- หน้าแรก
- ทะลุมิติมายังซื่อเหอหยวน
- บทที่ 37 แววตาเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความสับสน
บทที่ 37 แววตาเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความสับสน
บทที่ 37 แววตาเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความสับสน
บทที่ 37 แววตาเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความสับสน
“น่าเสียดายที่การตกแต่งต้องใช้เวลา ยังไงก็ต้องรอต่อไป”
ลุงสองรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง แต่ก็ไม่กังวลนัก เพราะเป็ดที่ปรุงสุกแล้วมันบินไม่ได้อยู่ดี เงิน 40 หยวนยังไงก็ต้องตกเป็นของเขาแน่นอน ด้วยความอารมณ์ดี เขาจึงฮัมเพลงขึ้นมาอีกครั้ง
ร้านขายวัสดุ
หวังเฮยจื่อพาหวังต้าเหว่ยเลือกซื้อวัสดุตกแต่งที่ดีที่สุดภายในร้าน จากนั้นก็เข็นรถมุ่งหน้าไปยังบ้านของหลี่หยู แต่สิ่งที่ทำให้หวังเฮยจื่ออึดอัดใจก็คือ ค่าใช้จ่ายกลับสูงกว่าที่คาดไว้มาก ทำเอาเขาอารมณ์เสียสุด ๆ
ทว่าความโชคดีเล็ก ๆ ก็ยังมีอยู่ — เพราะเขาสังเกตเห็นว่ามีคนแอบสะกดรอยตามพวกเขามา
“พี่เฮยจื่อ มีคนตามเรามา ผมจำได้ เขาเป็นคนของฝ่ายรักษาความสงบ” หวังต้าเหว่ยกระซิบด้วยเสียงสั่น
“ฉันรู้ อย่าหันกลับไป ทำเหมือนคุยกันปกติ เขาไม่ได้ยินหรอก” หวังเฮยจื่อตอบด้วยสีหน้าขึงขัง
“ครับ… ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะมาถึงเร็วขนาดนี้ โชคดีจริง ๆ ที่พี่เฮยจื่อยืนยันให้ซื้อของดี ๆ ไม่งั้นคราวนี้คงถูกจับพร้อมของกลางแน่” หวังต้าเหว่ยพูดพลางไปใจเต้นอย่างไม่หยุด
“ฉันเองก็ไม่คิดว่าจะเจอเรื่องแบบนี้ แค่ระวังไว้หน่อยกลับช่วยให้รอดมาได้” หวังเฮยจื่อเองก็อดหวาดหวั่นไม่ได้
“คนของฝ่ายรักษาความสงบต้องไปตรวจที่ร้านวัสดุแน่ ถ้ารู้ว่าเราซื้อของห่วยมา พวกเรามีหวังตายแน่นอน เคราะห์ดีที่พี่คิดรอบคอบ”
“ใช่ เกือบไปแล้วจริง ๆ ต่อไปคงต้องทำงานให้ตรงไปตรงมา เลิกคิดจะเล่นแผนสกปรกพวกนี้เสียที” หวังเฮยจื่อถอนหายใจ
“ใช่ครับ ผมตกใจแทบตาย ครั้งนี้เกือบไปแล้วจริง ๆ แต่ยังดีที่ผ่านพ้นมาได้” หวังต้าเหว่ยโล่งอกเฮือกใหญ่
“ยังไม่พ้นหรอกนะ พวกนั้นยังจับตาเราอยู่ ต่อจากนี้งานตกแต่งให้หลี่หยู ต้องใช้ของดีที่สุด ทำให้สวยที่สุด ห้ามมีปัญหาแม้แต่น้อย” หวังเฮยจื่อกำชับหนักแน่น
“ครับพี่เฮยจื่อ ผมสัญญาว่าจะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด ตอนนี้ผมกลัวจนไม่กล้าคิดเรื่องเล่ห์เหลี่ยมอีกแล้ว”
“ดี งั้นไป กลับไปลุยงานกันต่อ”
“ครับ!”
หวังเฮยจื่อกับหวังต้าเหว่ยแบกวัสดุกลับมา และเริ่มงานตกแต่งทันที
พวกเขาเริ่มจากห้องนอนเล็กกับห้องครัว ส่วนห้องนอนใหญ่ที่หลี่หยูอาศัยอยู่ไว้ทำทีหลัง เมื่อเอาจริงขึ้นมา ฝีมือของหวังเฮยจื่อและพวกก็จัดว่าดีทีเดียว
บ้านทั้งหลังถูกตกแต่งอย่างสวยงาม แม้แต่เตียงอุ่น (คัง) ในห้องนอนเล็กยังแกะลายประดับไว้อย่างประณีต ในยุคนั้นของภาคเหนือ คังถือว่าเป็นสิ่งจำเป็น ทุกบ้านนอนบนคัง เพราะมันอุ่นที่สุด รวม ๆ แล้ว งานของพวกหวังเฮยจื่อคุ้มค่ามากเกินราคาที่จ่ายไปเสียอีก
*** ที่นอนคัง หมายถึง เป็นเตียงแบบดั้งเดิมของจีนตอนเหนือหรือเกาหลี ซึ่งเป็นเตียงที่เชื่อมต่อกับเตาไฟที่อยู่ด้านล่าง เพื่อให้ความอบอุ่นแก่ผู้ที่นอนในฤดูหนาว โดยตัวเตียงทำจากอิฐหรือดินที่เก็บความร้อนได้ดี เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นจัด
ค่ำคืนวันนั้น
หลี่หยูกลับมาจากที่ทำงาน พอเห็นบ้านที่กำลังตกแต่ง และคังที่มีลวดลายแกะสลักอยู่ ก็พยักหน้าอย่างพอใจ “ดีมากจริง ๆ ถึงกับทำลายประดับคังไว้ด้วย เยี่ยมยอดจริง ๆ” หลี่หยูพูดชมอย่างไม่หยุด
“เป็นหน้าที่ครับ งานที่ทำก็ต้องทำให้ดีที่สุด ถึงจะมีลูกค้าระยะยาวได้” หวังเฮยจื่อยิ้มแย้ม แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความขมขื่น
พอลองคำนวณแล้ว เขากลับพบว่าขาดทุนไม่ใช่แค่ 20 หยวน แต่เกินไปถึง 24 หยวน เพิ่มขึ้นตั้ง 4 หยวน!
ซึ่งไม่ใช่เงินน้อยเลย ในตอนนี้เด็กฝึกงานธรรมดาเดือนหนึ่งยังได้เงินแค่ 12 หยวน 4 หยวนก็เท่ากับหนึ่งในสามของค่าแรงทั้งเดือน แต่ไม่มีทางเลือก ถึงจะขาดทุนก็ต้องทำ เพราะถ้าทำไม่ดีคงไม่พ้นติดคุกแน่
ทำได้เพียงกัดฟันกดความอึดอัดไว้ แล้วตั้งหน้าตั้งตาตกแต่งบ้านให้หลี่หยูต่อไป
ไม่นานหลังจากนั้น
ลุงสองเดินกลับมาบ้านอย่างสบายใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ถึงขั้นเดินโยกหัวโยกตัวเหมือนคนอารมณ์ดีสุด ๆ
“ลุงสองกลับมาแล้ว มีเรื่องดีอะไรหรือเปล่า ทำไมดูมีความสุขมากจังเลย?” เหยียนเจียเฉิงที่อยู่ในลานหน้าบ้านถามขึ้นด้วยความสงสัย
“เรื่องนี้น่ะเหรอ ฮะ ๆ ๆ บอกไม่ได้หรอก” ลุงสองหัวเราะเสียงดังลั่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสดใสร่าเริง
เมื่อเขาเห็นวัสดุตกแต่งกองอยู่หน้าบ้านของหลี่หยู เสียงหัวเราะก็เงียบลงทันที
เพราะเขารู้สึกว่าวัสดุพวกนี้…มันดูดีเกินไป
ด้วยความสงสัย เขาจึงเดินเข้าไปตรวจสอบใกล้ ๆ แล้วก็ต้องตะลึง วัสดุทั้งหมดล้วนเป็นเกรดพรีเมียม ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ ทำเอาลุงสองแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“ไม่…คงเป็นตาฉันฝาดแน่ ๆ ฉันมันไม่เข้าใจเรื่องงานตกแต่งหรอก ไอ้หวังเฮยจื่อมันเจ้าเล่ห์ขนาดนั้น จะเอาของดีมาทำงานได้ยังไงกัน”
เขาพยายามปลอบใจตัวเอง คิดว่าวัสดุเหล่านี้คงเป็นของห่วยที่ทำให้ดูเหมือนดี แต่พอตรวจซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายรอบ ความรู้สึกก็ยังยืนยันเหมือนเดิม นี่มันของดีจริง ๆ และเป็นของดีที่สุดด้วยซ้ำ
ลุงสองถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ
“ทำไมฉันถึงรู้สึกว่านี่คือวัสดุชั้นเลิศ? หรือว่าของห่วยสมัยนี้มันทำเนียนเหมือนของแท้ได้แล้ว?”
ความรู้ที่เขามีบอกชัดว่านี่คือของดี แต่พอคิดถึงนิสัยของหวังเฮยจื่อที่ไม่เคยทำอะไรตรงไปตรงมา ก็ยิ่งทำให้เขางงงวยไปกันใหญ่
สุดท้ายเขาเลือกเดินเข้าไปถามให้รู้เรื่อง
ภายในห้องนอนเล็ก
เมื่อลุงสองเห็นคังที่กำลังก่อขึ้นใหม่ ลวดลายสลักดูงดงาม และหวังเฮยจื่อกำลังตั้งใจทำงานอยู่เต็มที่ หัวสมองของเขายิ่งสับสนหนักกว่าเดิม เขาจึงถามออกมาเบา ๆ ด้วยความงุนงง
“เฮยจื่อ…แกทำที่นอนคังให้สวยงามขนาดนี้ทำไม? ทำลวก ๆ ไปก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“ลวก ๆ บ้าอะไร!” หวังเฮยจื่อหันขวับมาตวาดเสียงดัง
“อ้าว พูดอะไรของแก จะเปิดปากก็ด่ากันเลยหรือไง?” ลุงสองรู้สึกไม่พอใจทันที
“ก็ด่ามึงนั่นแหละ ไอ้เวรเอ๊ย เอางานแบบนี้มาให้ฉัน ทำเอาฉันแทบตาย!” หวังเฮยจื่อโมโหสุด ๆ เพราะงานนี้เขาขาดทุนไป 24 หยวน เงินหายไปเกือบหนึ่งในสามของค่าแรงทั้งเดือน มันเจ็บยิ่งกว่าถูกมีดกรีด แต่ก็คงไม่ทำให้ติดคุกหรอก ยิ่งคิดยิ่งอัดอั้น และต้นตอของเรื่องทั้งหมดก็คือลุงสอง เขาจึงเก็บความเคืองไว้อย่างหนัก
“นี่…อะไรกันแน่วะ?”
ลุงสองยิ่งงงหนัก มองซ้ายมองขวาก่อนจะถามเสียงเบา “เราสองคนไม่ได้ตกลงกันว่าจะมาหลอกหลี่หยูเหรอ? ทำไมถึงเดือดขนาดนี้?”
“หลอกบ้าอะไร! ครั้งนี้แกเล่นงานฉันเต็ม ๆ ฟังไว้เลย เงินที่ขาดทุนไปครึ่งหนึ่ง แกต้องรับผิดชอบ!” หวังเฮยจื่อกัดฟันพูด
“หา? หมายความว่ายังไงกันเนี่ย? ยิ่งฟังฉันยิ่งงงไปหมดแล้วนะ”
ลุงสองยืนกระพริบตาปริบ ๆ ด้วยดวงตาเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความสับสน ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ
“ออกมาข้างนอก เดี๋ยวฉันจะบอกให้ฟังว่าเรื่องมันเป็นยังไง” หวังเฮยจื่อพูดด้วยเสียงต่ำ
“ก็ได้…” ลุงสองพยักหน้าอย่างงุนงง ก่อนจะตามเขาออกไป