- หน้าแรก
- ภรรยาผม คือจอมราชันย์ผู้ยิ่งใหญ่
- บทที่ 30: เหอซีมอบชุดเกราะ 'ดาร์กซิลเวอร์' แบบพิเศษให้พระเอก
บทที่ 30: เหอซีมอบชุดเกราะ 'ดาร์กซิลเวอร์' แบบพิเศษให้พระเอก
บทที่ 30: เหอซีมอบชุดเกราะ 'ดาร์กซิลเวอร์' แบบพิเศษให้พระเอก
บทที่ 30: เหอซีมอบชุดเกราะ 'ดาร์กซิลเวอร์' แบบพิเศษให้พระเอก
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉินเป่ยเสวียนก็ไปไม่ถูกครู่หนึ่ง เพราะเขาเองก็รู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างเหลียงปิงกับเหล่าทูตสวรรค์นั้นตึงเครียดขนาดไหน
เหอซียิ้มแล้วพูดว่า "ไม่มีอะไรหรอก ฉันก็แค่ถามดู เพราะตอนนั้นฉันเห็นผ้าคลุมข้างหลังเธอ มันเป็นของราชาแห่งวิวรณ์ (King of Apocalypse)"
เธอหมายถึงผ้าคลุมสีดำที่เหลียงปิงมอบให้กับเฉินเป่ยเสวียน
เฉินเป่ยเสวียนพยักหน้าแล้วตอบว่า "อ๋อ ใช่ครับ ผมเจอเธอ เราคุยกันถูกคอดี"
เหอซีทำสีหน้าแปลกๆ มองเฉินเป่ยเสวียนด้วยรอยยิ้มกึ่งๆ
แม้เธอจะไม่พูดอะไร แต่มันกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับเฉินเป่ยเสวียน
สมกับเป็นราชาแห่งฐานทัพสวรรค์ แม้ปกติจะดูขี้เล่น แต่เธอก็ยังคงความเป็นราชา
"มีอะไรเหรอครับ?" เฉินเป่ยเสวียนถามพร้อมรอยยิ้ม แววตาไร้ซึ่งความหวาดหวั่น
เหอซีถามกลับ "เธอไม่กลัวเหรอ?"
เฉินเป่ยเสวียนตอบตามตรง "ทำไมต้องกลัวครับ? กลัวไปจะมีประโยชน์อะไร?"
เหอซีคลายแรงกดดันอันทรงพลังลง เผยรอยยิ้มออกมาแล้วพูดว่า "ไม่กลัวจริงๆ เหรอ?"
"ในโลกนี้ไม่มีอะไร ไม่มีใคร หรือสิ่งใด ที่จะทำให้ผมรู้สึกกลัวได้!"
ใบหน้าของเฉินเป่ยเสวียนมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว แม้เขาจะนั่งอยู่บนเก้าอี้ตามปกติ แต่เขากลับแผ่รังสีแห่งความน่าเกรงขามออกมา
มันเป็นความรู้สึกที่ประกาศก้องว่า 'เหนือฟ้าและใต้หล้า ข้าคือผู้ยิ่งใหญ่เพียงหนึ่งเดียว'
เขาชื่อเฉินเป่ยเสวียน จะให้เสียชื่อเรื่องความขี้เก๊กได้ยังไง?
เก๊กให้เหมือนสายลม พัดพาไปพร้อมกับตัวข้าเสมอ!
"เอาเถอะ เจอเธอก็เจอไปสิ มีอะไรใหญ่โตเชียว?" เหอซีพยักหน้า
เธอไม่ได้ประหลาดใจที่เหลียงปิงจะมาหาเฉินเป่ยเสวียน
เพราะยังไงซะ เฉินเป่ยเสวียนก็คือผลผลิตทางความคิดของพวกเธอทั้งสามคน การที่เหลียงปิงจะมาเจอเขาจึงเป็นเรื่องปกติ
เธอแค่สงสัยนิดหน่อยว่าทำไมเหลียงปิงถึงมอบผ้าคลุมราชาแห่งวิวรณ์ให้เฉินเป่ยเสวียน
หรือว่าเธอจะให้เฉินเป่ยเสวียนสืบทอดตำแหน่งราชาแห่งวิวรณ์ต่อจากเหลียงปิง?
เหอซีถามต่อ "แล้วเธอรู้สึกยังไงบ้างที่ได้คุยกับเหลียงปิง หรือจะเรียกว่ามอร์กาน่าดีล่ะ?"
"มอร์กาน่าอะไรกันครับ? เธอคือเหลียงปิงต่างหาก!" เฉินเป่ยเสวียนกระพริบตาปริบๆ แล้วตอบตามความจริง
"เหลียงปิง? เธอก็เรียกตัวเองว่ามอร์กาน่าไม่ใช่เหรอ?" เหอซีถามด้วยความงุนงงเล็กน้อย
ในความทรงจำของเธอ ตั้งแต่เหลียงปิงทรยศเหล่าทูตสวรรค์ เธอก็ละทิ้งชื่อเหลียงปิงและเรียกตัวเองว่ามอร์กาน่ามาโดยตลอด
"ไม่ครับ ผมบอกเธอไปว่าหนึ่งในผู้สร้างยีนของผมคือเหลียงปิง ไม่ใช่มอร์กาน่า"
"ถ้าเป็นมอร์กาน่า ผมคงเดินหนีไปแล้ว!"
เฉินเป่ยเสวียนตอบตามตรง และนี่ก็เป็นความจริง
แถมการแต่งหน้าแบบมอร์กาน่าของเหลียงปิงมันช่าง... น่าเกลียดเกินรับไหว
แต่งหน้าหนาเตอะ ยิ่งกว่าพวกพังค์หลุดโลกเสียอีก
เหลียงปิงสวยขนาดนั้น ทำไมต้องแต่งหน้าให้น่าเกลียดแบบนั้นด้วย?
การเป็นปีศาจทำลายรสนิยมทางศิลปะของเธอไปหมดแล้วหรือไง?
เหอซีพูดด้วยความประหลาดใจ "โอ้โห มองข้ามไม่ได้เลยนะเนี่ย ร้ายไม่เบาเลยนะที่ปราบพยศเหลียงปิงได้?"
เธอเริ่มเห็นแสงสว่างแห่งความหวังรำไรว่าเหลียงปิงอาจจะคืนดีกับเคชาได้เพราะเฉินเป่ยเสวียน
เฉินเป่ยเสวียนอาจจะเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ที่ร้าวฉานระหว่างเหลียงปิงกับเคชาก็เป็นได้
"ไม่หรอกครับ เราเป็นเพื่อนกัน พูดตามตรง เหลียงปิงเป็นคนดีมาก ให้เกียรติคนอื่น ตรงไปตรงมา และน่าสนใจทีเดียว"
"คุยกับเธอแล้วสนุกดีครับ"
เฉินเป่ยเสวียนพูดความจริง เหลียงปิงแค่เป็นพวกสุดโต่งไปหน่อยเท่านั้นเอง
ไกลออกไปบนยาน 'ปีศาจหมายเลขหนึ่ง' เหลียงปิงรู้สึกพอใจมากที่ได้ยินเฉินเป่ยเสวียนพูดคำเหล่านั้น
"ฉันไม่ได้เอ็นดูนายเสียเปล่าจริงๆ!"
เหลียงปิงมีซูเปอร์คอมพิวเตอร์แห่งดวงดาว 'ปีศาจหมายเลขหนึ่ง' อยู่ในมือ
บวกกับกล้องที่เฉินเป่ยเสวียนติดตั้งไว้ในห้องพัก แน่นอนว่าเหลียงปิงสามารถแอบดูเขาได้สบายๆ
เหอซีและเฉินเป่ยเสวียนคุยกันอย่างถูกคอ เธอพูดขึ้นว่า "ฉันเกือบลืมไปเลย ชุดเกราะ 'ดาร์กซิลเวอร์' หรือจะเรียกว่าชุดจักรกลของเธอ ฉันจะใส่ให้เธอก่อนนะ"
พูดจบ มือเรียวงามดุจหยกของเหอซีก็วาดผ่านอากาศเบาๆ
แสงสีขาววาบขึ้นบนร่างของเฉินเป่ยเสวียน ชุดเกราะจักรกลที่ผสมผสานกลิ่นอายย้อนยุคและเทคโนโลยีล้ำอนาคตเข้าด้วยกัน ค่อยๆ ประกอบร่างเข้ากับตัวของเฉินเป่ยเสวียนจนปกคลุมมิดชิด
ชุดเกราะดาร์กซิลเวอร์ทั้งชุดเป็นสีขาว ตัดด้วยลวดลายสีทองที่เปล่งแสงสกิลจางๆ ดูเท่ระเบิดระเบ้อ
มันเต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่ก็แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายคลาสสิก
เฉินเป่ยเสวียนเดินไปที่กระจกและมองดูตัวเอง หัวใจของเขาเต้นรัว
มันหล่อเกินไปแล้ว เหอซีเข้าใจเขาดีจริงๆ
"เป็นไงบ้าง? หล่อใช่ไหมล่ะ?" เหอซีจิบชาแล้วถามยิ้มๆ
เธอศึกษาความชอบของเฉินเป่ยเสวียนมาเป็นพิเศษ ผสมผสานกับรสนิยมของเหล่าทูตสวรรค์จนออกมาเป็นชุดนี้
"หล่อครับ! หล่อวัวตายควายล้มเลยครับ!" เฉินเป่ยเสวียนพยักหน้าหงึกๆ
เหอซีเก่งกาจเกินไป ดีงามพระรามแปด สมกับเป็นเหอซีจริงๆ!
"แค่เธอชอบก็พอแล้ว ตอนที่ฉันสร้าง ฉันคิดเรื่องดีไซน์นี้นานมาก โดยอิงจากความชอบของเธอ รสนิยมของฉัน รสนิยมของเคชา แล้วก็เติมรสนิยมของเหลียงปิงเข้าไปนิดหน่อย"
เหอซีตอบตามตรง ดีไซน์ของชุดเกราะดาร์กซิลเวอร์นี้มีมานานแล้ว ตั้งแต่ยุคสมัยของ 'สามราชา'
"จริงสิ ถ้าฉันจะมอบภารกิจให้เธอตอนนี้เลยล่ะ?" เหอซีพูดด้วยน้ำเสียงมีความหมาย
"ภารกิจ? ภารกิจอะไรครับ?" เฉินเป่ยเสวียนชะงักไปครู่หนึ่งแล้วถาม
เขารู้สึกได้ว่าภารกิจนี้ต้องยากเอาการ และไม่ธรรมดาแน่นอน
"เดี๋ยวฉันจะเล่ารายละเอียดให้ฟัง รอแป๊บนึงนะ"
เหอซีทำการบล็อกสัญญาณของเหลียงปิง สร้างภาพลวงตาให้เห็นว่าพวกเขายังคงนั่งจิบชากันอยู่
เฉินเป่ยเสวียนถาม "ภารกิจคืออะไรครับ?"
"เธอรู้ไหมว่าทำไมเหลียงปิงกับเคชาถึงแตกหักกัน?" เหอซีถามด้วยสีหน้าจริงจัง
เฉินเป่ยเสวียนพยักหน้าตอบ "รู้ครับ! อุดมการณ์ที่แตกต่างกัน"
เหอซีพยักหน้า "ใช่ เพราะอุดมการณ์ที่ต่างกัน ทั้งคู่ต่างก็สุดโต่งเกินไป"
"พวกเธอเดินไปสู่ทางตันคนละทาง ถ้าเธอไม่ปรากฏตัวขึ้น สุดท้ายพวกเธอก็คงต้องเดินไปสู่ความตาย"
ขณะพูด เหอซีเผยแววตาเศร้าสร้อยออกมา
ต่อให้ไม่ต้องใช้ 'คลังสมบัติแห่งปัญญา' (Knowledge Vault) คำนวณ เธอก็พอจะเดาชะตากรรมของเคชาและเหลียงปิงได้
พี่น้องคู่นี้สุดโต่งเกินไป บวกกับการขาดการสื่อสารและอุดมการณ์ที่สวนทางกัน สุดท้ายจึงต้องมายืนอยู่คนละฝั่ง
แถมยังหัวรั้นกันทั้งคู่
"ใช่ครับ ถูกต้อง นั่นเป็นเหตุผลที่คุณวางมือและไม่อยากเข้าร่วมสงครามของพวกเธอ" เฉินเป่ยเสวียนเสริม
เหอซีพยักหน้า "ใช่ แต่ฉันหวังว่าเธอจะช่วยพวกเขาทั้งสองคนได้"
"แม้ว่าชะตากรรมของพวกเธอจะเปลี่ยนไปเพราะเธอ แต่ใครจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ดังนั้นต้องพึ่งเธอแล้วล่ะที่จะเปลี่ยนแปลงพวกเค้า!"
"ทางที่ดีที่สุดคือทำให้พวกเค้าคืนดีกันได้!"
เฉินเป่ยเสวียนตาโต เขาเองก็มีความตั้งใจนี้อยู่เหมือนกัน แต่เคชากับเหลียงปิงเป็นพี่น้องกันแค่ไม่กี่ร้อยปี แต่รบราฆ่าฟันกันมาเป็นหมื่นปี
การจะทำให้ทั้งสองคืนดีกันคงยากเลือดตาแทบกระเด็น
ถึงแม้ลึกๆ แล้วทั้งคู่จะยังแคร์กันอยู่ ยกตัวอย่างเช่น เคชาสามารถฆ่าเหลียงปิงได้สบายๆ
แต่ทุกครั้ง เธอก็เปิดโอกาสให้เหลียงปิงหนีไปได้เสมอ
และจากปฏิกิริยาของเหลียงปิงในเนื้อเรื่องเดิม ตอนที่อะตอมศักดิ์สิทธิ์ของเคชาถูกส่งไปยังขอบจักรวาล
เธอรู้สึกราวกับว่าชีวิตสูญเสียแรงจูงใจ และหัวใจของเธอก็เจ็บปวดอย่างแสนสาหัสเช่นกัน