เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 419 - ตอนพิเศษ IF: เมื่อหลินเสวี่ยเฟิงพบหวายอวี้

บทที่ 419 - ตอนพิเศษ IF: เมื่อหลินเสวี่ยเฟิงพบหวายอวี้

บทที่ 419 - ตอนพิเศษ IF: เมื่อหลินเสวี่ยเฟิงพบหวายอวี้


บทที่ 419 - ตอนพิเศษ IF: เมื่อหลินเสวี่ยเฟิงพบหวายอวี้

หลินเสวี่ยเฟิงกำลังวาดภาพเหมือนให้คนอยู่ที่หน้าทางเข้าเขตท่องเที่ยวเขาซานชิง

ตีนเขาอยู่ห่างจากประตูทางเข้าเขตท่องเที่ยวพอสมควร ในฐานะนักศึกษาวิจิตรศิลป์ ด้วยการแนะนำจากอาจารย์ที่ปรึกษาเส้นสายใหญ่โต หลังจากตกลงความร่วมมือกับทางสถานที่ได้แล้ว นักศึกษาก็สามารถจัดตารางมาฝึกฝนที่นี่ได้ตามความเหมาะสม

จริงๆ เขาไม่ได้เรียนเอกวาดภาพบุคคล แต่เขาเรียนมาเยอะและจับฉ่าย ช่วงเตรียมงานนิทรรศการรู้สึกเครียดๆ ก็เลยมาร่วมแจมด้วย

ต้องบอกว่างานนี้สนุกดีทีเดียว นอกจากจะต้องรับมือกับการจู้จี้จุกจิกแบบคนนอกวงการของลูกค้าแล้ว ยังได้เห็นวิถีชีวิตผู้คนหลากหลาย ในเมื่อจุดประสงค์แรกเริ่มไม่ใช่เพื่อเงิน การวาดภาพก็เลยสนุกเป็นพิเศษ

ตรงหน้าเขามีกระดานวาดภาพวางอยู่ ถังข้างๆ ใส่ดินสอสีไว้เต็มเอี๊ยด... ช่วยไม่ได้ วาดภาพในที่ท่องเที่ยวต้องเน้นความไว สีน้ำสีโปสเตอร์ต้องรอแห้ง เทียบกันแล้วดินสอสีเหมาะกว่าเยอะ

แต่เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครสนเรื่องพวกนี้หรอก ผู้ชายผู้หญิงที่มุงเข้ามาต่างก็จ้องหน้าเขา...

แล้วก็สั่งวาด

หลินเสวี่ยเฟิงจนปัญญา เลยต้องสวมหน้ากากอนามัย

แต่พอปิดหน้าปุ๊บ เหมือนจะยิ่งมีเสน่ห์กว่าเดิม

ด้วยความจำยอม เขาเลยต้องขึ้นราคา คราวนี้คนถึงได้น้อยลงหน่อย

เขาซานชิงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของเมืองบุปผา หลายคนดั้นด้นมาไกลเพื่อมาชมให้เห็นกับตา ช่วงนี้การท่องเที่ยวกำลังบูม ต่อให้เขาคิดราคาแพง ก็ยังมีลูกค้าเข้ามาไม่ขาดสาย

รอจนวาดภาพตรงหน้าเสร็จ หญิงสาวที่ต่อคิวอยู่ข้างหน้าก็รีบสแกนจ่ายเงินอย่างดีใจ ส่วนตรงหน้าก็มีหญิงสาววัยรุ่นมายืนแทนที่

สิ่งแรกที่หลินเสวี่ยเฟิงเห็นคือมือของเธอ

นั่นคือมือที่ผ่านความลำบากมา

ข้อนิ้วเรียวยาว แต่รูปเล็บไม่สมบูรณ์แบบ คงเพราะต้องทำงานสะดวกเลยตัดสั้นกุด ปลายนิ้วและขอบเล็บมีร่องรอยของการไม่ได้ดูแลรักษา... แถมยังมีตาปลาด้วย

ปกติแล้ว ลูกค้าที่มีมือแบบนี้ มักจะไม่ค่อยตัดใจจ่ายเงินซื้อภาพวาดเพื่อความสุขของตัวเองเท่าไหร่

เขาเงยหน้าขึ้น

คนที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับเป็นหญิงสาวที่ดูอิดโรยแต่ยังเยาว์วัย

เธอดูอายุยี่สิบกว่าๆ โครงหน้าดีมาก สัดส่วนถือว่ายอดเยี่ยม แต่ผิวคล้ำแดด แก้มมีกระเล็กน้อย คิ้วเขียนมาบ้างแล้วแต่ฝีมือดูธรรมดา สีลิปสติกก็ไม่ค่อยเข้ากับปาก

แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังนับได้ว่าเป็นคนหน้าตาดีที่ดูสะอาดสะอ้าน และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงมาก

มุมปากภายใต้หน้ากากของหลินเสวี่ยเฟิงยกขึ้นเล็กน้อย "จะวาดภาพเหรอครับ"

หญิงสาวตรงหน้าลังเล แต่ไม่ได้ถามราคาอย่างที่เขาคิด กลับถามเขาว่า "วาดค่ะ แต่ว่า... ช่วยวาดตาฉันเป็นตาสองชั้นได้ไหมคะ"

หลินเสวี่ยเฟิงชะงัก

เขาขมวดคิ้วนิดๆ พิจารณาใบหน้าอีกฝ่ายอย่างละเอียดและใจเย็น "คุณแน่ใจเหรอ? เปลือกตาคุณไขมันน้อย ระยะห่างดวงตากำลังดี สัดส่วนขนาดตาก็ลงตัว แถมตาดำยังดำสนิทและโตมาก... รูปตาแบบนี้มีเอกลักษณ์มาก ดูมีเสน่ห์มากนะ"

มันมีความดื้อรั้นแต่ก็ดูองอาจไม่ยอมแพ้ ต่อให้ไม่แต่งหน้า หรือหน้าตาจะดูอิดโรย ก็ไม่กระทบความสวยงามนั้นเลย

ต้องรู้ไว้นะว่า การที่นักศึกษาวิจิตรศิลป์ชมว่าสวย ถ้าไม่ใช่แนวแอ็บสแตรกต์ ก็แสดงว่าสวยจริง

อีกฝ่ายอึ้งไป

วินาทีถัดมา นิ้วมือหยาบกร้านของเธอก็ลูบเปลือกตาตัวเองเบาๆ หลินเสวี่ยเฟิงเห็นขนตาเธอสั่นระริก ผ่านไปครู่ใหญ่เธอถึงถามอย่างลังเล "แต่... ตาชั้นเดียวสวยจริงๆ เหรอคะ? เดี๋ยวนี้เขาไม่ฮิตตาสองชั้นกันเหรอ"

หลินเสวี่ยเฟิงยิ่งขมวดคิ้ว "หลายสิบปีก่อนฮิตสักคิ้วกับเขียนขอบตาดำ คุณมองด้วยสายตาตอนนี้ คิดว่ามันสวยไหมครับ"

อีกฝ่ายเงียบไปอีก

ถ้าเป็นจิตรกรรับจ้างทั่วไป ตอนนี้คงต้องพูดเชียร์ขายของแล้ว แต่หลินเสวี่ยเฟิงไม่สนเรื่องพวกนั้น พอเห็นรูปร่างหน้าตาของอีกฝ่ายเขากลับรู้สึกถูกใจ ดังนั้นไม่รอให้อีกฝ่ายบอกว่าจะวาดหรือไม่วาด เขาเริ่มร่างโครงร่างไปก่อนแล้ว

ส่วนหญิงสาวตรงหน้าดูเหมือนจะตกอยู่ในภวังค์แห่งความสับสน

เธอยืนอยู่ตรงนั้น รอบกายมีนักท่องเที่ยวเดินขวักไขว่ แต่กลับให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างอย่างประหลาด ราวกับในโลกกว้างนี้เหลือเธอเพียงคนเดียว และหาเสียงสนับสนุนใดๆ ไม่ได้อีกแล้ว

ดินสอในมือหลินเสวี่ยเฟิงชะงักที่หัวคิ้ว เพราะตอนนี้อีกฝ่ายขมวดคิ้วแน่น นอกจากจะไม่ดูองอาจแล้ว ยังดูหมดสวยเพราะความรู้สึกขัดแย้งกับบุคลิก

เขาหยุดมือ แล้วพูดว่า "หัวและหน้าคุณเล็ก ขึ้นกล้องจะสวยมาก ตาชั้นเดียวก็มีเอกลักษณ์ เป็นลักษณะที่มองแวบเดียวในฝูงชนแล้วจะจำได้ไม่ลืม"

"ถ้าคุณอยากแก้เป็นตาสองชั้น มองผ่านๆ อาจจะสวย แต่สัดส่วนเครื่องหน้าจะเสียสมดุล ดูนานๆ ไม่สวย แถมถ้าช่วงไหนผิวไม่ดีอาจจะทำให้ดูแก่..."

เขาพอเข้าใจจิตใจสาวๆ สมัยนี้ที่โดนกระแสสังคมบีบให้เสพติดความงามจนเกินพอดี ตอนนี้เขาพูดโดยไม่ได้ประชดประชัน แต่หลังจากหยุดคิดนิดหนึ่ง เขาก็เหลือบไปมองตาแป๊ะหนวดขาวที่ตั้งแผงดูดวงอยู่ข้างๆ

แล้วเขาก็ปิ๊งไอเดีย "เอาอย่างนี้ละกัน ผมจะวาดรูปคุณในแบบตอนนี้ให้ ระหว่างรอ ถ้าคุณเบื่อ ก็ไปคุยเล่นกับร้านข้างๆ ได้นะ"

"ถือซะว่าหาที่ระบายความในใจ"

ร้านดูดวงของตาแป๊ะหนวดขาวข้างๆ ไม่ได้เรียกว่าดูดวง แต่เรียกว่า 'ปรึกษาปัญหาชีวิต' หญิงสาวตรงหน้าดูไม่มีความสุขอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็สลัดความทุกข์ไม่หลุด ได้พูดคุยบ้างน่าจะดี

ไม่รู้ว่าไปสะกิดใจตรงไหน หญิงสาวดูป้ายราคา แล้วสแกนจ่ายเงินทันทีอย่างไม่ลังเล "คุณวาดเถอะค่ะ"

เธอหันหลังกลับแล้วไปนั่งแหมะที่แผงปรึกษาปัญหาชีวิตข้างๆ ทันที

"ซินแสคะ แฟนฉันเขาบอกว่าตาชั้นเดียวของฉันดูเชย อยากให้ฉันไปกรีดตาสองชั้น... ซินแสว่าฉันควรยอมไหมคะ"

คิ้วหลินเสวี่ยเฟิงกระตุก

ดูดวงน่ะของปลอม แต่ปากน่ะแซ่บของจริง จังหวะนี้เห็นอีกฝ่ายขยับปากพูดทันที

"แม่หนูเอ๊ย! ผู้ชายคนนี้คือคราวเคราะห์ใหญ่ของหนูเลยนะ!"

"ฉันดูแล้วหนูเป็นคนดวงทำงานหนัก แต่เพราะพื้นดวงดี ดวงการเงินเลยดีมาก แต่เงินทุกบาททุกสตางค์ที่หนูหามาได้ ล้วนต้องลงแรงกายแรงใจอย่างมากถึงจะได้มา"

"หนูว่าฉันพูดถูกไหม"

หลินเสวี่ยเฟิงลงสีพื้นอยู่ข้างๆ ได้ยินแล้วเกือบหลุดขำ... หมอดูคนนี้ชักจะมั่วซั่วขึ้นทุกวัน จื่อเวยโต้วซู่ ผูกดวงโป๊ยยี่ ฮวงจุ้ยอี้จิง... ไม่พูดถึงสักคำ!

อาศัยแถสดล้วนๆ

ถ้าไม่มีเงิน จะจ่ายค่าภาพวาดอย่างรวดเร็วไม่ลังเลได้ยังไง? ถ้าที่บ้านรวย มือและหน้าตาเธอจะเป็นสภาพผ่านความลำบากขนาดนี้เหรอ?

เขายังจะหน้าเลือดให้คนไปเสียเงินตรงนั้นอีก... เดี๋ยวภาพนี้เขาไม่คิดเงินละกัน

แต่หญิงสาวตรงหน้ากลับพยักหน้าหงึกๆ สีหน้าเริ่มคล้อยตามแล้ว

หลินเสวี่ยเฟิงเปลี่ยนสีดินสอเงียบๆ เริ่มลงสีใบหน้าเธอใหม่

คนข้างๆ ก็เปลี่ยนเรื่องโม้ "ทำไมฉันถึงทักเรื่องเนื้อคู่หนูแบบนี้? โบราณว่าทุบวัดยังดีกว่าทำลายงานแต่ง ทำไมฉันต้องพูดแบบนี้ด้วย?"

"ก็เพราะแม่หนู! ผู้ชายคนนี้ขัดลาภหนูไง"

"หนูดูสิ่งที่เขาขอนะ ให้หนูไปกรีดตา... ไอหยา เครื่องหน้าคนเราเกี่ยวพันกับดวงชะตา ตอนนี้หนูสร้างเนื้อสร้างตัวมาไม่ง่ายเลย กว่าชีวิตจะดีขึ้น ถ้าไปทำลายโหงวเฮ้งจนงานการสะดุด... หนูบอกมา จะเอาเงินหรือเอาแฟน!"

บอกไว้ก่อนนะ ในเส้นเรื่อง IF นี้ โลกสงบสุขไม่มีภัยพิบัติ หลินเสวี่ยเฟิงจะไม่มีความรักกับหวายอวี้ ต่างคนต่างใช้ชีวิต ไม่มีบทรักใคร่กันนะ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 419 - ตอนพิเศษ IF: เมื่อหลินเสวี่ยเฟิงพบหวายอวี้

คัดลอกลิงก์แล้ว