- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในโลกโปเกมอน ผมขอเป็นเจ้าของฟาร์มที่เทพที่สุด
- บทที่ 491 - ฟาร์มจิบะตลอดไป (ตอนจบ)
บทที่ 491 - ฟาร์มจิบะตลอดไป (ตอนจบ)
บทที่ 491 - ฟาร์มจิบะตลอดไป (ตอนจบ)
บทที่ 491 - ฟาร์มจิบะตลอดไป (ตอนจบ)
ตอนที่เก็นจิคุมตัวพวกซากากิไปถึงสมาพันธ์ลีกโฮเอ็น ความตกตะลึงที่เกิดขึ้นกับเหล่าผู้บริหารระดับสูงของสมาพันธ์นั้นมหาศาลทีเดียว
แม้ว่าคนที่เคยปะทะกับซากากิจริงๆ จะเป็นสมาพันธ์ลีกคันโตและโจโต แต่ก็ไม่ได้แปลว่าผู้บริหารฝั่งโฮเอ็นจะไม่ให้ความสำคัญกับซากากิ
คนที่สามารถเอาตัวรอดจากการไล่ล่าของสมาพันธ์ลีกถึงสองภูมิภาค แถมยังบริหารแก๊งร็อคเก็ตให้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ได้ แค่นี้ก็บ่งบอกถึงความน่ากลัวของซากากิได้เป็นอย่างดี
แต่คนน่ากลัวระดับนั้นกลับต้องมาพ่ายแพ้ให้กับคาเอเดะ เรื่องนี้มันเหนือความคาดหมายของเหล่าผู้บริหารไปไกลมาก
หลังจากหารือกับทางคันโตและโจโตแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์นักโทษแหกคุกระหว่างส่งตัวเหมือนคราวก่อนจนเกิดเรื่องวุ่นวายตามมาอีก
ผู้บริหารของทั้งสามสมาพันธ์จึงประชุมด่วนข้ามคืน และได้ข้อสรุปว่าจะจัดสถานที่พิจารณาคดีขึ้นที่ภูมิภาคโฮเอ็น โดยทางคันโตและโจโตจะส่งจตุรเทพมาร่วมเป็นคณะลูกขุนในการพิจารณาคดีร่วมกัน
คณะผู้พิพากษาชุดนี้เรียกได้ว่าแข็งแกร่งสุดๆ ต่อให้เศษซากที่เหลือของแก๊งร็อคเก็ตจะรวมหัวกันมาช่วยซากากิ ก็ยากยิ่งกว่าปีนขึ้นสวรรค์
กว่าคาเอเดะจะได้ข่าวคราวของซากากิอีกครั้ง ก็ผ่านไปหลายเดือนแล้ว
ในช่วงเวลานั้น ข่าวในโทรทัศน์และอินเทอร์เน็ตมักจะรายงานวีรกรรมชั่วร้ายที่แก๊งร็อคเก็ตเคยทำ รวมถึงข่าวที่สมาพันธ์ลีกบุกทลายแหล่งกบดานและช่วยเหลือเทรนเนอร์กับโปเกมอนที่ถูกจับไป
เห็นได้ชัดว่าพวกซากากิคงทนการสอบสวนไม่ไหว จนคายความลับของแก๊งออกมาจนหมดเปลือก
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก โลกนี้มีวิธีการลึกลับมากมายที่จะทำให้คนเปิดปากพูดความลับออกมาโดยไม่รู้ตัว แถมยังมีดาร์กไรเทพแห่งฝันร้ายคอยช่วยอีกแรง
เมื่อฐานทัพส่วนใหญ่ถูกทำลาย และสมาชิกเกือบทั้งหมดถูกจับกุม แก๊งร็อคเก็ตก็ตกต่ำลงจนกลายเป็นแค่องค์กรปลายแถว
ต่อให้ยังมีปลาที่หลุดรอดแหไปได้บ้าง พวกมันก็ทำได้แค่หลบซ่อนตัวอย่างเงียบเชียบ ไม่กล้าทำอะไรอุกอาจเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว อย่าว่าแต่จะถ่อมาหาเรื่องคาเอเดะถึงโฮเอ็นเลย
เพราะการที่สมาชิกส่วนใหญ่ถูกจับ ก็เป็นผลมาจากการที่ซากากิปากโป้งบอกความลับไป คนที่เหลือรอดไม่แค้นเขาก็บุญโขแล้ว คงไม่มีใครคิดจะไปแก้แค้นแทนเขาหรอก
ในช่วงเวลานี้ ด้วยความช่วยเหลือของลุงเฮนรี่และเหล่าโปเกมอน สิ่งก่อสร้างและสภาพแวดล้อมที่เสียหายในฟาร์มได้รับการซ่อมแซมจนกลับมาเหมือนเดิม แถมคาเอเดะยังสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับฝึกซ้อมและพักผ่อนให้โปเกมอนเพิ่มขึ้นอีกด้วย
เพื่อการนี้ คาเอเดะเทหมดหน้าตักใช้เงินเก็บทั้งหมดที่มี บวกกับเงินชดเชยก้อนโตที่สมาพันธ์ลีกโฮเอ็นมอบให้ ถึงจะสร้างจนเสร็จ
ที่เรียกว่าเงินชดเชย จริงๆ แล้วก็คือเงินรางวัลนำจับที่สมาพันธ์ลีกมอบให้เขาฐานที่จัดการและจับกุมซากากิบอสใหญ่แก๊งร็อคเก็ตได้นั่นแหละ
หลังจากถูกรีดข้อมูลจนหมดประโยชน์ ซากากิก็ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต โชคดีที่สมาพันธ์ลีกไม่มีโทษประหารชีวิต ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มีชีวิตรอดมาได้
ส่วนนัตสึเมะและมาโทริต่างก็โดนโทษจำคุกไปไม่น้อย ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด กว่าจะได้ออกมาเห็นโลกภายนอกอีกครั้งคงผมขาวโพลนกันหมดแล้ว
แน่นอนว่าตราบใดที่มีแสงสว่างก็ย่อมมีความมืด แก๊งร็อคเก็ตยังไม่ถูกกำจัดจนสิ้นซากเสียทีเดียว
สมาชิกที่เหลือรอดบางส่วนยังคงชูธงแก๊งร็อคเก็ตต่อไป เพียงแต่เมื่อเทียบกับยุคของซากากิแล้ว พวกมันอ่อนแอลงมาก กลายเป็นแก๊งกระจอกที่ใครๆ ก็รุมประณาม
ส่วนฟาร์มจิบะหลังจากผ่านพ้นเหตุการณ์นั้นมาได้ ก็กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม กองกำลังต่างๆ ในโฮเอ็นที่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังต่างก็ไม่กล้ามองข้ามคาเอเดะอีกต่อไป แม้จะรู้ว่าเขาครอบครองโปเกมอนมายา แต่ก็ไม่มีใครกล้าคิดไม่ซื่ออีกแล้ว
เพราะจุดจบของซากากิและแก๊งร็อคเก็ตยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของทุกคน
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับม้าขาววิ่งผ่านช่องหน้าต่าง
"ขอแสดงความยินดีกับซาโตชิ ที่คว้าแชมป์เวิลด์แชมเปี้ยนชิพมาครองได้สำเร็จ!"
เมื่อเห็นภาพซาโตชิชูถ้วยรางวัลพร้อมเสียงเชียร์กึกก้องในทีวี คาเอเดะและเทราดะ ยูริก็หันมายิ้มให้กัน
ในตอนนี้ เวลาได้ล่วงเลยไปหลายปีนับจากวันที่แก๊งร็อคเก็ตบุกโจมตีฟาร์ม
ตลอดหลายปีมานี้ คาเอเดะแทบไม่ได้ออกเดินทางไกลไปไหนเลย อย่างมากก็แค่ไปเที่ยวในภูมิภาคโฮเอ็นสั้นๆ เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการดูแลโปเกมอนและบริหารฟาร์มของตัวเอง
ด้วยความใส่ใจของคาเอเดะและยูริ ชื่อเสียงของฟาร์มจิบะดังก้องไปทั่วภูมิภาคโฮเอ็น
เพราะที่นี่ไม่เพียงแต่จำหน่ายไข่ซูบาเมะและไข่เนียวโรโมะที่มีพรสวรรค์เป็นเลิศ แต่ยังมีโปเกบล็อกคุณภาพระดับท็อปจำหน่ายอีกด้วย
หลังจากที่เทรนเนอร์จากเมืองฮารุฮานะหลายคนใช้โอสึบาเมะและเนียวโรบอนสร้างผลงานยอดเยี่ยมในการแข่งลีก ไข่โปเกมอนจากฟาร์มจิบะก็กลายเป็นที่ต้องการของตลาดจนผลิตไม่ทันขาย
ส่วนดีแอนซีตอนนี้สามารถผลิตโปเกบล็อกระดับท็อปได้อย่างเสถียรแล้ว แม้แต่ยูริเองก็ยังยอมรับว่าฝีมือสู้ไม่ได้
โอกาตะ อากิโนะและทาเคโมโตะ ยุย หลังจากออกเดินทางเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาปีกว่า ก็ตัดสินใจกลับมาใช้ชีวิตและทำงานที่ฟาร์มจิบะเหมือนเดิม
การเดินทางครั้งนั้นทำให้พวกเธอได้พบเจอและเติบโตขึ้นมาก แต่สุดท้ายพวกเธอก็เลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่ฟาร์มจิบะ
เพราะที่นี่มีคาเอเดะคอยเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้ พวกเธอไม่ต้องกังวลเรื่องอื่น แค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี ก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
"โบมันเดอร์ ดราก้อนรัช!"
"โกคาซารุ โอเวอร์ฮีท!"
ในเวลานี้ โคโมรูและโมคาซารุต่างก็วิวัฒนาการเป็นร่างสุดท้ายกันหมดแล้ว แต่การแข่งขันระหว่างทั้งคู่ยังไม่จบ พวกมันยังคงประลองฝีมือกันอยู่บ่อยๆ
นั่นทำให้โบมันเดอร์และโกคาซารุพัฒนาฝีมือขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนตอนนี้ความแข็งแกร่งของพวกมันเป็นรองแค่โอสึบาเมะเจ้าถิ่นและไคริกี้เท่านั้น
"คาเอเดะ ให้ฉันเช็ดเหงื่อให้นะ!"
เนื่องจากอากาศค่อนข้างร้อน หลังจากสั่งการโบมันเดอร์และโกคาซารุสู้กันอย่างดุเดือด คาเอเดะก็เหงื่อท่วมตัว
ยูริที่ยืนรออยู่ข้างๆ รีบนำผ้าขนหนูเปียกเข้ามาเช็ดเหงื่อบนหน้าผากให้เขาอย่างอ่อนโยน
ภาพแบบนี้เกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แต่ยูริก็ยังทำด้วยความเต็มใจเสมอ การได้ทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ เพื่อคาเอเดะทำให้เธอมีความสุขและอิ่มเอมใจ
ใช่แล้ว ตอนนี้คาเอเดะและยูริได้คบหากันอย่างเป็นธรรมชาติ ทุกอย่างเป็นไปตามครรลอง แม้จะเรียบง่าย แต่หัวใจของทั้งสองก็ผูกพันกันอย่างแนบแน่น
นี่เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้คาเอเดะไม่ค่อยออกเดินทางไปไหนในช่วงหลายปีมานี้ เมื่อมีห่วงผูกพันทางใจ โลกภายนอกก็ไม่ได้ดึงดูดใจเขามากนัก
อย่างน้อยที่สุด ในตอนนี้คาเอเดะก็คุ้นชินและเริ่มจะเพลิดเพลินกับชีวิตที่เป็นอยู่
ตลอดมา คาเอเดะมักจะมีความรู้สึกสับสนและหวาดระแวงเหมือนคนแปลกถิ่นที่หลงทาง
นั่นเป็นแรงผลักดันให้เขาจับโปเกมอนมากมายและทุ่มเทฝึกฝนพวกมันให้แข็งแกร่ง เพราะมีแต่ทำแบบนี้เขาถึงจะรู้สึกปลอดภัย
คาเอเดะไม่ได้มีความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่อะไร เผลอๆ จะดูเหมือนคนเฉื่อยชาด้วยซ้ำ เขาไม่ได้ฝันอยากเป็นแชมเปี้ยนหรือจตุรเทพ เพราะชีวิตแบบนั้นอาจจะดูหรูหรามีเกียรติ แต่ต้องแลกมาด้วยเวลาและพลังงานมหาศาล
บางทีเมื่ออายุมากขึ้น คาเอเดะอาจจะเบื่อชีวิตเรียบง่ายแบบนี้ ถึงตอนนั้นเขาอาจจะเลือกออกเดินทางสำรวจโลกมหัศจรรย์ใบนี้อีกครั้ง แต่สำหรับตอนนี้ เขาพอใจกับชีวิตตรงหน้ามากที่สุดแล้ว
(จบบริบูรณ์)