- หน้าแรก
- ระบบจอมเวทหนึ่งธาตุ หนึ่งพรสวรรค์
- บทที่ 330 - พิพากษาตระกูลมู่
บทที่ 330 - พิพากษาตระกูลมู่
บทที่ 330 - พิพากษาตระกูลมู่
บทที่ 330 - พิพากษาตระกูลมู่
"นี่มัน!!?"
อธิการบดีเซียวตกตะลึงอย่างที่สุด
นี่คือพลังของราชายมโลกงั้นหรือ?
"ตาแก่เจียง ทำไมปิดกั้นเวทมนตร์ของพวกเราด้วยล่ะ?" โมฝานรู้สึกอึดอัดมาก ความรู้สึกที่ใช้เวทมนตร์ไม่ได้มันแย่สุดๆ
จียงหยวนปรายตามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะปลดผนึกให้โมฝานและกลุ่มอธิการบดีเซียว
ทำเสร็จแล้ว จียงหยวนหันไปมองสวีเทียนเหล่ยที่ยืนตัวแข็งทื่อ "ว่ามา จะเล่าเรื่องราวการฝึกงานทั้งหมดออกมาเอง หรือจะให้ฉันค้นวิญญาณนาย เอาความทรงจำส่วนนั้นออกมา"
"ผม..." สวีเทียนเหล่ยกลืนน้ำลายลงคอโดยสัญชาตญาณ เสียงลูกกระเดือกขยับดังชัดเจนในความเงียบ
ขาสองข้างเหมือนถูกกรอกตะกั่ว หรือไม่ก็ถูกมือที่มองไม่เห็นยึดไว้ อ่อนแรงจนควบคุมไม่ได้ หัวเข่าปวดร้าว แทบจะพยุงน้ำหนักตัวไม่ไหว พร้อมจะทรุดลงไปกองกับพื้นได้ทุกเมื่อ
"ดูท่าเขาไม่อยากพูดดีๆ ค้นวิญญาณเลยดีกว่า สะใจกว่าเยอะ" โมฝานยุ
คำว่า 'ค้นวิญญาณ' หลุดออกมา ทำให้อากาศรอบข้างเย็นลงไปอีกหลายส่วน
นั่นหมายถึงการฉีกกระชากเกราะป้องกันวิญญาณ ดึงเอาเศษเสี้ยวความทรงจำทั้งหมดออกมา ไม่ว่าจะความคิดที่ซ่อนเร้นเพียงใด แผนการสกปรกแค่ไหน ก็จะถูกเปิดโปงออกมาภายใต้แสงตะวันอย่างหมดเปลือก
ความเจ็บปวดทางกายอาจพอทนได้ แต่รสชาติของการถูกลอกวิญญาณ ถูกฉีกทึ้ง เป็นการทรมานที่ทำให้แม้แต่คนที่ใจแข็งที่สุดยังต้องสติแตก
สวีเทียนเหล่ยได้ยินคำว่า "ค้นวิญญาณ" ร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ยังอยากจะแข็งขืนสักนิด
แต่เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นด้านหลัง เห็นคนตระกูลมู่ที่คุกเข่าอยู่เต็มพื้น หัวใจก็บีบตัวแน่น
พวกศิษย์ในตระกูลที่เคยอวดเบ่งวางก้าม บัดนี้ก้มหน้าต่ำกว่าหน้าอก ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ส่วนพวกผู้อาวุโสที่เคยสูงส่ง พูดคำไหนคำนั้นในตระกูล กลับคุกเข่ารวมอยู่ในนั้นด้วย หลังค่อมงอราวกับต้นอ้อที่ถูกทับจนหัก
ทันใดนั้น สวีเทียนเหล่ยรู้สึกโลกหมุนคว้าง ราวกับโลกทั้งใบกำลังพังทลาย ที่พึ่งพิงและความมั่นใจทั้งหมด แตกสลายเป็นผุยผงภายใต้สายตาอันสงบนิ่งของจียงหยวน
"ผมพูด! ผมพูดครับ!" สวีเทียนเหล่ยรีบตะโกน
"ไม่มีศักดิ์ศรีเลย! นายขัดขืนหน่อยไม่ได้เหรอ?" โมฝานด่า
ไม่ใช่ว่าเขาผิดหวังอะไรหรอก แค่คิดว่าถสวีเทียนเหล่ยขัดขืน เขาจะได้มีความชอบธรรมในการซ้อมมันให้น่วมสักยก
เห็นท่าทางขี้ขลาดตาขาวของสวีเทียนเหล่ย โมฝานก็โกรธจนควันออกหู เดินเข้าไปเตะเปรี้ยงเข้าให้ "ไม่มีศักดิ์ศรีก็ต้องโดนตีน มีปัญหาไหม?"
ไม่ขัดขืนก็โดนบาทาเบอร์ 44 ประทับอยู่ดี สวีเทียนเหล่ยซาบซึ้งแล้ว
เขาไหนเลยจะกล้าเถียงโมฝาน รีบรับคำว่าไม่มีปัญหา ไม่เหลือเค้าความหยิ่งยโสโอหังตอนอยู่มหาวิทยาลัยหมิงจูแม้แต่น้อย
"พอได้แล้ว รีบเล่ามาว่าเกิดอะไรขึ้นตอนฝึกงาน" โมฝานเตะซ้ำไปอีกที
สวีเทียนเหล่ยแทบจะอกแตกตาย เขาไม่เคยถูกหยามเกียรติขนาดนี้มาก่อน โดยเฉพาะหลังจากได้พรสวรรค์ติดตัวมา รอบข้างก็มีแต่คนประจบสอพลอ
แทบจะบ้าตายอยู่แล้ว!
แต่สถานการณ์ตอนนี้ ไม่อนุญาตให้เขาทำกำเริบอีก
ฝากไว้ก่อนเถอะ เขาจะต้องให้ทุกคนที่นี่ชดใช้!
ข่มความโกรธในใจ สวีเทียนเหล่ยปั้นหน้ายิ้มที่ดูน่าเกลียดกว่าร้องไห้ เริ่มเล่าเหตุการณ์ทั้งหมด
ตั้งแต่เริ่มฝึกงาน จนกระทั่งพบสมบัติ
เกิดความขัดแย้ง จากนั้นตระกูลมู่ก็ยื่นมือเข้ามา ใส่ร้ายจี้หมิง ให้รับโทษทัณฑ์
เล่าอย่างละเอียดหมดเปลือก ไม่มีการโกหกแม้แต่น้อย เพราะกลัวตาย
"พวกแกตระกูลมู่นี่มันสลักคำว่าน่ารังเกียจไว้ในกระดูกจริงๆ!" โมฝานฟังแล้วโกรธจนไฟลุก ถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างแรง น้ำลายก้อนนั้นตกลงบนหน้าของมู่เต้าที่หดคออยู่พอดิบพอดี
"เอาล่ะ ข้อหาที่ใส่ร้ายจี้หมิงเคลียร์แล้ว ต่อไปก็คือการพิพากษาคนตระกูลมู่พวกนี้" จียงหยวนกล่าว
"ฉัน ฉันขอพิพากษาเอง!" โมฝานเสนอตัว
จียงหยวนพยักหน้าอนุญาต
ยังไงเขาก็เป็นแค่ผู้ชม ที่เหลือปล่อยให้คนอื่นจัดการ
โมฝานยืดตัวตรงทันที สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองไปที่มหาผู้อาวุโสตระกูลมู่ที่อยู่ใกล้ที่สุด
"แก มหาผู้อาวุโสตระกูลมู่" เสียงของโมฝานดังกังวานไปทั่วลาน "ข้อหาที่หนึ่ง ให้ท้ายคนในตระกูลทำร้ายพวกเดียวกัน ข้อหาที่สอง ปล่อยปละละเลยให้ลูกน้องสร้างหลักฐานเท็จ ใส่ร้ายจี้หมิง ข้อหาที่สาม ระหว่างกุมอำนาจตระกูลมู่ ใช้อิทธิพลตระกูลกดขี่ข่มเหงผู้อื่นนับครั้งไม่ถ้วน..."
เขาร่ายยาวทีละข้อ ทุกข้อที่พูดออกมา หน้าของมหาผู้อาวุโสก็ซีดลงเรื่อยๆ จนแทบจะเป็นกระดาษขาว
"สรุป ตัดสินลงโทษแกด้วยการ—เฆี่ยนสิบที!" โมฝานประกาศคำตัดสินเสียงดังฟังชัด
แค่เฆี่ยนสิบที?
หัวใจที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายของมหาผู้อาวุโสร่วงตุ๊บลงมาทันที
โมฝานยิ้ม ใช้เวทมนตร์อัญเชิญ เรียกมังกรทองศักดิ์สิทธิ์ขนาดย่อส่วนออกมา
"เจ้าหนูมังกร ใช้หางฟาดมันสิบที"
"โฮก!!" มังกรทองศักดิ์สิทธิ์ยกหางขึ้นอย่างว่าง่าย ฟาด 'เพียะ' ลงไป แรงมหาศาลจนเกิดเสียงแหวกอากาศ
มหาผู้อาวุโสเห็นมังกรทองศักดิ์สิทธิ์ย่อส่วน นึกว่าเป็นสัตว์อัญเชิญตัวเล็กที่มีรูปร่างเหมือนมังกร จะมีแรงแค่ไหนเชียว?
แค่โดนเฆี่ยน จิ๊บจ๊อย
แต่พอหางเล็กๆ ของมังกรทองศักดิ์สิทธิ์ฟาดลงบนตัวเขาจริงๆ แรงมหาศาลก็ปะทะเข้ามา
มหาผู้อาวุโสยังไม่ทันร้อง ก็ถูกหางฟาดปลิวออกไป
แค่ทีเดียว มหาผู้อาวุโสก็โดนฟาดจนปางตาย
เหลืออีกเก้าที
"ต่อเลย ฟาดให้ครบสิบ" โมฝานยิ้มอย่างชั่วร้าย
มังกรทองศักดิ์สิทธิ์พยักหน้า ฟาดอีกเก้าทีที่เหลือใส่ร่างมหาผู้อาวุโส
เวทมนตร์ถูกปิดผนึกไปแล้ว ลำพังร่างกายเปล่าๆ ของมหาผู้อาวุโสจะไปทนแรงมังกรทองศักดิ์สิทธิ์ไหวได้ยังไง?
ผลลัพธ์ชัดเจน มหาผู้อาวุโสโดนฟาดจนตายคาที่
"ต่อไปตาพวกแก" โมฝานหันไปมองผู้อาวุโสคนอื่นๆ ด้วยรอยยิ้ม ประกาศข้อหาเดียวกัน บทลงโทษก็เช่นกัน
มังกรทองศักดิ์สิทธิ์บินว่อนอยู่หน้าศาลวินิจฉัยโหมวตู ทุกครั้งที่โฉบลงมา จะมีคนหนึ่งถูกฟาดลอยขึ้นฟ้า
จัดการพวกผู้อาวุโสเสร็จ
สายตาของโมฝานมาหยุดที่มู่เต้า
มู่เต้าตาเบิกโพลง ร้องขอชีวิต "ไม่ อย่าฆ่าฉัน ฉันเป็นกรรมการศาลวินิจฉัยสูงสุด! ฆ่าฉันแล้ว พวกแกจะไม่มีที่ยืนในจีน นี่เป็นโทษหนักนะ!"
"ปู่โมจะกลัวแกเรอะ? แน่จริงก็ให้คนมาจับฉันสิ!"
โมฝานเบะปาก ประกาศว่า "ใช้อำนาจในทางมิชอบ ใส่ร้ายศิษย์น้องฉัน โทษตาย"
"!"
"แกไม่มีสิทธิ์ตัดสินโทษฉัน!!!"
โมฝานเห็นมันยังตะโกนโหวกเหวก แถมยังขู่อาฆาต ในใจก็คิดวิธีประหารดีๆ ได้
เขาสั่งมังกรทองศักดิ์สิทธิ์ว่า "ขยายร่าง แล้วนั่งทับมันให้ตาย"
"??????"
ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีวิธีประหารแบบนี้ มู่เต้าก็เช่นกัน วิธีตายที่น่าอัปยศอดสูแบบนี้ จะทำให้เขาถูกเล่าขานไปชั่วลูกชั่วหลานแน่นอน
"ไม่ ไม่เอา!"
เขาทำได้แค่มองมังกรทองศักดิ์สิทธิ์บินขึ้นไปเหนือหัว ร่างขยายใหญ่ขึ้นจนบดบังแสงอาทิตย์
จากนั้นมังกรทองศักดิ์สิทธิ์ก็ทิ้งตัวลงมาอย่างแรง มู่เต้าถูกทับจนกลายเป็นเศษเนื้อเละๆ
[จบแล้ว]