- หน้าแรก
- เป็นสายลับกู้ชาติ แต่ระบบอันธพาลดันบังคับให้เป็นคนเลว
- บทที่ 1 - คุณนายมิยาโมโตะกับเช้าวันใหม่
บทที่ 1 - คุณนายมิยาโมโตะกับเช้าวันใหม่
บทที่ 1 - คุณนายมิยาโมโตะกับเช้าวันใหม่
บทที่ 1 - คุณนายมิยาโมโตะกับเช้าวันใหม่
ปลายเดือนมิถุนายน ปีสาธารณรัฐที่ยี่สิบหก
หลินเจ๋อลืมตาตื่นขึ้นก่อนจะค่อยๆ ยันกายลุกจากเตียง
"คุณหลินตื่นแล้วหรือคะ เชิญล้างหน้าบ้วนปากก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันจะรีบไปเตรียมอาหารเช้ามาให้"
สตรีผู้มีใบหน้าคล้ายคลึงกับดาราญี่ปุ่นอย่างมัตสึชิมะ นานาโกะ ยกถาดไม้ขนาดกะทัดรัดเข้ามานั่งคุกเข่าอยู่ข้างเตียงอย่างนอบน้อม
บนถาดใบนั้นประกอบด้วยแปรงสีฟันที่ป้ายผงสีฟันเตรียมไว้ให้เสร็จสรรพ ถ้วยน้ำอุ่น กะละมังใบย่อม และผ้าขนหนูสีขาวที่ยังคงมีไอความร้อนกรุ่นลอยจางๆ
ชายหนุ่มนามว่าหลินเจ๋อผู้นี้ดูแล้วน่าจะอายุราวๆ ยี่สิบปี ดวงตากลมโตฉายแววเฉลียวฉลาดรับกับสันจมูกโด่งเป็นสัน เขาจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าพลางเอ่ยเย้าด้วยน้ำเสียงกรุ้มกริ่ม
"คุณนายมิยาโมโตะ คุณคงไม่อยากให้คุณผู้ชายรู้เรื่องความสัมพันธ์ของเราหรอกกระมังครับ"
[ติ๊ง! ระบบจอมอันธพาลพร้อมให้บริการ ตรวจพบโฮสต์ข่มขู่ภรรยาผู้อื่นด้วยวาจา มอบรางวัล: ทักษะภาษาญี่ปุ่นระดับปรมาจารย์!]
หลินเจ๋อรู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูกกับเจ้าระบบสุดเพี้ยนตัวนี้
คำพูดเมื่อครู่มันนับเป็นพฤติกรรมอันธพาลตรงไหนกัน
เมื่อวานตอนเขาจูงหมาเดินเล่นอยู่ในบ้านก็ไม่เห็นระบบมันจะมีปฏิกิริยาอะไรสักนิด
นับตั้งแต่ข้ามภพมายังโลกใบนี้ได้ปีกว่า ระบบเจ้ากรรมนายเวรนี้ก็ไม่เคยทำตัวพึ่งพาได้เลยสักครั้ง อย่าว่าแต่จะหากฎเกณฑ์การทำงานที่แน่นอนเลย
ขอเพียงแค่ระบบตรวจจับสิ่งที่มันทึกทักเอาเองว่าเป็น "พฤติกรรมอันธพาล" มันก็จะสุ่มมอบรางวัลมาให้ตามใจชอบ
บางครั้งก็เป็นเงิน บางครั้งก็เป็นสิ่งของ หรือบางทีก็เป็นตำราทักษะ
ทว่าสิ่งที่หลินเจ๋อคาดไม่ถึงคือมุกตลกฝืดๆ ของเขาประโยคนี้กลับทำให้คุณนายมิยาโมโตะขวัญหนีดีฝ่อ
หญิงสาวรีบวางถาดไม้ลงข้างตัวก่อนจะลนลานคว้าแส้ที่วางอยู่ปลายเตียงมายกขึ้นเหนือหัวด้วยสองมือ เนื้อตัวสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ
"คุณหลินคะ มิเอะโกะผิดไปแล้ว เรื่องเมื่อวานฉันไม่ควรร้องเจ็บออกมาเลย ได้โปรดลงโทษฉันด้วยเถอะค่ะ! ขอแค่อย่าทิ้งฉันไปก็พอ!"
มิเอะโกะติดตามสามีที่เป็นพ่อค้าชาวญี่ปุ่นมาพำนักอยู่ที่เป่ยผิงได้สามปีแล้ว
เมื่อหนึ่งปีก่อนหลินเจ๋อติดตามอาจารย์มาประจำการที่สถานีเป่ยผิง เขตหัวเป่ย สังกัดหน่วยปฏิบัติการพิเศษลี่สิงเซ่อ และได้กลายมาเป็นเพื่อนบ้านของเธอโดยบังเอิญ
หากจะกล่าวว่าจุดเริ่มต้นคือความสัมพันธ์แบบจำยอม ปัจจุบันคงต้องเรียกว่าถลำลึกจนถอนตัวไม่ขึ้น
สามีของนางอย่างนายมิยาโมโตะมักต้องเดินทางไปรับสินค้าที่จินเหมินอยู่เป็นนิจ มิเอะโกะจึงมักฉวยโอกาสนี้เชิญหลินเจ๋อมาทาน "อาหารมื้อใหญ่" ให้อิ่มหนำสำราญอยู่เสมอ
หลินเจ๋อโบกมือปัดอย่างไม่ใส่ใจ พลางรับแส้มาหวดลงพื้นเปรี้ยงปร้างพอเป็นพิธี
"เอาล่ะ รู้ว่าผิดก็ดีแล้ว ลุกขึ้นเถอะ วันนี้ผมจะออกไปหาอะไรกินที่ตลาด"
ว่าจบเขาก็ลุกจากเตียงโดยมีมิเอะโกะคอยปรนนิบัติล้างหน้าแปรงฟัน จากนั้นจึงสวมเครื่องแบบเต็มยศแล้วเดินอาดๆ ออกจากบ้านไป
นอกจากสถานะสายลับชั้นผู้น้อยสังกัดหน่วยตรวจสอบแห่งลี่สิงเซ่อประจำสถานีเป่ยผิงแล้ว หลินเจ๋อยังมีฉากหน้าเป็นนายตำรวจลาดตระเวน
แต่เขาไม่ใช่ตำรวจกระจอกงอกง่อยที่ต้องเดินตากแดดหน้าดำคร่ำเครียด ด้วยรูปร่างสูงใหญ่กำยำและไหวพริบเป็นเลิศ อีกทั้งยังปราศจากความเมตตาปรานีแบบพวกปัญญาชนหน้าจืด ทำให้เขาเป็นที่โปรดปรานของเจ้านายยิ่งนัก
เงินที่ควรรับเขาก็รับ เรื่องที่ไม่ควรยุ่งเขาก็ทำเป็นมองไม่เห็น
ประกอบกับมีอาจารย์คอยหนุนหลังอยู่เงียบๆ ไม่นานนักหลินเจ๋อก็ได้เลื่อนขั้นเป็นสารวัตรประจำป้อมตำรวจสถานีตงเปี้ยนเหมิน สังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาลเขตสาม
อาณาเขตตั้งแต่ทิศใต้ของสถานีรถไฟจดทิศเหนือของหนิวเจี่ยววาน ลากยาวไปจนถึงทิศตะวันออกของปากตรอกเป่ยเสี่ยว รวมถึงตลาดอีกสองแห่ง ล้วนอยู่ในความดูแลของเขาทั้งสิ้น
ใต้บังคับบัญชามีตำรวจสิบกว่านายและลูกจ้างชั่วคราวอีกกว่ายี่สิบชีวิต เรียกได้ว่าเขี้ยวเล็บครบครัน
ทันทีที่สารวัตรหลินปรากฏตัวบนท้องถนน เสียงทักทายเซ็งแซ่ก็ดังขึ้นรอบทิศ
"สารวัตรหลิน! วันนี้ออกเวรเช้าหรือขอรับ ซาลาเปาร้อนๆ เพิ่งออกจากเตา รับสักสองลูกไหมครับ!"
"ซาลาเปาอะไรกันเล่า! ท่านสารวัตรดูร้านผมดีกว่า เครื่องในตุ๋นเพิ่งเสร็จใหม่ๆ ผมเก็บส่วนกระเพาะหมูเนื้อนุ่มๆ ไว้ให้ท่านโดยเฉพาะ แกล้มกับขนมเปี๊ยะทอดสักสองชิ้น ตบตูดด้วยเหล้าเหลียนฮวาไป๋สักสองเป๊ก รับรองว่าวันนี้ท่านจะสบายตัวไปทั้งวัน!"
พ่อค้าอีกคนได้ยินดังนั้นก็ชักสีหน้าไม่พอใจ "ไอ้อ้วนหวัง เอ็งจะแหกปากพล่ามอะไรนักหนา สารวัตรหลินท่านมีราชการรัดตัว จะเอาเวลาที่ไหนมานั่งกงกู๋กินเหล้าแต่หัววันทื่ร้านรูหนูของเอ็ง!"
หลินเจ๋อขมวดคิ้วเล็กน้อย "ตั้งใจทำมาหากินกันไปเถอะ วันนี้อั๊วอยากเปลี่ยนรสชาติหน่อย"
พูดจบเขาก็เดินตรงไปยังร้านเกี๊ยวเจ้าประจำที่อยู่ถัดไป
เถ้าแก่ร้านเกี๊ยวเห็นดังนั้นก็ยิ้มแก้มแทบปริ รีบคว้าผ้าขี้ริ้วที่พาดไหล่มาเช็ดม้านั่งตัวยาวจนแทบจะขึ้นเงา
"เชิญครับนายท่านหลิน! เชิญนั่งๆ เกี๊ยวหมูเพิ่งห่อเสร็จใหม่ๆ รับประกันความสดขอรับ!"
เถ้าแก่ร้านมือไวปานวอก ลวกเกี๊ยว ใส่กุ้งแห้ง จิ๊กโฉ่วซานซี และผักชีลงชาม ราดด้วยน้ำซุปหอมกรุ่นแล้วเหยาะน้ำมันงาปิดท้าย ก่อนจะยกมาเสิร์ฟอย่างคล่องแคล่ว
เมื่อจัดการเกี๊ยวจนเกลี้ยงชาม หลินเจ๋อก็เช็ดปากแล้วลุกเดินหนีไปดื้อๆ
ฝ่ายเถ้าแก่ร้านก็ไม่มีทีท่าจะทวงเงิน ซ้ำยังโค้งคำนับปลกๆ ปากพร่ำบอก "ค่อยๆ เดินนะขอรับ นายท่านเดินดีๆ!"
[ติ๊ง! ตรวจพบโฮสต์รับประทานอาหารแล้วชักดาบ รางวัล: เงินสดสิบเหรียญหยาง นำฝากเข้าคลังระบบเรียบร้อยแล้ว]
เดินพ้นร้านไปไม่กี่ก้าว หลินเจ๋อก็ชะงักเท้าก่อนจะเดินย้อนกลับมา แล้วโยนเหรียญเงินหยางหนึ่งเหรียญให้เถ้าแก่ร้านเกี๊ยว
"นี่ฟังนะ วันหลังไปหาซื้อชามกระเบื้องเคลือบเนื้อดีมาติดร้านไว้บ้าง ต่อไปถ้าอั๊วมาถล่มร้านลื้ออีก ให้ใช้ชามดีๆ ใส่มาให้ ลื้อกล้าเอาชามดินเผาหยาบๆ แบบนี้มาให้คนอย่างอั๊วใช้ได้ยังไงฮะ?"
เถ้าแก่รับเงินมาอย่างลนลาน "ขอบพระคุณนายท่านหลินที่เมตตาขอรับ!"
เขามองตามแผ่นหลังกว้างของหลินเจ๋อที่เดินไกลออกไปพลางถอนหายใจด้วยความซาบซึ้ง
"สารวัตรหลินนี่ช่างเป็นคนดีจริงๆ ตั้งแต่ท่านมารับตำแหน่งที่นี่ พวกเราก็แค่จ่ายค่าคุ้มครองให้ตรงเวลา ไม่ต้องคอยผวาพวกอันธพาลหน้าไหนมารังแกอีก ถ้ามีใครมาหาเรื่อง ท่านก็ออกหน้าจัดการให้ชาวบ้านตาดำๆ อย่างเราเสมอ พ่อพระมาโปรดแท้ๆ!"
หลินเจ๋อเดินทอดน่องตรวจตราความเรียบร้อยไปตลอดทางจนกระทั่งมาถึงตึกแถวสองชั้นอันเป็นที่ตั้งของป้อมตำรวจ เหล่าตำรวจชั้นผู้น้อยต่างพากันยืนตรงทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง
เขาพยักหน้ารับรู้แล้วเดินขึ้นไปยังห้องทำงานชั้นสอง ไม่นานนักลูกน้องคนสนิทอย่าง 'หวังเสียวโส่ว' ก็รีบยกกาน้ำชาปี้หลัวชุนหอมกรุ่นเข้ามาเสิร์ฟถึงที่
เดิมทีหวังเสียวโส่วเป็นเพียงนักล้วงกระเป๋ากระจอกๆ ข้างถนน หลังจากถูกหลินเจ๋อจับได้และซ้อมจนเกือบพิการ เขาก็เล็งเห็น 'พรสวรรค์' บางอย่างในตัวหมอนี่ จึงเก็บไว้ใช้งานเป็นลูกจ้างคอยจับตาดูพวกมิจฉาชีพในพื้นที่
นับแต่นั้นมาความสงบเรียบร้อยรอบสถานีตงเปี้ยนเหมินก็ดีขึ้นทันตาเห็น คดีล้วงกระเป๋าลดฮวบจนแทบเป็นศูนย์
ผลงานนี้ทำให้ผู้กำกับเขตสามเอ่ยปากชมหลินเจ๋อไม่ขาดปากว่าบริหารงานได้ยอดเยี่ยม
"ไอ้มือไว วันนี้มีเรื่องอะไรบ้าง"
หวังเสียวโส่วรินน้ำชาใส่ถ้วยพลางค้อมตัวรายงาน
"เรียนสารวัตร ไม่มีเรื่องใหญ่โตอะไรขอรับ เมื่อคืนตอนดึกมีไฟไหม้ที่บ้านหลังหนึ่งแต่ก็ดับทันท่วงที ส่วนเมื่อเช้านี้มีพวกนักมวยปล้ำสองก๊วนเขม่นกัน ตีกันนัวเนียแต่พวกพี่ๆ ก็ไปไล่ตะเพิดแยกย้ายกันไปหมดแล้ว อ้อ แล้วก็ตอนเที่ยงเถ้าแก่ต้วนแห่งร้านผ้าไหมซินฮุ่ยเซิ่งอยากเรียนเชิญสารวัตรไปทานข้าวที่ภัตตาคารฮุ่ยเสียนจวี ส่วนตอนเย็น..."
หลินเจ๋อยกมือห้าม "เมื่อเช้าฟาดไปเยอะแล้ว มื้อเที่ยงไม่อยากกินอะไรหนักท้อง ปฏิเสธนัดไปให้หมด บอกว่าอั๊วอยากกินอะไรเบาๆ"
เขาหยุดคิดครู่หนึ่งก่อนจะกำชับเพิ่ม "ช่วงนี้ชาวบ้านชาวช่องกำลังขวัญเสีย ลือกันให้แซ่ดว่าจะเกิดสงครามกับพวกญี่ปุ่น พวกหากินทางลัดก็เริ่มจะเพ่นพ่าน เอ็งกำชับลูกน้องให้หูตาไวหน่อย ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลรีบมารายงานอั๊วทันที อย่าให้เรื่องไปถึงหูเบื้องบนให้รำคาญใจเด็ดขาด!"
หวังเสียวโส่วยืนตรงตะเบ๊ะท่าสวย "รับทราบขอรับ!"
จากนั้นมันก็กลับมาค้อมตัวต่ำ เลื่อนถ้วยชาส่งให้เจ้านาย "เชิญจิบชาแก้กระหายขอรับ นี่เป็นน้ำแร่จากภูเขาอวี้เฉวียน ตาเฒ่าหลี่ร้านรถขนน้ำแกเพิ่งเอามาส่งให้เมื่อเช้ามืดนี่เอง!"
[จบแล้ว]