- หน้าแรก
- ภรรยาผมเป็นนางร้ายตัวแม่ แต่ระบบดันบังคับให้จีบเธอด้วยรักใสๆ เนี่ยนะ
- บทที่ 24 นวด? นวดสิ!
บทที่ 24 นวด? นวดสิ!
บทที่ 24 นวด? นวดสิ!
บทที่ 24 นวด? นวดสิ!
เมื่อเจียงจวินอี้ได้ยินหว่านชิงอวิ๋นตอบตกลง ดวงตาของเขาก็เปล่งประกายสีทองวาววับ!
เขาสูดหายใจลึก "งั้นไปที่โซฟาดีกว่า คุณจะได้สบายตัวขึ้น"
"อืม" หว่านชิงอวิ๋นพยักหน้า เตรียมจะขยับตัวไปทางห้องรับแขก
แต่เหนือความคาดหมาย ร่างของเธอลอยหวือขึ้น และพบว่าตัวเองกลับมาอยู่ในอ้อมกอดของเจียงจวินอี้อีกครั้ง
แก้มของหว่านชิงอวิ๋นแดงระเรื่อ ซุกหน้าลงกับแอกแกร่งของเจียงจวินอี้ พลางกระซิบเสียงเบา "ระยะทางแค่นี้เอง... ฉันไปเองได้..."
เจียงจวินอี้ยิ้มกว้าง "ไม่ได้หรอก มีผมอยู่ทั้งคน ผมต้องดูแลคุณอย่างดีที่สุดสิ"
หว่านชิงอวิ๋นเขินอายเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
เทียบกับการกระทำก่อนหน้านี้ของเจียงจวินอี้ การอุ้มแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก
โดยไม่รู้ตัว ขีดจำกัดความอดทนของหว่านชิงอวิ๋นค่อยๆ ถูกเจียงจวินอี้ลดระดับลงทีละน้อยด้วยพฤติกรรมสุดเพี้ยนของเขา
เมื่อกี้เขาถึงขนาดเลียนิ้วเธอ ตอนนี้แค่กอดเฉยๆ เธอกลับรู้สึกโล่งใจขึ้นมาซะอย่างนั้น
เจียงจวินอี้วางหว่านชิงอวิ๋นลงบนโซฟาอย่างเบามือ ส่วนตัวเขาไปหยิบเก้าอี้ตัวเล็กออกมา
เดิมทีบ้านหว่านชิงอวิ๋นไม่มีเก้าอี้ตัวเล็กแบบนี้หรอก แต่เจียงจวินอี้คาดการณ์ถึงวันนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงพกติดตัวมาด้วยโดยเฉพาะ
"นายไม่นั่งโซฟาเหรอ?" หว่านชิงอวิ๋นถามด้วยความสงสัย เพราะเธอไม่รู้สึกถึงน้ำหนักที่กดทับลงบนโซฟา
"ผมเอาเก้าอี้ตัวเล็กมาด้วย" เจียงจวินอี้นั่งลงบนเก้าอี้ตัวเล็ก สายตาจับจ้องไปที่เรียวขาขาวผ่องดุจหยกของหว่านชิงอวิ๋น
หว่านชิงอวิ๋น: ? ฉันจำได้ว่าที่บ้านไม่มีเก้าอี้ตัวเล็กนะ...
เธอเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง มุมปากกระตุกเล็กน้อย
ไอ้จอมเจ้าเล่ห์นี่วางแผนมาตั้งแต่แรกแล้วสินะ!
"งั้น... เริ่มกันเลยไหม?" เจียงจวินอี้ถาม
"อืม"
"สวัสดีครับคุณลูกค้าผู้มีเกียรติ! ช่างนวดเบอร์ 520 ยินดีให้บริการครับ!"
เจียงจวินอี้ยืดตัวตรงแล้วส่งเสียงร้องแปลกๆ น้ำเสียงติงต๊องของเขาทำให้หว่านชิงอวิ๋นต้องเอามือปิดปากหัวเราะคิกคักไม่หยุด ตัวเขาเองก็ยิ้มตามไปด้วย
เมื่อเห็นรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของหว่านชิงอวิ๋น เจียงจวินอี้ก็รู้สึกมีความสุขจากก้นบึ้งของหัวใจ
ตอนเจอกันครั้งแรก หว่านชิงอวิ๋นมักจะมีสีหน้าเย็นชา ให้ความรู้สึกเหมือน 'คนแปลกหน้าห้ามเข้าใกล้'
ตอนนั้นเขารู้สึกว่านี่เป็นท่าทีที่หว่านชิงอวิ๋นจำเป็นต้องแสดงออก
เธอต้องปกป้องหว่านเสี่ยวเสี่ยวและตัวเอง เธอจึงทำได้เพียงใช้ความเย็นชาเป็นเกราะป้องกันตัวเองจากความเลวร้ายรอบข้าง
หว่านชิงอวิ๋นรู้สึกอุ่นวาบในใจเมื่อสัมผัสได้ถึงความขี้เล่นของเจียงจวินอี้ เธอรู้ว่าเจียงจวินอี้ตั้งใจทำให้เธอหัวเราะ เธอจึงไม่อยากจะหวงรอยยิ้มของตัวเอง
หากรอยยิ้มของเธอมอบความสุขให้เขาได้ เธอก็คิดว่ามันคุ้มค่า
เจียงจวินอี้ถอดรองเท้าของหว่านชิงอวิ๋นออก แล้ววางเท้าเล็กๆ ที่งดงามของเธอลงบนตักของเขา
แม้หว่านชิงอวิ๋นจะไม่มีความรู้สึกที่น่อง แต่ต้นขาของเธอยังมีความรู้สึกอยู่ และรับรู้การกระทำของเจียงจวินอี้ได้อย่างชัดเจน
วินาทีนั้น เลือดฝาดสูบฉีดขึ้นใบหน้า เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่มีคนมาสัมผัสเท้าของเธอ
เจียงจวินอี้ค่อยๆ ถอดถุงเท้าสีขาวออก เผยให้เห็นเท้าขาวผ่องใสดุจหยก นิ้วเท้ากลมมนน่ารักแต้มด้วยสีชมพูระเรื่อ
ยากที่จะจินตนาการว่าเท้าคู่นี้ยังคงงดงามเช่นนี้ทั้งที่ไร้ความรู้สึก
เขาผ่อนลมหายใจเบาๆ ประคองเท้าของหว่านชิงอวิ๋นไว้ในอุ้งมือ
นุ่มนิ่มราวกับไร้กระดูก เนียนละเอียดน่าสัมผัส!
ทันทีที่เท้าขาวผ่องสัมผัสโดนมือ หัวใจของเจียงจวินอี้ก็สั่นไหวอย่างรุนแรง
ตั้งแต่เกิดมา นี่ก็เป็นครั้งแรกเหมือนกันที่เขาได้สัมผัสเท้าผู้หญิง
เจียงจวินอี้รวบรวมสมาธิ แล้วเริ่มใช้วิชาเทพเจ้า!
มือใหญ่ของเขาเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว กดและนวดคลึงไปตามจุดชีพจรต่างๆ
ในขณะเดียวกัน สายธารลมปราณก็ไหลจากฝ่ามือของเขาเข้าสู่เท้าของหว่านชิงอวิ๋น
แม้ว่าเขาจะ... อะแฮ่ม... มีความโลภนิดหน่อย แต่เขาก็ไม่ลืมเป้าหมายหลัก
อย่างไรก็ตาม เมื่อลมปราณไหลเข้าไป สีหน้าของเจียงจวินอี้ก็เริ่มเคร่งเครียดขึ้น เขาสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างที่น่องของหว่านชิงอวิ๋นกำลังขัดขวางการไหลเวียนของลมปราณอย่างดื้อรั้น
นี่ไม่ใช่เรื่องปกติแน่นอน!
เจียงจวินอี้เพิ่มการส่งถ่ายลมปราณ เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก
ผ่านไปเนิ่นนาน เขารู้สึกเพียงลมปราณสายเล็กๆ ไหลผ่านไปได้ แต่มันแทบจะไร้ผล
เจียงจวินอี้ปาดเหงื่อออกจากหน้าผาก แต่จู่ๆ ก็ได้กลิ่นหอมติดมือมา
หือ? เดี๋ยวนะ!
กลิ่นหอมนี่มาจากไหน?
เขามองไปที่เท้าเล็กๆ ของหว่านชิงอวิ๋น เป็นไปไม่ได้น่า เท้าเธอก็มีกลิ่นหอมด้วยเหรอ??
ชิงอวิ๋น โอ้ ชิงอวิ๋น ตัวคุณทำด้วยเครื่องหอมหรือไงกัน?!
เจียงจวินอี้อึ้งไปเล็กน้อย เกิดสงครามความคิดในหัว
เดิมทีชิงอวิ๋นก็ไม่มีความรู้สึกอยู่แล้ว... ถ้าฉัน... ทำแบบนั้น เธอคงไม่รู้ตัวหรอกมั้ง...
หว่านชิงอวิ๋นที่อยู่อีกฝั่ง จู่ๆ ก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ พูดโพล่งออกมาโดยสัญชาตญาณ "อย่าทำอะไรแปลกๆ นะ!"
เจียงจวินอี้ได้สติ รีบกระแอมไอแก้เก้อสองที "มะ... ไม่ใช่ ผมกำลังคิดว่าจะนวดยังไงต่อน่ะ"
หว่านชิงอวิ๋นถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะพูดด้วยใบหน้าแดงก่ำ "นั่นเท้าฉันนะ... มันสกปรกมาก... อาจจะมีกลิ่นเหม็นด้วยซ้ำ"
"หืม? ผิดแล้ว! เมื่อกี้ผมดมดู มันหอมจะตาย" เจียงจวินอี้หลุดปากออกมา
ทันทีที่พูดจบ เขาก็รู้ตัวว่าพลาดแล้ว
มือของเจียงจวินอี้หยุดชะงัก เขามองหว่านชิงอวิ๋นด้วยความอึดอัดใจ ก็พบว่าเธอกำลังจ้องกลับมา
แม้ดวงตาเธอจะมองไม่เห็น แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงความอับอายและโกรธเคืองสุดขีดของหว่านชิงอวิ๋น "นาย... นาย... นาย! นายทำอะไรลงไปอีกแล้วเนี่ย?!"
เจียงจวินอี้รู้สึกขมขื่นในใจ เขาไม่ได้ทำเรื่องลามกจริงๆ นะ หรือจะพูดให้ถูกคือ ยังไม่ได้เริ่มทำเลยต่างหาก!
"ชิงอวิ๋น ฟังผมนะ ผมได้กลิ่นตอนปาดเหงื่อ ไม่ได้ทำอะไรไม่ดีจริงๆ สาบานได้!" เจียงจวินอี้พูดด้วยความจริงใจ
"จริงเหรอ?" หว่านชิงอวิ๋นยังระแวง
น่องของเธอไม่มีความรู้สึก ถ้าเจียงจวินอี้จะทำมิดีมิร้าย เธอคงไม่มีทางรู้
"จริงครับ จริงๆ ผมสาบาน!" เจียงจวินอี้ชูสี่นิ้ว
"ก็ได้... ก็ได้... ฉันจะเชื่อคุณสักครั้ง" หว่านชิงอวิ๋นขยับขาอย่างไม่สบายตัว
เจียงจวินอี้ตั้งสติ แล้วทุ่มสมาธิทั้งหมดไปกับการนวด
เทคนิคการนวดผสานกับลมปราณช่วยกระตุ้นเท้าและน่องของหว่านชิงอวิ๋นอย่างต่อเนื่อง
ต่อให้เขาไม่สามารถฟื้นฟูความรู้สึกของหว่านชิงอวิ๋นกลับมาได้ เขาก็อยากจะทำให้ขาทั้งสองข้างของเธอแข็งแรงขึ้น
ค่อยๆ หว่านชิงอวิ๋นเริ่มรู้สึกอุ่นวาบที่ใต้หัวเข่า แม้จะยังขยับไม่ได้ แต่ความอบอุ่นนั้นเป็นของจริง!
กระแสความอบอุ่นไหลจากเท้าเข้าสู่ร่างกาย และทันใดนั้นหว่านชิงอวิ๋นก็รู้สึกอบอุ่นและสบายตัวไปทั้งร่าง
มันสบายมาก ผ่อนคลายมาก
"รู้สึก... อะไรบางอย่างนิดหน่อย..." หว่านชิงอวิ๋นกระซิบ
"งั้น... เหรอ?" เสียงหายใจของเจียงจวินอี้หนักหน่วงขึ้น งานนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ
ตอนแรกมันคือกำไรชีวิต แต่หลังๆ กลายเป็นการนวดจริงๆ จังๆ ไปซะแล้ว
"เหนื่อยมากไหม?" หว่านชิงอวิ๋นถามด้วยความเป็นห่วง คิ้วขมวดเล็กน้อย
"ไม่เหนื่อย! สบายมาก" เจียงจวินอี้ปากแข็ง จะยอมรับว่าเหนื่อยต่อหน้าคนที่ชอบได้ยังไง?
เวลาค่อยๆ ผ่านไป ในที่สุดเจียงจวินอี้ก็กดจุดชีพจรจุดหนึ่งค้างไว้นาน
จากนั้นเขาก็ปล่อยมือและหอบหายใจอย่างหนัก
เมื่อหันไปมองหว่านชิงอวิ๋นอีกครั้ง เธอก็กลายเป็นเจ้าหญิงนิทราไปแล้ว ขนตายาวงอนสั่นไหวน้อยๆ ริมฝีปากยกยิ้มจางๆ แทบมองไม่เห็น
เธอคงสบายตัวมากแน่ๆ ถึงได้หลับไปแบบนี้
เจียงจวินอี้รู้สึกว่าคุ้มค่าแล้ว เขามองเท้าขาวใสของหว่านชิงอวิ๋น แล้วแอบเล่นซุกซนกับมันนิดหน่อย
เขาควรได้รับรางวัลบ้างสิ!
อย่างไรก็ตาม ไม่นานเขาก็รู้สึกหน้ามืดตาลาย
นี่เป็นสัญญาณของการใช้ลมปราณเกินขีดจำกัด และการนวดอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของเจียงจวินอี้เมื่อครู่ คงใช้คำว่า 'เกินขีดจำกัด' มาบรรยายไม่ได้ง่ายๆ
หลังจากเจียงจวินอี้วางขาของหว่านชิงอวิ๋นลงบนโซฟา เขาตั้งใจจะลุกขึ้นยืน แต่โลกหมุนคว้างอยู่ตรงหน้า แล้วเขาก็ล้มฟุบลงกับพื้น โดยที่ร่างท่อนบนล้มลงไปซุกกับความนุ่มนิ่มบางอย่าง