เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 - คำชมจากหัวหน้าไต้

บทที่ 6 - คำชมจากหัวหน้าไต้

บทที่ 6 - คำชมจากหัวหน้าไต้


บทที่ 6 - คำชมจากหัวหน้าไต้

วันเดียวกันนั้น

คลื่นวิทยุได้นำพาข้อมูลลับสุดยอดส่งตรงไปยังนครนานกิง

น่าเสียดายที่ 'หัวหน้าไต้' และเหล่าหัวหน้าแผนกไม่ได้ประจำการอยู่ที่นั่น แต่ยกโขยงกันไปประชุมที่เขาหลูซาน

รองหัวหน้าแผนกข่าวกรองที่เข้าเวรเฝ้าสำนักงานได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่วิทยุ เห็นว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตายจึงไม่กล้าชักช้า รีบส่งต่อข่าวกรองรหัส 'จิงฉิง-ฉบับที่ 6' ไปยังเขาหลูซานทันที

ช่วงนี้หัวหน้าไต้กำลังหัวหมุน

ภารกิจรักษาความปลอดภัยรอบด้านต้องรัดกุมไร้ที่ติ แต่ 'ท่านผู้นำสูงสุด' (เหล่าโถว) นั้นขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดเจ้าระเบียบ ทำให้หัวหน้าไต้โดนด่าเช้าเย็น

คนเราพอร้อนรนก็พาลหงุดหงิด พอหงุดหงิดไฟโทสะก็พุ่งพล่าน

หัวหน้าไต้เพิ่งโดนท่านผู้นำสวดชุดใหญ่บนยอดเขา พอกลับลงมาที่สำนักงานตีนเขาก็ระเบิดอารมณ์ใส่ลูกน้องทันที

"ไปเรียกเหอจือหยวนมาพบเดี๋ยวนี้!"

เหอจือหยวนคือหัวหน้าแผนกข่าวกรอง

ชายวัยสามสิบกว่าผู้มีใบหน้าตายด้าน พูดน้อยต่อยหนัก ดูภายนอกทื่อมะลื่อเหมือนท่อนไม้

เขาได้รับโทรเลขจากนานกิงแล้ว พับเก็บใส่กระเป๋าเสื้อ พอได้ยินเลขาฯ บอกว่านายเรียกพบ ก็เดินหน้านิ่งเข้าไปในห้องทำงาน

ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไป ก็เจอพายุอารมณ์พัดกระหน่ำใส่หน้า

"วันๆ เอาแต่นั่งแก้โจทย์เลขบ้าบอคอแตกอะไรของแกในห้อง! งานการสำคัญเสียหายไปหมดแล้ว!"

หัวหน้าไต้ไพล่มือเดินวนไปมา น้ำลายแตกฟองกระเด็นว่อน

ก่อนจะมาเข้าลี่สิงเซ่อ เหอจือหยวนเคยเป็นครูสอนคณิตศาสตร์ระดับมัธยม ผู้หลงใหลในตัวเลขถึงขั้นเคยเขียนตำราวิชาการมาแล้ว

"เรื่องทางเหนือนี่ฉันโดนด่าจนหูชา กินไม่ได้นอนไม่หลับ!"

หัวหน้าไต้เดินอ้อมโต๊ะมายืนจ้องหน้าเหอจือหยวนเขม็ง

"แล้วพวกแกล่ะ! วันๆ เอาแต่หาช่องทางค้าของเถื่อนบ้างล่ะ มัวเมากับเมียน้อยบ้างล่ะ ในสมองพวกแกยังมีคำว่า 'หน้าที่' หลงเหลืออยู่บ้างไหม!"

ด่าจนพอใจ ด่าจนเหนื่อยหอบ เหอจือหยวนถึงค่อยๆ ล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดละอองน้ำลายบนใบหน้าอย่างใจเย็น

จากนั้นก็หยิบกระดาษโทรเลขแผ่นนั้นออกมา "ข่าวจากเป่ยผิงครับ ญี่ปุ่นกำลังจะสร้างสถานการณ์ความขัดแย้งที่กวงอันเหมิน"

หัวหน้าไต้ที่กำลังยกแก้วน้ำขึ้นดื่มชะงักกึก วางแก้วลงดังปัง หันขวับมามอง

เขากระชากกระดาษไปอ่านทวนซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ

สายตาคมกริบตวัดมองเหอจือหยวน "ตรวจสอบหรือยัง?"

เหอจือหยวนยังคงทำหน้าตาย ในใจคิดว่า 'จะให้ตูไปตรวจสอบกับผีที่ไหนล่ะวะ'

แต่ใบหน้าไร้อารมณ์แบบนี้แหละที่สร้างความน่าเชื่อถือได้ชะงัดนัก เขาตอบเสียงเรียบ "ให้คนตรวจสอบหลายทางแล้วครับ ทหารญี่ปุ่นที่เฟิงไถมีการเคลื่อนไหวผิดปกติจริง แต่ยังระบุวันที่แน่นอนไม่ได้"

พูดเหมือนไม่ได้พูด

สถานการณ์ป่านนี้แล้ว ค่ายทหารญี่ปุ่นรอบเป่ยผิงที่ไหนบ้างจะไม่เคลื่อนไหว?

แต่หัวหน้าไต้กลับพอใจมาก จะยืนยันหรือไม่ยืนยันมันสำคัญตรงไหน?

ถ้าญี่ปุ่นไม่บุกกวงอันเหมิน ก็แปลว่าข่าวรั่วเลยเปลี่ยนแผน! แต่ถ้าบุกจริง เราก็ได้หน้าเต็มๆ!

"นี่เป็นข่าวจากสายของหน่วยไหนในเป่ยผิง?"

เหอจือหยวนตอบเสียงเบา "เป็นสายข่าวสายเดียวที่ติดต่อกับ 'เหล่าจวง' ทราบเพียงรหัสลับว่า 'จินฝอ' (พระพุทธรูปทองคำ) ครับ จะให้ทางนานกิงส่งแฟ้มประวัติมาไหมครับ"

หัวหน้าไต้โบกมือ "จินฝอ... ดี! ดีมาก! สั่งการเหล่าจวงไป ให้ยกระดับการคุ้มกันคนผู้นี้เป็นพิเศษ รอเหล่าจวงกลับนานกิงเมื่อไหร่ค่อยดึงแฟ้มจินฝอออกมาแยกต่างหาก"

เขานิ่งคิดสักพักก่อนสั่งต่อ "ให้เขาฝังตัวอยู่ในพื้นที่เป่ยผิงต่อไป ไม่แน่ว่าในภายภาคหน้าคนผู้นี้อาจจะมีประโยชน์มหาศาล!"

พอสั่งงานเสร็จ ก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่เพิ่งด่าลูกน้องไปเสียเละเทะ จึงปรับเสียงให้อ่อนลง

"จือหยวนเอ้ย สถานการณ์มันตึงเครียด อีกไม่กี่วันคงต้องระดมพลกันยกใหญ่ ข้าวของกำลังแพง ทางหน่วยเซี่ยงไฮ้เพิ่งยึดน้ำตาลทรายขาวมาได้ล็อตหนึ่ง แกเอาไปจัดการปล่อยของซะนะ"

เหอจือหยวนยืนตรง "รับทราบครับ!"

ตบหัวแล้วลูบหลัง นี่คือกุศโลบายการปกครองคนของหัวหน้าไต้โดยแท้

เมื่อไล่เหอจือหยวนกลับไปแล้ว หัวหน้าไต้ก็รีบบึ้งรถขึ้นเขาไปรายงานผลงานทันที

"ท่านอาจารย์ครับ นักเรียนให้ความสำคัญกับงานข่าวกรองทางเป่ยผิงมาตลอด ตอนนี้เราพบหนอนบ่อนไส้ในกองทัพบกชื่อจินหย่วนจื้อ มันขายชาติเอาข้อมูลไปขายให้ญี่ปุ่น ผมสั่งเก็บเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้เรายังได้ข้อมูลสำคัญชิ้นใหม่มา ขอท่านโปรดพิจารณา..."

.........

ตัดกลับมาที่เป่ยผิง ป้อมตำรวจสถานีตงเปี้ยนเหมิน

หลินเจ๋อนั่งเอาขาพาดโต๊ะทำงาน ฮัมเพลงงิ้วอย่างสบายอารมณ์

อากาศเริ่มร้อนอบอ้าวขึ้นทุกที แต่หวังเสียวโส่วลูกน้องคนขยันก็ช่างรู้ใจ วิ่งรอกเข้าออกวันละหลายรอบ คอยสืบข่าวมาคาบเกี่ยวให้เจ้านายฟัง ทำให้สารวัตรหลินไม่ต้องก้าวขาออกจากห้องก็รู้ความเป็นไปทั่วสารทิศ

แถมมันยังไปติดต่อบ้านคนทำน้ำแข็ง ให้ส่งก้อนน้ำแข็งก้อนบะเริ่มเทิ่มมาส่งทุกวัน เอาใส่กะละมังทองเหลืองวางไว้มุมห้อง

ผลลัพธ์ดีเกินคาด พอปิดประตูหน้าต่างสนิท อุณหภูมิในห้องก็ลดฮวบ เย็นฉ่ำชื่นใจ

ขณะที่กำลังจิบชาอ่านหนังสือพิมพ์ เคล้าเสียงเพลงงิ้วเพี้ยนๆ ของตัวเองอยู่นั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

หลินเจ๋อขานรับ "เข้ามา!"

หวังเสียวโส่วเดินตัวงอเข้ามาพร้อมรอยยิ้มประจบประแจง หันไปปิดประตูลงกลอน แล้วรีบปรี่เข้ามาหยิบบุหรี่ยี่ห้อฮาเต๋อเหมินบนโต๊ะส่งให้เจ้านาย พร้อมจุดไม้ขีดไฟให้เสร็จสรรพ

หลินเจ๋อตบหลังมือมันเบาๆ "อื้ม เอ็งก็สูบสักตัวสิ ลำบากแย่เลยนะ"

หวังเสียวโส่วทำท่าตกใจ "ทำงานให้ท่านสารวัตรจะเรียกว่าลำบากได้ไงขอรับ! นึกถึงเมื่อก่อนสิ กระผมเป็นใคร? เป็นแค่นักล้วงกระเป๋าข้างถนน ขโมยเงินมาได้ก็ต้องส่งให้นายหน้า ถ้าโดนจับได้ก็โดนกระทืบฟรี! ตั้งแต่มาอยู่ใต้บารมีท่าน ผมถึงได้ลืมตาอ้าปากมีความเป็นคนกับเขาบ้าง อย่าว่าแต่ให้ไปเดินตรวจงานเลย ต่อให้..."

หลินเจ๋อเคาะขี้บุหรี่ พยักหน้าตัดบท "พอๆ เลิกเยินยอได้แล้ว ว่าธุระมา"

หวังเสียวโส่วรีบหยุดพร่ำเพรื่อ กดเสียงต่ำรายงาน "สารวัตรครับ ในตรอกหลังตลาดเป่ยเสี่ยวโข่ว มีบ่อนพนันเถื่อนเพิ่งมาเปิดใหม่ขอรับ!"

ตลาดเป่ยเสี่ยวโข่วเป็นพื้นที่โล่งทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ในเขตดูแลของหลินเจ๋อ มักมีพ่อค้าแม่ขายมาตั้งแผงลอย แต่ตรอกซอกซอยแถวนั้นเคยโดนลูกหลงจากสงครามขุนศึกระเบิดลงจนราบ พอชาวบ้านมาปลูกเพิงอยู่ใหม่ สภาพเลยแออัดยัดเยียด ผู้คนร้อยพ่อพันแม่ พวกหากินทางลัดเยอะ คนดีๆ มีน้อย

หลินเจ๋อถามทันควัน "เบื้องหลังมีตอไหม?"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 6 - คำชมจากหัวหน้าไต้

คัดลอกลิงก์แล้ว