- หน้าแรก
- เป็นสายลับกู้ชาติ แต่ระบบอันธพาลดันบังคับให้เป็นคนเลว
- บทที่ 130 - อารมณ์บ่อจอยของสารวัตรหลิน
บทที่ 130 - อารมณ์บ่อจอยของสารวัตรหลิน
บทที่ 130 - อารมณ์บ่อจอยของสารวัตรหลิน
บทที่ 130 - อารมณ์บ่อจอยของสารวัตรหลิน
ไซโตะนั่งกอดขวดเหล้าอยู่นานสองนาน ตาเริ่มปรือปรอยแทบจะฟุบหลับคาโต๊ะ
จู่ๆ เขาก็เงยหน้าขึ้นมาเปรยลอยๆ "ฉันว่านะ... พฤติกรรมของซ่งหงอี้ดูแปลกพิกล"
เกาเซิงผิงคิดว่าอีกฝ่ายเมาเพ้อเจ้อ จึงเออออห่อหมกรับมุกไปแกนๆ "ไซโตะซัง ท่านว่าเขาแปลกตรงไหนหรือ"
ใครจะนึกว่าพอโดนสะกิดต่อม ไซโตะกลับตาสว่างขึ้นมาวิเคราะห์เป็นตุเป็นตะ
เขาวางจอกเหล้าลง "พวกคุณลองคิดดูสิ ซ่งหงอี้เพิ่งสวามิภักดิ์มาหมาดๆ แถมยังเพิ่งโดนลอบสังหารไปหยกๆ ตามหลักแล้วเขาต้องกลัวหัวหด ระวังตัวแจไม่ให้สายลับฝ่ายใต้ตามมาเก็บงานไม่ใช่รึ แล้วทำไมจู่ๆ ถึงกล้าเขียนบทความลงหนังสือพิมพ์ปาวๆ เหมือนกลัวคนเขาไม่รู้ว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่อย่างนั้นแหละ"
เกาเซิงผิงแย้ง "โธ่ เรื่องนี้เข้าใจได้ไม่ยาก เขาคงกลัวว่าพวกท่านจะไม่ไว้วางใจ เลยต้องเร่งสร้างผลงานให้เห็นไงล่ะ"
ไซโตะฟังแล้วก็ยังรู้สึกทะแม่งๆ แต่ฤทธิ์สุราที่ตีขึ้นสมองทำให้ความคิดสะดุดหยุดลง เรื่องนี้จึงถูกปล่อยผ่านไป
พอกินดื่มเสร็จสรรพ เกาเซิงผิงก็รับหน้าที่ไปส่งไซโตะ ส่วนหลินเจ๋อก็แยกย้ายกลับบ้าน
วันรุ่งขึ้น คิตาฮาระ รันสุเกะ ก็โทรศัพท์มาหาหลินเจ๋อแต่เช้า
"คุณหลิน เรื่องแองเจลิน่าเบื้องบนมีคำสั่งลงมาแล้ว รบกวนคุณเข้ามาที่กองบัญชาการหน่อย"
"รับทราบครับท่านคิตาฮาระ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้"
หลินเจ๋อเรียกหารถลากตรงดิ่งไปยังกองบัญชาการสารวัตรทหาร พอเจอหน้าคิตาฮาระ ก็เห็นอีกฝ่ายยิ้มหน้าบานเป็นจานเชิง
"คุณหลิน เรื่องแองเจลิน่าผมรายงานขึ้นไปแล้ว ไม่ใช่แค่กองทัพภาคที่สนใจ แม้แต่กองบัญชาการใหญ่ที่โตเกียวก็ยังมีคำสั่งลงมาโดยตรง พวกเขาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก นี่ถือเป็นโอกาสทองของเราเลยนะ!"
หลินเจ๋อยิ้มประจบ "ยินดีด้วยครับท่านคิตาฮาระ ท่านขุดเจอเครือข่ายข่าวกรองสำคัญขนาดนี้ เบื้องบนต้องมองท่านใหม่ด้วยความชื่นชมแน่นอน"
คิตาฮาระยิ้มอย่างไว้ท่า "ก็ไม่ใช่ผลงานผมคนเดียวหรอก เอาล่ะ พักเรื่องนี้ไว้ก่อน คุณหลิน ผมต้องการให้คุณไปพบแองเจลิน่า ตามคำสั่งเบื้องบนระบุว่าเราต้องควบคุมแม่คนนี้ให้อยู่ในกำมือ แต่ให้หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง ลองหาวิธีเชิญชวนให้หล่อนมาเป็นที่ปรึกษาพิเศษของเราดู"
คิตาฮาระเสริมต่อ "อีกอย่าง หล่อนต้องมีเส้นสายกับสายลับหลายชาติแน่นอน เราจะกระโตกกระตากไม่ได้ ผมเลยคิดว่าจะให้คุณรับหน้าที่เป็นผู้ประสานงาน คอยติดต่อกับหล่อนโดยตรง ส่วนเรื่องข่าวชิ้นนั้น เบื้องบนอนุมัติให้ซื้อได้ แต่อย่าแสดงท่าทีรีบร้อน เข้าใจไหม"
หลินเจ๋อฟังแล้วก็ลิงโลดใจ แผนการสำเร็จไปอีกขั้น!
เขาพยักหน้ารับ "ท่านคิตาฮาระ ถ้าอย่างนั้นผมว่าช่วงวันสองวันนี้ผมยังไม่ไปพบหล่อนดีกว่า ข่าวเรื่องรัสเซียนั่นนอกจากเราแล้วก็คงไม่มีใครกล้าซื้อ จีนมีสำนวนว่า 'ของที่เร่ขายมักไร้ราคา' ทิ้งระยะสักหน่อย พอหล่อนร้อนใจ คนที่ถือไพ่เหนือกว่าก็คือเรา ถึงตอนนั้นเผลอๆ อาจจะกดราคาได้ถูกลงอีก"
คิตาฮาระพยักหน้าอย่างพึงพอใจ "คุณหลิน คุณนี่รอบคอบเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ ตกลงตามนี้ ถ้าได้เจอแองเจลิน่าอีกเมื่อไหร่ให้รีบรายงานผมทันที"
หลินเจ๋อยืนตรงตะเบ๊ะ "รับทราบ ปฏิบัติตามคำสั่งครับ!"
......
พอกลับมาถึงป้อมตำรวจ ลูกน้องต่างพากันสังเกตว่าวันนี้ท่านสารวัตรอารมณ์บ่อจอยพิกล
ถ้าไม่ไล่เตะคนโน้น ก็ด่ากราดคนนี้
แม้แต่เอ้อร์จู้ผู้ซื่อบื้อก็ยังโดนหางเลขไปแบบงงๆ
"ไอ้เอ้อร์จู้ เอ็งดูพื้นตรงนี้สิ ถูประสาอะไรของเอ็ง สกปรกสิ้นดี ถูใหม่เดี๋ยวนี้!"
ว่าแล้วหลินเจ๋อก็แกล้งเตะก้นเอ้อร์จู้ไปป้าบหนึ่ง
เอ้อร์จู้ยืนเกาหัวแกรกๆ มองดูพื้นหินขัดที่มันวับจนแมลงวันเกาะยังลื่นหัวแตก
แต่ในเมื่อเจ้านายสั่งก็ต้องทำ เอ้อร์จู้ผู้ไม่คิดมากก็เดินไปหิ้วถังน้ำมาถูพื้นใหม่อีกรอบอย่างขยันขันแข็ง
[ติ๊ง! ตรวจพบว่าโฮสต์กลั่นแกล้งลูกน้องอย่างไร้เหตุผล รางวัล: ประทานอิฐหนึ่งก้อน x5]
[ประทานอิฐหนึ่งก้อน: โฮสต์สามารถเรียกก้อนอิฐร่วงลงมาจากฟ้า ฟาดเข้าที่ท้ายทอยศัตรูได้อย่างแม่นยำ]
ไอ้ระบบเวร!
เอ็งจะให้ของพรรค์นี้มาทำซากอะไร
ข้าอยากได้การ์ดความภักดีโว้ย!
ระหว่างที่กำลังหาเรื่องระบายอารมณ์อยู่ในป้อม เกาเซิงผิงก็โทรศัพท์เข้ามา
น้ำเสียงปลายสายดูหงุดหงิดไม่แพ้กัน "เซิงหมิน ฉันได้ยินลูกน้องรายงานมาว่า แถวกวงอันเหมินมีคนแอบเปิดตลาดมืดขึ้นมาแข่งกับเรา ยอดขายเราตกฮวบเลยนะ"
หลินเจ๋อตาลุกวาว "เยี่ยมไปเลย!"
"หา? แกพูดว่าไงนะ"
"เอ่อ... ท่านครับ ผมหมายความว่า ไอ้พวกนี้มันช่างกำเริบเสิบสานนัก! รู้ตัวไหมว่าเป็นคนของใคร ทำไมถึงกล้ามาแย่งข้าวเรากินถึงในถิ่นแบบนี้"
เกาเซิงผิงถอนหายใจเฮือก "แกจำโจวซือจิ้งได้ไหม"
"จำได้ครับท่าน คนที่ตายไปแล้วไม่ใช่รึ"
"ใช่ เดิมทีหมอนั่นถูกวางตัวให้เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารเสบียง แต่พอโดนเก็บไป ทางสมาคมรักษาความสงบฯ เลยตั้งคนใหม่ขึ้นมาแทน ได้ข่าวว่าตลาดมืดเจ้านี้มีคนคนนั้นหนุนหลังอยู่ แถมหมอนั่นก็น่าจะเป็นคนของท่านนายกเทศมนตรีอวี๋จิ้นเหอเสียด้วยสิ..."
หลินเจ๋อรีบชงต่อ "ท่านครับ ผมคิดว่าไม่ว่ามันจะเป็นคนของใคร การตั้งตลาดมืดเถื่อนก็ถือเป็นการทำลายความสงบเรียบร้อย แน่นอนว่าตลาดมืดของเราน่ะไม่เหมือนกัน ของเราทำเพื่อหาทุนสนับสนุนกองทัพญี่ปุ่น เรื่องนี้เราต้องแจ้งให้ไซโตะกับคิตาฮาระทราบก่อน ในเมื่อมันเป็นคนของนายกเทศมนตรีอวี๋ เราก็อย่าไปเล่นไม้แข็งกับมันซึ่งหน้า แต่ถ้าเล่นสกปรกใต้ดินล่ะก็... มีใครจะเชี่ยวชาญไปกว่าเราอีกรึ"
เกาเซิงผิงรอประโยคนี้อยู่พอดี
"เซิงหมิน งั้นเรื่องนี้ฉันมอบหมายให้แกจัดการ"
"ท่านรอฟังข่าวดีได้เลย"
วางสายจากเกาเซิงผิง หลินเจ๋อก็ต่อสายหาคิตาฮาระทันที
"ท่านคิตาฮาระครับ มีเรื่องด่วนต้องรายงาน ช่วงนี้ยอดเงินจากตลาดกลางคืนของเราลดลงผิดปกติ เราตรวจสอบแล้วพบว่ามีตลาดมืดเถื่อนโผล่ขึ้นมาแถวกวงอันเหมิน น่าจะเป็นคนของสมาคมรักษาความสงบฯ หนุนหลัง ท่านเห็นว่าเรื่องนี้..."
ตลาดมืดที่ตีนกำแพงฝั่งตะวันออกคือบ่อเงินบ่อทองของคิตาฮาระ ไม่ว่าจะชาติไหน การจะเป็นใหญ่เป็นโตมันต้องใช้เงินเบิกทาง คิตาฮาระอยากก้าวหน้าจะขาดเงินถุงเงินถังไปได้อย่างไร ดังนั้นใครมาแตะหม้อข้าวหม้อแกง ย่อมยอมไม่ได้
เสียงคิตาฮาระลอดมาตามสาย "บะกะ! ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานไหน ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากเรา ใครจะมาทำการค้าเถื่อนในเมืองไม่ได้ แต่ถ้าจะไปเจรจาเป็นทางการเดี๋ยวก็ต้องไปเถียงกับพวกสมาคมฯ อีก น่ารำคาญ เอาอย่างนี้ คุณหลิน คืนนี้คุณพาคนไป..."
เข้าทางโจร!
หลินเจ๋อวางหูโทรศัพท์แล้วตะโกนเรียก "เซี่ยเฉวียน! คัดคนฝีมือดีมาสิบคน คืนนี้ไปทำงานกับข้า!"
เซี่ยเฉวียนเห็นสารวัตรหลินกลับมายิ้มหน้าบานอีกครั้งก็นึกฉงน วันนี้หัวหน้าเป็นอะไรของแก เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ตามอารมณ์ไม่ทันจริงๆ
"ครับ! หัวหน้า ผมจะไปเตรียมตัวเดี๋ยวนี้!"
[จบแล้ว]