- หน้าแรก
- ระบบจอมเวทหนึ่งธาตุ หนึ่งพรสวรรค์
- บทที่ 7 - อีกหนึ่งระดับ S ปรากฏกาย!
บทที่ 7 - อีกหนึ่งระดับ S ปรากฏกาย!
บทที่ 7 - อีกหนึ่งระดับ S ปรากฏกาย!
บทที่ 7 - อีกหนึ่งระดับ S ปรากฏกาย!
"เงียบหน่อย การทดสอบกำลังจะเริ่มแล้ว!" กรรมการคุมสอบตะคอกเสียงดัง ทำเอามู่ไป๋ที่กำลังจะอ้าปากด่าโมฝานต้องกลืนคำพูดลงคออย่างยากลำบาก
มู่ไป๋ถลึงตาใส่โมฝานอย่างอาฆาต
ปล่อยให้มันได้ใจไปก่อนเถอะ เดี๋ยวพอโดนโรงเรียนไล่ออกต่อหน้าธารกำนัล คอยดูซิว่าจะยังปากเก่งได้อีกไหม!
ความหลังบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว มู่ไป๋กำหมัดแน่น สาบานในใจว่าจะต้องทำให้โมฝานขายหน้าจนแทบแทรกแผ่นดินหนี
...
หลังจากนักเรียนเงียบเสียงลง ผู้บริหารโรงเรียนก็ร่ายยาวโอวาทอีกชุดใหญ่
การประเมินประจำปีจึงได้ฤกษ์เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ
การสอบครั้งนี้ต่างจากตอนปลายภาค คือไม่มีการสอบทฤษฎี เน้นวัดระดับพลังเวทล้วนๆ
การทดสอบแบ่งเป็นสองส่วน
ส่วนแรกคือการสัมผัส 'ศิลาสัมผัสดารา' โดยดูจากความสว่างของแสงที่เปล่งออกมาเพื่อตีเป็นคะแนน
นักเรียนแต่ละคนมีโอกาสทดสอบสามครั้ง จะยึดเอาครั้งที่แสงสว่างที่สุดเป็นคะแนนสุดท้าย
ส่วนที่สองคือการทดสอบการร่ายเวทมนตร์ ซึ่งส่วนนี้ให้นักเรียนเลือกได้ตามความสมัครใจว่าจะสอบหรือไม่
คนแรกของห้องแปดที่ขึ้นทดสอบคือเด็กสาวชื่อ เหออวี่
ปากเธอก็พร่ำบ่นตลอดว่าต้องสอบตกแน่ๆ คะแนนต้องออกมาห่วยแตกชัวร์ เพื่อนๆ หลายคนต่างก็รุมปลอบใจเธอ
แต่พอวางมือลงบนศิลาสัมผัสดารา แสงสว่างกลับเจิดจ้ากระจายไปทั่วทั้งก้อน
กรรมการทั้งสามคนขานคะแนนออกมาแทบจะพร้อมกัน
"A!"
"A!"
"A!"
คะแนนสุดท้ายคือ A ได้สิทธิ์เข้าเรียนห้องคิง!
"เชี่ยไรเนี่ย?"
"ตอแหลชัดๆ!" นักเรียนข้างล่างถึงกับเหวอ
นี่นะเหรอคะแนนห่วย? นี่นะเหรอจะสอบตก?
ใครจะไปคิดว่าเหออวี่ผู้น่ารักเรียบร้อยจะมาไม้นี้ ทำตัวเป็นหมูหลอกกินเสือชัดๆ
จียงหยวนคาดเดาฉากนี้ไว้อยู่แล้ว
เหอะ ก็แค่หน้ากากของผู้แข็งแกร่ง
การทดสอบดำเนินต่อไป เหออวี่สละสิทธิ์ไม่สอบภาคปฏิบัติ
จางเสี่ยวโหวทำคะแนนได้ A+
นักเรียนส่วนใหญ่ได้เกรด B C หรือ D ซึ่งก็เพียงพอที่จะไม่โดนไล่ออก
ไม่นานก็ถึงคิวของมู่ไป๋ แสงสว่างจากศิลาสัมผัสดาราทำให้เขาคว้าเกรด S ไปครอง
พอถึงการสอบร่ายเวท เขาก็โชว์เวทน้ำแข็งระดับต้น 'เถาวัลย์น้ำแข็ง' คว้าเกรด B มาได้
"หนิงเสวี่ย เป็นไงบ้าง?" มู่จั๋วอวิ๋นพาตัวมู่หนิงเสวี่ยมาด้วย เพื่อให้มู่ไป๋ได้ทำคะแนนต่อหน้าเธอ
แต่มู่หนิงเสวี่ยไม่ตอบ สายตาของเธอกวาดหาโมฝานในฝูงชน
มู่ไป๋แทบกระอักเลือดตาย เขาอุตส่าห์ทำคะแนนได้สูงขนาดนี้ ทำไมคุณหนูถึงยังไม่สนใจเขาอีก!
เอาแต่มองไอ้โมฝานอยู่นั่นแหละ!
มู่ไป๋เดินลงจากเวทีด้วยรังสีอำมหิต
คนต่อไปคือโมฝาน
ตอนมู่ไป๋ขึ้นทดสอบ เขาได้แอบเล่นตุกติกกับศิลาสัมผัสดาราไว้แล้ว รอแค่ให้โมฝานขึ้นไปติดกับ
จียงหยวนตะโกนเรียกเขา "โมฝาน ศิลาสัมผัสดาราก้อนนั้นมันแปลกๆ เดี๋ยวพอนายขึ้นไป ให้ขอลองทดสอบหลายๆ ครั้งนะ"
โมฝานมองจียงหยวนอย่างแปลกใจ แต่ก็พยักหน้ารับ
พอไปถึงหน้าศิลา กรรมการก็สั่ง "วางมือลงบนศิลาสัมผัสดารา"
โมฝานยื่นมือออกไป ศิลาเปล่งแสงริบหรี่ออกมา แล้วค่อยๆ สว่างขึ้นอย่างเชื่องช้า
จนไปหยุดอยู่ที่เกรด B
"เฮ้ย เป็นไปได้ไง?" มู่ไป๋ตาโต เขาเริ่มสงสัยว่าตัวเองลืมวางหินดูดแสงไว้ใต้ศิลาหรือเปล่า
ทำไมถึงได้เกรด B?
คะแนนแค่นี้ไม่ต้องให้ใครบอก โมฝานเองก็รู้สึึกได้ถึงความผิดปกติ
เขาตะโกนโวยวายทันที "ผมขอทดสอบใหม่ ขอเปลี่ยนศิลาสัมผัสดาราด้วย!"
กรรมการส่ายหน้า "ทดสอบใหม่ได้ แต่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนศิลา"
"เปลี่ยนศิลาเถอะค่ะ แสงนั่นมันผิดปกติ" เสียงหวานใสแต่หนักแน่นดังขึ้น
ถังเยว่ก้าวออกมา พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "แสงจากศิลาสัมผัสดาราก้อนนั้นผิดปกติ หากเกิดเหตุขัดข้องใดๆ ในการทดสอบ ในฐานะอาจารย์ ฉันมีสิทธิ์ตรวจสอบอุปกรณ์ค่ะ!"
จียงหยวนยืนมองเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นตามท้องเรื่องอย่างเงียบๆ
คลื่นลมเล็กน้อยแค่นี้ไม่ส่งผลกระทบอะไรมากหรอก ที่สำคัญคือหายนะในอีกสองปีข้างหน้าต่างหาก
จียงหยวนมองไปที่มู่เฮ่อซึ่งยืนอยู่ข้างหลังมู่จั๋วอวิ๋น
ใครจะไปคาดคิดว่าเขาคนนี้คือผู้อยู่เบื้องหลังหายนะเมืองป๋อเฉิง เป็นถึง 'ผู้บริหารชุดน้ำเงิน' ของลัทธิทมิฬ
ช่วงที่ทำภารกิจกับหน่วยล่าอสูรเมือง จียงหยวนได้แอบทำลายอุโมงค์ลับที่พวกหนูยักษ์ขุดไว้บ้างแล้ว
แต่ก็เหมือนเอาน้ำแก้วเดียวไปดับไฟกองใหญ่ ช่วยอะไรไม่ได้มาก
เพราะพวกหนูยักษ์ส่วนใหญ่ใช้ท่อระบายน้ำในการเคลื่อนที่ จะให้เขาไปถล่มท่อระบายน้ำทิ้งตอนนี้ก็คงไม่ได้
ขืนทำแบบนั้น ทางการคงได้ไล่ล่าเขาแทนที่จะไปไล่ล่าหนูยักษ์
ดังนั้นเขาจึงวางแผนว่า รอให้ใกล้ถึงเวลาเกิดหายนะ ค่อยไปจัดการถล่มท่อระบายน้ำทิ้งซะทีเดียว
"คะแนนของโมฝานทำไมสูงขนาดนั้น!"
"เทอมที่แล้วมันยังควบคุมดวงดาวไม่ได้สักดวงไม่ใช่เหรอ?"
"บ้าไปแล้ว ที่หนึ่งโดนไอ้หางแถวแย่งไปเฉยเลย!"
เสียงฮือฮาเรียกสติจียงหยวนกลับมา
โมฝานผ่านการทดสอบรอบใหม่แล้ว และคว้าคะแนนสูงสุดในตอนนี้ไปครอง
จียงหยวนเห็นมู่จั๋วอวิ๋นเรียกโมฝานเข้าไปคุย หวังจะดึงตัวไปเป็นพวก
แต่โมฝานตอกกลับหน้าหงาย มู่จั๋วอวิ๋นโกรธจัด จึงท้าให้โมฝานประลองเวทมนตร์กับ 'อวี่อ๋าง' ลูกบุญธรรมของเขาเมื่ออายุครบสิบแปดปี
พอด่ากราดมู่จั๋วอวิ๋นเสร็จ โมฝานก็รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก รีบวิ่งแจ้นมาหาจียงหยวน กอดคอเพื่อนรักแน่น "จียงหยวน นายรู้ได้ไงว่าศิลามีปัญหา? เทพเกินไปแล้ว!"
จียงหยวนยิ้มบางๆ เปลี่ยนเรื่องคุย "ถือว่าเป็นลางสังหรณ์ของฉันก็แล้วกัน นายได้คะแนนสูงขนาดนี้ กะจะเอาที่หนึ่งเลยเหรอ?"
"แน่อยู่แล้ว" โมฝานยิ้มแก้มปริ "ที่หนึ่งได้สิทธิ์ใช้อุปกรณ์เวทมนตร์ละอองดาวก่อนใคร แถมได้ใช้นานที่สุดด้วย ไม่ขยันหน่อยไม่ได้แล้ว!"
"พี่ฝานโคตรเท่เลยครับ!" จางเสี่ยวโหวส่งสายตาเทิดทูน
โมฝานเป็นพวกบ้ายอ พอโดนชมเข้าหน่อยหางก็กระดิกแทบหลุด ถ้าชมอีกนิดคงติดปีกบินขึ้นฟ้าไปแล้ว
เขาพยายามกลั้นยิ้ม ขยิบตาให้จียงหยวน "จียงหยวนไม่ต้องห่วง ที่เคยบอกว่าจะพานายไปเสพสุขน่ะคำไหนคำนั้น ต่อไปฉันกับจางเสี่ยวโหวจะคุ้มกะลาหัวนายเอง ใครหน้าไหนก็ไม่กล้าแหยม!"
จียงหยวนยิ้มรับ "ก็ดีเหมือนกันนะ"
เดี๋ยวคงต้องทำให้โมฝานตกใจสักหน่อยแล้ว
ไม่มีจี้มังกรเขียว อุปกรณ์เวทมนตร์ละอองดาวจึงสำคัญกับเขามาก
"พี่หยวน ถึงตาพี่แล้วครับ" จางเสี่ยวโหวเตือน
โมฝานปลอบใจ "เพื่อนยาก ไม่ต้องตื่นเต้นนะ ได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น มีฉันอยู่ทั้งคน ไม่มีใครกล้าดูถูกนายหรอก"
จียงหยวนพยักหน้า เดินขึ้นไปทำการทดสอบ
เมื่อมาถึงหน้าศิลาสัมผัสดารา เขาวางมือลงไป พร้อมกับถ่ายเทพลังเวทจากละอองดาวเข้าสู่ตัวหิน
แสงสว่างพุ่งวาบขึ้นด้วยความเร็วที่ตามองแทบไม่ทัน รูม่านตาของทุกคนที่จ้องมองอยู่ขยายกว้าง
"S!"
"มีระดับ S โผล่มาอีกคนแล้ว!"
ฝูงชนส่งเสียงฮือฮา
"จะสอบต่อไหม?" กรรมการถาม
จียงหยวนยิ้มสุภาพ "สอบต่อครับ รบกวนอาจารย์ด้วย"
กรรมการเว้นที่ว่างให้เขาแสดงฝีมือ
"เกราะวารี!"
จียงหยวนเปล่งเสียงเบาๆ การเชื่อมต่อวิถีดวงดาวลื่นไหลไร้ที่ติ แม้แต่โมฝานยังทำได้ไม่เร็วเท่าเขา
ชั่วพริบตา สายน้ำก่อตัวขึ้นกลางอากาศ ไอความชื้นมหาศาลกระจายตัวออกไป มอบความเย็นสดชื่นท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว
แม้จะไม่ได้ดูฉูดฉาดบาดตาหรือทรงพลังทำลายล้างเหมือนอัคคีทลายหรือสายฟ้าคำรณ
แต่ในฐานะกรรมการ ทุกคนดูออกว่าความเชี่ยวชาญในเวทมนตร์ระดับต้นของจียงหยวนนั้น บรรลุถึงขั้นสูงส่ง ชนิดที่จอมเวทระดับกลางบางคนยังเทียบไม่ติด!
ไม่นาน กรรมการทั้งสามก็ชูคะแนน
"S!"
"S!"
"S!"
คะแนนสุดท้าย... S!
[จบแล้ว]