เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 - สมาคมเวทมนตร์

บทที่ 16 - สมาคมเวทมนตร์

บทที่ 16 - สมาคมเวทมนตร์


บทที่ 16 - สมาคมเวทมนตร์

สาขาสมาคมเวทมนตร์เมืองป๋อเฉิง

เนื่องจากป๋อเฉิงเป็นเพียงเมืองเล็กๆ สมาคมเวทมนตร์จึงไม่ได้ใหญ่โตโอ่อ่าอะไรนัก เป็นเพียงอาคารสูงราวหกชั้นตั้งอยู่ในย่านธุรกิจใจกลางเมือง

ผู้คนที่เดินเข้าออกล้วนเป็นบุคคลที่มีหน้ามีตา เพียงกวาดตามองปราดเดียวก็รู้ว่าล้วนเป็นจอมเวทที่หาตัวจับยากในสังคม

ตั้งแต่ก้าวเข้าสู่วงการจอมเวท คนรอบกายจียงหยวนก็ดูเหมือนจะมีแต่จอมเวทเต็มไปหมด

รถยนต์คันหนึ่งแล่นมาจอดหน้าสมาคม

ร่างของจียงหยวนก้าวลงจากรถ วันนี้เขาเจาะจงลากิจหนึ่งวันเพื่อมาทำการ 'ปลุกพลัง' ที่สมาคมเวทมนตร์

ปัจจุบันยังไม่มีใครรู้ว่าเขาก้าวเข้าสู่ระดับกลางแล้ว

จียงหยวนคาดหวังว่าการปลุกพลังในวันนี้จะนำความประหลาดใจอะไรมาให้บ้าง

เมื่อนึกย้อนไปถึงการปลุกพลังครั้งแรก ในหัวของเขาก็พร่ำเพ้อถึงพรสวรรค์สองธาตุกำเนิด และเวทมนตร์มิติที่เขาถวิลหามานาน

สมาคมเวทมนตร์เปิดกว้างสำหรับทุกคน โดยแบ่งเป็นช่องทางปกติและช่องทางพิเศษสำหรับจอมเวท จียงหยวนเลือกเดินเข้าสู่โถงใหญ่ผ่านช่องทางปกติที่อยู่ใกล้ที่สุด

ทันทีที่เข้าไป จียงหยวนก็เห็นพนักงานต้อนรับหญิงสวมชุดคลุมยาวสีขาวลายเมฆยืนอยู่ไม่ไกล จึงเดินเข้าไปสอบถาม

"สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าจุดปลุกพลังเวทมนตร์ไปทางไหนครับ?"

พนักงานสาวกวาดตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า

'ลูกเศรษฐีที่ไหนอีกเนี่ย ไม่ยอมปลุกพลังที่โรงเรียน แต่ดันเอาเงินมาละลายเล่นที่สมาคม'

เธอเหมาเอาเองว่าจียงหยวนคือนักเรียนที่มาปลุกพลังครั้งแรก

ก็เขาดูเด็กขนาดนี้ ใครจะไปคิดว่าจียงหยวนคือจอมเวทระดับกลางแล้ว?

ความเร็วในการบ่มเพาะระดับนี้ เรียกว่าติดจรวดก็ยังน้อยไป

"จะมาปลุกพลังสินะ ตามฉันมา" พนักงานสาวตอบเสียงเรียบ เธอปฏิบัติกับคนทั่วไปแบบนี้เป็นปกติ

ถ้าเห็นจียงหยวนเดินมาจากช่องทางพิเศษสำหรับจอมเวท เธอคงปั้นหน้ายิ้มแย้มต้อนรับขับสู้กว่านี้แน่

แต่ในโลกนี้ไม่มีใครจำเป็นต้องยิ้มให้คนอื่นฟรีๆ จียงหยวนเข้าใจสัจธรรมข้อนี้ดี จึงเดินตามเธอไปเงียบๆ โดยไม่พูดอะไร

ความจริงแล้วพนักงานต้อนรับก็เป็นแค่เจ้าหน้าที่บริการ ไม่ใช่จอมเวทด้วยซ้ำ

หลังจากจียงหยวนชำระค่าธรรมเนียมการปลุกพลังเหยียบแสนหยวนเรียบร้อย พนักงานสาวก็พาเขาเข้าไปในห้องที่มีแสงสลัว

ใจกลางห้องมีศิลาปลุกพลังวางตระหง่านอยู่

"แน่ใจนะว่าไม่รับหินนำทาง?" เธอถามย้ำ

"ไม่ครับ" จียงหยวนส่ายหน้า

"งั้นก็เชิญปลุกพลังตามสบาย เสร็จแล้วไปบอกฉันที่หน้าห้องโถงด้วย ขอให้ได้ธาตุที่ถูกใจนะ" แม้น้ำเสียงจะดูขอไปที แต่เธอก็ยังพูดอวยพรตามธรรมเนียมก่อนเดินออกไป

เมื่อเหลือเพียงลำพัง จียงหยวนก็เดินเข้าไปหาศิลาปลุกพลัง

เขาหลับตาลง วางมือทาบบนศิลาที่กลมมนและเย็นเฉียบ ภายในใจพร่ำเรียกหาเวทมนตร์มิติ

ศิลาปลุกพลังที่สัมผัสโดนฝ่ามือมนุษย์ตอบสนองทันที แสงสว่างค่อยๆ แผ่ซ่านออกมาจากใจกลางหิน ราวกับแสงดาวที่ส่องประกายในห้องมืด

เส้นสายแห่งแสงดาวเลื้อยพันขึ้นมาบนแขนของจียงหยวน ความรู้สึกคล้ายคลึงกับตอนปลุกพลังครั้งแรก เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานที่พลุ่งพล่านอยู่ในกายอย่างชัดเจน

ทีละน้อย พลังงานนั้นขุดค้นพลังงานลึกลับอีกสายหนึ่งออกมาจากส่วนลึกของร่างกาย ก่อนจะพุ่งวาบเข้าไปในโลกจิตวิญญาณ

ในโลกจิตวิญญาณอันมืดมิด เนบิวลาสีฟ้าและละอองดาวกลุ่มเล็กๆ กำลังหมุนวนอย่างช้าๆ

ทันใดนั้น โลกจิตวิญญาณก็กระตุกวูบ ราวกับมีชีวิตใหม่กำลังถือกำเนิด

สายฟ้าสีม่วงฟาดผ่านความมืด ละอองดาวสีม่วงก่อตัวขึ้น พร้อมจับจองพื้นที่ของมันในโลกจิตวิญญาณอันกว้างใหญ่ไพศาล

สีม่วง

ธาตุสายฟ้า!

สมองของจียงหยวนเหมือนโดนสายฟ้าฟาด

ผลลัพธ์นี้ก็นับว่ายอดเยี่ยม

ความแข็งแกร่งของธาตุสายฟ้านั้นยืนยงตั้งแต่ต้นเกมยันท้ายเกม แม้ลูกเล่นจะไม่แพรวพราวเท่าเวทมนตร์ดำหรือเวทมนตร์มิติ

แต่การที่มันถูกยกย่องให้เป็นราชันแห่งธาตุย่อมมีเหตุผล

ไม่รู้ว่าธาตุสายฟ้าของเขาในอนาคตจะเทียบกับของโมฝานได้ไหม

ทันทีที่ได้ธาตุสายฟ้า จียงหยวนก็เริ่มวางแผนพัฒนาทันที

เมล็ดพันธุ์แห่งสวรรค์ เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

พรศักดิ์สิทธิ์แห่งพาร์เธนอน ก็ต้องคว้ามาให้ได้

พูดถึงโมฝาน ตัวเราปลุกธาตุสายฟ้าได้แล้ว แล้วธาตุที่สองล่ะ ไม่มีเหรอ?

ขณะที่กำลังคิด โลกจิตวิญญาณของจียงหยวนก็กระตุกอีกครั้ง

ศิลาปลุกพลังส่องสว่างขึ้นมาอีกรอบ

แสงเจิดจ้าสาดส่อง ละอองดาวสีแปลกตาก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในโลกจิตวิญญาณ

นี่มัน!!?

จียงหยวนตะลึงงัน เพ่งมองลักษณะของละอองดาวซ้ำแล้วซ้ำเล่า

โดยรวมมันดูโปร่งใส แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นสีม่วงอ่อนจางๆ แฝงอยู่

นี่คือหนึ่งในเวทมนตร์ขาว... ธาตุจิต!

จริงเหรอเนี่ย เป็นเรื่องจริงเหรอ!

เขามีพรสวรรค์สองธาตุกำเนิดเหมือนกับโมฝานจริงๆ ด้วย!

จียงหยวนแทบไม่มีเวลาดีใจที่ได้ธาตุจิต เพราะตอนนี้ทั้งตัวและหัวใจของเขาจมดิ่งอยู่ในความปิติของการมีสองธาตุกำเนิด

ความดีใจนี้มาไวไปไว จียงหยวนกลับสู่ความสงบเยือกเย็นอย่างควบคุมไม่ได้

ไม่สิ ต้องเรียกว่า 'เหตุผลขั้นสูงสุด'

สมองของจียงหยวนในตอนนี้แล่นเร็วผิดปกติ เขาตระหนักได้ทันทีว่าธาตุจิตนำพาอะไรมาให้เขา

"หรือว่าจะเป็น... พรสวรรค์ติดตัวอีกแล้ว?"

เขาอดคิดแบบนั้นไม่ได้

จอมเวททั่วไปมีพรสวรรค์ติดตัวแค่อย่างเดียวก็กลายเป็นลูกรักสวรรค์ที่ใครๆ ต่างจับตามอง เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในวงการเวทมนตร์

ลองนับดูสิ

สองธาตุกำเนิด ควบคุมอุณหภูมิน้ำ วิญญาณหลอมรวม นี่ก็ปาเข้าไปสามอย่างแล้ว

ถ้าธาตุจิตมีอีก ก็เป็นสี่

เดี๋ยวนะ การทำสมาธิได้สองเท่าก็นับเป็นพรสวรรค์เหมือนกัน

งั้นรวมทั้งหมดก็เป็นห้าอย่าง

ถ้าคิดตามหลักว่าหนึ่งธาตุมีหนึ่งพรสวรรค์ เขาชักสงสัยแล้วว่าธาตุสายฟ้าก็น่าจะมีเหมือนกัน เพียงแต่ยังไม่แสดงออกมาตอนนี้

ยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้นจนหัวใจแทบระเบิด

แต่สภาวะขั้นสุดยอดของจียงหยวนทำให้จิตใจของเขานิ่งสนิทไร้ระลอกคลื่น เป็นความสงบนิ่งที่แท้จริง

เขาหลับตาลง พยายามค้นหาคำตอบจากละอองดาวธาตุจิต เพื่อยืนยันว่าเขามีพรสวรรค์ใหม่หรือไม่

...

"เสร็จรึยัง?" เสียงดังมาจากหน้าประตู พนักงานต้อนรับสาวผลักประตูเข้ามาโดยพละการ เห็นจียงหยวนยังหลับตาอยู่ก็นึกว่ายังไม่เริ่ม

เธอเร่งยิกๆ "เร็วๆ หน่อย มีคนอื่นมารอคิวต่อแล้ว!"

"ขอโทษที ผมปลุกพลังเสร็จแล้ว ให้เขาเข้ามาได้เลย" จียงหยวนลืมตา เดินออกจากห้อง

เมื่อครู่เขาเพิ่งยืนยันได้ว่าธาตุจิตมีพรสวรรค์ติดตัวจริงๆ แต่ยังไม่ทันได้สัมผัสรายละเอียดลึกซึ้งก็โดนขัดจังหวะเสียก่อน

ตอนนี้รู้แค่ว่าเขาสามารถเปิดปิดสภาวะเหตุผลขั้นสูงสุดนี้ได้ดั่งใจ

ตอนนี้จียงหยวนปิดมันลง ความหงุดหงิดที่โดนพนักงานสาวเปิดประตูเข้ามาขัดจังหวะก็พุ่งขึ้นมาทันที

แม้การรบกวนแค่นี้จะไม่มีผลกับการปลุกพลัง แต่การกระทำของเธอมันไร้มารยาทสิ้นดี

จียงหยวนเดินไปที่โถงหยิบสมุดแสดงความคิดเห็นขึ้นมา เขียนบรรยายยาวเหยียด แล้วลงท้ายด้วยชื่อสังกัด 'หน่วยล่าอสูรเมือง'

ทำเสร็จเขาก็รีบบุรไปบ้านทันที

เขาต้องกลับไปตรวจสอบพรสวรรค์ติดตัวต่อ

รวมถึงของธาตุสายฟ้าด้วย

............

"เหอเยี่ยน เธอมาอ่านดูซิว่าในสมุดนี่เขียนว่าอะไร เธอดูไม่ออกเหรอว่าเขาเป็นจอมเวทผู้ทรงเกียรติ?"

"ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเลือกปฏิบัติ แค่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก็พอ ทัศนคติแย่แบบนี้ฉันจะจ้างเธอต่อได้ยังไง?"

เย็นวันนั้น ผู้จัดการดูแลโถงต้อนรับถือสมุดแสดงความคิดเห็นมาตำหนิเหอเยี่ยน พนักงานต้อนรับที่ดูแลจียงหยวนอย่างรุนแรง

"ฉั... ฉัน... เขาเป็นสมาชิกหน่วยล่าอสูรเมืองเหรอคะ?" เหอเยี่ยนเห็นข้อความในสมุดก็หน้าซีดเผือด

"ไม่ต้องพูดแล้ว พรุ่งนี้ไม่ต้องมาทำงานอีก กลับไปซะ" ผู้จัดการพูดเสียงเรียบ

"แต่ว่าฉัน..." เหอเยี่ยนพยายามจะยื้อ แต่หัวหน้าไม่เปิดโอกาสให้แม้แต่น้อย เขาจ้องเขม็งแล้วพูดว่า

"ขืนพูดมากอีกคำเดียว จะไม่ใช่แค่ไล่ออกแล้วนะ!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 16 - สมาคมเวทมนตร์

คัดลอกลิงก์แล้ว