หนิวโยวเหลียนกับหวงหมิ่นยืนงงเป็นไก่ตาแตก ถามเรื่องกู้หลานพวกเธอพอเข้าใจ แต่ทำไมต้องถามเรื่องสวีเข่อด้วย... เกี่ยวอะไรกัน?
แต่ถึงจะไม่เข้าใจ พวกเธอก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี รู้อะไรก็บอกหมดเปลือก
แน่นอนว่าหลินจวินไม่พลาดที่จะไปสอบถามยุวปัญญาชนชายที่พักอยู่ข้างๆ ด้วย
หนึ่งชั่วโมงให้หลัง หลินจวินก็คุมตัวกู้หลาน... และสวีเข่อกลับไปที่สถานี
ทั้งหมู่บ้านฮือฮากันยกใหญ่
เรื่องกู้หลานพวกเขพอรู้ระแคะระคาย แต่เรื่องสวีเข่อนี่สิ ยุวปัญญาชนหญิงที่ดูเรียบร้อยอ่อนหวานคนนั้น ทำไมถึงทำเรื่องชั่วช้าสามานย์ได้ขนาดนี้?
ถึงขั้นวางยาเพื่อนยุวปัญญาชนด้วยกันในคืนก่อนสอบเอนทรานซ์
แม่เจ้าโว้ย! ยุวปัญญาชนจากเมืองพวกนี้ดูแต่ภายนอกไม่ได้จริงๆ จิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตกันเหลือเกิน
เมื่อจัดการเรื่องเสร็จสิ้น หรงเยียนก็เตรียมตัวกลับ
วีรกรรมของเธอในวันนี้ ไม่ต้องพูดถึงร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก แต่อย่างน้อยก็ข่มขวัญคนไปได้กว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์
รับรองว่าในช่วงสั้นๆ นี้ ทั้งพวกยุวปัญญาชนและชาวบ้านคงไม่มีใครกล้ามาแหยมกับเธอแน่
แม่นี่มันคนจริง... โหดพอกับไอ้หนุ่มฉินเย่เลย แค่โหดกันคนละแบบ
มิน่าถึงได้มาเป็นผัวเมียกันได้
ผีเน่ากับโลงผุ เอ๊ย ศีลเสมอกันจริงๆ
เย่ยวี่เห็นหรงเยียนกำลังจะไป เขาชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะวิ่งตามไป "หรงเยียน เดี๋ยว"
หรงเยียนหยุดเดิน หันกลับมามอง
เย่ยวี่ไม่กล้าสบตาเธอตรงๆ ความรู้สึกของเขาตอนนี้มันซับซ้อนจนบอกไม่ถูก
"ทำไมคุณถึงกลับคำ?" เขานึกว่าเธอจะเป็นคนรักษาคำพูด
หรงเยียนแค่นหัวเราะ "ฉันไม่ได้แจ้งจับนายนี่นา จะเรียกว่ากลับคำได้ยังไง? ที่ฉันให้ประกาศเสียงตามสายขอโทษ นั่นมันเรื่องที่พวกนายใส่ร้ายว่าฉันขโมยเงิน แต่เรื่องสอบเอนทรานซ์... นายคิดว่าฉันจะยอมปล่อยผ่านง่ายๆ งั้นเหรอ?"
เย่ยวี่: ...
"ลองเปลี่ยนกันดูไหม ถ้าฉันทำให้การสอบของนายเป็นโมฆะบ้าง นายจะให้อภัยฉันไหมล่ะ?"
เย่ยวี่: ...
จะไปให้อภัยได้ยังไง? การทำลายอนาคตคนอื่น ก็เหมือนตัดเส้นทางสู่ความเจริญก้าวหน้า เท่ากับพังชีวิตทั้งชีวิต
ถ้าเป็นเขา เขาคงอยากจะฆ่าคนคนนั้นให้ตายคามือ
[จบแล้ว]