เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 - ลาภลอยก้อนโต

บทที่ 9 - ลาภลอยก้อนโต

บทที่ 9 - ลาภลอยก้อนโต


บทที่ 9 - ลาภลอยก้อนโต

[ติ๊ง! ตรวจพบโฮสต์เจตนาสังหารผู้จัดการสถานบันเทิง รางวัล: วิชาแปลงโฉม (ระดับต้น)]

หวังเสียวโส่วก้มลงกระซิบข้างหูหลินเจ๋อเสียงสั่น "สารวัตรครับ ปลาเหลืองตัวเล็กสี่สิบแท่ง! สี่สิบแท่งเลยนะขอรับ! หนักจนเสื้อผมแทบปริ เดี๋ยวผมจะแอบเอาไปส่งให้ที่บ้านนะครับ!"

ทองคำแท่งขนาดเล็กหนึ่งแท่งหนักหนึ่งตำลึง หรือประมาณสามสิบกรัมเศษ สี่สิบแท่งก็ปาเข้าไปกิโลกว่าๆ ไอ้หมอนี่มันเวอร์ไปหน่อยที่บอกว่าเสื้อจะปริ

แต่ในยุคข้าวยากหมากแพงแบบนี้ ทองคำหนึ่งแท่งแลกเงินหยางได้สี่สิบกว่าเหรียญ นี่มันลาภก้อนโตหล่นทับชัดๆ

หลินเจ๋อเงยหน้ามองลูกน้องคนสนิท "เสียวโส่ว เอ็งแบ่งไปสักสองแท่งไหมล่ะ หืม?"

หวังเสียวโส่วหน้าซีดเผือด รีบส่ายหัวดิก สาบานเป็นวรรคเป็นเวร "สารวัตร! ปีนี้ท่านให้ผมมาตั้งเท่าไหร่แล้ว? อย่าว่าแต่เงินเดือนหกเหรียญเลย ลำพังส่วนแบ่งค่าคุ้มครองที่ท่านโยนให้ ผมก็ใช้ไม่หมดแล้วครับ!"

มันทรุดตัวลงคุกเข่าโขกหัว "อย่าหาว่าผมโม้เลย ผมลองดีดลูกคิดดูเล่นๆ เดือนๆ นึงผมได้ตั้งยี่สิบกว่าเหรียญ อย่างขี้หมูขี้หมาก็สิบกว่าเหรียญ ถ้าไม่มีท่าน ผมจะมีปัญญาหาเงินขนาดนี้ได้เหรอ? ท่านรวยผมก็ดีใจ ขอแค่ท่านไม่ทิ้งผม ให้ผมติดตามรับใช้ไปจนตายก็พอ!"

"สารวัตรครับ ผมมันอดีตขี้ขโมย พ่อแม่ไม่มี ขอทานเก็บมาเลี้ยง โดนบังคับให้ลักเล็กขโมยน้อย แต่นับตั้งแต่มาอยู่กับท่าน เงินที่ไม่ควรได้ผมไม่เคยแม้แต่จะชายตามอง ถ้าผมคิดคด ขอให้ท่านควักลูกตาคู่นี้ออกมาเหยียบเล่นได้เลย!"

หลินเจ๋อยิ้มบางๆ รอจนมันพร่ำเพ้อจบถึงประคองให้ลุกขึ้น "ดูพูดเข้า เอ็งนี่มันดราม่าจริงๆ เอาเป็นว่าตอนแบ่งเงินของกลาง เอ็งเขียนรายการเบิกส่วนแบ่งของตัวเองให้เยอะหน่อย วันๆ เอ็งต้องคอยชงชา จัดเอกสาร วิ่งซื้อของให้อั๊ว อั๊วไม่ปล่อยให้เอ็งลำบากหรอก ทำดีมีรางวัล เชื่ออั๊วสิ อนาคตรุ่งแน่นอน!"

หลังจากวาดวิมานในอากาศให้ลูกน้องจนซาบซึ้งน้ำตาไหลพราก หลินเจ๋อก็เปิดประตูห้องเดินออกมา

"ดูท่าที่นี่จะไม่ใช่แค่บ่อนธรรมดา แต่เป็นรังโจรชัดๆ เมื่อกี้หัวหน้าโจรพยายามจะแย่งปืนอั๊ว อั๊วเลยจำเป็นต้องยิงสวนเพื่อป้องกันตัว วิสามัญฆาตกรรมมันซะ พวกเอ็งเห็นกันทุกคนใช่ไหม?"

เหล่าทิงไชขานรับพร้อมเพรียงกัน "เห็นครับท่าน! เห็นเต็มสองตาเลย!"

พวกนักเลงลูกน้องที่ถูกมัดอยู่ถึงกับอ้าปากค้าง

ลูกพี่กูแขนหลุดห้อยรุ่งริ่งขนาดนั้น จะเอาปัญญาที่ไหนไปแย่งปืนมึงวะ!

หลังจากนั้น แก๊งนักเลงเทียนจินก็ถูกคุมตัวไปยังสถานีตำรวจเขตย่อย เพราะลำพังป้อมตำรวจเล็กๆ ของหลินเจ๋อไม่มีห้องขังพอ

พอไปถึงสถานีตำรวจ หลินเจ๋อก็ทักทายคนรู้จักไปตลอดทาง

สารวัตรหลินเป็นคนรู้จักวางตัว ไม่เพียงแต่ส่งส่วยให้ 'เกาเซิงผิง' ผู้กำกับเขต แต่ระดับหัวหน้าแผนกยันเสมียนหน้าห้อง เขาก็เลี้ยงเหล้าเลี้ยงข้าวอยู่เนืองนิตย์

ดังนั้นชื่อเสียงของหลินเจ๋อในเขตสามจึงหอมฟุ้ง เวลาจะเบิกงบซื้ออุปกรณ์อะไร แค่เขียนใบคำร้องไป แป๊บเดียวของก็มาส่งถึงที่

ถ้าเป็นป้อมตำรวจอื่นน่ะเหรอ... รอกันจนเหงือกแห้งเถอะ!

ทักทายจนทั่วแล้ว หลินเจ๋อก็ขึ้นชั้นบนไปเคาะประตูห้องทำงานผู้กำกับ

"เข้ามา!" เสียงทุ้มลึกดังลอดออกมา

เกาเซิงผิงเป็นชายวัยสี่สิบเศษ หน้าตาดูมีอำนาจบารมี ปากกว้างคางเหลี่ยมตามตำราโหงวเฮ้งเศรษฐี

อดีตเคยเป็นทหารลาดตระเวนสังกัดกองทัพบก พอเก็บหอมรอมริบได้หน่อยก็ถีบหัวส่งเมียหลวงคู่ทุกข์คู่ยาก ไปแต่งงานใหม่กับน้องสาวของผู้บังคับกองพัน

พอกรมตำรวจก่อตั้งขึ้น เขาก็ใช้เงินวิ่งเต้นจนได้ตำแหน่ง ใครชอบเงินเขาก็เปย์ ใครบ้ากามเขาก็หาหญิงมาปรนเปรอ ช่วงหลังมานี้ญี่ปุ่นเริ่มมีอิทธิพล เขาก็เริ่มไปตีสนิทกับพ่อค้าญี่ปุ่นไว้หลายราย

ไม่ว่าศีลธรรมส่วนตัวจะบัดซบแค่ไหน แต่เป้าหมายในการเป็นข้าราชการของเขามีเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือ... โกยเงิน

ใครหาเงินให้เขาได้ คนนั้นคือพ่อบังเกิดเกล้า

พอเห็นว่าเป็นหลินเจ๋อ เกาเซิงผิงก็ยิ้มร่า "อ้าว เซิงหมินเองเรอะ มาๆ นั่งก่อนๆ"

หลินเจ๋อยืนตรงตะเบ๊ะอย่างแข็งขัน รายงานเสียงดังฟังชัด "ท่านผู้กำกับครับ กระผมนำกำลังเข้าจับกุมกลุ่มนักเลงเทียนจินแถวตลาดเสี่ยวซื่อโข่ว พวกนี้ต้องมีคดีติดตัวแน่นอนครับ ตอนนี้คุมตัวมาส่งที่เขตแล้ว ส่วนหัวหน้าแก๊งขัดขืนการจับกุมและพยายามทำร้ายเจ้าหน้าที่ กระผมเลยต้องวิสามัญฯ รบกวนท่านส่งเจ้าหน้าที่นิติเวชไปชันสูตรด้วยครับ"

เกาเซิงผิงหน้ามุ่ยลงเล็กน้อย

ไอ้เด็กนี่ วันๆ ไม่ไปหาช่องทางรีดไถ ดันไปไล่จับพวกกุ๊ยข้างถนนให้รกโรงพักทำไม ยุคนี้โจรชุมยิ่งกว่ายุง ถ้ามันไม่ไปปล้นบ้านขุนนาง กรมตำรวจก็ขี้เกียจจะยุ่ง

แต่จะไปดับไฟแรงของคนหนุ่มก็กระไรอยู่ ขืนลูกน้องหมดกำลังใจจะพาลหาเงินส่งส่วยไม่ได้ อีกอย่างมีผลงานปราบปรามติดปลายนวมไว้ประดับบารมีปีละเคสสองเคสก็ไม่เลว

"อื้ม... ทำได้ไม่เลวนะ..."

หลินเจ๋อพูดต่อ "และบังเอิญว่าพวกมันลักลอบเปิดบ่อนพนันเถื่อน ผมเลยสั่งยึดของกลาง ทำบัญชีส่งเข้าคลังเรียบร้อย และนี่... คือส่วนแบ่งของท่านครับ"

ว่าแล้วก็วางใบรายการของกลางลงบนโต๊ะ

เกาเซิงผิงเลิกคิ้วสูง กางกระดาษออกดู เห็นธนบัตรใบละร้อยห้าใบสอดไส้อยู่ข้างใน

เงินห้าร้อยนี่เป็นเงินที่เถ้าแก่ต้วนร้านผ้าไหมให้มาเมื่อคืน หลินเจ๋อขี้เกียจเอาไปแลก เลยเอามาเป็นของกำนัลให้เจ้านายเสียเลย

เกาเซิงผิงตาเป็นประกาย "โอ้โห! ไม่ใช่แค่ไม่เลวแล้ว นี่มันยอดเยี่ยมกระเทียมดองไปเลย!"

เขาลุกขึ้นเดินมากดไหล่หลินเจ๋อให้นั่งลงบนโซฟาอย่างสนิทสนม

"เซิงหมินเอ้ย อายุแค่นี้แต่ทำงานรอบคอบรู้ใจผู้ใหญ่จริงๆ พูดตรงๆ นะ ช่วงนี้บ้านเมืองย่ำแย่ งบประมาณก็ฝืดเคือง"

เขาควักกล่องบุหรี่เงินออกมา เคาะบุหรี่ส่งให้ หลินเจ๋อรีบจุดไฟให้ทันที

เกาเซิงผิงพ่นควันโขมง บ่นกระปอดกระแปด "ดูสิ ป้อมตำรวจตั้งกี่แห่ง วันๆ มีแต่ขอเงิน ขอคน อั๊วจะไปเสกมาจากไหน มีแต่ลื้อนี่แหละที่ช่วยแบ่งเบาภาระอั๊ว อนาคตไกลแน่ไอ้น้องชาย!"

หลินเจ๋อรีบลุกขึ้นยืน "ทั้งหมดเป็นเพราะท่านผู้กำกับชี้แนะและเมตตาครับ!"

ในใจกลับนินทา... อนาคตอั๊วไม่รู้ แต่อนาคตลื้อนี่คงรวยสะดือปลิ้นแน่ๆ!

เงินห้าร้อยซื้อเวลาคุยได้แค่นี้ เกาเซิงผิงทำท่าจะไล่แขกอ้างว่ามีราชการต่อ หลินเจ๋อจึงรีบหยอดไม้ตาย

"ท่านครับ กระผมมีเรื่องรบกวนท่านสักเล็กน้อย"

เกาเซิงผิงชะงัก คิดในใจว่าไอ้เด็กนี่มันร้าย เพิ่งให้เงินก็ทวงบุญคุณซะแล้ว แต่เห็นแก่ความจงรักภักดีและความสามารถ "ว่ามาสิ ใครฝากมาวิ่งเต้นคดี หรือญาติบ้านนอกอยากได้งานทำ? บอกมาเลย ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรง อั๊วจัดให้!"

หลินเจ๋อล้วงเอานาฬิกาพกสวิสสุดหรูที่ระบบเพิ่งประทานให้ออกมาวางบนโต๊ะ

"เมื่อเร็วๆ นี้มีพ่อค้าเทียนจินประสบอุบัติเหตุรถคว่ำในเขตผม ผมช่วยชีวิตเขาไว้ เขาเลยมอบนาฬิกาเรือนนี้ให้เป็นการตอบแทน แต่ผมดูแล้วมันเดินไม่ค่อยตรง ท่านผู้กำกับพอจะรู้จักช่างซ่อมนาฬิกาเก่งๆ ช่วยดูให้หน่อยได้ไหมครับ?"

เกาเซิงผิงกวาดตามองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นของดี สายสร้อยทองคำขาว ฝาเงินแท้ หน้าปัดฝังเพชร เสียงกลไกเดินติ๊กๆ ใสไพเราะเสนาะหู

เขาฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่ "เรื่องเล็กน้อย! เอ้า วางไว้ตรงนี้แหละ เดี๋ยวอั๊วให้คนไปซ่อมให้ เซิงหมินเอ้ย คนกันเองทั้งนั้น วันหลังไม่ต้องเกรงใจ เดี๋ยววันไหนว่างๆ จะให้ซ้อเขาทำกับข้าวให้กินที่บ้าน มาดวลเหล้ากันหน่อยนะ!"

[ติ๊ง! ตรวจพบโฮสต์ติดสินบนเจ้าพนักงาน รางวัล: เงินฝาปี้ 500 เหรียญ!]

หลินเจ๋อแทบสำลักความดีใจ หน้าแดงก่ำ ตะโกนลั่น "ขอบพระคุณครับท่าน!"

เกาเซิงผิงนึกว่าเด็กมันตื้นตันใจที่เจ้านายเมตตา ก็ตบไหล่ให้กำลังใจอีกสองสามที ก่อนจะปล่อยให้กลับไป

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 9 - ลาภลอยก้อนโต

คัดลอกลิงก์แล้ว