เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่  055 –ปาร์ตี้นักผจญภัยแร๊ง E (9)

บทที่  055 –ปาร์ตี้นักผจญภัยแร๊ง E (9)

บทที่  055 –ปาร์ตี้นักผจญภัยแร๊ง E (9)


บทที่  055 –ปาร์ตี้นักผจญภัยแร๊ง E (9)

นักผจญภัยได้กลับมาหลังจากเลยเที่ยงตรง พระอาทิตย์เลื่อนลงอย่างช้าๆแตะแนวภูเขา พวกเขาโผล่ขึ้นทางภูเขาห่างไกลไปจากหมู่บ้าน

พวกเราแบ่งสองกลุ่มออกเป็นมนุษย์และก็อบลินแล้วแกล้งทำเป็นต่อสู้กัน โดยผูกกองมัดฟางไว้กับข้อเท้าของก็อบลินร้อยตัว มันทำให้ดูเหมือนว่ามีการต่อสู้ดุเดือดเกิดขึ้นจนฝุ่นตลบตีขึ้นมา ในม่านควันนั้นเอง มนุษย์ได้ทั้งใช้ฆ้องและร้องเพลงสดุดีของตนขณะที่ก็อบลินก็กำลังร้องดังลั่น เสียงโลหะกระทบกันสะท้อนชัดทั่วทั้งผืนฟ้า

ลอร่าพูดออกมาขณะที่ยังป้องปากด้วยแขนเสื้อ

“ศัตรูเข้ามาใกล้แล้ว”

“พวกเขาก็คงคิดว่าการต่อสู้ดำเนินมาสักพักหนึ่งแล้ว”

“เราควรจะไปขั้นถัดไปทันที”

ผมผงกหัวเป็นการยืนยัน

เมื่อผมทำอย่างนั้นลอร่าก็เริ่มสั่งการมอนสเตอร์ แม้เธอจะไม่สามารถถ่ายทอดคำสั่งเหมือนอย่างที่ผมสามารถ

━ในกรณีของผมนั้นผมใช้เทเลพาธี*เพื่อให้คำสั่งกับโกเลมและแฟรี่ที่ผมได้ซื้อมาจากดันเจี้ยน

━เธอใช้การนำพวกมอนสเตอร์ด้วยวิธีการของเธอเองผ่านธง

━เครุรุก!

━คิรุ , คุรุรุก!

ก็อบลินวิ่งออกมาทางประตูหลักของหมู่บ้าน แล้วเร่งรีบเหมือนคนพลัดหลงที่พยายามหนีทันทีที่เจอศัตรูมาเยอะขึ้น นั่นเป็นแผนที่เราวางไว้แล้ว มนุษย์ทั้งหลายก็จะตามมอนสเตอร์มาด้วย ลอร่าและผมยืนอยู่ในมุมหนึ่งของหมู่บ้านแล้วเฝ้าดู

“โว้วว! มอนสเตอร์กำลังหนีไปแล้ว”

“ฆ่ามัน! จับตัวมันมาให้หมด!”

จากมุมมองของนักผจญภัย สถานการณ์คงเป็นแบบนี้ มอนสเตอร์และชาวบ้านนั้นต่างได้สู้กันยาวนานและทั้งสองฝ่ายกำลังอยู่ในการต่อสู้ที่เข้มข้น พอกลุ่มพวกเขาปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของมอนสเตอร์ มอนสเตอร์พวกนั้นก็ตื่นตกใจกับการที่อยู่ๆมนุษย์ก็เพิ่มจำนวนขึ้นในทันที พวกมันจึงหนี

“พวกเขากินเหยื่อแล้ว”

พันธมิตรนักผจญภัย-ทหารอาสา พุ่งเข้าตามก็อบลินที่กำลังหนี กองทหารศัตรูที่กำลังหนีทัพนั้นเป็นเหยื่ออันโอชะที่สุดแล้ว นักผจญภัยพยายามจะใช้กลยุทธก้ามปู**เพื่อโอบล้อมด้วยการให้ชาวบ้านทั้งหลายชะลอการต่อสู้

แต่ถึงอย่างนั้น มอนสเตอร์ก็ไม่ได้หนี หากแต่พุ่งเข้าใส่นักผจญภัย━

พวกเขานั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ชาวบ้านที่โผล่มาดูเหมือนไล่ตามมอนสเตอร์นั้นความจริงกำลังจะโจมตีพวกเขา

ลอร่าและผมพูดออกมาพร้อมเพรียงกัน

“จบสิ้นแล้ว”

“ถึงจุดจบแล้ว”

* * *

“ก๊ากฮ่าฮ่า พวกชาวบ้านนี่ทำได้ดีกว่าที่ข้าคิดไว้!”

เมื่อริฟได้เห็นการต่อสู้ที่เกิดขึ้นที่หมู่บ้าน เขาก็ได้สั่งให้คนของเขาพุ่งเข้าใส่โดยไม่ลังเล เขามองเห็นไม่ชัดเพราะฝุ่นที่ตลบขึ้น แต่เขาแน่ใจว่ามันต้องเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดแน่ เสียงตะโกนและกรีดร้องในสมรภูมิกระหายเลือด

มองดูด้วยตาเปล่า รั้วนั้นเริ่มแตกหัก

ทีแรกริฟคิดว่า ฝั่งหมู่บ้านอาจกำลังอยู่ในสถานการณ์ลำบาก ดังนั้นเขาจึงรีบเร่งใช้กลศึกค้อนและทั่งก่อนที่ทั้งหมู่บ้านจะถูกกำจัด แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับเปลี่ยนใจทันทีที่เห็นก็อบลินวิ่งออกมาจากหมู่บ้าน ยามที่เห็นคนของเขาเข้ามาใกล้

‘พวกเขาสูสีกันนี่!’

ชาวบ้านไม่ได้กำลังเสียเปรียบ ถึงแม้รั้วจะมีพังไปบ้าง แต่การต่อสู้นั้นเป็นแบบผลัดกันรุกผลัดกันถอยภายในตัวหมู่บ้าน

มอนสเตอร์ที่สูญเสียกองกำลังไปเป็นจำนวนมากระหว่างที่กำลังข้ามแนวรั้ว ดังนั้นริฟและพรรคพวกจึงโผล่มาทางด้านหลัง กองทัพจอมมารคงจะแตกตื่นและสั่งให้หนี

สถานการณ์เปลี่ยนแล้ว ไม่จำเป็นที่ชาวบ้านต้องเป็นทั่งเพื่อให้พวกเขาเป็นค้อนอีกต่อไป กลับกลายเป็นว่า ตัวพวกเขานั่นเองต่างหากที่เป็นทั่ง ต้อนไม่ให้ก็อบลินหนีและพร้อมกันนั้นก็พวกชาวบ้านก็เป็นค้อนสำหรับทุบโจมตีก็อบลินจากข้างหลัง!

ริฟตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น

“พี่ชาย เห็นนั่นไหม!? พวกมันวิ่งหนีอย่างกับลาโดนไฟลนตูดเลย!”

“ใช่! เห็นชัดเจนมาก!”

“หอกพวกเรามีมากพอที่จัดการกับไอ้ระยำพวกนั้น!”

นักผจญภัยและทหารอาสาร้องออกมาพร้อมกัน มีบางคนนั้นก็ร้องตะโกนพร้อมกับพุ่งชาร์จเข้าใส่

ก็อบลินและกลุ่มของริฟเปลี่ยนเป็นต่างฝ่ายต่างพุ่งเข้าหา ระยะระหว่างทั้งสองกลุ่มลดลงอย่างรวดเร็ว ณ ขณะนั้นเองจำนวนคนที่ตะโกนก่อนโจมตีเพิ่มขึ้นทันตา พวกเขากำจัดความกลัวออกไปได้ด้วยการกู่ร้อง

หัวใจของพวกเขาเต้นระรัวเช่นเดียวกับที่ร้องจนสุดลมหายใจ ตอนนั้นเองที่เหล่านักผจญภัยต่างกระโดดเข้าสนามรบอย่างแท้จริง

“ฆ่ามัน ฆ่าพวกมัน!”

“ฮึด! ฮึด! ฮึด!”

“ฆ่าไอ้ระยำนั่นให้หมด!”

ก็อบลินอยู่ตรงหน้าพวกเขา มอนสเตอร์ต่างตะโกนออกมาด้วยเสียงที่ฟังแล้วน่าสะพรึงกลัว

━คิรุรุรุก!

━ เครุก! เครุก! เครุรุก!

ริฟผลักปลายหอกออกไป มันเป็นหอกที่เขาได้รับมาจากพ่อค้ารวยๆในเมืองคนหนึ่งที่ตัดสินใจสนับสนุนเขา มันยาวกว่าหอกสั้นแต่ก็สั้นกว่าหอกยาว มันอาจจะดูไม่พอเหมาะกับใช้สู้กับมนุษย์แต่ก็เพียงพอที่จะเสียบก็อบลินที่ตัวเล็กกว่ามนุษย์

“หอกไป!!”

“อ๊าชชช! ตายห่าซะ!”

“ยะฮู่วววว━!”

เมื่อริฟได้ให้คำสั่งของเขา ชายทุกคนต่างถือหอกเตรียมพร้อม กล้ามเนื้อแขน แรงกายภาพที่ล้นเหลือกว่ากำลังของก็อบลิน ทั้งขาและอกที่แน่นตันเหมือนท่อนไม้ ได้ถือหอกกระชับ

ในที่สุดสองกลุ่มก็เข้าปะทะกัน

“ก๊าชชชช!”

เสียงร้องตะโกนดังก้องไปทั่วทั้งทุ่ง แรงกระแทกออกมาจากแขนของริฟ ก็อบลินโดนเสียบสองตัวรวดด้วยหอกของเขา ฝ่ามือของเขาเจ็บและความเร็วลดลง แต่ถึงอย่างนั้น ริฟก็ใส่แรงไปที่ขาขวาเพิ่มเพื่อดันตัวเองไปข้างหน้า

แรงกระแทกจากหอกในมือเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่เขาก้าวไปข้างหน้า เหมือนแมลงเม่าในกองไฟ ก็อบลินระยำต่างพุ่งเข้าหาหอกของเขา!

“พยายามจะฆ่าข้าเหรอ ไอ้พวกชั่วววว!!”

“พุ่ง! พุ่งเข้าไปปปปปป! อย่าหยุด! อย่าหยุดขยับ!”

“ฮาน,ไอ้ห่าเอ้ย ขยับต่อไปสิวะ!”

พันธมิตรนักผจญภัย-ทหารอาสานั้นเหมือนก้อนหินที่ริมชายฝั่ง ส่วนก็อบลินที่เข้ามากระแทกไม่หยุด แต่ก็ร่วงลงอย่างรวดเร็วเป็นเหมือนคลื่นที่กระทบหิน

สำหรับก็อบลินแล้ว หอกของพลเดินเท้านั้นก็ทรงพลังมากราวกับอัศวินที่ขี่ม้าพุ่งเข้ามาชาร์จใส่

แม้ว่า พวกก็อบลินจะมีชุดเกราะหนังแต่ก็ยังคงมีจุดที่เผยบางส่วนของร่างกาย ในขณะที่มนุษย์สวมเกราะผ้าโดยมีเกราะเชนเมล์ทับไว้ แม้พวกเขาจะไม่คลุมทั้งร่างด้วยเกราะเชนเมลที่แสนแพง แต่อย่างนั้นก็สามารถปกป้องร่างกายท่อนบนและน่องไว้ได้

ก็อบลินบางตัวเดินลุยผ่านดงหอกและเหวี่ยงกระบอง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยากที่จะสร้างความเสียหายให้กับเกราะเชนเมล

จำนวนเล็กๆ 8 คน จากทั้งหมด 73 คน โชคไม่ดีนักที่ต้องตายระหว่างการพุ่งเข้าปะทะ 65คนที่เป็นพลเดินเท้าเกราะหนักยังคงสู้ต่อโดยไม่มีกองหนุน ก็อบลินล้มตายลงตามเวลาจนแทบจะหายหมดทั้งร้อยตัว

“พี่ชาย! ตัวติดกันไว้!”

“ไม่คิดจะโชว์การสู้ร่วมกันสักหน่อยรึ! เฮ้ยนี่ ฮาน! เอ็งอยากตายรึไงวะ!?”

เหล่ามนุษย์รีบสร้างรูปขบวนที่แน่นหนา

สมาชิกของพวกเขานั้นตื่นเต้นเกินไปและพุ่งเข้ากลางวงล้อมของก็อบลิน พวกเขาจึงไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่าการถูกรุมทึ้งโดยฟันของก็อบลินคล้ายกับกวางที่ถูกฝูงหมาจัดการ เหลือคน 60 คน พวกเขาที่เหลือจึงตั้งรูปขบวนสี่เหลี่ยมและแทงก็อบลินอย่างใจเย็น

“คุฮ่าฮ่า! อย่างกับแย่งขนมเด็กเลย!”

“ตามจังหวะลมหายใจด้วย เอ้า! แทง! เอ้า! ถอนออก!”

“ฮ่าช! ฮู่ว! ฮ่าช์!”

ทหารอาสาได้ป้องกันหมู่บ้านของพวกเขาจากก็อบลินที่โจมตีอย่างแข็งขันเป็นพิเศษ ทหารอาสารู้ดีกว่าใครว่า หากพวกเขารอดจากการเสี่ยงตายได้หากไม่ปล่อยให้ก็อบลินล้อมพวกเขา

สักพักหนึ่งหลังจากการหายตื่นเต้นจากการพุ่งกระแทกครั้งแรก

“ฮ่า! ฮ่าช์!……?”

หนึ่งในกลุ่มรุ่นพี่นักผจญภัยขมวดคิ้ว เขามองไปข้างหน้าอยู่นานก่อนจะพูดกับริฟที่กำลังเหวี่ยงหอกอยู่ไม่ห่างจากเขา

“หัวหน้า! ฮ่าช์! มีอะไรแปลกๆ!!”

“ฮุ่ฟ! อะไร ไอ้ห่า! อย่าพูดไร้สาระแล้วแทงต่อไป!”

“ก็อบลินมันมีมากเกินไป!”

ในหัวสมองของริฟที่ได้หยุดคิดลงนับตั้งแต่ทุ่มความสนใจในการฆ่าก็อบลินก็ได้กลับมาทำงานอีกครั้ง

‘……มีก็อบลินมากเกินไป?’

ดวงตาของริฟนั้นกว้างขึ้นในทันที ไม่เพียงแต่เขาเห็นก็อบลินตรงหน้าเท่านั้น แต่ยังเห็นรอบข้าง ด้านหลัง และด้านหลังถัดไปจากนั้นด้วย สหายของเขาพูดถูก

มันมีก็อบลินมากเกินไปจริงๆ แม้พวกเขาจะฆ่าไปนับร้อยจากการพุ่งชาร์จครั้งแรก แต่ทั้งพื้นที่ก็ยังเนืองแน่นไปด้วยมอนสเตอร์ตัวสีเขียว

‘เดี๋ยวก่อนสิ จำนวนพวกมันควรจะลดลงระหว่างที่เข้าจู่โจมหมู่บ้านไม่ใช่เรอะ?’

แต่จากที่เขาประเมินเท่าที่เห็น มันมีก็อบลินราวๆ300 ตัว มันแปลกมาก ก็อบลินที่ควรบุกโจมตีหมู่บ้านขณะที่กลุ่มของริฟมาถึง สมควรลดลงเหลือ อย่างน้อยก็200ตัวนี่

อะไรกัน นี่ไอ้จอมมารระยำนั่นไปหาก็อบลินมาเพิ่มอีกหรือ? พอความคิดบางอย่างเข้ามาในหัว เพื่อนร่วมปาร์ตี้ของริฟก็ตะโกน

“เฮ้ย! นี่เกิดอะไรขึ้นกัน!? ชาวบ้านแยกออกไปอีกฝั่ง!”

“พวกเขาคงอยากโจมตีฝั่งเดียวกับพวกเรา แทนที่จะลอบเข้าข้างหลังก็อบลิน!”

“ไอ้พวกขี้ขลาดเอ๊ย!”

พรรคพวกของริฟยังคงเหวี่ยงหอกไปด่าไป ริฟนั้นขยับไปโดยอัตโนมัติ เนื้อหาใจความของสิ่งที่สหายของเขาพูดมันเต็มอยู่ในหัว

‘ชาวบ้านไม่โจมตีก็อบลินจากด้านหลัง?’

ริฟรีบหันหัวกลับไปแล้วมองดูที่สมรภูมิรบ

ชาวบ้านนั้นได้แบ่งกลุ่มแล้วผ่านก็อบลินเข้ามา โดยทั้งชาวบ้านเป็นฝ่ายล้อมก็อบลินและนักผจญภัยจากทั้งสองฝั่ง

‘เฮ้ยอะไรวะเนี่ย! พวกเขาตั้งใจทำอะไรกัน?’

มันพอจะเข้าใจได้ว่า พวกเขาตั้งใจจะต่อสู้เคียงข้างกับนักผจญภัยแทนที่จะจัดการกับก็อบลินเอง นักผจญภัยนั้นทั้งแข็งแกร่งกว่ามาก แต่ถึงอย่างนั้นก็อบลินกลับหันหลังให้ชาวบ้านพวกนั้นได้ง่ายๆ? มีเหตุผลอะไรที่จะไม่กำจัดศัตรูที่หันหลังให้? ชาวบ้านพวกนั้นมันขี้ขลาดจริงหรือ?

ยิ่งไปกว่านั้น ทำไมก็อบลินถึงรั้นจะสู้ต่อแม้จะแพ้ไปแล้ว?

“……!”

ริฟกลับมารู้ตัวแล้วจมอยู่ในความตกใจ คำตอบเพียงหนึ่งเดียวของสถานการณ์ที่ประหลาดนั่นก็คือ━ชาวบ้านทรยศพวกเขาแล้ว!

“ฟัก!”

ริฟสบถออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ถึงอย่างนั้นด้วยเหตุผลบางประการ ชาวบ้านได้ร่วมมือกับกองกำลังจอมมาร ก็อบลินนั้นมิได้กำลังถอย หากแต่กำลังพุ่งเข้ามาโจมตีพวกเขา และชาวบ้านก็กำลังเคลื่อนเข้ามาล้อมนักผจญภัยโดยสมบูรณ์แล้ว

การต่อสู้พลิกกลับโดยสมบูรณ์ สถานการณ์กลายเป็นสิ่งที่เอื้ออำนวยต่อพวกเขานั้นกลับกลายเป็นในทางตรงข้าม มันไม่ใช่พวกเขาแล้วที่ใช้กลศึกค้อนกับทั่ง แต่เป็นฝ่ายก็อบลินเองที่ยึดจับนักผจญภัยไว้ต่างทั่ง ในขณะที่ชาวบ้านทั้งหลายกลายเป็นค้อน……บดขยี้นักผจญภัย!

ริฟนั้นเกือบจะกรีดร้องตะโกนออกมา

“หนีเร็ว! ทุกคนหนี! หนี!”

“ห้ะ? หัวหน้า หมายความว่ายังไงกัน……?”

“ไม่ต้องพูดแล้วหนีเลย! แม่ง! จะหนีกันไม่ทันแล้ว! ให้ไวเลย!”

ริฟนั้นออกจากรูปขบวนแล้ววิ่งกลับไป เพื่อนๆต่างกรีดร้อง บางคนก็สบถด่าเขา แต่ริฟไม่สนใจ

ในช่วงเวลาสุดท้าย นักผจญภัยถูกจัดฉาก สถานการณ์ทั้งหมดนี้เป็นกับดัก แต่ถึงอย่างนั้นชาวบ้านก็ไม่ได้ล้อมได้โดยสมบูรณ์ มันยังพอมีเวลาอยู่บ้าง……แต่หากเขาพลาดโอกาสนี้ไป ทั้งกลุ่มจะถูกกวาดล้างหลังจากถูกล้อมด้วยก็อบลินและชาวบ้าน

พวกเขาต้องรีบหนีออกไปให้ทัน!

“อะไรนะ!?”

ไม่นานเท่าไหร่ริฟก็หยุดกึก นักผจญภัยที่วิ่งตามหลังริฟมาก็หยุดในทันทีเช่นกัน พวกเขาบอกได้เลยว่า มีอะไรเลวร้ายกำลังเกิดขึ้นแล้วตอนนี้

มีมนุษย์เกือบร้อยคน ขวางทางหนี

พวกเขาไม่ใช่ใครนอกจากชาวบ้านจากหมู่บ้านทางทิศตะวันตกสิ้นแนวภูเขา ที่ริฟคิดว่า เป็นผู้ทรยศจำนวนเกือบ 2 หมู่บ้าน

—----

*เทเลพาธี,โทรจิต : การสื่อสารทางจิตระยะไกลโดยที่ไม่ต้องใช้คำพูด หรือท่าทางในการสื่อสาร

**กลยุทธก้ามปู : การโอบล้อมโจมตีท้ังสองฝั่ง

จบบทที่ บทที่  055 –ปาร์ตี้นักผจญภัยแร๊ง E (9)

คัดลอกลิงก์แล้ว