- หน้าแรก
- คุณชายเล็กตระกูลแชบอล ปาดหน้าคว้าใจโมฮยอนมิน
- บทที่ 321: จินโดจุนได้รับบาดเจ็บ
บทที่ 321: จินโดจุนได้รับบาดเจ็บ
บทที่ 321: จินโดจุนได้รับบาดเจ็บ
บทที่ 321: จินโดจุนได้รับบาดเจ็บ
เนื่องจากคนอื่นๆ ในกลุ่มสื่อสารภาษาจีนได้ไม่คล่องนัก จินโดจุนจึงเป็นฝ่ายเอ่ยปากขึ้นเอง "เพื่อนของผมไม่ได้ตั้งใจครับ ผมต้องขอโทษแทนเขาด้วย ในเมื่อเสื้อของคุณเลอะแล้ว นี่เงิน 800 หยวนถือเป็นค่าเสียหายนะครับ!"
จินโดจุนหยิบเงิน 800 หยวนออกจากกระเป๋าแล้วยื่นให้อีกฝ่าย พยายามจะไกล่เกลี่ยความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกะทันหัน แต่ทว่าชายหนุ่มคนนั้นกลับกวาดสายตามองจินโดจุนและพรรคพวกอย่างพิจารณา เมื่อเห็นว่าทุกคนสวมสูทดูดีและท่าทางไม่ใช่คนธรรมดา น่าจะเป็นกลุ่มนักธุรกิจที่มาดูงานในเมืองหลวง
ความคิดชั่วร้ายก็ผุดขึ้นในหัวเขาทันที เขาพูดด้วยท่าทางหยิ่งยโสว่า "ถุย! คิดจะเอาเศษเงินฟาดหัวไล่ฉันเหมือนขอทานรึไง! คนอย่าง 'ไป่หาง' ดูเหมือนพวกขาดแคลนเงิน 800 หยวนนักเหรอ? เสื้อตัวนี้ฉันซื้อมาจากฮ่องกง เป็นแบรนด์เนมราคา 5,000 ดอลลาร์ฮ่องกง จ่ายมา 5,000 หยวนแล้วจบกัน ไม่งั้นล่ะก็... หึหึ!"
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของจินโดจุนก็ทะมึนลงทันที เขาตั้งใจจะแก้ปัญหาด้วยการประนีประนอม แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะได้คืบจะเอาศอก ถึงขั้นพยายามขู่กรรโชกทรัพย์กันหน้าด้านๆ ไกด์ที่ได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายรีบตะโกนสวนทันควัน "นี่มันขู่กรรโชกทรัพย์ชัดๆ! เสื้อแบบนี้ในตลาดค้าส่งร้อยหยวนซื้อได้ตั้ง 4-5 ตัว!"
พอโดนไกด์แฉความจริง ไป่หางก็โกรธจัดจนฟิวส์ขาด "แกอยากตายนักใช่ไหม!" เขาเหวี่ยงหมัดใส่หน้าไกด์เต็มแรง
พรรคพวกของไป่หางที่นั่งอยู่โต๊ะเดียวกันเห็นดังนั้น ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ลุกขึ้นมารุมสกัมกลุ่มของจินโดจุนทันที ชั่วพริบตาเดียว คนกว่าสิบคนก็ตะลุมบอนกันวุ่นวายกลางโถงร้านอาหาร
พนักงานเสิร์ฟเห็นท่าไม่ดีรีบวิ่งไปแจ้งผู้จัดการ ทันทีที่ทราบเรื่อง ผู้จัดการร้านก็สั่งให้พนักงานโทรแจ้งตำรวจทันที
การที่มีคนยกพวกตีกันในร้านเยอะขนาดนี้ ไม่เพียงแต่จะทำให้ลูกค้าคนอื่นตื่นตกใจหนีไปหมด แต่ยังทำลายข้าวของ โต๊ะ เก้าอี้ เสียหายยับเยิน นี่มันเป็นการทำลายชื่อเสียงของร้าน 'เหม่ยเว่ยไจ' ชัดๆ จะปล่อยพวกบ้านี่ไปง่ายๆ ไม่ได้เด็ดขาด!
...
ไม่นานนัก สถานีตำรวจที่ได้รับแจ้งเหตุด่วนก็วิทยุสั่งการให้สายตรวจที่อยู่ใกล้เคียงรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุเพื่อระงับเหตุ
ทว่าเมื่อตำรวจมาถึง ภาพที่เห็นคือไป่หางชักมีดพกออกมาจากที่ไหนสักแห่ง และกำลังจ้วงแทงใส่จินโดจุนที่กำลังติดพันอยู่กับการต่อสู้อย่างดุเดือด
ในฐานะนักเลงเจ้าถิ่นในปักกิ่ง เดิมทีไป่หางแค่กะจะไถเงินจาก "เศรษฐีต่างถิ่น" พวกนี้สักก้อน แต่ไม่นึกว่าคนพวกนี้จะไม่รู้ประสีประสา จะเอาเงินแค่ 800 หยวนมาไล่เขา ซึ่งมันหยามศักดิ์ศรีคนเลือดร้อนอย่างเขาเกินไป บวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ ไป่หางจึงไม่ลังเลที่จะเปิดฉากใช้กำลัง
แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงคือ แม้คนกลุ่มนี้จะดื่มเหล้ามา แต่ฝีมือกลับไม่ธรรมดา ทำให้ฝั่งเขาไม่สามารถได้เปรียบได้เลย โดยเฉพาะไอ้หนุ่มหน้ามนคนนั้นที่เคลื่อนไหวคล่องแคล่วและลงมือเฉียบขาด เพียงไม่กี่กระบวนท่าก็ซัดลูกน้องเขาหมอบไปสองคนแล้ว
เขารู้ดีว่าขืนปล่อยไว้นานแบบนี้ วันนี้เขาและพรรคพวกคงเป็นฝ่ายโดนสั่งสอนแทนที่จะได้เงิน! และถ้าเรื่องนี้หลุดออกไป เขาคงไม่มีหน้าไปเจอใครในวงการแน่!
...
จินโดจุนที่เพิ่งจัดการอันธพาลไปคนหนึ่ง ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อเจอการลอบโจมตีทีเผลอของไป่หาง ด้วยความที่หลบไม่ทัน เขาทำได้เพียงยกแขนขึ้นรับมีด ส่งผลให้เกิดแผลลึกเป็นทางยาวที่แขนซ้าย เลือดไหลซึมออกมาทันที!
จินโดจุนกัดฟันข่มความเจ็บปวดที่แขน แล้วสวนกลับด้วยลูกเตะด้านข้างเข้าเต็มท้องน้อยของไป่หางจนตัวลอยกระเด็นออกไป
ขณะที่จินโดจุนตาทั้งสองข้างแดงก่ำด้วยความโกรธ กำลังจะพุ่งเข้าไปซ้ำ เสียงตะโกนห้าวหาญก็ดังขึ้น "หยุดเดี๋ยวนี้! นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ!"
เมื่อเห็นตำรวจมาถึง จินโดจุนรีบตะโกนบอกคนอื่นๆ เป็นภาษาเกาหลี "ตำรวจมาแล้ว ทุกคนหยุดมือ!"
เมื่อได้ยินเสียงของจินโดจุน คนอื่นๆ จึงยอมหยุดการต่อสู้ ตำรวจอาศัยจังหวะนี้เข้าล้อมกรอบและควบคุมตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดไว้ได้
ตำรวจหญิงนายหนึ่งสังเกตเห็นแผลที่แขนของจินโดจุนซึ่งเลือดยังคงไหลไม่หยุด จึงรีบรายงานหัวหน้าทีม "ผู้กองหวังคะ คนนี้ได้รับบาดเจ็บ ต้องรีบห้ามเลือด ไม่งั้นแผลจะอักเสบได้ค่ะ"
ผู้กองหวังเหลือบมองแขนเสื้อข้างขวาที่ชุ่มไปด้วยเลือดของจินโดจุนแล้วพยักหน้า ตำรวจหญิงจึงรีบวิ่งไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลที่รถ
ตัวแทนคณะดูงานเมื่อเริ่มสงบสติอารมณ์ได้ ก็หันไปมองพวกอันธพาลที่นอนกองกับพื้น และจินโดจุนที่ได้รับบาดเจ็บ ความกังวลก็ถาโถมเข้ามาในใจทันที
โอเซฮยอนในฐานะหัวหน้าคณะดูงานยิ่งมีสีหน้าไม่สบอารมณ์ถึงขีดสุด! ไอ้พวกสวะพวกนี้ไม่เพียงขู่กรรโชกทรัพย์ แต่ยังกล้าใช้มีดไล่แทงจินโดจุนจนบาดเจ็บ ถ้าบอสใหญ่ของเขาเป็นอะไรไป เขาจะทำให้พวกมันต้องชดใช้อย่างสาสม!
เนื่องจากจำนวนผู้ก่อเหตุมีมาก กำลังตำรวจและรถสายตรวจจึงไม่เพียงพอที่จะขนย้ายทุกคนไปโรงพักได้หมด เจ้าหน้าที่จึงต้องวิทยุขอกำลังเสริม ผู้กองหวังเห็นสถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว จึงเรียกผู้จัดการร้านและพนักงานมาสอบถามเหตุการณ์
เมื่อทราบว่าไป่หางเป็นฝ่ายหาเรื่องเพียงเพราะเดินชนกัน และแม้จินโดจุนจะยอมขอโทษและชดใช้เงินให้ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมจบ โดยเฉพาะเมื่อข้อเรียกร้องเงินก้อนโตถูกปฏิเสธ ไป่หางก็เป็นฝ่ายเปิดฉากทำร้ายร่างกายก่อน แถมยังชักอาวุธมีดออกมาไล่แทงจินโดจุนอีกด้วย!
สีหน้าของผู้กองหวังเคร่งเครียดขึ้นทันที จากคำให้การของพนักงานร้าน เขามั่นใจว่ากลุ่มของไป่หางคือนักเลงเจ้าถิ่นในปักกิ่งแน่ๆ เพราะคนปกติที่ไหนจะเรียกร้องค่าเสียหายเกินจริงทั้งที่อีกฝ่ายขอโทษแล้ว? แถมพอไถเงินไม่ได้ก็ใช้กำลังทันที?
เมื่อเห็นตำรวจมา ไกด์รีบเข้ามาอธิบายสถานการณ์ทันที ว่าพวกเขามาจาก 'เหยียนเซี่ยมิราเคิลกรุ๊ป' ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่และผู้เสียภาษีรายสำคัญในภาคเหนือ และกลุ่มของจินโดจุนคือนักลงทุนจากเกาหลีที่ทางกลุ่มเชิญมาดูงานเพื่อลงทุนในจีน!
ตำรวจที่รับฟังข้อมูลถึงกับหน้าถอดสี "พระเจ้าช่วย คนใส่สูทพวกนี้คือ 'เพื่อนชาวต่างชาติ' ที่มิราเคิลกรุ๊ปเชิญมาอย่างนั้นเหรอ? บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาลงทุนที่จีน แต่กลับมาเจออันธพาลเจ้าถิ่นรีดไถและรุมทำร้ายในเขตรับผิดชอบของพวกเขาเนี่ยนะ?"
พล็อตเรื่องสุดจะบรรยายนี้ทำเอาตำรวจทุกคนหน้าเครียดไปตามๆ กัน ถ้าเรื่องนี้แดงขึ้นมา ตำรวจในเขตนี้คงนั่งไม่ติดแน่ๆ ต้องรู้ก่อนว่าในช่วงไม่กี่ปีมานี้ รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมและดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาพัฒนาประเทศอย่างจริงจัง!
เบื้องบนกำชับแล้วกำชับอีก แต่กลับเกิดเรื่องงามหน้าขึ้นแทบเท้าเมืองหลวงแบบนี้ ผู้หลักผู้ใหญ่จะคิดยังไง? แล้วบริษัทต่างชาติที่กำลังเล็งจะมาลงทุนจะมองภาพลักษณ์ของจีนยังไง? อุตส่าห์มาถึงจีน กลับโดนไถเงิน พอไม่ให้ก็โดนกระทืบ แถมยังโดนเอามีดไล่แทงหมายเอาชีวิต?!
...
ผู้กองหวังรีบโทรศัพท์รายงานสถานการณ์อัน "ล่อแหลม" นี้กลับไปยังสถานีตำรวจทันที คดีที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติและส่งผลกระทบวงกว้างขนาดนี้ เกินกำลังที่ผู้กองคนเดียวจะรับมือไหวแล้ว!