- หน้าแรก
- เกิดใหม่พร้อมระบบมหาเศรษฐี ขอขี่พายุทะลุฟ้าสู่จุดสูงสุด
- บทที่ 9: การมาเยือนปักกิ่ง
บทที่ 9: การมาเยือนปักกิ่ง
บทที่ 9: การมาเยือนปักกิ่ง
บทที่ 9: การมาเยือนปักกิ่ง
ภายในห้องสอบ อาจารย์ผู้คุมสอบแจกกระดาษข้อสอบพร้อมกับแจ้งระเบียบการสอบไปด้วย
"หลังจากได้รับกระดาษข้อสอบแล้ว ให้ตรวจสอบว่ามีส่วนไหนพิมพ์ไม่ชัดเจนหรือไม่ ห้ามลงมือเขียนเด็ดขาด ให้เริ่มทำข้อสอบได้หลังจากสัญญาณกริ่งดังขึ้นเท่านั้น..."
ถังเยียนกวาดสายตาดูข้อสอบอย่างรวดเร็วแล้วก็รู้สึกโล่งใจ เธอช่วยติวเน้นจุดสำคัญให้มิโกะไปเกือบหมดแล้ว เธอเชื่อว่ามิโกะต้องทำได้ดีแน่นอน
เสียงกริ่งเริ่มการสอบดังขึ้น ถังเยียนเริ่มลงมือเขียนด้วยความเร็วระดับเดียวกับตอนทำแบบฝึกหัด สิบนาทีต่อมา กระดาษคำตอบหน้าแรกก็ถูกเขียนจนเต็ม เสียงพลิกกระดาษของเธอดังชัดเจนเป็นพิเศษในห้องสอบที่เงียบสงัด นักเรียนคนอื่นในห้องเดียวกันต่างสะดุ้งตกใจ รีบก้มหน้าก้มตาทำข้อสอบต่อ แต่ความเร็วปลายปากกาของพวกเขากลับเร่งขึ้นโดยไม่รู้ตัว
หลังจากเขียนตัวอักษรตัวสุดท้ายของเรียงความจบ ถังเยียนหมุนข้อมือที่เขียนต่อเนื่องมาตลอดเพื่อคลายเมื่อย และตรวจสอบอีกครั้งว่ากรอกชื่อ ชั้นเรียน และข้อมูลอื่นๆ ถูกต้องหรือไม่ หลังจากพบและแก้ไขคำผิดสองจุด เธอก็ยกมือขึ้น
อาจารย์ผู้คุมสอบเดินเข้ามาทันที เมื่อทราบว่าเธอต้องการส่งข้อสอบก่อนเวลา หลังจากตรวจสอบและอนุมัติแล้ว เขาจึงพาเธอไปรอที่ห้องพักรับรองจนกว่าจะหมดเวลาสอบ
หลังจากนั่งอยู่ในห้องพักรับรองประมาณสี่สิบนาที การสอบวิชาแรกก็จบลง ทันทีที่ถังเยียนได้รับอิสระ เธอก็เดินออกจากประตูโรงเรียน
ในขณะนั้น นักข่าวจากสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นพร้อมตากล้องกำลังยืนรออยู่ที่หน้าประตูสนามสอบ เตรียมสัมภาษณ์นักเรียนคนแรกที่เดินออกมา
เมื่อเห็นว่าเด็กสาวคนแรกที่เดินออกมานั้นหน้าตาสะสวยเป็นพิเศษ รอยยิ้มบนหน้าของนักข่าวก็กว้างขึ้น นักข่าวถือไมโครโฟนก้าวเข้าไปหาและถามคำถามตามธรรมเนียมทั่วไปว่า "สวัสดีครับน้องนักเรียน พี่ชื่อฟางเจิ้ง เป็นนักข่าวจากสถานีโทรทัศน์เมือง S ขอรบกวนเวลาสักครู่สัมภาษณ์หน่อยได้ไหมครับ?"
ถังเยียนมองไปทางครอบครัวที่ยืนอยู่ไม่ไกลแล้วพยักหน้าตกลง
"ก่อนอื่นขออวยพรให้การสอบผ่านไปได้ด้วยดีและสอบติดโรงเรียนในฝันนะครับ สำหรับวิชาภาษาจีนเมื่อเช้านี้ น้องคิดว่าระดับความยากของข้อสอบเป็นอย่างไรบ้างครับ?"
"ขอบคุณสำหรับคำอวยพรค่ะ หนูคิดว่าข้อสอบชุดนี้ออกแบบมาได้ดีมาก เนื้อหาที่ออกสอบเป็นสิ่งที่อาจารย์ย้ำให้พวกเราทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ในคาบเรียนอยู่แล้ว ดังนั้นสำหรับหนูเลยไม่ถือว่ายากค่ะ"
ได้ยินดังนั้น ผู้ปกครองรอบข้างและนักข่าวต่างก็คิดว่าข้อสอบคงง่ายมากและรู้สึกโล่งใจ
"โอเคครับ ขอบคุณที่ให้สัมภาษณ์นะครับ หวังว่าน้องจะพยายามต่อไปในการสอบวิชาที่เหลือและทำคะแนนได้ยอดเยี่ยมนะครับ" ฟางเจิ้งยิ้มอย่างอ่อนโยน เตรียมรอสัมภาษณ์คนถัดไป
ถังเยียนพยักหน้า ยิ้มตอบอย่างเป็นมิตร โบกมือลาแล้วเดินไปหาครอบครัว
หลังจากถังเยียนจากไปไม่นาน นักเรียนที่สอบเสร็จก็ทยอยเดินออกมา ส่วนใหญ่หน้าซีดเผือดและดูสภาพไม่ค่อยดีนัก
ฟางเจิ้งไม่ได้แสดงอาการทางสีหน้า แต่ในใจกลับประหลาดใจมาก ทำไมเด็กพวกนี้ดูเหมือนข้อสอบยากมาก? เมื่อกี้เด็กผู้หญิงคนนั้นเพิ่งบอกว่าไม่ยากไม่ใช่เหรอ?
คิดได้ดังนั้น ฟางเจิ้งก็หาเป้าหมายที่สองเพื่อสัมภาษณ์ คราวนี้เป็นเด็กผู้ชาย สภาพเขาดูดีที่สุดในบรรดากลุ่มนักเรียนที่เดินออกมาเหมือนเพิ่งไปงานศพ แต่สีหน้าเคร่งเครียดของเขาก็บ่งบอกว่าเขาไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายเหมือนเด็กผู้หญิงคนก่อนหน้า
ฟางเจิ้งเข้าไปขอสัมภาษณ์ เด็กหนุ่มลังเลครู่หนึ่งแต่ก็ยอมตกลง พอสัมภาษณ์จบ ฟางเจิ้งก็สับสนไปหมด ตกลงว่าข้อสอบรอบนี้มันยากหรือไมยากกันแน่?
เรื่องเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในความสนใจของถังเยียน ตอนนี้เธอกับมิโกะและครอบครัวของทั้งสองฝ่ายกำลังรับประทานอาหารในห้องส่วนตัวของร้านอาหารแห่งหนึ่ง อาหารเต็มโต๊ะล้วนเป็นของโปรดของพวกเธอ
"ถังเยียน จะบอกให้นะ โชคดีจริงๆ ที่เธอช่วยฉันติว! วันนี้ตอนสอบฉันรู้สึกเครื่องฟิตมาก! ทำได้ทุกข้อเลย ฉันรู้สึกว่านี่เป็นการสอบที่ฉันทำผลงานได้ดีที่สุดตั้งแต่เกิดมาเลยล่ะ"
มิโกะยัดปีกไก่เข้าปากพลางกล่าวขอบคุณถังเยียนยกใหญ่ ทันใดนั้นเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เธอก็พูดต่อ "ถังเยียน ตอนฉันเดินออกมา ได้ยินว่าในห้องสอบข้างล่างมีคนเทพมาก ส่งกระดาษคำตอบก่อนเวลาตั้งสี่สิบนาที!
รอบนี้ข้อสอบยากจะตาย ทุกคนรู้สึกว่าเวลาไม่พอทั้งนั้น แต่คนคนนั้นกลับส่งข้อสอบเร็วขนาดนั้น! ฉันเพิ่งจะได้เริ่มเขียนเรียงความตอนสามสิบนาทีสุดท้ายเองนะ~"
ถังเยียนเกือบสำลักเมื่อได้ยิน เธอมองค้อนมิโกะที่กำลังกินอย่างมีความสุขแล้วพูดเสียงเบา "คนเทพที่เธอพูดถึงน่ะ ไม่ได้อยู่ที่ไหนไกลหรอก อยู่ตรงหน้าเธอนี่แหละ"
มิโกะอ้าปากค้าง น่องไก่ที่เพิ่งคีบขึ้นมาหลุดร่วงลงบนโต๊ะ "ฮือออ... เธอจะไม่เหลือทางรอดให้คนอื่นเลยเหรอ โชคดีนะที่ฉันไม่ได้สอบห้องเดียวกับเธอ! งั่ม~" จากนั้นเธอก็หยิบน่องไก่บนโต๊ะขึ้นมากัดคำโตราวกับต้องการระบายความอัดอั้น
แม่ถังและแม่หมี่มองหน้ากัน แววตาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
หลังทานข้าวเสร็จ พวกเขาก็แยกย้ายกลับบ้านไปพักผ่อนสั้นๆ ก่อนสอบวิชาถัดไป ถังเยียนรู้สึกว่าเมื่อเช้ามีคนไปส่งแล้ว ช่วงบ่ายไม่ต้องไปกันเยอะขนาดนั้นก็ได้ เหตุผลหลักคือข้างนอกร้อนตับแลบ จะไปลำบากทำไม? สู้ตากแอร์เย็นๆ อยู่บ้านไม่ดีกว่าเหรอ?
ท้ายที่สุด ครอบครัวก็ตกลงให้คุณพ่อถังขับรถไปรับไปส่งเธอที่สนามสอบ ถังเยียนจำยอมรับแผนนี้อย่างเสียไม่ได้
การสอบตลอดสามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังจากสอบเข้ามัธยมปลายเสร็จสิ้น ถังเยียนก็นอนตื่นสายโด่งทุกวัน ลุกมากินมื้อเที่ยงควบเช้า ส่วนตอนบ่ายก็ทบทวนบทเรียนมัธยมปลายอยู่ที่บ้าน ตอนนี้เธอทบทวนเนื้อหา ม.4 จนจบหมดแล้ว ขยันเบอร์นั้นเลย!
"โฮสต์ คุณจะขี้เกียจแบบนี้ไม่ได้นะ!"
"ฉันเพิ่งสอบเสร็จ ยังฟื้นพลังไม่เต็มที่เลยไม่ใช่เหรอ?"
เจ้าถัง: ดูเหมือนฉันจะหลอกง่ายนักใช่ไหม?
"ภารกิจการใช้จ่ายถูกกระตุ้น: ใช้จ่ายเงิน 1,000,000 หยวน ภายใน 12 ชั่วโมง รางวัล: เงินคืน 3 เท่า, คอลเลกชันกระเป๋าหนังหายากรุ่นลิมิเต็ดจากแบรนด์ H ครบเซต, แต้มสถานะสากล 10 แต้ม"
ถังเยียนแอบสงสัยเจตนาของเจ้าถังที่กระตุ้นภารกิจการใช้จ่ายในเวลานี้ แต่พอนึกถึงกระเป๋ารุ่นหิมาลายันของแบรนด์ H ที่จะกลายเป็นกระแสฮิตถล่มทลายจากละครเรื่องหนึ่งในอนาคต เธอก็อดน้ำลายสอไม่ได้ แถมยังมีแต้มสถานะให้อีก เธอต้องรีบใช้เงินเดี๋ยวนี้!
พูดแล้วก็ทำทันที ถังเยียนรู้สึกเหมือนเอวและขาแข็งแรงขึ้นมาฉับพลัน เดินฉับๆ ยิ่งกว่าคุณยายแย่งซื้อผักลดราคาในซุปเปอร์มาร์เก็ตเสียอีก! เธอวางแผนไว้แล้วว่าจะเอาเงินไปละลายที่ไหน แต่แผนก็ต้องเปลี่ยน เพราะจังหวะที่กำลังจะก้าวขาออกจากบ้าน เฉินตงที่อยู่ปักกิ่งก็โทรเข้ามา
"ถังเยียน พวกเราเจอปัญหาเข้านิดหน่อย..."
ปักกิ่ง
ถังเยียนเดินลากกระเป๋าเดินทางใบเล็กขนาด 20 นิ้วออกมาจากอาคารผู้โดยสารอย่างรวดเร็ว
เมื่อยืนอยู่ที่ทางออก เธอมองไปรอบๆ จนเจอป้ายที่มีชื่อเธอเขียนอยู่ จึงเดินตรงเข้าไปหา
เฉินตงในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้นยืนอยู่ท่ามกลางฝูงคนที่ทางออก สองมือชูป้ายที่มีชื่อ 'ถังเยียน' เอาไว้ ผู้โดยสารจากเที่ยวบินที่ลงจอดทยอยเดินออกมากันเกือบหมดแล้ว แต่เขายังไม่เห็นคนที่ต้องมารับ ทำให้เริ่มรู้สึกกังวลใจขึ้นมา
"สวัสดีค่ะ ฉันคือถังเยียน"
เฉินตงทำหน้าตะลึง เขาเห็นเด็กสาวที่หน้าตาสวยโดดเด่นคนนี้ท่ามกลางฝูงชนตั้งแต่แรกแล้ว แต่ไม่เคยคาดคิดเลยว่าเธอจะเป็นคนที่เขามารอรับ
"สะ... สวัสดีครับ ผมเฉินตง ขอโทษด้วยครับ ผมนึกไม่ถึงเลยว่านักลงทุนของผมจะเป็น... เอ่อ คือมันผิดคาดไปหน่อยครับ" เฉินตงถูจมูกแก้เก้อด้วยความประหม่า
ถังเยียนยิ้มบางๆ แล้วตอบ "คุณก็พูดเกินไปค่ะ" แต่ในใจเธอกำลังกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ไม่นึกเลยว่าจะได้เห็นว่าที่เจ้าสัวใหญ่ในอนาคตในเวอร์ชันหนุ่มน้อยที่ดูใสซื่อขนาดนี้
เฉินตงเข้าใจไปเองว่าเด็กสาวคงจะขี้อาย เขาจึงพาเธอเดินไปที่จุดจอดรถ โดยไม่ลืมที่จะช่วยลากกระเป๋าเดินทางให้
ตลอดการเดินทาง เฉินตงไม่ได้พูดเรื่องงานเลย แต่กลับแนะนำสถานที่กินและที่เที่ยวสนุกๆ ให้ถังเยียนฟังมากมาย จนเธอรู้สึกอยากไปลองสัมผัสด้วยตัวเอง
"เดี๋ยวผมพาไปเช็คอินที่โรงแรมก่อนนะครับ" เฉินตงมีความรอบคอบใส่ใจ แม้สถานการณ์ทางฝั่งเขาจะค่อนข้างเร่งด่วน แต่เขาก็ยังคำนึงถึงถังเยียนที่เพิ่งเดินทางมาเหนื่อยๆ และต้องการการพักผ่อน