เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 - คุณผิดตรงไหน

บทที่ 40 - คุณผิดตรงไหน

บทที่ 40 - คุณผิดตรงไหน


บทที่ 40 - คุณผิดตรงไหน

หลินเจ๋อยังไม่ทันจะขอตัวกลับ เจ้าหน้าที่จากกองปราบปรามพิเศษแห่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลก็ยกโขยงกันมาถึง

หัวหน้าทีมวางท่าโอหัง ถามหลินเจ๋อไม่กี่คำด้วยน้ำเสียงเหมือนสอบจำเลย

หลินเจ๋อตอบไปตามน้ำ

"พวกเราตรวจค้นจุดที่ควรตรวจหมดแล้วครับ ไม่พบความผิดปกติอะไร คนงานรถไฟเงินเดือนดีเลี้ยงลูกเมียสบาย ใครเขาจะหาเรื่องใส่ตัว จริงไหมครับ? อ้อ ส่วนเขตบ้านพักคนงานนั่นมันกว้าง คนของเราน้อยเลยยังตรวจไม่ละเอียด แต่ผมว่าคงไม่มีปัญหาอะไรหรอก"

หัวหน้าทีมกองปราบแค่นเสียงขึ้นจมูก

"มีปัญหาหรือไม่มี ไม่ใช่หน้าที่ที่คุณจะตัดสิน"

จากนั้นก็หันไปสั่งลูกน้องให้กระจายกำลังปูพรมค้นบ้านพักทุกหลังอย่างละเอียด

หลินเจ๋อไม่โกรธสักนิด ยิ้มให้ทีหนึ่งแล้วเดินออกมา

ยืนรอหน้าประตูสำนักงานรถไฟอยู่พักใหญ่ เซี่ยเฉวียนก็กลับมา

หลินเจ๋อหันไปบอกลูกน้องคนอื่น

"พี่น้องทุกคนเหนื่อยมามากแล้ว กลับไปรอคำสั่งที่ป้อมตำรวจก่อน เดี๋ยวผมตามไป"

หวังเสียวโส่วเหลือบมองเซี่ยเฉวียนแวบหนึ่ง ก่อนจะพาพรรคพวกกลับไป

พออยู่กันลำพัง เซี่ยเฉวียนกระซิบรายงาน

"สะกดรอยตามไปแล้วครับ หมอนั่นดูเหมือนไม่เคยได้รับการฝึก ไม่รู้จักวิธีกลบเกลื่อนร่องรอย แต่ดวงแข็งชะมัดที่ไหวตัวไม่ทันว่าผมตาม"

"มันอยู่ที่ไหน?"

"ไม่ได้อยู่บ้านพักคนงานครับ แถวร้านตระกูลเหลืองมีชุมชนแออัดพวกบ้านเพิงหมาแหงน มันซ่อนตัวอยู่ที่นั่น"

"นำทางไป"

เซี่ยเฉวียนเองก็ขี่จักรยานเป็น เขาโดดขึ้นอาน หลินเจ๋อกระโดดซ้อนท้าย ภาพชายฉกรรจ์สองคนซ้อนจักรยานคันงามดูขัดตายิ่งนัก

มาถึงย่านร้านตระกูลเหลือง ทั้งสองจูงจักรยานเดินลัดเลาะเข้าไป

ที่นี่คือสลัมดีๆ นี่เอง ไม่มีรั้วรอบขอบชิด เปิดประตูออกมาก็เจอถนนลูกรัง

บ้านที่ดีหน่อยก็ก่ออิฐถือปูน ที่แย่ลงมาหน่อยก็เอาไม้ไผ่ขัดแตะมุงสังกะสีแล้วเอาโคลนพอก

ส่วนที่แย่ที่สุดคือกำแพงดินหลังคามุงจาก

บ้านแบบนี้ซ่อมง่าย หลังคาเปลี่ยนทุกสองเดือน กำแพงซ่อมทุกสามเดือน ยิ่งหน้าฝนยิ่งต้องซ่อมถี่ยิบ

คนงานคนเมื่อกี้อาศัยอยู่ในบ้านประเภทสุดท้าย

ซึ่งผิดปกติมาก คนงานซ่อมบำรุงทางรถไฟเงินเดือนไม่ขี้เหริ่ เดือนหนึ่งก็ได้เหรียญเงินเป็นสิบเหรียญ ต่อให้ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายยังไงก็ไม่น่าจะตกอับขนาดนี้

เว้นเสียแต่ว่าเขาจงใจทำตัวจน

หลินเจ๋อแนบหูฟังความเคลื่อนไหวหน้าประตู แล้วถีบประตูเปรี้ยงเข้าไป!

ชายคนนั้นกำลังหันหลังเก็บข้าวของ พอได้ยินเสียงประตูก็คว้าปืน

แต่ช้าไปก้าวหนึ่ง ของแข็งเย็นเฉียบจ่อเข้าที่ท้ายทอยเสียก่อน เขาตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับ

หลินเจ๋อถามเสียงเรียบ

"รู้ไหมว่าคุณทำผิดตรงไหน?"

ชายคนนั้นใจเด็ดพอดู คงกะว่าตายเป็นตาย เขาหัวเราะเยาะ

"ข้าผิดที่ฆ่าพวกญี่ปุ่นน้อยไปหน่อย! วันนี้พลาดท่าเสียที จะฆ่าจะแกงก็เชิญ แต่อย่าหวังว่าจะง้างปากข้าได้แม้แต่ครึ่งคำ!"

ที่พูดแบบนี้เพื่อหลอกล่อ เขาตั้งใจว่าถ้าหลินเจ๋อเผลอ เขาจะหันปากปืนยิงอกตัวเอง ให้กระสุนทะลุไปโดนคนข้างหลัง

ตายตกไปตามกัน อย่างน้อยก็ได้กำไร!

แต่หลินเจ๋อไม่ได้มาคนเดียว เซี่ยเฉวียนพุ่งเข้าชาร์จ จับข้อมือบิดกลับหลัง ปืนร่วงหลุดจากมือทันที

คนงานหนุ่มหมดฤทธิ์ ทรุดฮวบลงกับพื้น

แต่ปากยังเก่ง พยายามยั่วโมโห

"ข้าผิดที่ประมาทเลินเล่อ ไม่ทันระวังหมาตารับใช้ญี่ปุ่นอย่างพวกแก! ไอ้พวกขายชาติ ตายไปต้องตกนรกหมกไหม้! แน่จริงก็ยิงสิวะ!"

ผิดคาด หลินเจ๋อส่ายหน้าช้าๆ

"คุณผิดที่ไร้วินัย ไร้การจัดตั้ง ไม่รู้จักพึ่งพาพลังมวลชน เอาแต่ทำตัวเป็นฮีโร่ฉายเดี่ยว รู้ไหมว่าการกระทำสิ้นคิดของคุณ จะทำให้สหายที่แฝงตัวอยู่ต้องเดือดร้อนและถูกเปิดโปงกี่คน?"

คนงานหนุ่มอ้าปากค้าง สมองรวนไปหมด

นี่มัน... คำศัพท์พวกเรานี่หว่า?

เซี่ยเฉวียนเองก็ตาโตเท่าไข่ห่าน มองเจ้านายอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

นึกว่าท่านเป็นแค่ตำรวจขี้ฉ้อ ชอบรังแกชาวบ้าน ที่แท้ท่านมาจาก... ฝั่งสีแดงเหรอเนี่ย!

คนงานหนุ่มละล่ำละลัก "คุณ... คุณคือ?"

หลินเจ๋อปล่อยตัวเขา "ยังมีสายที่ติดต่อได้อยู่ไหม?"

ชายหนุ่มเงียบกริบ

หลินเจ๋อพยักหน้า "ดี ไม่ต้องพูด ผมจะไม่ถาม คุณไม่ต้องรู้ว่าผมเป็นใคร รู้แค่ว่าผมเป็นคนจีนก็พอ ทำตามที่ผมบอก แล้วผมจะหาทางพาคุณออกนอกเมือง"

จากนั้นก็ด่าซ้ำ "คุณนี่มันมือสมัครเล่นชัดๆ แค่ลองใจนิดหน่อยก็หลุดแล้ว จำไว้นะวันหลังเจอสถานการณ์แบบนี้อย่าเพิ่งกลับบ้าน ให้เดินวนไปวนมาหาที่ซ่อนตัวสักวันสองวันก่อน เข้าใจไหม!"

คนงานหนุ่มพึมพำ "ผมไม่ใช่สายลับภาคสนามนี่ครับ ผมเป็นฝ่ายปลุกระดมการนัดหยุดงาน"

"แล้วทำบ้าอะไรถึงไปยิงญี่ปุ่นสองคนนั้น?"

"พวกมันทั้งลงทะเบียนทั้งตรวจค้น สายส่งข่าวขาดการติดต่อหมด จะนัดหยุดงานก็ทำไม่ได้ พอดีเจอญี่ปุ่นสองตัวหลงฝูงมา จะไม่ให้ผมฆ่ามันได้ไง?"

หลินเจ๋อกุมขมับ "อย่าไปพูดแบบนี้กับใครอีกนะ ถ้าผมเกิดเปลี่ยนใจจับคุณไปขึ้นเงินรางวัลจะทำยังไง? มือสมัครเล่นจริงๆ ให้ตายเถอะ!"

หน่วยงานฝั่งนั้นการฝึกอบรมสายลับยังไม่เป็นระบบ อาศัยพรสวรรค์เฉพาะตัวเป็นหลัก ต้องรออีกเจ็ดแปดปีถึงจะมีโรงเรียนสายลับที่ผลิตบุคลากรมาต่อกรกับหัวหน้าไต้ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ

หลินเจ๋อหันไปมองเซี่ยเฉวียน นิ่งเงียบไม่พูดอะไร

เซี่ยเฉวียนยืนตรงตะเบ๊ะ "ท่านสารวัตรครับ ผมเป็นคนจีน!"

หลินเจ๋อพยักหน้า

"พาเขาไปเปลี่ยนชุด โกนหัวซะ แล้วพาไปที่บ้านร้างหลังที่สามในตรอกตะวันออกย่านตลาดเสี่ยวซื่อโข่ว ที่นั่นเคยเป็นบ่อนที่ผมสั่งปิด ตอนนี้ยังว่างอยู่ ไปรอผมที่นั่น"

แล้วกำชับทิ้งท้าย "เซี่ยเฉวียน ยึดปืนหมอนี่ไว้ ไอ้นี่มันตัวอันตราย ห้ามให้มันพูดกับใครเด็ดขาด ถ้าท่าไม่ดี เป่ามันทิ้งซะ แล้วบอกว่าจับคนร้ายได้"

ประโยคหลังพูดขู่ให้คนงานฟัง

ช่วยก็ส่วนช่วย แต่ถ้าจะพาซวยก็ต้องเด็ดขาด ถ้าความแตก หลินเจ๋อเก่งแค่ไหนก็ไม่รอด เซี่ยเฉวียนยิ่งไม่ต้องพูดถึง

ถ้าไม่ใช่เห็นแก่ความกล้าที่ยิงญี่ปุ่นไปสองศพ ช่วยระบายความแค้นให้ชาวปักกิ่ง หลินเจ๋อคงไม่เอาตัวมาเกลือกกลั้วกับเรื่องยุ่งยากนี้หรอก

พอทั้งคู่จากไป หลินเจ๋อก็จัดการกลบเกลื่อนร่องรอยในบ้านอย่างมืออาชีพ จนมั่นใจว่าไม่มีอะไรสาวถึงตัวได้ แล้วจึงปั่นจักรยานจากไป

โชคดีที่แถวนี้เป็นย่านคนจน กลางวันแสกๆ ออกไปทำงานหาเช้ากินค่ำกันหมด เลยไม่มีใครเห็น

กลับมาถึงกรมตำรวจเขต หลินเจ๋อทำหน้าเศร้าไปรายงานเกาเซิงผิง

"หัวหน้าครับ ผมรีบสุดชีวิตแล้ว แข่งกับเวลาแทบตาย แต่ก็ไม่ทันพวกหมาล่าเนื้อกองปราบ พวกมันมาถึงก็ไล่ตะเพิดพวกผมออกมา บอกจะรับช่วงต่อเอง รับช่วงบ้าบออะไรกัน!"

เกาเซิงผิงโกรธจนหน้าดำหน้าแดง โทรศัพท์ไปด่ากราดหลายสาย

สุดท้ายก็นั่งหมดอาลัยตายอยาก

"ญี่ปุ่นบอกให้สารวัตรทหารคุมคดี ให้กองปราบช่วย ไอ้เวรเฉียนต้าน่า คราวนี้หาเรื่องใส่ตัวกูแท้ๆ!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 40 - คุณผิดตรงไหน

คัดลอกลิงก์แล้ว