- หน้าแรก
- ระบบจอมเวทหนึ่งธาตุ หนึ่งพรสวรรค์
- บทที่ 25 - ทัณฑ์สายฟ้า
บทที่ 25 - ทัณฑ์สายฟ้า
บทที่ 25 - ทัณฑ์สายฟ้า
บทที่ 25 - ทัณฑ์สายฟ้า
ภัยพิบัติทางธรรมชาติ คือหายนะที่สิ่งมีชีวิตธรรมดาไม่อาจต้านทาน มีเพียงความเจ็บปวดและความสิ้นหวังรออยู่
เว้นเสียแต่ว่าระดับของชีวิตนั้นจะก้าวข้ามขอบเขตสามัญไปแล้ว
แต่หมาป่าปีศาจปีกเวหา ระดับแม่ทัพ ยังไม่อยู่ในระดับที่จะต้านทานภัยพิบัติทางธรรมชาติได้
ต่อหน้าภัยพิบัติ มันก็ยังคงเล็กจ้อย
ในเวลานี้ สายฟ้าที่เลื้อยผ่านเมฆดำราวกับมังกรพิโรธ หากฟาดลงมาใส่ตัวมัน ต่อให้ไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บสาหัส เหลือแค่ครึ่งชีวิตให้ดิ้นรน!
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่
ในสนามรบที่เหล่าจอมเวทกำลังต่อสู้กับฝูงหมาป่า เม็ดทรายสีดำเล็กละเอียดได้ไหลมารวมตัวกันเงียบๆ ตามสายน้ำ
เม็ดทรายเหล่านี้ราวกับมีชีวิต เมื่อมีหมาป่าเดินผ่าน มันจะเกาะติดหนึบแน่น
แม้แต่หมาป่าปีศาจปีกเวหา ระดับแม่ทัพ ก็ไม่อาจรอดพ้น
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างเงียบเชียบ ไม่มีใครสังเกตเห็น
ทันใดนั้น สายฟ้าแลบแปลบปลาบฉีกกระชากท้องฟ้ายามราตรี
ตามมาด้วยเสียงฟ้าร้องดังกึกก้องกัมปนาท!
ผู้คนแว่วเสียงตะโกนแผ่วเบา
เสียงนั้นราวกับเสียงกระซิบของเทพเจ้าสายฟ้าก่อนลงทัณฑ์ ศักดิ์สิทธิ์แต่แผ่วเบา เหมือนมาจากขอบฟ้าอันไกลโพ้น
หลายคนคิดว่าเป็นเพียงเสียงแว่วจากความกลัวและความตึงเครียด จึงไม่ได้ใส่ใจ
"เปรี้ยง!!!!!!!"
ชั่วพริบตา แสงสว่างเจิดจ้าสาดส่องทั่วค่ำคืนที่ฝนกระหน่ำ
แสงนี้ไม่ใช่แสงอาทิตย์หลังเมฆฝนจางหาย ไม่ใช่เวทมนตร์ธาตุแสงของจอมเวทคนใด
แต่เป็นสายฟ้านับล้านเส้นที่ถักทอกันบ้าคลั่งบนท้องฟ้าราวกับใยแมงมุม
แสงนั้นสว่างจ้าจนเปลี่ยนกลางคืนให้กลายเป็นกลางวัน
ในขณะเดียวกัน บนร่างของหมาป่าทุกตัว แท่งโลหะสีดำยาวกว่าสิบเมตรก็งอกออกมาจากเม็ดทรายสีดำที่เกาะอยู่
โดยเฉพาะหมาป่าปีศาจปีกเวหาที่แข็งแกร่งที่สุด บนหลังและหัวของมันเต็มไปด้วยแท่งโลหะสีดำ มองไกลๆ เหมือนเม่นยักษ์
วินาทีต่อมา เสียงฟ้าร้องคำรามลั่น
สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเมืองป๋อเฉิง!
"ครืนนนนนนนน~~~~!!!"
เสียงกัมปนาทสะท้านฟ้าสะเทือนดิน ราวกับเทพเจ้าพิโรธ สายฟ้าทั้งหมดเทกระหน่ำลงมาใส่ฝูงหมาป่า
หมาป่าปีศาจปีกเวหาถูกสายฟ้าขนาดมหึมาราวกับงูหลามยักษ์ฟาดเข้าใส่เต็มรัก จมหายไปในทะเลสายฟ้าทันที
"นี่มันฝีมือจอมเวทท่านไหนกัน?" ทหารจอมเวทที่เห็นเหตุการณ์ต่างอ้าปากค้าง ตะลึงงันกับภาพตรงหน้า
ฉากการลงทัณฑ์ด้วยสายฟ้านี้ สลักลึกเข้าไปในความทรงจำของพวกเขา ยากที่จะลืมเลือน
จ่านคงแหงนหน้ามองฟ้า ปล่อยให้ฝนเย็นเฉียบชะล้างใบหน้า แววตาเต็มไปด้วยความสงสัยและครุ่นคิด
นี่คือเวทมนตร์ธาตุสายฟ้าระดับสุดยอดเหรอ?
ความคิดนี้แวบเข้ามาในหัว
แต่ไม่นานเขาก็ปัดตกไป
อานุภาพของสายฟ้าเหล่านี้ แม้จะรุนแรง แต่ยังห่างไกลจากความน่าสะพรึงกลัวของเวทระดับสุดยอด
อย่างมากก็แค่แรงกว่าเวทระดับสูงทั่วไปมากโข
แต่ขอบเขตการทำลายล้างที่กว้างขวางขนาดนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เวทระดับสูงบทเดียวจะทำได้แน่นอน
หรือว่ามีทีมจอมเวทธาตุสายฟ้าระดับสูงแอบซุ่มอยู่แถวนี้?
จ่านคงเต็มไปด้วยคำถาม แต่หาคำตอบที่สมเหตุสมผลไม่ได้
สุดท้าย เขาตัดสินใจเลิกคิดเรื่องนี้ แล้วหันกลับไปสั่งการลูกน้องให้เคลียร์พื้นที่สนามรบ
แม้สายฟ้าจะกวาดล้างหมาป่าไปเกือบหมด และหมาป่าปีศาจปีกเวหาก็บาดเจ็บสาหัส แต่ก็ยังมีหมาป่าบางตัวรอดมาได้
อย่างไรก็ตาม พวกที่เหลือรอดก็ไม่เป็นภัยคุกคามอีกต่อไป แค่ต้องเสียเวลาเก็บกวาดหน่อยเท่านั้น
………………
"แม่เหล็ก..."
จียงหยวนค่อยๆ ปิดเขตแดนแม่เหล็กไฟฟ้า สายตาจับจ้องไปที่พื้นดินไหม้เกรียมที่ถูกสายฟ้าถล่ม พลางครุ่นคิด
ในโลกเวทมนตร์แห่งนี้
ความทรงพลังของสายฟ้า เป็นที่ประจักษ์แก่ทุกคน
แต่ 'แม่เหล็ก' ที่เป็นของคู่กันกับไฟฟ้า กลับถูกมองข้าม
จากตำราเวทมนตร์มากมายที่กล่าวถึงธาตุสายฟ้า จอมเวทมองว่าปรากฏการณ์แม่เหล็กเป็นเพียงคุณสมบัติพื้นๆ ของสายฟ้า ไม่เคยมีใครเจาะลึกถึงแก่นแท้ของมัน
มีเพียงโมฝาน ผู้ที่เคยสัมผัสวิทยาการจากอีกโลก เมื่อก้าวสู่ระดับสูง เขาจึงสร้างเวทมนตร์สายฟ้าแขนงใหม่ของตัวเองขึ้นมา... ปืนใหญ่แม่เหล็ก
ในโลกวิทยาศาสตร์ พลังแม่เหล็กได้รับการพิสูจน์แล้วว่าทรงพลังเพียงใด
แต่ในโลกเวทมนตร์ มันกลับเป็นเหมือนซอกหลืบที่ถูกลืม ไม่มีใครสนใจ
จียงหยวนรู้ดีว่า การควบคุมแม่เหล็กไฟฟ้า หมายถึงการครอบครองพลังอำนาจมหาศาล
เขาสามารถควบคุมโลหะ ปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า สร้างเกราะแม่เหล็กไฟฟ้า หรือแม้แต่บินและตรวจจับ...
ที่สำคัญกว่านั้น เขาสามารถชักนำปรากฏการณ์ธรรมชาติได้
เหมือนเมื่อครู่ ที่เขาใช้แม่เหล็กดึงดูดสายฟ้าจากเมฆฝน ก่อให้เกิด 'ทัณฑ์สายฟ้า' ที่รุนแรงเทียบเท่าเวทระดับสูงหลายบทซ้อนทับกันที่นอกเมืองป๋อเฉิง!
ถ้าพลังแม่เหล็กไฟฟ้ามากพอ เขาอาจจะรวบรวมและแยกประจุไฟฟ้าในอากาศ สร้างพายุสายฟ้าระดับภัยพิบัติขึ้นมาเองได้เลย!
ในฐานะหนึ่งในสี่แรงพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ ศักยภาพของแรงแม่เหล็กไฟฟ้านั้นมหาศาลโดยไม่ต้องสงสัย
เวทมนตร์ไม่ใช่สิ่งที่ตายตัว มันสามารถสร้างสรรค์และพัฒนาต่อยอดได้
เหมือนที่ราชาแห่งความตายในอดีตและฟาโรห์คูฟูสร้างเวทมนตร์ธาตุวิญญาณ หรือเอดิสันที่บุกเบิกธาตุแสง พวกเขาล้วนเปิดเส้นทางใหม่ให้กับเวทมนตร์
บางที ในอนาคต อาจมีใครสักคนสร้างเวทมนตร์ 'ธาตุแม่เหล็ก' ขึ้นมาโดยเฉพาะ
หรืออาจมีใครขยายขอบเขตเวทมนตร์ธาตุสายฟ้า ให้กลายเป็น 'เวทมนตร์แม่เหล็กไฟฟ้า' ที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม
จียงหยวนไม่รู้ว่าคนคนนั้นจะเป็นเขาหรือเปล่า
แต่เขาตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ว่าจะเจาะลึกและพัฒนาพลังของเขตแดนแม่เหล็กไฟฟ้านี้ให้ถึงที่สุด!
………………
………………
หายนะครั้งใหญ่ที่สุดของเมืองป๋อเฉิง มาเร็วเคลมเร็ว และจบลงท่ามกลางพายุสายฟ้า
ต้องขอบคุณการทำลายอุโมงค์ใต้ดินล่วงหน้า ทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่ทันเห็นเงาอสุรกาย ก็รอดพ้นจากวิกฤตไปได้
ถึงกระนั้น ก็ไม่มีใครคิดว่าสัญญาณเตือนภัยสีเลือดเป็นเรื่องล้อเล่น
ทหารหาญกี่นายต้องสังเวยชีวิตนอกกำแพงเมืองเพื่อปกป้องเมืองนี้?
ถ้าไม่มีการต่อสู้ถวายหัวของพวกเขา อสุรกายคงพังทลายแนวป้องกัน เข้ามาเปลี่ยนเมืองให้เป็นซากปรักหักพัง และฉีกทึ้งชาวบ้านเป็นชิ้นๆ ไปนานแล้ว
ตอนนี้ เหล่าจอมเวทกำลังเร่งกวาดล้างอสุรกายที่ยังหลงเหลืออยู่ในเมืองป๋อเฉิง
ทุกคนได้รับคำสั่งให้อยู่แต่ในเขตปลอดภัย เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันจากอสุรกายที่เล็ดลอดสายตา
"พวกเรารอดแล้ว"
นักเรียนโรงเรียนมัธยมเวทมนตร์เทียนหลาน มองดูเมืองที่ค่อยๆ กลับสู่ความสงบด้วยความรู้สึกหลากหลาย
ระหว่างทางหนีตาย พวกเขาเผชิญหน้ากับฝูงหมาป่าปีศาจ สัมผัสความน่ากลัวของสัญญาณเตือนภัยสีเลือดด้วยตัวเอง
วินาทีนั้น หลายคนคิดว่าจะไม่ได้กลับมาถึงเขตปลอดภัยแบบมีชีวิตซะแล้ว
"จียงหยวนเลื่อนขั้นเป็นจอมเวทระดับกลางตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ โชคดีที่เขาเก่งขึ้นทันเวลา ไม่งั้นคงมีคนตายอีกเพียบ" สวี่เจ้าถิงพูดเสียงขรึม แววตาฉายแววชื่นชม
โจวหมิ่นพยักหน้าเงียบๆ สีหน้าเรียบเฉยเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง
"ฉันคิดยังไงก็ไม่เข้าใจ" มู่ไป๋กอดอก ขมวดคิ้ว "จียงหยวนคนเดียวฆ่าหมาป่าพวกนั้นหมดได้ยังไง? นั่นมันหมาป่าระดับทาสรับใช้กว่ายี่สิบตัว กับระดับขุนพลอีกสองตัวนะ! ขนาดทีมจอมเวทระดับกลางสองทีมยังไม่แน่ว่าจะเอาอยู่เลย"
ทันใดนั้น เสียงอุทานก็ดังขึ้น
"อะไรนะ น้ำพุศักดิ์สิทธิ์หายไปแล้ว?"
ทุกคนหันไปมอง เห็นหลินอวี่ซินหน้าซีดเผือดยืนอยู่ต่อหน้าจ่านคง
จ่านคงดูมีอารมณ์รุนแรง กำหมัดแน่น แววตาเต็มไปด้วยความโกรธและร้อนรน
"ลัทธิทมิฬโผล่มาที่ตึกยินเม่า เป้าหมายจะเป็นอะไรไปได้นอกจากน้ำพุศักดิ์สิทธิ์? น้ำพุศักดิ์สิทธิ์หายไปแล้ว โดนลัทธิทมิฬชิงไปแล้ว!" จ่านคงพูดด้วยความเจ็บปวด
สำหรับเขา น้ำพุศักดิ์สิทธิ์สำคัญมาก การที่ลัทธิทมิฬวางแผนก่อความวุ่นวายครั้งนี้ เป็นไปได้มากว่าเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจแล้วฉกน้ำพุไป
เบื้องหลังลัทธิทมิฬมีแผนชั่วร้ายอะไรซ่อนอยู่
ไม่มีใครรู้ว่าจะนำมาซึ่งความเสียหายใหญ่หลวงแค่ไหนต่อประเทศชาติและประชาชน
จ่านคงสูดหายใจลึก พยายามสงบสติอารมณ์ สักพักเขาจึงถาม "เล่ามาซิว่าตอนนั้นที่ชั้นใต้ดินสิบห้าเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
จากนั้น หลินอวี่ซินก็เล่าเหตุการณ์ที่เธอเห็นทั้งหมดให้จ่านคงฟังอย่างละเอียด
พอได้ยินว่ามีผู้บริหารชุดน้ำเงินปรากฏตัว จ่านคงก็ใจคอไม่ดี
เพื่อชิงน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ ลัทธิทมิฬถึงกับส่งผู้บริหารระดับสูงมา แสดงว่าให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก
แต่เขาไม่เข้าใจ
ผู้บริหารชุดน้ำเงินเป็นจอมเวทระดับสูง ระดับเดียวกับเขา แล้วนักเรียนสองคนนั้นพาหลินอวี่ซินหนีรอดมาได้ยังไง?
"ฉันก็ไม่รู้ค่ะ พอล้มลงไปฉันก็สลบไปเลย" หลินอวี่ซินก้มหน้า เสียงอ่อยด้วยความรู้สึกผิด
"เอาเถอะ เดี๋ยวฉันจะให้คนไปถามจียงหยวนกับโมฝานอีกที" จ่านคงถอนหายใจอย่างจนปัญญา
"เธอลองนึกดูดีๆ อีกที มีอะไรตกหล่นไปไหม ห้ามพลาดรายละเอียดแม้แต่นิดเดียว"
หลินอวี่ซินขมวดคิ้ว พยายามรื้อฟื้นความทรงจำ สมองที่มึนงงจากการตากฝนเริ่มประมวลผล
ในที่สุด เธอก็นึกข้อมูลสำคัญออก
"นึกออกแล้วค่ะ ผู้บริหารชุดน้ำเงินคนนั้นเป็นคนตระกูลมู่ เขาชื่อมู่เฮ่อ!"
ได้ยินชื่อนี้ รูม่านตาของจ่านคงหดวูบ สายตาเบนไปทางมู่ไป๋ที่ยืนอยู่ในกลุ่มนักเรียนโดยอัตโนมัติ
ถ้ามู่เฮ่อคือผู้บริหารชุดน้ำเงิน
งั้นในตระกูลมู่ที่แทรกซึมไปทั่วทุกวงการของเมืองป๋อเฉิง จะมีสมาชิกของลัทธิทมิฬแฝงตัวอยู่อีกกี่คน?
คำถามนี้ทำให้จ่านคงหนาวสะท้านไปถึงกระดูก ไม่กล้าจะคิดต่อเลยทีเดียว
[จบแล้ว]