- หน้าแรก
- ภรรยาผมเป็นนางร้ายตัวแม่ แต่ระบบดันบังคับให้จีบเธอด้วยรักใสๆ เนี่ยนะ
- บทที่ 8 ที่ตั้งของ ‘ไป๋ถิง’ ที่แท้คือ...
บทที่ 8 ที่ตั้งของ ‘ไป๋ถิง’ ที่แท้คือ...
บทที่ 8 ที่ตั้งของ ‘ไป๋ถิง’ ที่แท้คือ...
บทที่ 8 ที่ตั้งของ ‘ไป๋ถิง’ ที่แท้คือ...
วันรุ่งขึ้น เจียงจวินอี้เดินตามการนำของลุงอู๋ไปยัง ‘ไป๋ถิง’
เวลานี้เขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและประหม่า อยากรู้นักว่าสถานที่ที่เป็นขุมกำลังลับนี้จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร
รถหรูค่อยๆ จอดสนิท เจียงจวินอี้จัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อยก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ
ทว่าเมื่อเขายืนนิ่งพิจารณาสภาพตรงหน้า...
หัวใจก็พลันเย็นวาบลงทันที
เจียงจวินอี้หันขวับไปมองลุงอู๋ด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ พลางชี้ไปที่ป้ายชื่อ:
“ลุงหมายความว่า ย่านการค้าที่ชื่อ ‘ถนนไป๋ถิง’ แห่งนี้ คือขุมกำลังลับของตระกูลเจียงเรางั้นเหรอ?”
ลุงอู๋โค้งตัวลงเล็กน้อย “ใช่ครับนายน้อย”
“ดั่งคำกล่าวที่ว่า ‘ยอดคนมักซ่อนกายในเมืองกรุง’ ร้านรวงทุกร้านในถนนสายนี้ ล้วนเป็นของสมาชิกไป๋ถิงทั้งสิ้นครับ”
มุมปากของเจียงจวินอี้กระตุกยิก เขาชี้มือไปอีกทางหนึ่ง “แล้วตาแก่ที่หน้าประตูนั่นก็เป็นสมาชิกด้วยเหรอ?”
ลุงอู๋เหลือบตามองชายชราสวมเสื้อกล้ามสีขาวที่กำลังพัดวีให้ตัวเองอยู่ตรงทางเข้า “อ้อ ท่านนั้นไม่ใช่ครับ”
“ท่านผู้นั้นคือ...”
“งั้นก็ช่างเถอะ” เจียงจวินอี้ไม่รอให้ลุงอู๋พูดจบ
ไหนๆ ก็มาถึงแล้ว ลองเข้าไปดูหน่อยจะเป็นไรไป
จะให้ทำยังไงได้ล่ะ?
เขาถอนหายใจเบาๆ แล้วก้าวเดินมุ่งหน้าไปยังถนนสายนั้น
ด้านหลัง ลุงอู๋อ้าปากค้าง อยากจะบอกเหลือเกินว่านั่นไม่ใช่สมาชิกไป๋ถิงก็จริง แต่เป็นหนึ่งในจตุรเทพผู้พิทักษ์ตระกูลเจียงต่างหาก
แต่เมื่อลองคิดดูอีกที ในเมื่อนายน้อยถามแบบนั้น แสดงว่านายน้อยคงมองเห็นความไม่ธรรมดาของชายชราผู้นั้นแล้ว...
คิดได้ดังนั้น เขาก็รีบก้าวเท้าตามหลังเจียงจวินอี้ไปติดๆ
ทันทีที่เจียงจวินอี้เดินเข้าไปใกล้ ชายชราที่หน้าประตูก็เงยหน้าขึ้นมอง:
“โฮ่... พ่อหนุ่มราศีจับนี่นา”
เจียงจวินอี้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าให้ “สวัสดีครับผู้เฒ่า”
“มารยาทงามใช้ได้ มาหาใครรึ?” ชายชราถามยิ้มๆ มือยังคงพัดวีไปมา
“เอ่อ คงงั้นมั้งครับ”
“ดีๆ เข้าไปเที่ยวเล่นข้างในให้สนุกเถอะ”
เจียงจวินอี้รับคำ แล้วเดินเข้าสู่ถนนไป๋ถิง
ลุงอู๋เดินตามมาถึงก็โค้งคำนับให้ชายชราเล็กน้อย
ชายชราเพียงโบกพัดในมือ เป็นเชิงบอกว่าไม่ต้องมากความ
เจียงจวินอี้กวาดตามองถนนที่เต็มไปด้วยแสงสีและกลิ่นหอมเย้ายวนใจ รู้สึกเหมือนกำลังดูละครฉากใหญ่
“ลุงอู๋ แล้วผมจะเรียกรวมพลคนที่นี่ได้ยังไง?”
ลุงอู๋ชี้ไปยังแผงขายหนังสือพิมพ์ที่ตั้งอยู่ใจกลางพื้นที่ “นายน้อยแค่แสดง ‘ตราพยัคฆ์’ ให้เขาดู แล้วทุกคำขอของนายน้อยจะได้รับการจัดการครับ”
เจียงจวินอี้พยักหน้า เริ่มเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้างแล้ว เขาเดินตรงไปยังแผงหนังสือพิมพ์
“อะแฮ่ม”
คุณป้าที่นั่งแทะเมล็ดแตงโมอยู่ในแผงเงยหน้าขึ้นมองเจียงจวินอี้ “มีอะไร? เป็นหวัดรึไง?”
มุมปากเจียงจวินอี้กระตุกอีกครั้ง ก่อนจะหยิบตราพยัคฆ์ออกมาวาง
คุณป้าหรี่ตามองเล็กน้อย ก่อนจะหยิบแว่นสายตาขึ้นมาสวม ดันกรอบแว่นขึ้นเบาๆ แล้วเพ่งพินิจ: “เจ้าหอ?”
“ถูกต้อง!” เจียงจวินอี้ทำหน้าพึงพอใจ ในที่สุดเขาก็ได้แสดงฐานะเสียที!
“อ้อ~ เจียงอู๋เต้าไอ้เด็กเหลือขอนั่น มอบตราพยัคฆ์ให้เธอแล้วสินะ อยากได้อะไรล่ะ?” คุณป้าดูเพียงแวบเดียว แล้วก็ก้มหน้าก้มตาแทะเมล็ดแตงโมต่อ
เจียงจวินอี้ถึงกับอึ้ง ตอนนี้เขาเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่าทำไมพ่อถึงอยากโยนองค์กรนี้มาให้เขาดูแลนัก!
คุณป้าแผงหนังสือพิมพ์เรียกพ่อเขาว่า ‘ไอ้เด็กเหลือขอ’ เนี่ยนะ!
เจียงจวินอี้ถอนหายใจอย่างจำยอม “คุณป้าครับ คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้...”
หลังจากฟังจบ คุณป้าก็มองเจียงจวินอี้ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสนใจ “ดูไม่ออกเลยนะเนี่ย ว่าแกจะเป็นพวกคลั่งรักขนาดนี้ พ่อหนุ่ม”
“เอาล่ะ ตามป้ามา”
คุณป้าวางเมล็ดแตงโมในมือลง แล้วเดินออกจากแผงหนังสือพิมพ์
เธอพาเจียงจวินอี้เดินไปตามร้านต่างๆ และสิ่งที่ตามมาก็คือฉากที่เจียงจวินอี้ยืนมองคุณป้าใช้อิทธิพลสั่งการ
“เฮ้! ร้านนั้นน่ะ! เหล่าเหลียง! ลูกชายแกยังยุ่งอยู่ไหม?”
“เออ ถ้าไม่ยุ่ง บอกให้มันเตรียมตัวไปเข้าร่วมกับทางนี้หน่อย ไปเปิดหูเปิดตาบ้าง...”
“เหล่าเหลียง ป้าจำได้ว่าลูกสาวแกนั่งเล่นเกมอยู่บ้านใช่ไหม?”
“ดี บอกให้มันออกไปยืดเส้นยืดสายหน่อย เป็นวัยรุ่นอย่ามัวแต่อุดอู้จมปลักอยู่แต่ในบ้าน”
......
เจียงจวินอี้ยืนดูคุณป้าเดินสายเคาะประตูร้านโน้นร้านนี้ เกณฑ์คนมาได้เจ็ดคนด้วยท่าทีสบายๆ เหมือนเดินคุยกับเพื่อนบ้าน
“แค่นี้น่าจะพอแล้ว ขนไปมากกว่านี้เดี๋ยวองค์กรของแฟนแกจะรับมือไม่ไหว แล้วคนที่ป้าคัดให้ รับรองว่างานเนี๊ยบ หายห่วง!”
คุณป้ายืดอกรับประกันด้วยความภาคภูมิใจ
“ครับ ผมเชื่อใจป้าจ้าว” เจียงจวินอี้พยักหน้าอย่างจริงจัง
เมื่อได้ยินเจียงจวินอี้เปลี่ยนคำเรียก ใบหน้าของคุณป้าก็แย้มยิ้มอย่างมีความสุข “แกรู้ไหม ตอนแกยังตัวกระเปี๊ยก ป้ายังเคยอุ้มแก แล้วก็เช็ดก้นให้แกด้วยนะ ตอนนั้นแกอึราดใส่...”
“เฮ้ๆๆ! ป้าครับ! ผมมีธุระต่อ! ขอตัวก่อนนะครับ!” เจียงจวินอี้ได้ยินวีรกรรมน่าอายในอดีตก็รีบขัดจังหวะ แล้ววิ่งแน่บหนีไปทันที
มองดูแผ่นหลังของเจียงจวินอี้ที่วิ่งห่างออกไป ใบหน้าของคุณป้าฉายแววถวิลหาอดีต:
“เผลอแป๊บเดียว ลูกชายของอู๋เต้าโตขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย”
เธอหันไปมองลุงอู๋ “เสี่ยวอู๋ เธอก็แก่ลงไปเยอะเหมือนกันนะ”
ลุงอู๋ยิ้มตอบ “ครับ แต่ป้าจ้าวยังไม่เปลี่ยนไปเลย ยังสาวเหมือนเดิม”
“ปากหวานจริงนะเรา!” ป้าจ้าวยิ้มแล้วค้อนใส่ลุงอู๋วงใหญ่ “ดูแลเขาให้ดีล่ะ”
“วางใจได้เลยครับ”
เสียงตะโกนแว่วมาจากไกลๆ “ลุงอู๋! ไปกันเถอะ!”
ลุงอู๋โค้งคำนับลา แล้วรีบสาวเท้าตามไป
ในเวลานี้ เจ้าของร้านรวงต่างๆ บนถนนไป๋ถิง ต่างพากันมองตามแผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นนั้นไปเป็นตาเดียว...