- หน้าแรก
- ระบบจอมเวทหนึ่งธาตุ หนึ่งพรสวรรค์
- บทที่ 18 - ปฏิบัติการกวาดล้างเมืองป๋อเฉิง
บทที่ 18 - ปฏิบัติการกวาดล้างเมืองป๋อเฉิง
บทที่ 18 - ปฏิบัติการกวาดล้างเมืองป๋อเฉิง
บทที่ 18 - ปฏิบัติการกวาดล้างเมืองป๋อเฉิง
เหลือเวลาอีกหนึ่งปีก่อนจะจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมเวทมนตร์เทียนหลาน
หายนะเมืองป๋อเฉิงใกล้เข้ามาทุกที
ผู้คนยังคงใช้ชีวิตไปทำงานตามปกติ นักเรียนยังคงไปโรงเรียน ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าอีกหนึ่งปีข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น
คนใกล้ชิด เพื่อนสนิท จะถูกอสุรกายกลืนกิน
เมืองทั้งเมืองจะกลายเป็นซากปรักหักพัง
เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้น จียงหยวน โมฝาน และจางเสี่ยวโหว จึงมายืนรวมตัวกันที่หน้าสมาพันธ์นักล่า
"สรุปวันนี้เรามาทำอะไรกัน?" โมฝานถามอย่างสงสัย
"นั่นสิพี่หยวน เรียกพวกเรามาทำไม? หัวหน้าก็ไม่ได้แจ้งว่ามีภารกิจนี่นา" จางเสี่ยวโหวเสริม
ที่เขาเรียกสวีต้าฮวงว่าหัวหน้า เพราะจียงหยวนเพิ่งดึงเขาเข้าหน่วยล่าอสูรเมืองเมื่อไม่นานมานี้
เดิมทีโควตาหน่วยล่าอสูรเมืองเต็มแล้ว แต่ผลงานของจียงหยวนกับโมฝานมันโดดเด่นเกินไป
คนนอกอาจมองว่าทีมของสวีต้าฮวงกวาดล้างอสุรกายไปค่อนเมือง
แต่คนในทีมรู้ดีว่ากว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์เป็นฝีมือของจียงหยวนกับโมฝาน
สองคนนี้ขยันรับภารกิจ แถมฝีมือยังเทพจนน่าตกใจ ไม่เคยทำงานพลาดสักครั้ง
ดังนั้นสวีต้าฮวงที่ไม่มีความอิจฉาริษยา จึงมีความคิดอยากให้จียงหยวนตั้งทีมล่าอสูรของตัวเอง เลยไม่ว่าอะไรที่จางเสี่ยวโหวจะเข้ามา
ถือซะว่าเป็นลูกทีมในอนาคตของจียงหยวน
"ฉันอยากให้พวกนายช่วยอะไรหน่อย" จียงหยวนเกริ่น
"ช่วยอะไรล่ะ? พูดมาตรงๆ เลย เพื่อนฝูงกันทั้งนั้น" โมฝานตบอกผาง
จียงหยวนเรียบเรียงคำพูด "ฉันอยากจะทำความสะอาดเมืองป๋อเฉิงสักรอบ"
"ทำความสะอาด? อย่าบอกนะว่าจะกวาดล้างอสุรกาย?" โมฝานตาโต
การกวาดล้างอสุรกายที่ซ่อนตัวในเมืองเป็นงานช้างที่ยากลำบากมาก
"ไม่เชิง ฟังฉันก่อน" จียงหยวนส่ายหน้า อธิบายต่อ "พวกนายก็น่าจะรู้ว่าอสุรกายในเมืองโผล่มาจากใต้ดิน ทางออกถ้าไม่ใช่ท่อระบายน้ำก็เป็นรูที่พวกมันขุดเอง ซึ่งซ่อนพรางตาได้ดีมาก"
"โมฝาน นายก็เคยเห็นรูพวกนั้น ตอนไปโรงอาหารโรงเรียนของซินเซี่ย รูที่หนูยักษ์นัยน์ตาโลหิตมุดออกมานั่นแหละ"
"อืมๆ" โมฝานพยักหน้า ส่วนจางเสี่ยวโหวยังงงเป็นไก่ตาแตก
ฟังมาตั้งนาน ยังไม่รู้เลยว่าจียงหยวนจะกวาดล้างอะไร
จียงหยวนไม่ลีลาแล้ว "ที่ฉันหมายถึงคือ การตามหาปากรูที่อสุรกายใช้มุดออกมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วจดบันทึกพิกัดไว้"
"ทำแบบนี้ พอพวกเราเก่งขึ้น ก็หาจังหวะไปทำลายรูพวกนี้ทิ้งให้หมด เมืองป๋อเฉิงจะได้ปลอดอสุรกาย"
เหตุผลนี้ฟังดูดี แต่โมฝานยังสงสัย "แล้วทำไมเราไม่ทำลายมันซะตอนนี้เลยล่ะ?"
"ง่ายมาก เพราะลำพังพวกเราตอนนี้ยังกำจัดต้นตอไม่ได้หมด ต่อให้อุดรูนี้ไป อสุรกายก็ขุดรูใหม่ได้อยู่ดี แถมจะยิ่งหายากกว่าเดิม"
"สู้หาปากรูให้เจอ แล้วคอยเฝ้าระวังไว้ จะช่วยลดความสูญเสียได้มากกว่า"
พอจียงหยวนอธิบายแบบนี้ โมฝานกับจางเสี่ยวโหวก็เข้าใจทันที
"ไม่นึกเลยว่านายจะมีจิตสาธารณะขนาดนี้ คิดการณ์ไกลเพื่อความสงบสุขของชาวเมืองป๋อเฉิงเชียวนะ" โมฝานแซว
ถ้านายรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นายก็คงต้องทำแบบฉันนี่แหละ
จียงหยวนไม่ได้พูดความในใจออกไป
หายนะเมืองป๋อเฉิงเป็นปมในใจของผู้รอดชีวิตอย่างโมฝานและจางเสี่ยวโหวเสมอมา
จียงหยวนวางแผนนี้มาแปดปีแล้ว
แปดปีก่อนวางแผนเพื่อไม่ให้โมฝานกับเพื่อนต้องเจ็บปวด
แต่ตอนนี้ เขาใช้ชีวิตในป๋อเฉิงมาแปดปี ผูกพันกับที่นี่ไปแล้ว
แผนการนี้จึงทำเพื่อปกป้องเมืองที่เขาอาศัยอยู่มาแปดปีด้วย
โมฝานนึกอะไรขึ้นได้ "จำได้ว่านายเริ่มจดพิกัดปากรูมาตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ?"
จียงหยวนพยักหน้า "จดไว้แล้ว แต่ครอบคลุมแค่หนึ่งในสามของเมือง ทำคนเดียวมันช้าไป ฉันเลยต้องขอแรงพวกนายไง"
"อ๋อ~ ไม่มีปัญหา แต่ต้องมีค่าจ้างนะ" โมฝานยิ้มกริ่ม
"พี่ฝาน ทำไมต้องเอาค่าจ้างด้วยล่ะ?" จางเสี่ยวโหวหันไปหาจียงหยวน "พี่หยวน ผมทำให้ฟรี แค่พี่ช่วยสอนเทคนิคการใช้เวทมนตร์ให้ผมหน่อยก็พอ"
"ไปๆๆ ไปไกลๆ เลย" โมฝานผลักจางเสี่ยวโหว "ฉันล้อเล่นเว้ย จริงจังไปได้ เพื่อนกันใครเขาคิดเงิน จียงหยวนสอนไอ้ลิงกังแล้วอย่าลืมสอนฉันด้วยนะ"
โมฝานอยากให้จียงหยวนสอนเทคนิคการเชื่อมต่อวิถีดวงดาวใจจะขาด
ผ่านไปนานขนาดนี้ ความเร็วของจียงหยวนยังทิ้งห่างเขาไม่เห็นฝุ่น ช่วงหลังมานี่ถึงขั้น 'หนึ่งความคิดวิถีดวงดาวสำเร็จ' แล้ว
หนึ่งความคิดวิถีดวงดาวสำเร็จเชียนะ!
เขาไปค้นห้องสมุดมาแล้ว นั่นมันความเร็วระดับจอมเวทระดับสูงถึงจะทำได้
จียงหยวนทำได้ตั้งแต่ระดับต้น บ้าบอที่สุด!
อิจฉาโว้ย!
"ไม่มีปัญหา ช่วงนี้ฉันพอจะจับเคล็ดลับได้บ้าง เดี๋ยวพิกัดครบเมื่อไหร่ ฉันถ่ายทอดให้หมดเปลือกเลย" จียงหยวนรับปาก ซึ่งเขาก็ตั้งใจจะสอนจริงๆ ไม่ได้กั๊ก
ความเก่งกาจของเขาส่วนหนึ่งมาจากพรสวรรค์ อีกส่วนมาจากความรู้ทฤษฎีที่แน่นปึกจนตกผลึกเป็นประสบการณ์
ทั้งสามคนวางแผนแบ่งเขตค้นหา แล้วเริ่มปฏิบัติการพลิกแผ่นดินล่า
............
วันเวลาผ่านไป
ความจริงพิสูจน์แล้วว่า จียงหยวนคิดตื้นเขินไปหน่อย
รูในเมืองป๋อเฉิงมีเยอะมาก และซ่อนตัวได้เนียนสุดๆ
พวกเขาออกหาในเขตนอกเหนือจากที่จียงหยวนเคยบันทึกไว้ พบว่าความหนาแน่นของรูมีมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึงหนึ่งในหก
พอย้อนกลับไปดูเขตเดิม ถึงเพิ่งเจอรูลับที่ซ่อนอยู่มิดชิดอีกเพียบ
มิน่าล่ะ ตอนเกิดหายนะ อสุรกายถึงได้โผล่ออกมาเต็มบ้านเต็มเมือง มุดออกมาจากทั่วทุกสารทิศ
เพราะรูมันเยอะขนาดนี้นี่เอง
ระหว่างค้นหา ก็มีปะทะกับหนูยักษ์นัยน์ตาโลหิต หมาป่าปีศาจตาเดียว และอสุรกายปลายแถวที่ซ่อนตัวอยู่บ้าง
ทั้งสามคนก็จัดการเก็บเรียบ
ถ้าพวกเขาไม่มาเจอเข้า คนที่หายสาบสูญคงมีเพิ่มขึ้นอีกเยอะ
ด้วยเหตุนี้ เวลาจึงล่วงเลยไปมากกว่าที่คาด
จากไตรมาสแรกของชั้นม.6 ลากยาวไปจนเกือบจบไตรมาสสองถึงจะเสร็จสิ้นภารกิจ
"อ๊ากกก!"
"จบซะทีโว้ย!"
ที่บ้านของจียงหยวน โมฝานแหกปากลั่นบ้าน ระบายความเหนื่อยยากตลอดช่วงที่ผ่านมา
"ใช่แล้วพี่ฝาน!!!" จางเสี่ยวโหวก็ตะโกนด้วย
เหนื่อยสายตัวแทบขาดจริงๆ
นอกจากเวลาทำสมาธิ เวลาที่เหลือก็ทุ่มให้กับการหารูหรือไม่ก็เดินทางไปหารู
จียงหยวนเห็นสภาพเพื่อนก็ยิ้มปลอบ "เหนื่อยก็จริง แต่พลังเวทของเราก็พัฒนาขึ้นเยอะนะ ถือซะว่าเป็นการฝึกฝนรูปแบบหนึ่งก็แล้วกัน"
"นายพูดถูก" โมฝานทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียงอย่างสบายอารมณ์ หลับตาซึมซับความเปลี่ยนแปลงของละอองดาว
มีหลายวิธีในการเร่งความเร็วการบ่มเพาะ
การต่อสู้ก็เป็นหนึ่งในนั้น
ละอองดาวธาตุไฟของโมฝานถึงขั้นที่สามมาได้สามเดือนกว่าแล้ว ขยายตัวจนถึงขีดสุด พร้อมจะทะลวงสู่ระดับกลางได้ทุกเมื่อ
ต้องรู้ก่อนนะว่าตามเวลาเดิม เขาจะถึงขั้นสามก็ตอนก่อนประลองกับอวี่อ๋างนิดเดียว แต่นี่เร็วกว่าเดิมถึงสามเดือน!
ธาตุสายฟ้าก็ถึงขั้นสามแล้วเช่นกัน
ธาตุลมของจางเสี่ยวโหวก็เพิ่งแตะขั้นสามเมื่อไม่กี่วันก่อน
[จบแล้ว]