- หน้าแรก
- ทะลุมิติมายังซื่อเหอหยวน
- บทที่ 41 ลุงสองโมโหจนเข้าโรงพยาบาล
บทที่ 41 ลุงสองโมโหจนเข้าโรงพยาบาล
บทที่ 41 ลุงสองโมโหจนเข้าโรงพยาบาล
บทที่ 41 ลุงสองโมโหจนเข้าโรงพยาบาล
ลุงสองไม่รู้เลยว่า ตอนนี้หลี่หยูได้บ้านเล็กเพิ่มอีกหลัง ทำให้เขายิ่งร่ำรวยขึ้นกว่าเดิม
ลุงสองมัวแต่คิดฟุ้งซ่าน หาทางกลั่นแกล้งหรือหาผลประโยชน์จากหลี่หยู แต่ไม่ว่าจะคิดยังไงก็คิดไม่ออก สุดท้ายก็ต้องกลับบ้านอย่างหมดหนทาง
แต่พอเดินเข้ามาถึงลานซื่อเหอหยวน กลับรู้สึกว่าบรรยากาศแปลก ๆ ไม่เหมือนทุกวัน อย่างเช่น ครอบครัวลุงสาม ต่างก็หันมามองเขาด้วยสายตาประหลาด
พอเดินมาถึงลานกลาง ป้าใหญ่กับซาชูก็ยังมองด้วยแววตาแปลก ๆ ไม่ต่างกัน แม้แต่ตอนเดินไปถึงลานหลัง ครอบครัวสวี่ต้าม่าวก็ยังเหลียวมอง พร้อมกับก้มหน้ากระซิบกระซาบกันอยู่ตลอด
บรรยากาศแบบนี้ทำเอาลุงสองงงเป็นไก่ตาแตก ไม่เข้าใจเลยว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ พอกลับถึงบ้าน เห็นป้าสองอยู่ เขาก็รีบถามทันที “ในลานของเรามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า? ทำไมทุกคนมองเราด้วยสายตาประหลาด ๆ ไปหมด บรรยากาศก็ชวนอึดอัดชอบกล”
ป้าสองถอนหายใจเฮือก ก่อนจะตำหนิขึ้นทันที “ก็เพราะแกนั่นแหละ! ไอ้แผนห่วย ๆ ของแก จะเล่นงานหลี่หยูทั้งที คิดอะไรที่มันฉลาดกว่านี้ไม่ได้รึไง?”
“หา?”
ลุงสองถึงกับมึน ไม่เข้าใจยิ่งกว่าเดิมว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น “มาโทษฉันทำไม? ฉันถามอยู่ว่าในลานมันเกิดอะไรขึ้นต่างหาก!” ลุงสองขมวดคิ้วถามเสียงเครียด
ป้าสองเชิดหน้า ก่อนจะย้อนถาม “เกิดอะไรขึ้น? งั้นฉันถามแก แกไปบอกให้หลี่หยูสร้าง เตียงอุ่นไฟ ใช่ไหม?”
“ก็ใช่น่ะสิ ตอนนั้นฉันก็อยากให้หมอนั่นเสียเงินเยอะ ๆ เลยบอกให้ทั้งสร้างเตียงอุ่นไฟ ทั้งให้ขุดหลุมเก็บของด้วย” ลุงสองตอบแบบหน้าตาย
ป้าสองตวาดลั่น
“ก็เพราะแกนี่แหละ! วันนี้ตอนพวกเขาขุดดินสร้างเตียงอุ่นไฟ ดันเจอกล่องไม้เข้า ข้างในมีหนังสือสายตระกูล! แล้วที่สำคัญ มันเป็นของตระกูลซ่ง—ใช่แล้ว ตระกูลซ่งบ้านรวยที่อยู่ทางตะวันออกนั่นเอง!
พอตระกูลซ่งได้ของสำคัญคืนก็ดีใจสุด ๆ ถึงกับมอบบ้านหลังหนึ่งให้หลี่หยูทันที แถมยังเป็นบ้านเดี่ยว มีหลังใหญ่สามห้องพร้อมลานกว้างอีกต่างหาก!
ตอนนี้เท่ากับหลี่หยูมีบ้านตั้งสองหลังแล้วนะ! สองหลัง! ส่วนบ้านเรา? ยังต้องเบียดกันอยู่ในกระต๊อบโทรม ๆ แค่สองห้อง!”
ลุงสองถึงกับเบิกตาโพลง
“ว่า…ว่าไงนะ? หลี่หยูได้บ้านเดี่ยว? จริง ๆ ได้มาจริง ๆ เหรอ?”
“ก็แน่นอนสิ! คนทั้งลานก็เห็นกันหมด! ตอนแรกหลี่หยูยังไม่อยากรับด้วยซ้ำ แต่ตระกูลซ่งยัดเยียดให้เอง แถมยังเชิญไปเป็นแขกที่บ้านเขาอีก!
ทีนี้เห็นรึยังว่าไอ้ความคิดโง่ ๆ ของเอ็งน่ะ ไม่เคยทำให้หลี่หยูเสียหายสักที ตรงกันข้ามกลับทำให้เขาได้ประโยชน์ตลอด! ฉันนี่แทบจะโมโหตายให้ได้!”
“นี่…นี่มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน!”
ลุงสองยืนอึ้งอยู่กับที่ ตาค้างจนสมองเหมือนมีเสียงหึ่ง ๆ ดังก้องอยู่ในหัว ความรู้สึกเหมือนถูกมีดทิ่มแทงเข้าอกจนแทบหายใจไม่ออก
เพราะมูลค่าของบ้านเดี่ยวนั้นมันสูงเกินไป
หลายปีมานี้ ครอบครัวของเขาใฝ่ฝันอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่ไม่เคยมีปัญญาจะซื้อได้ สุดท้ายก็ต้องเบียดกันอยู่ในกระต๊อบแคบ ๆ
แต่ดูตอนนี้สิ!
หลี่หยูกลับได้บ้านไปง่ายดายราวกับของหล่นจากฟ้า ทำเอาลุงสองอิจฉาจนตาเขียว ที่สำคัญที่สุด—ทั้งหมดนี้มันเกิดจากเขาเอง!
ถ้าเขาไม่ไปยุให้หลี่หยูสร้างเตียงอุ่นไฟ ขุดหลุมเก็บของ ก็คงไม่มีทางไปเจอหนังสือสายตระกูล แล้วก็ไม่มีทางได้บ้านหลังโตมาครอง นั่นเท่ากับว่า เขาเป็นคนเอาบ้านไปยัดใส่มือหลี่หยูด้วยตัวเอง!
ยิ่งคิดยิ่งเจ็บใจ ยิ่งคิดยิ่งเหมือนตัวเองเป็นคนโง่ที่ทำให้หลี่หยูร่ำรวยขึ้นไปอีก
ลุงสองโมโหจนหน้าดำหน้าแดง หายใจติดขัด พริบตาเดียวก็ทรุดฮวบลงไปกับพื้น สลบลงทันที!
“ตาเฒ่า! ตาเฒ่า! อย่าเป็นอะไรนะ! อย่าทำฉันตกใจสิ! ช่วยด้วย! ใครก็ได้ ช่วยที!” ป้าสองตกใจจนหน้าเปลี่ยนสี ลนลานร้องเรียกคนในลาน ไม่กล้าต่อว่าอะไรอีกแล้ว
ไม่นาน ชาวบ้านในซื่อเหอหยวนก็รีบวิ่งมาดู ก่อนช่วยกันหามลุงสองส่งโรงพยาบาล โชคยังดีที่ลุงสองแค่ช็อกจนสลบ ไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรง ไม่นานก็ฟื้นขึ้นมา แต่การมาโรงพยาบาลครั้งนี้ต้องเสียเงินไปห้าหยวน พอลุงสองได้ยินถึงกับจะช็อกอีกรอบ
บ้านเขาก็ขัดสนอยู่แล้ว ยังต้องมาสูญเงินไปเปล่า ๆ อีกห้าหยวน เหมือนเอามีดมากรีดซ้ำแผลในใจ!
ด้วยความโกรธ ลุงสองกัดฟันแน่น สบถในใจแทบระเบิด “ไอ้เวรเอ๊ย! หลี่หยู ฉันจะไม่มีวันอยู่ร่วมโลกกับนาย! จะต้องแก้แค้นให้ได้—แน่นอน!!”
เขาสาบานด้วยความแค้น ว่าต้องหาทางเอาคืนให้สาสม แม้จะต้องฉีกหน้ากันก็ยอม แต่ตอนนี้ยังคิดวิธีไม่ออก ได้แค่หน้าดำคร่ำเคร่งนั่งเค้นหัวคิด
ทันใดนั้นเอง มีเสียงดังขึ้นจากข้าง ๆ
“อ้าว ลุงสอง ทำไมมาโรงพยาบาลเหมือนกันล่ะ?” ที่แท้คือเจียตงสวี่ ตอนนี้อาการดีขึ้นจนใกล้จะออกจากโรงพยาบาลแล้ว เขามองลุงสองด้วยความประหลาดใจ
“ก็เพราะหลี่หยูนั่นแหละ!”
ลุงสองเผลอตอบออกไป ก่อนจะรู้ตัวว่าหลุดปาก รีบทำหน้าเก้อ ๆ เจียตงสวี่หัวเราะอย่างใจเย็น “อ๋อ…ที่แท้ลุงสองเองก็เกลียดหลี่หยูเหมือนกันสินะ”
ลุงสองหรี่ตา “แปลว่าเอ็งเองก็ไม่ชอบมันเหมือนกัน?”
“ไม่ถึงกับมีเรื่องใหญ่ แต่แค่เห็นหน้ามันก็หมั่นไส้เต็มที หมอนี่มันน่าหงุดหงิดชะมัด” เจียตงซวีพูดอย่างขุ่นเคือง
“ใช่! ฉันเองก็ทนมันไม่ได้เหมือนกัน งั้นเราสองคนร่วมมือกันดีไหม? หาทางเล่นงานมันสักหน่อย” ลุงสองเสนอ
เจียตงสวี่ถึงกับตาเป็นประกาย รีบพยักหน้า “ดีสิ ผมก็รู้สึกว่าตัวเองคนเดียวทำอะไรไม่ไหวเหมือนกัน”
“เยี่ยม! ถ้ามีแกช่วย เราต้องเล่นงานหมอนั่นให้เจ็บหนักแน่ ๆ!” ลุงสองพูดอย่างเคียดแค้น
“ใช่…แต่ตอนนี้ผมยังนึกวิธีดี ๆ ไม่ออก คงได้แค่เอาคืนเล็ก ๆ น้อย ไปก่อน” เจียตงสวี่พูด
“เอาคืนเล็ก ๆ น้อยๆ เหรอ? ทำยังไงล่ะ?” ลุงสองถามด้วยความอยากรู้
เจียตงสวี่แค่นเสียงออกแล้วพูดขึ้น “ง่ายมาก! ครั้งก่อนตอนซื้อหมู มันเคยสัญญาจะเลี้ยงข้าวผม ข้าวมื้อนี้แหละ ผมจะลากมันไปเลี้ยงที่ ตงไหลซุ่น ร้านอาหารหรู พอสั่งอาหารจัดเต็ม ใส่เหล้าแพงๆ เข้าไปอีก ทีนี้แหละ มันได้เจ็บกระเป๋าแน่!”
ลุงสองตบเข่าฉาด “ตงไหลซุ่นเป็นร้านใหญ่ ถ้าเราสั่งกับแกล้มเยอะ ๆ แถมเอาเหล้าแพงด้วย ก็คงทำให้มันกระอักได้อยู่ ถึงจะไม่มาก แต่ก็พอสะใจ”
“ก็ใช่ไง ถือว่าเป็นการเอาคืนเล็ก ๆ ไปก่อน รอคิดแผนใหญ่ได้เมื่อไหร่ ค่อยเล่นงานมันให้จมดิน” เจียตงสวี่พลางยิ้มออกมาอย่างเยือกเย็น
“ถูก! เริ่มจากเล็กก่อน ให้มันลิ้มรสความซวยบ้าง!”
“งั้นก็ตกลง ผมจะให้มันเลี้ยงข้าววันนี้เลย!” เจียตงสวี่พูดอย่างจริงจัง
ลุงสองแทบอดใจแทบไม่ไหว รีบโบกมือเร่งเร้า “ไปเถอะ ไปเลย! ฉันอยากเห็นหมอนั่นเจ็บใจจะตายแล้ว!”
“ไป ไป ไป!”
ทั้งสองจัดการเรื่องออกจากโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว แล้วรีบร้อนมุ่งหน้ากลับไปยังซื่อเหอหยวน