- หน้าแรก
- เกิดมาเป็นเอ็นพีซีเฉยเลย
- บทที่ 8 นายได้รับบัฟแล้ว ออกไปแจกซะ
บทที่ 8 นายได้รับบัฟแล้ว ออกไปแจกซะ
บทที่ 8 นายได้รับบัฟแล้ว ออกไปแจกซะ
บทที่ 8 นายได้รับบัฟแล้ว ออกไปแจกซะ
หลังจากเดินผ่านทางแคบๆ ที่เต็มไปด้วยกองขยะ ไป๋มู่จินก็หยุดยืนอยู่หน้าตึกสามชั้นที่ลมโกรกเข้ามาได้รอบทิศทาง
ที่นี่คือรังของตาแก่ที่เป็นลูกหนี้
ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอมาที่นี่ แม้สีผมจะเปลี่ยนไป แต่คนเฝ้าประตูก็จำเธอได้ในทันที
"แย่แล้ว!" คนเฝ้าประตูอุทาน ก่อนจะหันหลังวิ่งกลับเข้าไปในตึก "ลูกพี่! นังผู้หญิงคนนั้นมาอีกแล้วครับ!"
"นังผู้หญิงคนนั้น?"
เสียงเลื่อนโต๊ะเก้าอี้ดังโครมครามมาจากในบ้าน
ครู่ต่อมา ชายร่างสูงที่มีแผลเป็นจากมีดบนหน้าผากก็เดินออกมา
ไป๋มู่จินกดใช้สกิล [เนตรวิญญาณ] ใส่เขาอย่างไม่ลังเล
การตรวจสอบสกิลสำเร็จ เนื่องจากเลเวลที่ต่างกัน ข้อมูลที่แสดงจึงไม่ครบถ้วน
[อาชีพหลัก]: ? Lv6
[อาชีพรอง]: ไม่มี
[เลือด]: 107 / 110
[ค่าสถานะ]: ?
[สกิล]: ข่มขู่ Lv2, ?
[พรสวรรค์]: ?
[ความชอบ]: เป็นศัตรู (?)
[ระดับอันตราย]: สีเหลือง
เห็นดังนี้ ไป๋มู่จินก็โล่งใจ
เป็นไปตามที่เธอคิดไว้
เกม "เหนือห้วงดารา" แบ่งระดับอันตรายของเป้าหมายเป็น 5 ระดับ ได้แก่ เขียว น้ำเงิน เหลือง แดง และดำ
สีเหลืองหมายความว่าพี่เปียวเก่งกว่าเธอแค่นิดหน่อย ต่อให้เธอไปขุดบรรพบุรุษเขามาด่าจนเขาโกรธเลือดขึ้นหน้า เธอก็ยังพอจะยื้อเวลาจนกว่าพวกผู้เล่นจะมาช่วยได้
"เธอเองเรอะ?"
พี่เปียวขมวดคิ้ว เขาเองก็จำไป๋มู่จินได้
"ฉันบอกไปแล้วนี่หว่าว่าไม่มีเงิน มีแต่ชีวิต ยังกล้าโผล่มาอีก เบื่อโลกแล้วรึไง?"
ไป๋มู่จินทำท่าทางใจเย็นมาก "ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ได้มาหาเรื่องนาย"
"แล้วมาทำซากอะไร?"
รอยแผลเป็นบนหน้าผากพี่เปียวกระตุก
ถ้าเชื่อเธอก็ออกลูกเป็นลิงแล้ว!
ไป๋มู่จินชี้ไปที่ไกลๆ "พวกนายโดน 'คนนอก' เพ่งเล็งเข้าแล้ว ตอนนี้พวกมันอยู่ข้างนอกนั่น"
"คนนอก?"
พี่เปียวตกใจมาก รีบพาลูกน้องสี่คนขึ้นไปบนชั้นสอง
พอมองออกไป ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่รังของเขาถูกล้อมด้วยคนประมาณสี่ห้าสิบคนที่แต่งตัวคล้ายๆ กัน คนพวกนั้นเอาแต่ชี้ไม้ชี้มือมาทางตึกของเขา
เขาถึงกับชาไปทั้งตัว
เขาไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้ถึงดึงดูดคนมาตีนเยอะขนาดนี้พร้อมกัน?
พี่เปียวหันกลับมาถามไป๋มู่จินที่ตามขึ้นมาด้วยความร้อนรน "เรามีเรื่องบาดหมางกันชัดๆ แล้วทำไมเธอถึงมาช่วยฉัน?"
"ไอ้โง่!" จู่ๆ ไป๋มู่จินก็ด่าออกมาด้วยสีหน้าผิดหวังสุดขีด "เรามีเรื่องกันก็จริง แต่นั่นมันเรื่องภายใน ตอนนี้พวกคนนอกกำลังบุก ถ้าฉันไม่ช่วยนายแล้วปล่อยให้นายโดนพวกคนนอกฆ่าตาย นั่นเท่ากับปล่อยให้พวกมันเก็บเราทีละคนไม่ใช่เหรอ? คิดว่าฉันจะโง่เหมือนนายหรือไง?"
"เอ่อ..."
พี่เปียวพูดไม่ออก
เขาต้องยอมรับว่าไป๋มู่จินพูดถูก
ถ้าเป็นเขา เขาคงไม่มีทางเอาความดีตอบแทนความแค้นเหมือนไป๋มู่จินได้แน่ๆ
นี่สินะที่เรียกว่าใจกว้างดั่งมหาสมุทร!
พี่เปียวถามอย่างนอบน้อม "แล้วเราจะทำไงดี ฝ่ายตรงข้ามคนเยอะขนาดนั้น คงรับมือยาก"
ไป๋มู่จินทำหน้าเคร่งขรึม "ในเมื่อฉันมาหานาย ฉันย่อมมีวิธี บอกตามตรงนะ จริงๆ แล้วฉันคือ 'นักอธิษฐานพลังวิญญาณ'"
"หา?"
พี่เปียวและคนอื่นๆ สูดหายใจเฮือก
นักอธิษฐานพลังวิญญาณ นั่นมันอาชีพสุดยอดที่สามารถมอบบัฟต่างๆ ให้พวกพ้องและสาปศัตรูได้เลยนะ!
"เธอ..."
"ไม่มีเวลาอธิบายแล้ว เดี๋ยวหนีรอดไปได้ค่อยเล่าให้ฟัง" ไป๋มู่จินส่ายหน้า "ตอนนี้รีบเข้าแถวเร็ว ฉันจะอธิษฐานให้ทีละคน"
เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น พี่เปียวและพรรคพวกจึงต้องทำตาม
พวกเขาเข้าแถวเรียงกัน จากนั้นแสงจางๆ ก็พุ่งออกจากฝ่ามือของไป๋มู่จินไปที่มือของพวกเขา
หลังจากมือเข้าสู่สถานะคลุ้มคลั่ง พละกำลัง ความเร็ว ความทนทาน และการฟื้นฟูจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
ด้วยวิธีนี้ เวลาต้องเผชิญหน้ากับการล้อมกรอบของผู้เล่น พี่เปียวและพวกก็จะยื้อได้นานขึ้น
การเสริมพลังของไป๋มู่จินที่มีต่อพี่เปียวไม่ได้หยุดแค่นั้น เธอแอบใส่สถานะ คลุ้มคลั่ง ลงไปที่กระเพาะและลำไส้ของพี่เปียวเป็นพิเศษด้วย
มือคลุ้มคลั่ง = เร็วขึ้นและแรงขึ้น
แล้วถ้าลำไส้คลุ้มคลั่งล่ะ จะเท่ากับอะไร?
ไป๋มู่จินอยากรู้คำตอบจริงๆ
เมื่อรู้สึกว่ามือค่อยๆ เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง พี่เปียวก็ซาบซึ้งใจ
ไป๋มู่จินไม่ได้โกหก เธอเป็นนักอธิษฐานพลังวิญญาณจริงๆ และเธอก็ไม่ถือโทษโกรธเคืองเรื่องเก่าๆ เลย
เฮ้อ
จบศึกนี้ถ้าเขารอดไปได้ เขาจะขอโทษเธออย่างจริงใจ หวังว่าไป๋มู่จินจะใจกว้างยอมยกโทษให้สิ่งที่เขาเคยทำ
"ขอบใจมาก!" พี่เปียวกุมมือแน่นอย่างจริงจัง "เดี๋ยวพวกเราจะพยายามดึงดูดความสนใจพวกคนนอกให้มากที่สุด เธออาศัยจังหวะนั้นหนีไปซะนะ"
ไป๋มู่จินโบกมือพร้อมดุด้วยรอยยิ้ม "เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว คำอธิษฐานอยู่ได้แค่ไม่กี่นาที พวกนายรีบไปเถอะ ฉันมีทางหนีของฉันเอง"
"ได้"
พี่เปียวพยักหน้าน้อยๆ เขาเดินผ่านไป๋มู่จินไปพร้อมกับลูกน้องสี่คน
พอถึงบันได เขาก็หยุดชะงัก "ไป๋มู่จิน!"
"หือ?" ไป๋มู่จินสะดุ้ง
วินาทีต่อมา พี่เปียวยกมือขวาขึ้นมา
วันทยาหัตถ์ แด่เธอ!
หลังจากทำท่าวันทยาหัตถ์ตลกๆ นั่นแล้ว เขาก็เดินลงบันไดไป
ลูกน้องคนหนึ่งถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ "ลูกพี่ เราจะชนะพวกคนนอกพวกนั้นได้เหรอครับ?"
"เราชนะแน่!"
เสียงของพี่เปียวเด็ดเดี่ยวยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ได้รับการเสริมพลังขนาดนี้ มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ชนะล่ะ?
ไป๋มู่จินยืนอยู่บนชั้นสอง มองดูพวกเขาเดินออกจากตึก ไม่ลืมที่จะโบกมือลา
ไปเลยพี่ชายหน้าบาก! แสดงให้พวกคนนอกเห็นหน่อยว่านายเจ๋งแค่ไหน!
คำอวยพรของไป๋มู่จินมาจากใจจริง เพราะตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป พี่เปียวได้กลายร่างเป็นผู้บริจาคอันดับหนึ่งของเธอแล้ว
เพื่อตอบแทนความพยายามของผู้บริจาค เธอจึงเริ่มค้นทรัพย์สินในตึกอย่างขยันขันแข็ง
สิบกว่าวินาทีต่อมา
"ตายซะ!"
เสียงคำรามเกรี้ยวกราดประกาศการเริ่มต่อสู้ระหว่างกลุ่มพี่เปียวและเหล่าผู้เล่น
พี่เปียวพุ่งเข้าใส่ฝูงผู้เล่นเป็นคนแรก ราวกับลิโป้ในเกม Dynasty Warriors ที่เปิดโหมดอมตะ เขาเริ่มกวาดล้างศัตรูอย่างบ้าคลั่ง
"-7", "-11", "-9"
การโจมตีแต่ละครั้งของเขาลดเลือดผู้เล่นไปได้อย่างน้อยหนึ่งในสี่ แถมผู้เล่นยังโจมตีโดนเขายากอีกต่างหาก
ภาพนี้สร้างขวัญกำลังใจให้ลูกน้องทั้งสี่อย่างมาก
แม่เจ้า โคตรเอา!
พวกแกไอ้คนนอกเหม็นเน่า อย่าคิดว่าคนเยอะแล้วจะแน่! พวกแกมีมิตรภาพ พวกข้าเหล่าอธรรมก็มีสายใยพี่น้องเหมือนกันเว้ย!
"แม่เจ้า!"
อันยาที่แอบดูอยู่ไกลๆ ตกใจมาก
คนกำลังจะตาย คนกำลังจะตายตั้งเยอะแยะ
พวกคนนอกขี้โม้พวกนั้น พอสู้จริงกลับสู้พี่เปียวไม่ได้เลย
แต่พอดูไปเรื่อยๆ อันยาก็สังเกตเห็นความผิดปกติ
พวกคนนอกพวกนี้เป็นบ้าอะไรกัน?
เธอเห็นคนนอกคนหนึ่งหัวยุบไปแล้ว แทนที่จะร้องด้วยความเจ็บปวด กลับหัวเราะร่า
"เชี่ย สมกับเป็นมอนสเตอร์อีลีท โหดชิบหาย ตูจะเสียซิงการตายครั้งแรกที่นี่สินะ"
เธอยังเห็นคนนอกอีกคนตัวห้อยต่องแต่งอยู่บนกำแพง เอวหักพับไปแล้ว แต่ก็ยังหัวเราะอยู่เหมือนกัน
ที่บ้ากว่านั้นคือ พอเห็นเพื่อนตาย คนนอกที่เหลือกลับไม่เสียใจเลยสักนิด
"ฮ่าๆ ไอ้กาก คอยดูพ่อโชว์ฝีมือเอง!"
"โชว์พ่องดิ ถ้าไม่ได้แพทริคสตาร์แทงค์ให้อยู่ข้างหน้า ป่านนี้แกตายห่านไปนานแล้ว"
"สรุปตูตายยังวะ?"
อันยาถึงกับอึ้ง
นี่พวกคนนอกพวกนี้เป็นปีศาจหรือไงเนี่ย?
พี่เปียวและลูกน้องเองก็งงกับบทสนทนาพิลึกพิลั่นของผู้เล่นเหมือนกัน
เจอศัตรูแบบนี้ใครบ้างจะไม่มึน?
อย่างไรก็ตาม ความต่างชั้นของพลังยังทำให้พี่เปียวมั่นใจเต็มเปี่ยม
ฆ่า ฆ่า ฆ่า! ฆ่าพวกคนนอกให้หมดด้วยตัวคนเดียว!
แต่ในขณะที่ผู้เล่นกำลังเหงื่อตก เรื่องประหลาดก็เกิดขึ้น จู่ๆ พี่เปียวก็หยุดนิ่ง สีหน้าดูพิลึกชอบกล
อะไรวะนั่น?
อันยากับลูกน้องพวกนั้นตะลึง
พวกผู้เล่นเองก็หยุดและเริ่มระวังตัว
หรือว่ามอนสเตอร์อีลีทตัวนี้กำลังจะเข้าสู่เฟสสองแล้วปล่อยท่าไม้ตาย?
พี่เปียวกำลังจะปล่อย "ของใหญ่" จริงๆ นั่นแหละ แต่ไม่ใช่ของใหญ่ในความหมายที่ผู้เล่นคิด
เขากุมท้อง ขาหนีบเข้าหากันแน่น รู้สึกว่าถ้าขยับตัวแรงกว่านี้อีกนิดเดียว ข้าศึกคงบุกทะลวงประตูเมืองแน่
"บัดซบ..."
มาปวดท้องอะไรตอนหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้วะเนี่ย ซวยบรม!
หัวใจพี่เปียวหล่นวูบ
ต้องเป็นของที่กินเข้าไปก่อนไป๋มู่จินจะมาแน่ๆ!
ไม่ได้การ ต้องรีบหนี ขืนอยู่ต่อด้วยสภาพร่างกายแบบนี้โดนรุมตายแน่
พี่เปียวหันหลังวิ่งหนี พลางตะโกนสั่งให้ลูกน้องช่วยคุ้มกัน
แต่ที่น่าเจ็บใจคือ พอลูกน้องพวกนั้นเห็นท่าไม่ดี ก็ชิงหนีไปก่อนแล้ว
ไหนบอกจะเป็นพี่น้องกันไง ไหงทิ้งกันดื้อๆ แบบนี้?
"ไอ้พวกเวร!"
หัวใจอีกครึ่งดวงที่เหลือของพี่เปียวเย็นเฉียบ
เขาทำได้แค่กัดฟันวิ่งต่อ แต่พวกผู้เล่นจะปล่อยให้เขาหนีไปง่ายๆ ได้ยังไง?
"ฮึ คิดจะหนีเรอะ?"
"ผ่าจันทร์ครึ่งซีกสายฟ้าฟาด!"
ผู้เล่นชื่อ 'เสือดำอาฟู่' พุ่งเข้ามาเป็นคนแรก ฟาดกระบองใส่เบ้าตาขวาของพี่เปียวที่ไม่กล้าหลบเต็มแรง
"-7"
คริติคอลตัวแดง!
พี่เปียวร้องลั่น ใช้ไหล่กระแทกเสือดำอาฟู่จนกระเด็น แล้วกัดฟันวิ่งหนีต่อทั้งที่เจ็บปวด
จากนั้นผู้เล่นอีกหลายคนก็ไล่ตามมาติดๆ
ปัง ปัง ปัง!
การลอบโจมตีต่อเนื่องทำให้เลือดของพี่เปียวลดลงเหลือครึ่งหลอด
"62 / 110"
"มันใกล้ตายแล้วทุกคน เอาให้หนัก!"
พวกผู้เล่นเริ่มฮึกเหิม
พี่เปียวที่บาดเจ็บสาหัสร้อนรนดั่งไฟเผา
อุตส่าห์ฝ่าวงล้อมออกมาได้แทบตาย แต่ด้วยสภาพร่างกายแบบนี้ อีกไม่นานคงโดนตามทัน
วันนี้เขาจะต้องมาตายที่นี่จริงๆ งั้นเหรอ?
เขาสัมผัสได้ถึงความสิ้นหวังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
มาแล้ว
เสียงฝีเท้ากำลังใกล้เข้ามา!
พี่เปียวกัดฟัน เตรียมสู้ตาย
แต่ทว่า หลังจากเสียงฝีเท้านั้นเงียบหายไป เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นแทน
"ตามฉันมา"
นี่มัน...
เขาเงยหน้าขึ้น ภาพที่สะท้อนในตาซ้ายที่ยังดีอยู่คือร่างสีขาวสะอาดตา
ไป๋มู่จิน!
แต่ตอนนี้เขาอยากจะเรียกไป๋มู่จินด้วยชื่ออื่นมากกว่า—
นางฟ้าผู้มาโปรด!