- หน้าแรก
- เป็นสายลับกู้ชาติ แต่ระบบอันธพาลดันบังคับให้เป็นคนเลว
- บทที่ 22 - งานเลี้ยงบ้านสกุลเกา
บทที่ 22 - งานเลี้ยงบ้านสกุลเกา
บทที่ 22 - งานเลี้ยงบ้านสกุลเกา
บทที่ 22 - งานเลี้ยงบ้านสกุลเกา
วันนี้หลินเจ๋อขยันผิดหูผิดตา ไม่โดดงานหนีไปไหน นั่งเฝ้าป้อมจนถึงห้าโมงเย็น
เขายังคงสวมเครื่องแบบตำรวจเต็มยศ หิ้วห่อผ้าขึ้นรถลากมุ่งหน้าสู่เมืองชั้นใน
แม้เกาเซิงผิงจะเป็นผู้กำกับเขตสามนอกเมือง แต่บ้านพักกลับตั้งอยู่ที่ตรอกกวนเม่าในเขตหนึ่งเมืองชั้นใน ซึ่งเป็นย่านผู้ดีมีตระกูล
ที่ดินแถบนี้แพงระยับ แต่เกาเซิงผิงกลับสามารถซื้อคฤหบดีขนาดสามเรือนสี่ลานบ้านได้ แสดงให้เห็นว่า "ความสามารถ" ในการโกยเงินของเขาไม่ธรรมดาจริงๆ
แม้ระยะทางจะไม่ไกลนัก แต่สำหรับคนลากรถแล้ว นี่ถือเป็นงานช้างที่ได้ราคาดี
ยุคนี้คนตกงานเกลื่อนเมือง อาชีพใช้แรงงานอย่างลากรถจึงมีคนแย่งกันทำ เถ้าแก่เจ้าของรถลากเลยได้ใจ ขึ้นค่าเช่ารถแถมยังโขกสับสารพัด
คนลากรถเยอะแต่คนนั่งน้อย รายได้จึงหดหาย พอเห็นหลินเจ๋อในชุดเครื่องแบบจะไปเมืองชั้นใน คนลากรถก็ดีใจรีบวิ่งทำเวลาสุดชีวิต สองมือกำก้านรถแน่น กดน้ำหนักตัวลง โน้มตัววิ่งฉิวอย่างนิ่มนวล
เมื่อถึงจุดหมาย คนเฝ้าประตูจำหลินเจ๋อได้ เห็นเขาหิ้วของพะรุงพะรังจะเข้ามาช่วยถือ แต่หลินเจ๋อเบี่ยงตัวหลบ
"ไม่ต้องลำบากหรอก รบกวนไปเรียนนายท่านให้หน่อยก็พอ"
คนเฝ้าประตูรู้ทันทีว่ามาส่งของกำนัล จึงรีบวิ่งเข้าไปรายงาน ไม่นานก็กลับออกมาเชิญด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
หลินเจ๋อทิปเงินเหรียญย่อยให้เล็กน้อย ทำเอาคนเฝ้าประตูโค้งคำนับแทบจะหัวโขกพื้น
เดินผ่านประตูเรือนชั้นในเข้าสู่ห้องรับรอง เกาเซิงผิงลุกขึ้นต้อนรับอย่างเป็นกันเอง "น้องชาย มาก็มาเถอะ จะหิ้วอะไรมาให้หนักไม้หนักมือทำไม"
หลินเจ๋อแสร้งทำหน้าเศร้า "ท่านพี่อย่าพูดแทงใจดำสิครับ ผมเห็นของชิ้นนี้วางอยู่ที่บ้านแล้วมันปวดใจ จุกอกจนกินข้าวไม่ลง ถ้าท่านไม่ช่วยรับไปจัดการให้ ผมคงตรอมใจตายแน่"
เกาเซิงผิงหัวเราะร่า "ไอ้น้องชายเอ๊ย! แค่ดูของพลาดนิดหน่อยเองน่า ถือเป็นค่าครู วันหลังเดี๋ยวพี่สอนให้!"
ปากว่ามือถึง รีบรับห่อผ้าไปแกะอย่างไว พอเห็นกล่องไม้หรูหรา ความคาดหวังก็พุ่งปรี๊ด
เปิดฝากล่องออก พบกาเหล้าทรงน้ำเต้าเคลือบสีเหลืองอำไพพร้อมจอกสี่ใบ วางสงบนิ่งบนผ้าแพร
ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์ตาลุกวาว... นี่มันของดี! ตีราคาต่ำๆ ก็ต้องมีหลักพันเหรียญ!
รอยยิ้มบนใบหน้าเกาเซิงผิงยับยู่ยี่ด้วยความดีใจ "น้องชาย! ของเก๊ชิ้นนี้... ทำออกมาได้ดีจริงๆ! ดีมาก!"
เขารีบสั่งคนรับใช้ให้เก็บของเข้าห้องนิรภัยทันที แล้วหันมาสั่งให้ตามฮูหยินออกมาต้อนรับแขก
บ้านสกุลเกาในยุคสาธารณรัฐไม่ได้เคร่งครัดประเพณีโบราณที่ห้ามผู้หญิงออกหน้าออกตา อีกอย่างการให้ภรรยาออกมาต้อนรับยังแสดงถึงความสนิทสนมดั่งคนในครอบครัว
สักพัก ฮูหยินเกาก็เดินนวยนาดออกมาจากหลังฉาก
นี่น่าจะเป็นภรรยาคนที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ อายุอานามน่าจะเพิ่งยี่สิบต้นๆ รูปร่างกะทัดรัดน่าทะนุถนอม สวมเสื้อเข้ารูปกระโปรงยาว ที่กระดุมเสื้อกลัดผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยเอาไว้
พอนางเห็นหลินเจ๋อ ก็ปรายตามองแวบหนึ่ง แววตาเจือความตัดพ้อระคนยินดี
หลินเจ๋อถึงกับพูดไม่ออก
แม่คุณคนนี้เจอกันแค่ครั้งเดียว ถ้าไม่พูดจาแทะโลมก็ส่งสายตายั่วยวน ถ้าเป็นมิเอะโกะนั่นยังมีเรื่องรักชาติมาเกี่ยวข้อง แต่กับคุณนายเกานี่มัน... ตัณหาล้วนๆ ชัดๆ!
เขาจึงแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
"มาๆ คุณนาย มารู้จักกันไว้ นี่คือหลินเซิงหมิน สารวัตรป้อมตงเปี้ยนเหมิน หนุ่มหล่ออนาคตไกล!" เกาเซิงผิงแนะนำ
ฮูหยินเกาย่อตัวคารวะแบบชาวแมนจู "คุณชายหลินหนุ่มแน่นมีความสามารถ ไม่ทราบว่าออกเรือนหรือยังคะ"
เกาเซิงผิงหัวเราะขัดจังหวะ "พวกผู้หญิงนี่นะ คุยอะไรก็วกเข้าเรื่องจับคู่จนได้"
ฮูหยินเกาปรายตามองหลินเจ๋ออีกรอบ "เกรงแต่ว่าคุณชายข้าราชการแบบนี้ จะแอบซุกซ่อนสาวๆ ไว้ข้างนอกจนนับไม่ถ้วนมากกว่ามั้งคะ"
หลินเจ๋อจ้องกลับเขม็ง... อย่าหาเรื่องให้ผมงานเข้าสิครับเจ๊!
เกาเซิงผิงร้อนตัว นึกว่าเมียกระทบกระเทียบตนเอง รีบแก้ต่าง "โธ่คุณ! ผมกับน้องเซิงหมินต่างก็เป็นสุภาพบุรุษผู้รักเดียวใจเดียว พูดเรื่องนี้ทำไมเสียบรรยากาศหมด เอ้า! ตั้งโต๊ะ ตั้งโต๊ะ!"
บอกว่าจะให้เมียทำกับข้าว แต่คุณนายมือบางเท่านี้น่ะหรือจะเข้าครัว ที่แท้ก็ให้พ่อครัวในบ้านทำมาเสิร์ฟจนเต็มโต๊ะ
วันนี้เกาเซิงผิงอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ควักขวดเหล้าทรงแปลกตาออกมา "นี่คือเหล้าสาเก ท่านไซโตะแห่งกองสารวัตรทหารมอบให้พี่มา วันนี้เรามาลองชิมของนอกกัน!"
หลินเจ๋อแกล้งยอ "ท่านพี่กว้างขวางจริงๆ ไม่นึกว่าจะมีสหายเป็นถึงนายทหารญี่ปุ่น"
เกาเซิงผิงยืดอกภูมิใจ "คุณไซโตะ เคโซ เมื่อก่อนเป็นพ่อค้า พี่เคยช่วยเหลือแกไว้หลายเรื่อง ไม่นึกว่าแกจะมียศมีตำแหน่ง พอตั้งกองสารวัตรทหารปุ๊บ แกก็ย้ายไปเป็นถึงร้อยเอกเชียวนะ!"
ตอนนี้ผู้บัญชาการกองสารวัตรทหารคือพันเอกมัตสึซากิ นาโอโตะ การมีเส้นสายระดับร้อยเอกถือว่าไม่เบาเลยทีเดียว
"งั้นท่านพี่ก็เตรียมตัวเลื่อนยศติดปีกได้เลยสิครับ ต่อไปได้เป็นอธิบดีกรมตำรวจ อย่าลืมผู้น้อยคนนี้นะครับ"
เกาเซิงผิงหัวเราะร่า ชอบใจสุดๆ
เขามีความทะเยอทะยานอยู่เต็มอก ทุกครั้งที่เห็นอธิบดีอวี๋จิ้นเหอวางก้าม เขามักจะคิดในใจเสมอว่า... เก้าอี้นั้นมันน่าจะเป็นของกู!
เรื่องเป็นฮั่นเจียน กูทำได้ดีกว่า! เรื่องขายชาติ กูขายได้เก่งกว่า! บทจะเลว กูขายได้แม้กระทั่งเมีย!
หลินเจ๋อรินสาเกใส่จอก
"ทหารจักรพรรดิมาแล้ว ชาวประชาเป็นสุข เราสองพี่น้องต้องปฏิบัติหน้าที่ให้สุดกำลัง เพื่อตอบแทนบุญคุณจักรพรรดิ! เอ้า ชน!"
หลินเจ๋อชนแก้วเบาๆ แล้วกระดกเข้าปาก
รสชาติจืดชืดบาดคอ สู้เหล้าขาวแรงๆ ของจีนไม่ได้เลยสักนิด เกาเซิงผิงเองก็หน้าเหยเก แต่ยังกัดฟันชม "รสดี! รสดี!"
สักพักสาวใช้ก็ยกซูชิมาเสิร์ฟอีกจาน
หลินเจ๋อซูฮกในใจ... พี่เกานี่มันฮั่นเจียนตัวพ่อจริงๆ กลางวันรับใช้ญี่ปุ่น กลางคืนกระดกสาเกแกล้มซูชิ ขาดอย่างเดียวคือเมียญี่ปุ่น ไม่งั้นคงครบสูตร!
พอคิดได้ดังนั้น เขาก็เหลือบมองฮูหยินเกาด้วยความสงสาร
สายตานั้นทำเอาฮูหยินเกาใจเต้นระรัว
ทันใดนั้น หลินเจ๋อก็รู้สึกถึงสัมผัสแปลกปลอมที่น่อง... มีอะไรบางอย่างกำลังไต่ขึ้นมา!
เขารีบเปลี่ยนเรื่องคุยกลบเกลื่อน
"ไม่แน่ว่าท่านพี่อาจจะได้ย้ายไปอยู่กองสารวัตรทหารนะครับ ช่วงนี้พวกต่อต้านยังเพ่นพ่าน เขาต้องการคนเก่งๆ แบบท่านไปจัดการ"
เกาเซิงผิงได้ทีคุยโว "เซิงหมินเอ้ย น้องยังไม่รู้อะไร ไปอยู่สารวัตรทหารน่ะงานหนักจะตาย ถึงจะรีดไถพวกพ่อค้าได้บ้าง แต่มันจะไปสู้การเก็บส่วยรายเดือนนิ่มๆ แบบเราได้ยังไง?"
เขากรอกสาเกเข้าปากแล้วบ่นต่อ "ดูอย่างเพื่อนพี่ คุณไซโตะนั่นไง วันก่อนนัดจะกินข้าวกัน ก็เบี้ยวพี่มาสามรอบแล้ว เดี๋ยวก็ไปจับนักเรียน เดี๋ยวก็ไปค้นบ้าน ล่าสุดบอกว่าจับตัวการใหญ่ได้ เลยหายหัวไปหลายวันแล้วเนี่ย! งานแบบนี้ทำไปก็ไม่คุ้มเหนื่อย!"
หลินเจ๋อหูผึ่ง... บทจะได้ความลับ ก็ได้มาง่ายๆ แบบนี้เลยเรอะ!
[จบแล้ว]