เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 - ปฏิบัติการกวาดล้างเมืองป๋อเฉิง

บทที่ 18 - ปฏิบัติการกวาดล้างเมืองป๋อเฉิง

บทที่ 18 - ปฏิบัติการกวาดล้างเมืองป๋อเฉิง


บทที่ 18 - ปฏิบัติการกวาดล้างเมืองป๋อเฉิง

เหลือเวลาอีกหนึ่งปีก่อนจะจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมเวทมนตร์เทียนหลาน

หายนะเมืองป๋อเฉิงใกล้เข้ามาทุกที

ผู้คนยังคงใช้ชีวิตไปทำงานตามปกติ นักเรียนยังคงไปโรงเรียน ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าอีกหนึ่งปีข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น

คนใกล้ชิด เพื่อนสนิท จะถูกอสุรกายกลืนกิน

เมืองทั้งเมืองจะกลายเป็นซากปรักหักพัง

เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้น จียงหยวน โมฝาน และจางเสี่ยวโหว จึงมายืนรวมตัวกันที่หน้าสมาพันธ์นักล่า

"สรุปวันนี้เรามาทำอะไรกัน?" โมฝานถามอย่างสงสัย

"นั่นสิพี่หยวน เรียกพวกเรามาทำไม? หัวหน้าก็ไม่ได้แจ้งว่ามีภารกิจนี่นา" จางเสี่ยวโหวเสริม

ที่เขาเรียกสวีต้าฮวงว่าหัวหน้า เพราะจียงหยวนเพิ่งดึงเขาเข้าหน่วยล่าอสูรเมืองเมื่อไม่นานมานี้

เดิมทีโควตาหน่วยล่าอสูรเมืองเต็มแล้ว แต่ผลงานของจียงหยวนกับโมฝานมันโดดเด่นเกินไป

คนนอกอาจมองว่าทีมของสวีต้าฮวงกวาดล้างอสุรกายไปค่อนเมือง

แต่คนในทีมรู้ดีว่ากว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์เป็นฝีมือของจียงหยวนกับโมฝาน

สองคนนี้ขยันรับภารกิจ แถมฝีมือยังเทพจนน่าตกใจ ไม่เคยทำงานพลาดสักครั้ง

ดังนั้นสวีต้าฮวงที่ไม่มีความอิจฉาริษยา จึงมีความคิดอยากให้จียงหยวนตั้งทีมล่าอสูรของตัวเอง เลยไม่ว่าอะไรที่จางเสี่ยวโหวจะเข้ามา

ถือซะว่าเป็นลูกทีมในอนาคตของจียงหยวน

"ฉันอยากให้พวกนายช่วยอะไรหน่อย" จียงหยวนเกริ่น

"ช่วยอะไรล่ะ? พูดมาตรงๆ เลย เพื่อนฝูงกันทั้งนั้น" โมฝานตบอกผาง

จียงหยวนเรียบเรียงคำพูด "ฉันอยากจะทำความสะอาดเมืองป๋อเฉิงสักรอบ"

"ทำความสะอาด? อย่าบอกนะว่าจะกวาดล้างอสุรกาย?" โมฝานตาโต

การกวาดล้างอสุรกายที่ซ่อนตัวในเมืองเป็นงานช้างที่ยากลำบากมาก

"ไม่เชิง ฟังฉันก่อน" จียงหยวนส่ายหน้า อธิบายต่อ "พวกนายก็น่าจะรู้ว่าอสุรกายในเมืองโผล่มาจากใต้ดิน ทางออกถ้าไม่ใช่ท่อระบายน้ำก็เป็นรูที่พวกมันขุดเอง ซึ่งซ่อนพรางตาได้ดีมาก"

"โมฝาน นายก็เคยเห็นรูพวกนั้น ตอนไปโรงอาหารโรงเรียนของซินเซี่ย รูที่หนูยักษ์นัยน์ตาโลหิตมุดออกมานั่นแหละ"

"อืมๆ" โมฝานพยักหน้า ส่วนจางเสี่ยวโหวยังงงเป็นไก่ตาแตก

ฟังมาตั้งนาน ยังไม่รู้เลยว่าจียงหยวนจะกวาดล้างอะไร

จียงหยวนไม่ลีลาแล้ว "ที่ฉันหมายถึงคือ การตามหาปากรูที่อสุรกายใช้มุดออกมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วจดบันทึกพิกัดไว้"

"ทำแบบนี้ พอพวกเราเก่งขึ้น ก็หาจังหวะไปทำลายรูพวกนี้ทิ้งให้หมด เมืองป๋อเฉิงจะได้ปลอดอสุรกาย"

เหตุผลนี้ฟังดูดี แต่โมฝานยังสงสัย "แล้วทำไมเราไม่ทำลายมันซะตอนนี้เลยล่ะ?"

"ง่ายมาก เพราะลำพังพวกเราตอนนี้ยังกำจัดต้นตอไม่ได้หมด ต่อให้อุดรูนี้ไป อสุรกายก็ขุดรูใหม่ได้อยู่ดี แถมจะยิ่งหายากกว่าเดิม"

"สู้หาปากรูให้เจอ แล้วคอยเฝ้าระวังไว้ จะช่วยลดความสูญเสียได้มากกว่า"

พอจียงหยวนอธิบายแบบนี้ โมฝานกับจางเสี่ยวโหวก็เข้าใจทันที

"ไม่นึกเลยว่านายจะมีจิตสาธารณะขนาดนี้ คิดการณ์ไกลเพื่อความสงบสุขของชาวเมืองป๋อเฉิงเชียวนะ" โมฝานแซว

ถ้านายรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นายก็คงต้องทำแบบฉันนี่แหละ

จียงหยวนไม่ได้พูดความในใจออกไป

หายนะเมืองป๋อเฉิงเป็นปมในใจของผู้รอดชีวิตอย่างโมฝานและจางเสี่ยวโหวเสมอมา

จียงหยวนวางแผนนี้มาแปดปีแล้ว

แปดปีก่อนวางแผนเพื่อไม่ให้โมฝานกับเพื่อนต้องเจ็บปวด

แต่ตอนนี้ เขาใช้ชีวิตในป๋อเฉิงมาแปดปี ผูกพันกับที่นี่ไปแล้ว

แผนการนี้จึงทำเพื่อปกป้องเมืองที่เขาอาศัยอยู่มาแปดปีด้วย

โมฝานนึกอะไรขึ้นได้ "จำได้ว่านายเริ่มจดพิกัดปากรูมาตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ?"

จียงหยวนพยักหน้า "จดไว้แล้ว แต่ครอบคลุมแค่หนึ่งในสามของเมือง ทำคนเดียวมันช้าไป ฉันเลยต้องขอแรงพวกนายไง"

"อ๋อ~ ไม่มีปัญหา แต่ต้องมีค่าจ้างนะ" โมฝานยิ้มกริ่ม

"พี่ฝาน ทำไมต้องเอาค่าจ้างด้วยล่ะ?" จางเสี่ยวโหวหันไปหาจียงหยวน "พี่หยวน ผมทำให้ฟรี แค่พี่ช่วยสอนเทคนิคการใช้เวทมนตร์ให้ผมหน่อยก็พอ"

"ไปๆๆ ไปไกลๆ เลย" โมฝานผลักจางเสี่ยวโหว "ฉันล้อเล่นเว้ย จริงจังไปได้ เพื่อนกันใครเขาคิดเงิน จียงหยวนสอนไอ้ลิงกังแล้วอย่าลืมสอนฉันด้วยนะ"

โมฝานอยากให้จียงหยวนสอนเทคนิคการเชื่อมต่อวิถีดวงดาวใจจะขาด

ผ่านไปนานขนาดนี้ ความเร็วของจียงหยวนยังทิ้งห่างเขาไม่เห็นฝุ่น ช่วงหลังมานี่ถึงขั้น 'หนึ่งความคิดวิถีดวงดาวสำเร็จ' แล้ว

หนึ่งความคิดวิถีดวงดาวสำเร็จเชียนะ!

เขาไปค้นห้องสมุดมาแล้ว นั่นมันความเร็วระดับจอมเวทระดับสูงถึงจะทำได้

จียงหยวนทำได้ตั้งแต่ระดับต้น บ้าบอที่สุด!

อิจฉาโว้ย!

"ไม่มีปัญหา ช่วงนี้ฉันพอจะจับเคล็ดลับได้บ้าง เดี๋ยวพิกัดครบเมื่อไหร่ ฉันถ่ายทอดให้หมดเปลือกเลย" จียงหยวนรับปาก ซึ่งเขาก็ตั้งใจจะสอนจริงๆ ไม่ได้กั๊ก

ความเก่งกาจของเขาส่วนหนึ่งมาจากพรสวรรค์ อีกส่วนมาจากความรู้ทฤษฎีที่แน่นปึกจนตกผลึกเป็นประสบการณ์

ทั้งสามคนวางแผนแบ่งเขตค้นหา แล้วเริ่มปฏิบัติการพลิกแผ่นดินล่า

............

วันเวลาผ่านไป

ความจริงพิสูจน์แล้วว่า จียงหยวนคิดตื้นเขินไปหน่อย

รูในเมืองป๋อเฉิงมีเยอะมาก และซ่อนตัวได้เนียนสุดๆ

พวกเขาออกหาในเขตนอกเหนือจากที่จียงหยวนเคยบันทึกไว้ พบว่าความหนาแน่นของรูมีมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึงหนึ่งในหก

พอย้อนกลับไปดูเขตเดิม ถึงเพิ่งเจอรูลับที่ซ่อนอยู่มิดชิดอีกเพียบ

มิน่าล่ะ ตอนเกิดหายนะ อสุรกายถึงได้โผล่ออกมาเต็มบ้านเต็มเมือง มุดออกมาจากทั่วทุกสารทิศ

เพราะรูมันเยอะขนาดนี้นี่เอง

ระหว่างค้นหา ก็มีปะทะกับหนูยักษ์นัยน์ตาโลหิต หมาป่าปีศาจตาเดียว และอสุรกายปลายแถวที่ซ่อนตัวอยู่บ้าง

ทั้งสามคนก็จัดการเก็บเรียบ

ถ้าพวกเขาไม่มาเจอเข้า คนที่หายสาบสูญคงมีเพิ่มขึ้นอีกเยอะ

ด้วยเหตุนี้ เวลาจึงล่วงเลยไปมากกว่าที่คาด

จากไตรมาสแรกของชั้นม.6 ลากยาวไปจนเกือบจบไตรมาสสองถึงจะเสร็จสิ้นภารกิจ

"อ๊ากกก!"

"จบซะทีโว้ย!"

ที่บ้านของจียงหยวน โมฝานแหกปากลั่นบ้าน ระบายความเหนื่อยยากตลอดช่วงที่ผ่านมา

"ใช่แล้วพี่ฝาน!!!" จางเสี่ยวโหวก็ตะโกนด้วย

เหนื่อยสายตัวแทบขาดจริงๆ

นอกจากเวลาทำสมาธิ เวลาที่เหลือก็ทุ่มให้กับการหารูหรือไม่ก็เดินทางไปหารู

จียงหยวนเห็นสภาพเพื่อนก็ยิ้มปลอบ "เหนื่อยก็จริง แต่พลังเวทของเราก็พัฒนาขึ้นเยอะนะ ถือซะว่าเป็นการฝึกฝนรูปแบบหนึ่งก็แล้วกัน"

"นายพูดถูก" โมฝานทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียงอย่างสบายอารมณ์ หลับตาซึมซับความเปลี่ยนแปลงของละอองดาว

มีหลายวิธีในการเร่งความเร็วการบ่มเพาะ

การต่อสู้ก็เป็นหนึ่งในนั้น

ละอองดาวธาตุไฟของโมฝานถึงขั้นที่สามมาได้สามเดือนกว่าแล้ว ขยายตัวจนถึงขีดสุด พร้อมจะทะลวงสู่ระดับกลางได้ทุกเมื่อ

ต้องรู้ก่อนนะว่าตามเวลาเดิม เขาจะถึงขั้นสามก็ตอนก่อนประลองกับอวี่อ๋างนิดเดียว แต่นี่เร็วกว่าเดิมถึงสามเดือน!

ธาตุสายฟ้าก็ถึงขั้นสามแล้วเช่นกัน

ธาตุลมของจางเสี่ยวโหวก็เพิ่งแตะขั้นสามเมื่อไม่กี่วันก่อน

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 18 - ปฏิบัติการกวาดล้างเมืองป๋อเฉิง

คัดลอกลิงก์แล้ว