- หน้าแรก
- ระบบจอมเวทหนึ่งธาตุ หนึ่งพรสวรรค์
- บทที่ 200 - เผชิญหน้าวิหารพาร์เธนอน!!
บทที่ 200 - เผชิญหน้าวิหารพาร์เธนอน!!
บทที่ 200 - เผชิญหน้าวิหารพาร์เธนอน!!
บทที่ 200 - เผชิญหน้าวิหารพาร์เธนอน!!
จียงหยวนและโมฝานเดินตามอัศวินประกายทองผ่านประตูทองแดงบานมหึมาเข้าไป
"ครืนนน..."
เสียงประตูทองแดงหนักอึ้งปิดลงขังทั้งสองไว้ภายในตำหนัก แต่จิตใจของพวกเขาไม่ได้อยู่ที่ประตูนั้นเลย
จียงหยวนเดินนำหน้า มุ่งตรงไปตามแสงไฟที่ส่องนำทาง เสาหินสองข้างทางภายใต้แสงสลัวดูวังเวงน่าขนลุก ไร้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์น่าเกรงขามอย่างที่ควรจะเป็น
เมื่อมาถึงส่วนลึกที่สุด ก็พบกับแท่นบูชาที่มีไฟลุกโชน
เสาศักดิ์สิทธิ์ต้นยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่กลางแท่นบูชา ที่โคนเสามีโซ่เงินเส้นหนาพันธนาการหญิงสาวร่างบอบบางเอาไว้
เย่ซินเซี่ยไม่ได้ร้องไห้คร่ำครวญ ไม่ได้แสดงท่าทีสิ้นหวัง
ใบหน้าของเธอซีดเผือด ร่างกายผ่ายผอมอิดโรย ไร้ซึ่งความสดใสมีชีวิตชีวาเหมือนวันวาน
ดวงตาของเธอจับจ้องผู้มาเยือนทั้งสอง
"เหมือนหนูกำลังฝันไปเลย พี่จียงหยวน พี่โมฝาน นั่นพวกพี่จริงๆ เหรอคะ?"
จียงหยวนขมวดคิ้วแน่น
แม้จะคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่พอมาเห็นภาพนี้กับตาตัวเองจริงๆ ก็อดรู้สึกสงสารและโกรธแค้นไม่ได้
วิหารพาร์เธนอนยังมีเหตุผลอะไรให้ดำรงอยู่อีก?
ครอบครองเวทอวยพรที่มีพลังสนับสนุนมหาศาล และทรัพยากรธาตุรักษามากมาย แต่กลับสร้างประโยชน์ให้โลกได้เพียงน้อยนิด
ช่างเสียแรงที่เทพีเอเธน่าอุตส่าห์ก่อตั้งขึ้นมา!
"ซินเซี่ย!!" โมฝานตะโกนลั่น พุ่งเข้าไปหาเธออย่างร้อนรน
แต่จียงหยวนไวกว่า เขาเคลื่อนย้ายพริบตาไปอยู่ข้างกายซินเซี่ยทันที
"พี่จียงหยวน เป็นพวกพี่จริงๆ ด้วย"
ซินเซี่ยเงยหน้าขึ้น ความรู้สึกในแววตานั้นยากจะบรรยายเป็นคำพูด น้ำตาแห่งความปิติไหลรินออกมาไม่ขาดสาย
เมื่อได้พบกับคนที่คุ้นเคยที่สุด เขื่อนกั้นอารมณ์ของเย่ซินเซี่ยก็พังทลายลง
"ไอ้สารเลวพวกนั้นกล้าดียังไงมาจับตัวเธอ! พี่จะพังศาลเจ้าเฮงซวยนี่ให้ราบเป็นหน้ากลอง!!!" โมฝานคำรามด้วยความเดือดดาล
จียงหยวนปลดโซ่ตรวนให้ซินเซี่ย ใช้อานุภาพแห่งน้ำชำระล้างคราบไคลและฝุ่นผงบนตัวเธอจนหมดจด แม้สีหน้าจะดูดีขึ้นบ้าง แต่ความอิดโรยก็ยังคงฉายชัด
"ไม่ต้องห่วงนะ พี่กับโมฝานจะพาเธอออกไปจากที่นี่เอง" จียงหยวนกล่าวปลอบโยน
ซินเซี่ยกัดริมฝีปากเบาๆ นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ก่อนจะเอ่ยขึ้น "หนู... พวกเขาบอกว่าหนูคือซารัง บอกว่ามีคนอีกคนอาศัยอยู่ในร่างของหนู"
"ซารัง? นั่นมันคาร์ดินัลชุดแดงของลัทธิทมิฬไม่ใช่เหรอ? จะเป็นเธอไปได้ยังไง! พวกมันตอแหลทั้งเพ!" โมฝานสบถด่า
ซินเซี่ยที่น่ารักอ่อนโยนขนาดนี้ จะเป็นคาร์ดินัลชุดแดงผู้โหดเหี้ยมอำมหิตไปได้ยังไง?
"แต่พวกเขายืนยันแบบนั้น เลือดของหนูก็ทำปฏิกิริยากับหินโลหิตประมุข แล้วหนูก็ฆ่าพานีจาไปจริงๆ ตัวหนูเปื้อนเลือดของเธอเต็มไปหมด..." ซินเซี่ยก้มหน้าลงด้วยความเศร้าโศก
"ต้องมีใครบงการเธอแน่ๆ ในวิหารพาร์เธนอนมีจอมเวทสายจิตเก่งๆ ตั้งเยอะแยะ ใครจะไปรู้ว่ามีใครแอบเล่นตุกติกอยู่เบื้องหลัง พวกมันยัดเยียดให้เธอเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งเทพธิดา เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำแน่!" โมฝานสันนิษฐานอย่างมั่นใจ
ซึ่งสิ่งที่เขาพูดก็มีเหตุผลมากทีเดียว
ซินเซี่ยเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง "หนูยังจำภาพบางอย่างได้ ภาพเหล่านั้นมันแย่มาก"
"ก็บอกแล้วไงว่าไม่ใช่เธอ มีคนใส่ร้ายเธอชัดๆ!" โมฝานย้ำ
"เธอไม่ใช่หรอก พี่รู้ว่าซารังตัวจริงคือใคร" จียงหยวนพูดแทรกขึ้นมาดื้อๆ
"จริงเหรอ?" ทั้งสองหันขวับมามอง
จียงหยวนพยักหน้า "ซารังตัวจริงอยู่ในวิหารพาร์เธนอนนี่แหละ แต่ไม่ใช่ซินเซี่ย"
"งั้นจะรออะไรอยู่ล่ะ รีบไปลากคอมันออกมาสิ ซินเซี่ยจะได้พ้นมลทิน!" โมฝานไม่สนว่าจียงหยวนรู้ได้ยังไง ขอแค่ช่วยซินเซี่ยได้ เขาก็พร้อมลุย
"เปล่าประโยชน์ มีคนวางแผนเรื่องนี้กับซินเซี่ยไว้อย่างรัดกุม เธอต้องเข้าสู่พิธีทัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งความมืด ไม่อย่างนั้นพวกมันไม่ยอมเลิกราแน่" จียงหยวนกล่าวเสียงเย็น
"พี่จียงหยวน พี่เหมือนจะรู้อะไรเยอะมากเลยนะคะ" ซินเซี่ยเอ่ยทัก
จู่ๆ เธอก็สัมผัสไม่ได้ถึงอารมณ์ความรู้สึกในดวงตาของจียงหยวน มันไร้ซึ่งความรู้สึก มีเพียงความเย็นชาอันน่าขนลุก
ช่างดูแปลกตาเหลือเกิน
จียงหยวนเปิดสถานะ 'โอเวอร์คล็อก' การควบคุมชุดเกราะวิญญาณกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญที่สุด
"พี่รู้เยอะจริงๆ นั่นแหละ พี่รู้กระทั่งว่าแม่ของเธอเป็นใคร เธอเองก็น่าจะพอเดาได้บ้างแล้วใช่ไหม ซินเซี่ย?" จียงหยวนยอมรับตรงๆ
มาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรอีก
ครอบครองชุดเกราะวิญญาณมาตั้งนาน ยังไม่เคยได้ลิ้มรสความรู้สึกของการเป็นจักรพรรดิผู้ทำอะไรตามใจชอบเลยสักครั้ง
นับเป็นเรื่องน่าเสียดายจริงๆ
ตั้งแต่วันนี้ไป ขอเสพสุขกับอำนาจนั้นสักหน่อยเถอะ
"..." ซินเซี่ยเงียบกริบ แต่แววตาไหวระริกไม่หยุด
"ตกลงพวกนายคุยเรื่องอะไรกันวะเนี่ย!" โมฝานยืนงงเป็นไก่ตาแตก
ชาตินี้เกลียดพวกชอบพูดจาเป็นปริศนาที่สุดเลยโว้ย!
"เอาเถอะ พาซินเซี่ยออกไปกันดีกว่า" จียงหยวนหันหลังกลับ
"แล้วเรื่องวิหารพาร์เธนอน..."
โมฝานพูดยังไม่ทันจบ จียงหยวนก็สวนกลับ "มาที่นี่ก็เพื่อพาซินเซี่ยไปไม่ใช่เหรอ? มัวอ้ำอึ้งอะไรอยู่?"
"เออ ได้ ไปกัน!" โมฝานชะงักไปนิด ก่อนจะปรับสีหน้าให้เคร่งขรึม
"ซินเซี่ย จะให้พี่อุ้ม หรือจะให้โมฝานอุ้ม?" จียงหยวนหันมาถาม
"หนูจะเดินเองค่ะ!" ซินเซี่ยลุกขึ้นยืนอย่างเด็ดเดี่ยว เดินตามหลังชายหนุ่มทั้งสองก้าวออกจากประตูไปทีละก้าว!
ประตูทองแดงค่อยๆ เปิดออก แสงตะวันสาดส่องลงมากระทบร่างทั้งสาม
ภาพที่ควรจะดูสดใส กลับเต็มไปด้วยความกดดันหนักอึ้ง
บนบันไดสูงชัน แถวของอัศวินประกายทองยืนเรียงรายด้วยท่าทีขึงขัง แรงกดดันจากพลังเวทมนตร์ถาโถมเข้าใส่ทั้งสามราวกับคลื่นยักษ์!
มองออกไปไกลกว่านั้น คือเหล่าจอมเวทตุลาการจากหอวินิจฉัยพาร์เธนอนทุกคน แสงเวทมนตร์ในมือพวกเขาสว่างวาบพร้อมโจมตี ราวกับพร้อมจะเผาผลาญทั้งสามให้เป็นจุณในวินาทีถัดไป!
ไกลออกไปอีก งานศพของพานีจากำลังดำเนินอยู่ ผู้บริหารระดับสูงของวิหารพาร์เธนอนแทบทุกคนอยู่ที่นั่น รวมถึงแขกเหรื่อจากขั้วอำนาจต่างๆ ทั่วโลก
สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่คนทั้งสามเป็นจุดเดียว!
"พวกเจ้าสองคนคิดจะละเมิดกฎของศาลศักดิ์สิทธิ์ พาตัวเย่ซินเซี่ยออกไปจากที่นี่งั้นรึ?" มหาปราชญ์มองดูพวกเขา แววตาแฝงรอยเย้ยหยัน
คิดจะท้าทายวิหารพาร์เธนอน?
ไม่มีใครทำได้หรอก!
"ช่างไม่เจียมกะลาหัว คิดว่าผ่านทางเดินดารามาได้แล้วจะเป็นศัตรูกับวิหารพาร์เธนอนได้รึไง?" อัศวินประกายทอง 'ยาร์ฟ' ตะโกนลั่น เขาคือองครักษ์ของพานีจา และเป็นคนที่เกลียดชังเย่ซินเซี่ยเข้ากระดูกดำ!
"ก็ลองดูสิว่าจะขวางพวกเราได้ไหม" จียงหยวนกล่าวเสียงเรียบ
"สามหาว! คิดว่าตัวเองเก่งนักหรือไง? ต่อหน้ายอดฝีมือที่แท้จริง แกมันก็แค่เศษสวะ!!!"
ยาร์ฟระเบิดโทสะ กลุ่มดาวอันวิจิตรตระการตาก่อตัวขึ้นรอบกาย ภาพกลุ่มดาวเจ็ดภาพผสานกันเป็นวังดาราอันยิ่งใหญ่อลังการ
วังดาราส่องแสงเจิดจ้า พลังอำนาจอันไร้ที่สิ้นสุดรวมตัวกันอยู่เบื้องหน้า
"คมดาบวายุพันใบมีดสังหาร!"
ชั่วพริบตา พายุสีทองแปรเปลี่ยนเป็นใบมีดนับพันร่ายรำอยู่กลางเวหา ก่อนจะรวมตัวกันเป็นเคียววายุสีทองเล่มยักษ์ฟาดฟันลงมา หมายจะสังหารจียงหยวนผู้โอหังให้สิ้นซาก!
ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับเวทมนตร์ระดับสุดยอดอันน่าสะพรึงกลัว จียงหยวนกลับก้าวเท้าเดินหน้าต่อไปทีละก้าว เงาร่างของชุดเกราะโบราณค่อยๆ ปรากฏขึ้นที่ด้านหลัง
หมวกเกราะ
เกราะอก
เกราะไหล่
เกราะคอ
ผ้าคลุม
ทุกย่างก้าวที่เหยียบย่าง ส่วนประกอบของชุดเกราะก็ค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้น
รูม่านตาของโมฝานขยายกว้าง อ้าปากค้างโดยไม่รู้ตัว เงาร่างชุดเกราะนั้นค่อยๆ ซ้อนทับกับภาพความทรงจำในอดีตของเขา
กลิ่นอายแห่งจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ปกคลุมไปทั่วหล้า!
"ราชาบรรพกาล!!!"
เบื้องหลังจียงหยวน เงาร่างของราชาบรรพกาลค่อยๆ ยกมือขวาขึ้น
[จบแล้ว]