เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บท 001 : ปฐมบท

บท 001 : ปฐมบท

บท 001 : ปฐมบท


บท 001 : ปฐมบท

“หยุดเขาไว้!”

เวทย์มนตร์ที่เปล่งแสงกระแทกเข้ากับพื้นราวกับค้อนปอนด์ แม้แต่เหล่าปีศาจก็ไม่อาจเอ่ยคำใดออกมาได้

ฉากที่มักอ่านพบได้ทั่วไปในตำนานปรัมปราได้รีรันอีกครั้ง เวทย์ลำใหญ่เหรอ ไม่ใช่เลย ปืนใหญ่ที่ระดมกราดสู่สมรภูมิครั้งแล้วครั้งเล่าต่างหาก ผืนปฐพีสั่นสะเทือน ผู้บัญชาการตะโกนราวกับใกล้ชิดติดหลังทหารของเขา

หยุดเขาซะ ผู้บัญชาการออกคำสั่ง

แต่ทว่า ลูกน้องของเขาจะทำอย่างนั้นได้อย่างไรเล่า?

“ทะ ท่านนายพลครับ กองกำลังศัตรูแข็งแกร่งเกินไปครับ!”

“แนวป้องกันเส้นที่สองของพวกเราถูกทำลายหมดแล้วครับ……หน่วยมิโนทอร์ของเรานั้นถูกกำจัดสิ้น!”

ปีศาจทั้งหลายที่อยู่ตรงนั้นต่างเป็นทหารชั้นยอด แม้การรบครั้งนี้จะสิ้นหวัง แต่พวกเขาก็ยังคงมุ่งหน้าต่อไป แต่ถึงอย่างไรก็ดีเหล่าปีศาจนายทหารชั้นยอดต่างก็ผงะเมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏตรงหน้า

มนุษย์เพียงคนเดียวกำลังวิ่งฝ่าใจกลางของห่าฝนเวทย์ ดูราวกับเขากำลังวิ่งไปบนท้องถนนถนน มนุษย์ผู้นั้นกวัดแกว่งดาบใหญ่ไปรอบๆโดยไม่กังวลต่อฝนเวทย์และลูกธนูที่สาดลงมารอบตัวเขา

ในแต่ละครั้งที่ดาบใหญ่นั้นส่องประกาย ปีศาจมากมายต่างทรุดตัวลงเช่นเดียวกับความกล้าหาญที่หลั่งไหลออกมา

หากได้รับคำสั่งว่าจงปลิดชีพตัวเองเสีย พวกเขาก็พร้อมใจทำตาม หากการเสียสละตัวเองนั้นหมายถึงการที่ทำให้ฝ่ายพวกเขานั้นได้รับชัยชนะ

แต่ถึงอย่างนั้นการหยุดมนุษย์ผู้นั้นก็เป็นไปไม่ได้เลย

“เจ้าขี้ขลาด นี่แกยังเรียกตัวเองว่า เป็นผู้รับใช้ ราชาผู้ยิ่งใหญ่แห่งกองทัพได้อีกหรือ?”

ผู้บัญชาการเฉือนคอทหารของตัวเอง ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขาเป็นบุคคลประเภทที่ฆ่าเพื่อนพ้องมากกว่าจำนวนศัตรู

“จงต่อสู้! แม้แกจะตาย ก็จงตายหลังจากได้แทงมันด้วยหอกอย่างน้อยสักครั้ง!”

เขายกง้าวขึ้นและตะโกนด้วยเสียงอันดัง เมื่อเขาทำเช่นนั้น

ความโกรธแค้นก็ได้เติมเต็มเหล่าบรรดา่ทหารปีศาจ พวกเขาจัดกระบวนทัพโดยให้ทหารผู้ติดตามล้อมรอบและก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว

“แม่งเอ้ย! มันใช่ว่า เราตายได้สองครั้ง*ที่ไหนกันวะ!”

“ทันทีที่เราเอาหิ้วหัวไอ้สัตว์ประหลาดนั่นได้ ทุกอย่างก็จบแล้ว! จงแสดงความภาคภูมิใจของเหล่าปีศาจให้มันเห็น!”

“คูรุบ! คูฮับ! คูฮ่า, คูรูฮับ!”

เหล่าทหารปีศาจวิ่งไปเบื้องหน้าขณะที่เปล่งเสียงร้องเป็นเอกลักษณ์

พวกเขาก็มีครอบครัว พวกเขามีศรัทธาความเชื่อเช่นกัน พวกเขาอาจดูแตกต่างกันแต่ไม่ได้แปลว่าพวกเขานั้นจะแตกต่างไปจากมนุษย์ แม้ในยามที่ก้าวไปข้างหน้าด้วยความกล้าแม้จะรู้ว่า เป็นหนทางสู่ความตาย แต่ถึงกระนั้นผลที่ได้ก็ยังเช่นเดิม มันไร้ประโยชน์

ความจริงก็คือ พวกเขาต่างล้มตายลงด้วยมือของผม

นั่นเป็นเพราะผมนั้นแข็งแกร่งอย่างมากมายอย่างนั้นหรือ? สำหรับผู้เริ่มต้นก็ใช่ ผมทรงพลังอย่างมาก และผมเองก็ไม่ต้องการปิดบังมันไว้ด้วย

ดังนั้น ความห่างระหว่างเรานั้นเป็นเหมือนดั่งสะพานที่ไม่มีวันข้ามมาได้ ไม่ว่าพวกเขาจะกรีฑาทัพด้วยความหาญกล้าเพียงไร

ไม่ว่าพวกเขาจะวิปริตเพียงใดที่ได้เป็นประจักษ์พยานการได้เห็นศีรษะของสหายร่วมทัพหลุดออกจากร่างราวกับมัดฟาง

พวกเขาทุกคนต่างก็พบกับจุดจบอันรุนแรงใต้คมดาบของผมในท้ายที่สุดอยู่ดี

“คึ! ตัวข้า บาอัล กลับต้องตายด้วยน้ำมือมนุษย์ดาดๆอย่างนี้……!”

ดันเจี้ยนของจอมมารบาอัล ลอร์ดผู้ยิ่งใหญ่ถูกทำลายโดยสมบูรณ์ในชั่วพริบตา

ดันเจี้ยนแห่งนั้นเป็นสถานที่เดียวกันกับที่ทำให้ทั้งทวีปต้องตกอยู่ในความหวาดผวา

ดาบใหญ่ของผมได้ปลดปล่อย ‘ก้อน’ พุ่งแทงเข้าไปในหัวใจของจอมมาร

“พอใจเถอะ จอมมาร”

ผมมองลงไปยังบาอัล

จอมปีศาจที่ครั้งหนึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามของฝันร้ายแห่งโลก และถูกเรียกว่าจอมมารผู้ไร้เทียมทานกำลังจะตายลง มหาเขาวงกตที่มีจำนวนชั้นไม่ต่ำกว่า 120 ชั้น ตอนนี้ถูกลดขั้นเหลือเพียงสุสานที่กว้างใหญ่

“เจ้าเป็นศัตรูตัวฉกาจของข้า”

“…….”

“ในฐานะนักรบ ข้าขอแสดงความเคารพแด่เจ้า”

“ขะ”

บาอัลยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

“อย่างนั้นเองรึ แม้แต่ในหมู่มนุษย์เองก็ยังรู้จักแสดงความหยิ่งผยอง?”

“ไม่ใช่อย่างนั้น”

ผมส่ายหัว

“เจ้าเองนั่นแหละที่ยัดเยียดอุดมการณ์พวกนั้นให้พวกเรา มนุษยชาติ เพื่อให้มีความหยิ่งผยอง และเจ้าก็แกร่งพอที่จะทำแบบนั้น”

“ฮ่าห์ ถ้าอย่างนั้นชีวิตตลอด 5,000ปีที่ผ่านมานี้ ของบาอัลผู้นี้ก็ไม่สูญเปล่าแล้ว …… ความเชื่อของข้า ก้าวข้ามผ่านดินแดน ก้าวข้ามสายพันธุ์เดินทางไปจนถึงเหล่ามนุษย์ ในฐานะของผู้ถูกทำให้พินาศย่อยยับไป ตัวข้าจะมีความหวังใดอีก? จะมีปีศาจตนไหนได้สำเร็จสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้เช่นนี้อีกหรือ? ไม่เลย ไม่มีทางเป็นไปได้อีกแล้ว……”

บาอัลหลับตาลง

“มันก็ไม่ใช่ชีวิตที่แย่นัก”

แม้ชาติกำเนิดของบาอัลนั้นจะเป็นเพียงปีศาจระดับต่ำ แต่เขาก็สามารถบงการโลกปีศาจ ราชาผู้แผ่ขยายอิทธิพลไปสู่หมู่มวลมนุษย์กำลังใกล้ถึงจุดจบชีวิต

ผมโค้งคำนับอย่างสุภาพให้กับร่างของราชาผู้นี้

กลุ่มของบุคคลที่มีเอกลักษณ์วิ่งเข้ามาหาผมในตอนที่ผมได้แสดงความเคารพครั้งสุดท้าย อาร์คเมจ,หัวหน้าอัศวิน,จอมโจรและนักบุญหญิง พวกเขานั้นเป็นเพื่อนร่วมรบที่อยู่กันมาผ่านร้อนผ่านหนาวกันมาเกือบ20ปี

“ไอ้เลวเอ้ย!”

อัศวินวิ่งตรงมาที่ผมก่อนที่จะล็อคคอผม

‘มันเจ็บนะ!โอ้ย ก็บอกว่า เจ็บไง!’

แม้ผมจะร้องอย่างนั้น แต่เหมือนพูดใส่คนหูหนวกอย่างไรอย่างนั้น เขาที่ใช้เวลาเกือบ10กว่าชั่วโมงในสนามรบจนกระทั่งถึงตอนนี้ นี่เขายังคงมีแรงเหลือได้ยังไงกัน ช่างเป็นเรื่องลี้ลับซะจริง

“ยินดีด้วยนะ,โลลิต้า”

ระหว่างที่ชายสองคนตีกันอยู่ สมาชิกหญิงอีกสามคนของกลุ่มก็ปรากฏตัวออกมา

“เห ฉันไม่คิดมาก่อนเลยว่า นายจะสามารถพิชิตดันเจี้ยนของบาอัลได้! นายนี่ช่างน่าประทับใจจริงๆ”

“เธอพูดอะไรของเธอน่ะ? ฉันรู้แต่แรกแล้วว่า โลลิต้าจะต้องทำได้ ด้วยการอำนวยอวยชัยจากเหล่าเทพทั้งสิบสองที่อยู่ด้วยกันกับเขา”

อัศวินก็เริ่มงอแงและบ่นออกมา

“ชิ เธอก็พูดเหมือนกับว่าเจ้าหมอนี่มันปราบจอมมารด้วยตัวคนเดียวอย่างนั้นแหละ เจ้าพ่อม่ายคนนี้มันจะไปสนุกกับดันเจี้ยนได้ยังไงกัน ในเมื่อมันออกมาเป็นอย่างนี้?”

ทุกคนต่างหัวเราะออกมายกเว้นอัศวิน จะไม่หัวเราะได้อย่างไรเล่าก็ในเมื่อชายที่บ่นอยู่คนนี้นี่แหละ ที่ต้องมาอยู่อาศัยในแดนภูเขาไกลปืนเที่ยงนับสิบปีโดยมีเพื่อนบ้านเป็นหมีมากมาย

ผมที่มองฉากเหตุการณ์นั้นจากที่ไกลๆ ในที่สุดความจริงก็เริ่มจมจ่อมลงไป

อ้า… จบสิ้นเสียทีนะ

ในที่สุดผมก็พิชิตดันเจี้ยนของบาอัลได้แล้ว

ข่าวการตายของจอมมารผู้ยิ่งใหญ่นั้นแพร่กระจายไปทั่วทวีป มนุษย์ทั้งหลายไม่ว่าจะเชื้อชาติใด ฐานะไหนต่างตะโกนโห่ร้องอย่างพร้อมเพรียงกัน

ก่อนจะมาถึงจุดนี้ ตอนนั้นทุกคนนั้นต่างรอคอยวันทื่มนุษยชาติจะมาถึงจุดสูญสิ้น

กองพันจำนวนมากที่ส่งไปเพื่อยึดปราสาทจอมมาร แต่สุดท้ายก็ถูกกำจัดหมด ผู้คนมากมายต่างหมดหวัง

อย่างไรก็ดี ปาร์ตี้ผู้กล้าที่นำด้วยนักผจญภัยและทหารรับจ้างกลับสามารถชนะจอมมารผู้ยิ่งใหญ่ได้

ฮีโร่ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว!

เทศการเฉลิมฉลองต่างดำเนินไปทั่วทั้งทวีปต่อเนื่องกัน 10 วันเต็มๆ

นับตั้งแต่เผ่าปีศาจได้แพร่โรคระบาดไปทั่วผิวดินเมื่อ 20ปีก่อน ทุกพื้นที่ที่มีมนุษย์แทบไม่ต่างจากงานศพ มันเป็นช่วงเวลาที่น่าเหนื่อยหน่าย มนุษย์ทั้งหลายได้ฉลองกันราวกับชดเชยช่วงเวลา 20ปีที่ผ่านมา

เสียงเชียร์และเสียงหัวเราะไหลไปทั่วทุกหัวเมือง แต่มันก็มีด้านที่น่าหดหู่สำหรับงานเฉลิมฉลองพวกนี้เหมือนกัน แต่มันก็เป็นเรื่องปรกติอย่างนั้นของมัน

มันมีทั้งผู้คนที่ไม่ได้รับรางวัล ผู้คนที่ข้ามแม่น้ำไปแล้วไม่มีโอกาสได้หวนกลับมา ผู้คนที่หัวเราะ ผู้คนที่ร้องไห้ แล้วก็กลับมาหัวเราะอีกครั้ง……

“นักผจญภัย โลลิต้า”

จักรพรรดินีได้ฉลองเทศกาลด้วยการปรากฏตัวแล้วเอ่ยคำสรรเสริญฮีโร่ ไม่ใช่แค่จักรพรรดินีเท่านั้น แต่ยังมีราชาทั้ง12คน ผู้ปกครองทั้ง12ประเทศของเหล่ามนุษย์ได้แสดงตัวในงานด้วยเช่นกัน

พวกเขาทั้งหมดต่างมาแสดงความนับถือให้กับฮีโร่ผู้ยิ่งใหญ่

“พูดโดยย่อ ท่านปราบจอมมารลงได้ แต่หากพูดให้เต็มประโยค ท่านได้ช่วยเหลือมนุษยชาติ ดังนั้นมีหรือที่ราชาผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 12จะมิแสดงความขอบคุณกับต่อท่าน? โลลิต้า นามของท่านจะได้รับความเคารพนับถืออยู่ในประวัติศาสตร์ไปตลอดกาลนาน แม้ท่านจะล่วงลับไปแล้วก็ตาม”

จักรพรรดินีคุกเข่าลง เธอได้ยกดาบขึ้นด้วยมือทั้งสอง ราชาผู้ปกครองอื่นต่างคุกเข่าลงพร้อมกัน

ฝูงชนจำนวนมากที่ล้อมรอบห้องโถงแห่งนั้นต่างตกอยู่ในความเงียบ

ลองคิดดูถึงบุคคลใดที่อยู่เหนือผู้คนทั้งผองกลับต้องคุกเข่า! มันไม่เป็นการกล่าวเกินไปเลยที่จะพูดว่า นับตั้งแต่นั้นเป็นจุดกำเนิดของประวัติศาสตร์หน้าใหม่

มันไม่มีทางที่ราชาเจ้าผู้ครองแคว้นทั้ง 12 จะคุกเข่าแสดงความเคารพอย่างพร้อมๆกัน ผู้คนทั้งหลาย ณ ตอนนั้นต่างเป็นพยานการถือกำเนิดใหม่ของเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญตรงหน้า

ผมรับมอบดาบของจักรพรรดินี

“เป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น,ฝ่าบาท”

เสียงเชียร์ดังกึกก้องไปทั่วทั้งผืนฟ้ายามราตรีในเมืองหลวง(Imperial city) เหล่านักเวทย์ต่างยิงพลุไฟหลากสีสันขึ้นสู่ฟ้าในทันที

โลลิต้า! โลลิต้า! โลลิต้า!

…….เสียงสรรเสริญนามฮีโร่ยังคงดำเนินต่อไป

ด้วยสิ่งนี้นี่เอง ที่ผมได้พิชิตทุกๆดันเจี้ยนเรียบร้อย

ผมเป็นนักผจญภัยเหนือนักผจญภัยคนใด ไม่มีดันเจี้ยนใดที่ผมไม่สามารถปราบได้

ณ ชั่วขณะนั้นเอง มีเสียงหนึ่งดังออกมาจากลำโพง

『คุณได้พิชิตดันเจี้ยนลับ ปราสาทของจอมมารผู้ยิ่งใหญ่บาอัล.』

『มันเป็นความสำเร็จที่ไม่เคยมีมาก่อน! ขอแสดงความยินดีด้วย คุณได้พิชิตทั้งหมด 72 ดันเจี้ยน.』

……ผมเป็นเพียงนักผจญภัยผู้ยิ่งใหญ่อยู่ในจอคอมพิวเตอร์เท่านั้น

‘ผม’ ได้ถอนใจออกมา

“I mean, they say you die twice. One time when you stop breathing and a second time, a bit later on, when somebody says your name for the last time.”

― Banksy

“ตอนที่พวกเขาพูดว่าคุณตายสองครั้งนั้นหมายถึงอย่างนี้ การตายครั้งแรกคือ ตอนที่คุณหมดลมหายใจและครั้งที่สองคือช่วงเวลาต่อมาหลังจากที่ใครสักคนหนึ่งเอ่ยชื่อถึงคุณเป็นครั้งสุดท้าย”

–แบนสกี้–

จบบทที่ บท 001 : ปฐมบท

คัดลอกลิงก์แล้ว