เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 058  – Bad Ending ฉากจบ หมายเลข.02 (1)

บทที่ 058  – Bad Ending ฉากจบ หมายเลข.02 (1)

บทที่ 058  – Bad Ending ฉากจบ หมายเลข.02 (1)


บทที่ 058  – Bad Ending ฉากจบ หมายเลข.02 (1)

บันทึกผู้เขียน : บทนี้เป็น ‘what if’ เนื้อเรื่องเสริม สำหรับคนที่ไม่ชอบBad Ending สามารถข้ามบทนี้ได้

เงื่อนไขการจบ

1. ค่าความชอบของลาพิส ลาซูลิ ต่ำกว่า 30
2. ชื่อเสียของดันทาเลี่ยนสูงกว่า 150

.

.

.

ปฏิทินจักรวรรดิ์,1506

รุ่งอรุณของวันที่ 22 เดือน 1

วันนี้ไม่สำคัญด้วยซ้ำว่าจะเป็นวันที่ 21 หรือวันที่ 23 และไม่สำคัญไม่ว่าจะเป็นเดือน 12 หรือเดือน 2 สิ่งที่คู่ควรแก่การบันทึกไว้ คือ การที่วันนี้มีหิมะตก

มันเป็นพายุหิมะที่ตกหนัก หิมะนั้นตกลงมาเหมือนฝน ล้อของรถม้าถูกฝังอยู่ใต้หิมะและคนขับรถม้าก็ต้องเลี่ยงที่จะรับผู้โดยสารหากได้รับเงินไม่คุ้มค่าพอ

“นี่ไม่มีทางที่พวกเขาจะไปถึงที่นั่นได้ตามเวลา”

คนขับรถยังพูดอย่างนั้นแม้จะได้รับเงินก้อนงามมาแล้ว เขาใช้ร่างทั้งร่างในการบังหิมะและลมก่อนจะจุดไปป์

“หืม นี่มันครั้งแรกเลยที่ผมเห็นพายุหิมะแบบนี้”

นั่นโกหกทั้งเพ ปีที่แล้วนี้เองต่างหาก แต่ปีที่แล้วหิมะตกลงมากแค่ไหนกัน มันจะไปสำคัญอะไร? ทั้งคนขับรถม้าและผู้โดยสารต่างรู้ว่าคำว่า ‘ครั้งแรก’ นั้นสื่อความโดยนัย มันเป็นคำที่ใช้แทนคำว่า ‘อย่างมาก’ หรือ ‘มากมาย’

“มันไม่สำคัญหรอก”

หญิงสาวที่สวมชุดโค๊ทขนสัตว์ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเข้ม

“พาฉันไปส่งที่โรงโอเปร่าเทเนบริส!(Tenebris Opera House)”

“แค่ก รับทราบ”

คนขับรถม้าดึงเสื่อฟางที่ปกคลุมหลังม้าออก

คนขับนั้นอยากที่จะสูบไปป์อย่างสบายๆและนอนตลอดทั้งวันอย่างนี้ หิมะขาวนั้นได้ร่วงหล่นจากฟากฟ้า นี่ไม่ได้หมายถึงพระเจ้า หรืออย่างน้อยที่สุดก็เหล่านางฟ้ากำลังโปรยหิมะมาจากเบื้องบนหรอกหรือ?

มันต้องมีความหมายลึกซึ้งในเรื่องนี้สิ มันอาจจะเป็นการดูหมิ่นสิ่งเหล่านั้นก็ได้ในการขับขี่รถอย่างนี้!?…….

คนขับรถม้าไปซ่องอยู่บ่อยครั้งโดยไม่ให้ภรรยารู้ และก็จงใจที่จะนอกใจทุกครั้งที่มีโอกาส

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเชื่อมั่นในการอุทิศตน เขาไม่เพียงแต่จ่ายภาษีในท้องที่เท่านั้นยังจ่ายเงินค่าสนับสนุนให้แก่ผู้ศรัทธาและสมาคมคนขับรถม้าด้วย

เขานั้นมีหลายต่อหลายสิ่งที่สามารถใช้เพื่อพิสูจน์ความเป็นมนุษย์ที่น่านับถือของตัวเองด้วย ซึ่งนั่นมากพอสำหรับตัวเขาด้วยซ้ำ

เช่นเดียวกับผู้อื่น คนขับรถม้าไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลเกิน 3 ข้อในการพิสูจน์คุณค่าในการมีชีวิตอยู่ของพวกเขา

‘เธอต้องเป็นลูกสาวของคนร่ำคนรวยที่อยากเดินทางไปต่างประเทศหรืออะไรพวกนั้นแน่ๆ’

คนขับรถมองไปที่ผู้โดยสารของเขา ใบหน้าของเธอซ่อนอยู่ใต้ฮู้ดของเสื้อโค้ทหนังสัตว์ ถึงอย่างนั้นความหรูหราราคาแพงของเสื้อโค้ทและถุงมือนั้นช่างไม่ธรรมดา เธอยังมีเรเปียอยู่ที่เอวซึ่งนั่นมีไว้เพื่อป้องกันตัวเอง ตามยุคสมัยที่ผู้หญิงยุคนี้นิยมกัน

เขาพอจะอนุมานได้ว่า เธอน่าจะมาจากครอบครัวที่มั่งคั่งมากพอที่จะให้ลูกสาวได้เรียนฟันดาบ ยิ่งไปกว่านั้นมันยังหมายถึงว่า เธอมีอะไรมากมายที่คุ้มครองตัวเธอได้นอกจากการเรียนศิลปะป้องกันตัว

‘ฮึ! ไอ้พวกคนรวย พวกเขาคงจะอยากไปทำดูอะไรไร้สาระที่โรงโอเปร่านั่น’

รถม้าเดินทางผ่านเมืองที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ

ทุกสิ่งนั้นเชื่องช้า หิมะที่ตกลงมาจากฟ้าก็ช้า รถม้าที่แล่นไปก็ช้า ฝีเท้าของผู้คนก็ช้า

ผู้คนที่เดินไปมาบนท้องถนนต่างปัดหิมะออกจากเสื้อราวกับว่าหิมะนั้นเป็นสัตว์ แม้แต่กองไฟที่พวกจรจัดสุมหัวกันก็ยังเชื่องช้า ลมหายใจที่แสนยาวนั้นก่อให้เกิดควันพวยพุ่ง แม้แต่ควันจากปล่องไฟก็พองตัวออกมาอย่างช้าๆเช่นกัน

“…….”

เด็กสาวนั่งที่นั่งผู้โดยสาร

⎯⎯มันเป็นรถม้าที่ผู้โดยสารสามารถมองเห็นข้างนอกได้

⎯⎯และดูวิวทิวทัศน์อย่างช้าๆ

เธอสูดหายใจเข้าอย่างใจเย็นราวกับจะเอาลมหนาวพวกนั้นเข้าไปเต็มปอด ลมนั้นไหลผ่านปากสีชมพูเล็ก เธอนั้นดูเหมือนนักพรตที่ใกล้บรรลุในขณะที่ถือขวดอยู่

โรงละครนั้นถูกห้อมล้อมไปด้วยพายุหิมะ มันดูเหมือนกับว่ารถม้าทุกคันในเมืองต่างมาประชุมรวมตัวกัน ณ จุดเดียว

นักแสดงมีชื่อมากมายที่เป็นที่นิยมต่างมาเปิดโชว์การแสดง และวันนี้เป็นวันที่พิเศษมาก

ชนชั้นสูง,พลเมืองที่มีชื่อเสียง,พ่อค้าและผู้คนที่อย่างน้อยๆก็มีแต่คนระดับบนๆมารวมตัวกันที่นี่

บางคนก็ยื่นจดหมายเชิญ พยายามแนะนำตัวเองกับคนอื่น คนนำทางนั้นยิ้มและต้อนรับพวกด้วยสายตาอันเชื้อเชิญ เพื่อให้แน่ใจว่า พวกเขานั้นเป็นตัวจริง

หนึ่งในคนนำทางพบเด็กสาว เขาสามารถยืนยันได้ทันทีจากคุณภาพเสื้อโค้ทของเธอ ถุงมือ รองเท้า โดยที่ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เป็นชนชั้นสูง

“ท่านเดินทางมาจากไหนครับ ท่านหญิง?”

“ข้าได้ยินว่า วันนี้จะมีโชว์ประหลาด”

เธอพูดด้วยน้ำเสียงยั่วยุซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของผู้หญิงที่มีศักดิ์สูง

“ข้ามาที่นี่เพื่อดู  <กลของตัวตลกผู้รวดเร็ว>”

<The Tricks of a Fasting Clown>

“……!”

ดวงตาของคนนำทางกว้างขึ้นเล็กน้อย

ถึงอย่างนั้นเขาก็พยายามรั้งตัวเองอย่างชำนาญให้แสดงออกอย่างมืออาชีพ เขาค่อนข้างประหลาดใจเพราะเด็กสาวออกจะเด็กเกินไปสำหรับคนที่จะมาดู <กล>นั้น , แต่ก็ใช่ว่าเด็กสาวคนอื่นจะไม่เคยมาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็นหรอก คนนำทางจึงแสดงความเคารพออกมาพร้อมทั้งโค้งให้

“พวกเราช่างได้รับเกียรติที่ท่านมาอยู่โรงละครในวันนี้ ผู้น้อยจะเป็นคนนำทางนำทางให้ท่าน”

“นายพูดว่าเป็นเกียรติทั้งที่ไม่รู้ว่า ข้าคือใครเนี่ยนะ?”

“ขออภัยนะครับ? อ่า ผม…….”

เด็กสาวฮึดฮัด เธอทำท่ามือเพื่อเร่งคนนำทางให้รีบทำทุกอย่างให้เร็วกว่านี้

มันนานมากแล้วนับตั้งแต่ที่คนนำทางคนนี้ได้รับคำเยาะหยัน

⎯⎯การทำงานในฐานะคนนำทางที่โรงละครนี้ทำให้บางคนต้องอิจฉา

⎯⎯แม้ใบหน้าของเขาจะเริ่มแดงขึ้น แต่เขาก็ไม่แสดงอารมณ์หรือท่าทางที่จะไปกวนอารมณ์อีกฝ่าย เขารู้ดีว่า แขกมาที่นี่เพื่อชม <กล> ต่างเป็นชนชั้นสูงในหมู่ชนชั้นสูง ระดับบนเหนือระดับบนด้วยกัน แทบทั้งสิ้น

คนนำทางนั้นนำเด็กสาวไปยังโรงละคร หลังจากผ่านฝูงชนมากมายที่หน้าล็อบบี้ พวกเขาก็เดินผ่านห้องโถงที่เข้าได้เฉพาะลูกจ้าง มีประตูเหล็กที่สุดทาง พอเขาปลดล็อคประตูด้วยกุญแจ มันก็เปิดออกโดยเผยให้เห็นบันไดที่ลาดลงไป

“ผมขอให้ท่านได้รับชมอย่างพึงพอใจ”

คนนำทางคนนั้นโค้ง 90 องศา เด็กสาวส่ายหัวก่อนเดินลงบันไดไป แล้วประตูเหล็กด้านหลังเธอก็ปิดลง

พรมสีแดงปูตลอดทางเดินบันได หินเวทย์มนตร์เปล่งแสงแวววาว พวกมันฝังอยู่ในบันได เด็กสาวมองหินที่ส่องแสงสีฟ้าและพบว่า มันเป็นหินเวทย์มนตร์ระดับสูงสุด

‘ช่างสิ้นเปลืองเงินทองเหลือเกิน’

คุณสามารถเลี้ยงคนนับร้อยได้ด้วยหินก้อนนั้นเพียงก้อนเดียว ในขณะที่รู้สึกขยะแขยงกับการมีอยู่ของโรงละครแห่งนี้ ผู้คนต่างหลั่งไหลเข้ามา โดยมีเครื่องประดับบนเสื้อผ้า เธอก็เดินผ่านบันไดไปพร้อมเสื้อโค้ท พวกเขาคุยกันว่า โค๊ทตัวนั้นทำจากขนขาจิ้งจอก? มันเป็นเสื้อตัวที่ถูกที่สุดที่เธอมี แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังคงหรูหราเกินไปอยู่ดี

“ยินดีต้อนรับครับ ท่านหญิง”

สุดทางเดินบันได มีสุภาพบุรุษใส่ชุดสูทเทลโค้ทรอต้อนรับเด็กสาว

ในฐานะผู้จัดการ เขาจัดการการแสดงที่หลังเวที แทนที่จะเป็นโรงโอเปร่าเบื้องหน้า

“พวกเรายินดีเสมอที่ท่านได้กรุณามาเยี่ยมเยือนโรงละครของเรา”

“ข้าเห็นว่าทุกคนที่นี่ต่างพูดเป็นอยู่อย่างเดียว นี่เจ้ารู้หรือว่าข้าคือใคร ถึงจะได้มารู้สึก ยินดีเสมอได้?”

“แน่นอนขอรับ”

สุภาพบุรุษเข้าใกล้หญิงสาวแล้วโค้งให้ จากนั้นก็จูบไปที่ถุงมือของเธอ

“ท่านหญิง เค้าท์เตส เอวาเทรีย(Countess Evatriae)”

“หืมม”

มุมปากของเด็กสาวคลายลง

ในจักรวรรดิฮับบวร์ก( Empire of Habsburg)นั้น ตำแหน่งขุนนางจะมอบให้กับราชนุกูลนั้นหลายตามประเพณี ทั้งเจ้าชายและเจ้าหญิงต่างจะได้รับดินแดนทันทีที่เกิดมา

หลักๆคือ ตำแหน่งขุนนางพวกนั้นเป็นแต่ในนามไม่ได้มีสิทธิ์ครอบครองดินแดนใด แต่มันก็เป็นก้าวแรกที่จะแสดงถึง ความเชื่อมั่นหนึ่งในฐานะชนชั้นนำของจักรวรรดิ

โดยตัวฉายาของ เอวาเทรีย ที่เป็น ‘เค้าท์เตส’ นั้นเป็นตำแหน่งที่ให้กับ เจ้าหญิงลำดับสองของจักรวรรดิ

เธอเป็นหนึ่งในสามเด็กสาวที่เป็นเจ้าหญิงแห่งราชวงศ์บนทวีปนี้

“ไม่มีใครอนุญาตให้ล่วงรู้การมาของข้าในวันนี้”

“ท่านหมายความว่าอย่างไรครับ,ท่านหญิง?”

“นับจากนี้ไป เงาจะคอยติดตามเจ้าไปอีก ห้าปี”

ผู้จัดการกลืนน้ำลาย

เขาเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับเงาของครอบครัวราชวงศ์มาก่อน แม้จะตกต่ำลงทั้งอำนาจและพลังของชาติจนน่าสงสารเมื่อเทียบกับความยิ่งใหญ่เมื่อร้อยปีก่อน ส่วนสาเหตุที่ทำไมราชวงศ์ยังคงมีอำนาจสูงสุดในหมู่ชนชั้นสูงก็เพราะเงาที่อยู่เบื้องหลังนั่นแหละ

ผู้จัดการรู้ดีเกี่ยวกับชนชั้นสูงที่ต่อต้านครอบครัวเชื้อพระวงศ์ พวกสาธารณรัฐที่ปฏิเสธระบบราชาธิราช และนักบวชที่มีแนวคิดนอกรีตต่างหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

“ผมจะจำใส่ใจไว้”

“ช่างโง่เสียจริง เจ้าตั้งใจจะจำอะไร?”

“…….”

“น่าเวทนายิ่ง”

เด็กสาวเดาะลิ้น

หากผู้จัดการฉลาดพอ เขาก็ควรจะสนใจกับสิ่งที่เด็กสาวพูดว่า ‘นับจากนี้’ ให้มากกว่านี้ เขาจึงจะได้รับมันอย่างแท้จริง แต่เนื่องจากเขาไม่รู้เลยว่ามันหมายถึงการมีตัวตนอยู่ของเงาจริงๆ

ถ้าเขารู้ เขาคงจะไม่พูดถึงการมีตัวตนของเงาในทางอ้อมด้วยการพูดว่า จะจำใส่ใจไว้หรอก คงจะดีไม่น้อยหากผู้จัดการไม่ตอบกลับไปแล้วนำทางเธอไปเฉยๆ

‘เขาจะต้องตายใน 2 เดือน’

เด็กสาวรู้จากประสบการณ์ว่า หาได้ยากเหลือเกินที่ใครที่โง่เกินจนไม่ผ่านการทดสอบเงาแล้วจะมีอายุเกิน 2 เดือนได้

การพูดว่า น่าเวทนาใส่เขานั้น เป็นความปรานีสุดท้ายที่เธอมีให้กับผู้จัดการ

เมื่อเป็นแบบนั้นแล้ว มันจะทำให้เขาได้คิดว่า ตัวเขานั้นได้ทำบางอย่างพลาดไป

แต่ดูเหมือนความปราณีของเธอนั้นจะสูญเปล่าเพราะปรากฏว่า ผู้จัดการนั้นยังคงไม่รู้เรื่องอยู่ดี

“นำทางไป”

“ครับ ได้ครับท่านหญิง ขอโอกาสให้ผมได้ถือเสื้อโค้ทของท่านด้วย”

เด็กสาวดึงฮู้ดของโค้ทไปด้านหลัง ขณะนั้นเอง ที่ผู้จัดการที่เคยเห็นสาวชนชั้นสูงมากว่า 25 ปี ยังต้องตะลึง

เช่นเดียวกับชายผู้ประสบความสำเร็จคนอื่น ผู้จัดการยังคงดูถูกสติปัญญาของผู้หญิงด้วยเหตุผลบางประการ และเขายังเริ่มที่จะไม่ชอบความงามของผู้หญิงด้วย

แต่ถึงอย่างนั้นเขาไม่มีทางเลือกนอกจากจะยอมรับความจริงที่ว่า ความงามสมบูรณ์แบบนั้นมีอยู่ในชีวิตจริง

ผมสีเงินกระจ่างสยายออกมาจากฮู้ดของเธอ ผมสีเงินที่ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของการป่วยขี้โรคนั้น กลับไม่ได้เป็นอะไรอื่นนอกจากเครื่องประดับอันสวยงามของเด็กผู้หญิง

ดวงตาสีฟ้าของเธอมืดลงจากขนตาที่หนา และลึกลงไปในดวงตาของเธอราวกับใบชา อีกทั้งยังโปร่งใสไปพร้อมกัน เธอมองจ้องผู้จัดการด้วยสายตาเหยียดหยามราวกับรู้จักกันมานาน ทันใดนั้นเองเธอก็หันไปมองอย่างอื่นเหมือนหมดความสนใจต่อสิ่งที่เคยค้นพบไปแล้วครั้งหนึ่ง

ออร่าของผู้เปิดเผยนั้นอาละวาดผ่านดวงตาและริมฝีปากอันละเอียดอ่อนของเธอ ออร่านั้นมันเผยออกมามากเกินไปบนใบหน้า ด้วยการจ้องมอง เธอพยายามควบคุมพลังงานเหล่านั้นอย่างสมบูรณ์ผ่านการแสดงออกทางสีหน้า การประสานกันอย่างกลมกลืนระหว่างสัญชาตญาณและเหตุผลนั้นแสดงออกถึง คุณลักษณะเฉพาะของเธอ

ผมสีเงินนั้นเป็นสัญลักษณ์ของสายเลือดราชวงศ์ มีข่าวลือว่า พวกราชวงศ์นั้นมักที่จะร่วมสังวาสกันในสายเลือดเดียวกันเพื่อรักษาสีผมนี้ไว้ ผู้จัดการเชื่อว่า ข่าวนั้นเป็นความจริงดังที่ปรากฏเห็นว่า ราชวงศ์นั้นเป็นแหล่งรวมพวกวิปลาสหรืออะไรทำนองนั้นไว้ สิ่งที่มีค่ามากกว่าสีผม…….

“ข้าบอกให้เจ้านำทางไป แต่ดูเจ้าตั้งใจจะมองหลุมมากมายบนใบหน้าข้า”

“อ้า! ผมต้องขอประทานอภัยด้วย ผมจะนำทางไปเดี๋ยวนี้ ท่านหญิง”

“ชิ”

เจ้าหญิงในราชวงศ์คนนี้ลดอายุขัยของผู้จัดการจาก 2เดือน เหลือเพียงครึ่งเดือน เงาที่ติดสอยห้อยตามเจ้าหญิงนั้นไม่สำคัญ ผู้ติดตามที่หลงไหลในตัวเจ้าหญิงพวกนั้น มันไม่ต้องการให้ใครที่ตกหลุมรักเจ้าหญิงมีชีวิตรอด

ผู้จัดการพาเธอไปที่ห้องนั่งเล่นที่ห้อมล้อมด้วยแก้ว  มันเป็นห้องแก้วที่คุณสามารถมองเห็นได้จากด้านใน แต่ด้านนอกไม่อาจมองเข้ามาได้ มีโซฟาคุณภาพสูงอยู่กลางห้องพร้อมกับชาดำร้อนๆบนโต๊ะข้างๆ

แล้วยังมีเตียง เมื่อเจ้าหญิงตระหนักได้ว่า เตียงมีไว้ทำอะไร เธอก็ขมวดคิ้ว แม้เธอยกคิ้วขึ้นอย่างไม่พอใจก็ยังคงเป็นเหมือนงานชิ้นเอกที่สร้างขึ้นโดยศิลปินระดับโลก หลังจากที่มองอยู่ห่างๆมาสักพัก

⎯⎯การกระทำนั้นยังผลให้จากครึ่งเดือนนั้นเหลือเพียงสองวัน แต่ไม่มีทางที่ผู้จัดการจะรู้เรื่องนี้

⎯⎯ผู้จัดการยังคงอึ้งกับการที่ทุกสิ่งทุกอย่างมันลงตัวเช่นนั้น

“หากท่านปรารถนา ต้องการอะไร โปรดแตะไปที่หินเวทย์มนตร์บนโต๊ะ พวกเราจะมาบริการในทันที ขอให้มีช่วงเวลาแห่งความสุขครับ ท่านหญิง”

“ฮ่าซ์”

หญิงสาวนั่งอยู่บนโซฟา

กล้ามเนื้อของเธอผ่อนคลายในขณะที่ลมฤดูหนาวนั้นไหลมาอย่างช้าๆ เธอมองไปรอบๆ มีกำแพงแก้วอยู่ถัดจากห้องของเธอ และห้องถัดๆไป มีห้องแก้วจำนวนมากเช่นเดียวกับห้องที่เธอเข้ามา

เจ้าหญิงอยากที่จะอ้วกออกมาเมื่อเธอนึกภาพถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องพวกนั้น

นี่เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า การแสดงในค่ำคืนนี้เป็นที่นิยมเพียงใด

‘ข้าก็ถูกดึงดูดมาที่นี่ด้วยเช่นกัน’

เจ้าหญิงกลับเย้ยเยาะตนเองก่อนที่จะฝังร่างไว้ในโซฟา

ไม่นานนักหลังจากนั้น หินเวทย์มนตร์ที่เคยฉายแสดงสว่างก็เริ่มสลัว เสียงของผู้จัดการได้ยินมาจากที่ไหนสักแห่ง

⎯⎯กระผมขอแสดงความซาบซึ้งจากใจจริงที่ทุกท่านมายังสถานที่แห่งนี้เพื่อรับชมการแสดงแห่งค่ำคืนนี้

เจ้าหญิงนั้นไม่ได้สนใจเสียงพูดพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย มันเป็นคำพูดน่าเบื่อที่แสดงความซาบซึ้งครั้งแล้วครั้งเล่า

เวทีถูกสร้างขึ้นเพื่อให้แขกทุกท่านสามารถมองเห็นมันได้รอบ ได้มีไฟฉายส่อฃงมีชายคนหนึ่งถูกลากขึ้นเวที

ชายผู้มีผมสีดำ ผอมแห้ง แต่มีร่างกายแกร่ง เขาไม่ได้สวมใส่อะไรเลย

เด็กสาวหันหน้าไปมองเขา

ชายคนนั้นคือ ดันทาเลี่ยน จอมมารลำดับ 71

จบบทที่ บทที่ 058  – Bad Ending ฉากจบ หมายเลข.02 (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว