- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในยุคกลายพันธุ์ ฉันดันมีสกิลคุยกับดอกไม้
- บทที่ 401 - หมูสามชั้นย่างถ่าน
บทที่ 401 - หมูสามชั้นย่างถ่าน
บทที่ 401 - หมูสามชั้นย่างถ่าน
บทที่ 401 - หมูสามชั้นย่างถ่าน
หลังจากปฏิเสธน้าพุทราไปแล้ว หวายอวี๋ก็กลับมาทำอาหารรอเฉินซิงอย่างมีความสุข
ส่วนหลินเสวี่ยเฟิงกำลังเก็บฟืนอยู่ข้างๆ เห็นท่าทางไม่วอกแวกของเธอ ก็ไม่ได้ถามว่าไม่เอาคะแนนห้าหมื่นนั่นจะเสียดายไหม...
ถ้าคิดตามปกติคนทั่วไปก็ต้องเสียดายอยู่แล้ว
แต่สำหรับหวายอวี๋ เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็คือผ่านไป ไม่สำคัญอีกต่อไป—ต่อให้รู้อยู่เต็มอกว่าถ้ามีคะแนนก้อนนี้ พวกเขาสามารถสร้างบ้านและจัดการสวนได้แบบหรูหราอู้ฟู่ก็ตาม
เขามองหวายอวี๋ แล้วอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
หวายอวี๋หันมาเห็น ก็งง "คุณยิ้มอะไรอะ"
ถึงจะยิ้มสวยก็เถอะ
เธอคิด แล้วลูบผม ก้มมองเสื้อผ้า จากนั้นก็เท้าเอวอย่างภูมิใจ "ท่าทางตอนยุ่งอยู่หน้าเตาของฉันมันดูเป็นแม่ศรีเรือนจนคุณประทับใจใช่ไหมล่ะ คุณจะรักฉันมากขึ้น มากขึ้น แล้วก็มากขึ้นอีกใช่ไหม"
ความรู้สึกอ่อนโยนเต็มอกของหลินเสวี่ยเฟิงเปลี่ยนเป็นความจนใจทันที
"ครับ รักมากขึ้นทุกวัน"
จากนั้นเขาก็เสริมว่า "คืนนี้ขอคัมภีร์ความรักของคุณให้ผมอ่านสักเล่มเถอะ"
เขาอยากจะรู้จริงๆ ว่าข้างในมันเขียนเรื่องราวอะไรไว้บ้าง
ท่าทางของหวายอวี๋ตอนนี้ เหมือนกับที่ 'หวายอวี๋' คนก่อนเคยฝันไว้จริงๆ เพียงแต่ความสัมพันธ์ของเธอกับอู๋เยว่ถึงจะไม่ค่อยดีนัก แต่ก็ไม่น่าจะไม่ได้เรียนรู้อะไรมาเลย
แต่เห็นชัดว่าหวายอวี๋ไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนเลยสักนิด
เขาละสายตา มองดูกองฟืนที่เหลือไม่มากในโรงเก็บของ แล้วถามว่า "พรุ่งนี้ให้ผมไปซื้อฟืนไหม"
หวายอวี๋ส่ายหน้า "ไม่รีบ ตอนนี้ไม่ต้องจุดไฟผิง ฟืนที่ใช้แต่ละวันไม่เยอะ รออีกหน่อยก็ได้"
พูดอยู่นั่นเอง ก็ได้ยินเสียงแตรประยนต์
หวายอวี๋ปิดฝาหม้อ ดีใจขึ้นมาทันที "ต้องเป็นพี่เฉินซิงแน่ๆ! พี่โจวเฉียน ไปรับพี่เขาหน่อย!"
มาก็ส่วนมา แต่รถจอดได้แค่ริมถนนใหญ่ จะให้ขับเข้ามาข้างในคงไม่กล้า หรือถ้าไม่ใช่เพราะเธอเคยมาแล้ว ก็อาจจะไม่กล้ารับคำเชิญของหวายอวี๋ด้วยซ้ำ
แต่ว่าสาวน้อยน่าสงสารเกินไปแล้ว! ตัวแค่นั้น ต้องมาอยู่ในป่าในเขากับผู้ชายทึ่มๆ สองคนที่ไม่รู้อะไรเลย ได้ยินว่าจะสร้างบ้านด้วย—พวกเขารู้ไหมว่าผู้หญิงต้องการอะไร
คิดถึงตรงนี้ ความรู้สึกสงสารของเฉินซิงก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมา รวบรวมความกล้าเหยียบคันเร่งมาจนได้ แต่พอกระแสความกล้านั้นมาเจอระเบียงกุหลาบที่อยู่ไกลๆ ก็ 'ฟุ่บ' แตกกระเจิงไปในพริบตา ตอนนี้ทำได้แค่นั่งอยู่บนรถ มองโจวเฉียนที่เดินออกมารับด้วยความลังเล
พอโจวเฉียนขึ้นรถมา เธอก็อดไม่ได้ "พวกนายอยู่กันที่นี่ทุกวันไม่กลัวจริงๆ เหรอ"
โจวเฉียนคิดในใจว่าเธอยังไม่เคยเห็นตอนระเบียงกุหลาบโอ๋หวายอวี๋น่ะสิ ถึงจะชอบทำเธอโมโหจนร้องโวยวาย แต่ท่าทางดุที่สุดที่ทำกับหวายอวี๋ ก็แค่เทกลีบดอกไม้ใส่หัว
ของพรรค์นั้นจะมีพลังทำลายล้างอะไรได้
ตอนแรกโจวเฉียนก็ใช่ว่าจะไม่กลัว ตอนพลิกหน้าดินปลูกผักกล้ามเนื้อเกร็งไปทั้งตัว
แต่ตอนนี้เหรอ เขาชินชาไปแล้ว
ตอนนี้เลยปลอบใจอย่างเปิดเผย "วางใจเถอะ ไม่เป็นไรหรอก"
มาแล้วก็ต้องไปต่อ เฉินซิงทำเรื่องหันรถกลับไม่ได้ ตอนนี้ทำได้แค่เหยียบคันเร่ง รถเคลื่อนตัวอีกครั้ง
และพอรถขับข้ามเนินเตี้ยๆ มองเห็นบ้านของหวายอวี๋ เฉินซิงก็โพล่งขึ้นมา "คนคนนั้นคือท่านนายพลหลินเหรอ"
โจวเฉียนชะงัก แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเป็นวันที่พวกเขาไปหาจ้าวเฟยเยี่ยน เขาหยุดไปนิดหนึ่งแล้วพยักหน้า "อืม"
เฉินซิงสูดหายใจเฮือก หน้าแดงก่ำเพราะความตื่นเต้นในชั่วพริบตา ต่อให้เตรียมใจมาบ้างแล้ว แต่สมองก็ยังวิงเวียนไปชั่วขณะ รอจนรถจอดสนิทที่หน้าประตู เธอถึงได้พูดออกมาอย่างสั่นเครือประโยคหนึ่ง
"เชี่ย"
โจวเฉียน: ...
เขาปวดหัวตึ้บ "อย่าให้หวายอวี๋ได้ยินเชียว..."
พูดไม่ทันขาดคำ หวายอวี๋ก็วิ่งกระดี๊กระด๊าออกมาจากโรงเก็บของ "พี่เฉินซิง! เที่ยงนี้เรากินหมูสามชั้นย่างถ่านกันนะ! พี่ชอบกินไหม"
คำพูดมากมายของเฉินซิงจุกอยู่ที่คอหอย วินาทีถัดมาเธอก็สาวเท้าเข้าไป กอดหวายอวี๋แล้วตบหลังแรงๆ "จัดมาเยอะๆ เลย ฉันชอบ!"
พูดจบก็ทำหน้าเขียวบ่นอุบ "ช่วงที่ผ่านมานี่ไม่ได้ใช้ชีวิตเหมือนคนเลยจริงๆ"
เธอกลับมาแล้วก็นึกเสียใจอยู่หลายครั้ง รู้งี้หน้าด้านติดตามสองพี่น้องนั่นอยู่ในแดนรกร้างซะก็ดี อย่างน้อยเรื่องอาหารการกินก็หายห่วง
หวายอวี๋พยักหน้า "ฉันเข้าใจ! ดินปนเปื้อนหนักมาก!"
ไม่ต้องพูดเรื่องอื่น แค่ผักกาดหอมที่จะกินกับหมูย่างเที่ยงนี้ ก็เป็นผักที่เธอใช้ดินจากกล่องเพาะปลูกที่ขนไปแดนรกร้างคราวก่อนมาเร่งโต ดินในแปลงถ้าไม่ตั้งใจฟื้นฟู ก็ใช้ไม่ได้เลย
ก็ใช่น่ะสิ!
พูดถึงตรงนี้เฉินซิงก็นึกขึ้นได้ ชี้ไปที่กระบะท้ายรถ "รู้ว่าเธอจะสร้างบ้าน ก็ไม่รู้จะให้อะไร นึกขึ้นได้ว่าเธอเคยซื้อถ่านไปแล้วเงียบหายไปนาน เลยขนมาให้คันนึง"
"ไอ้นี่เก็บไว้ไม่เสีย อย่ารังเกียจนะ"
หวายอวี๋ร้อง "ห้ะ" "พี่เฉินซิง! รู้ได้ไงว่าถ่านพวกเราหมดแล้ว!"
ของพวกนี้ไม่แพง 1 คะแนนซื้อถ่านอัดก้อนได้ 3 ก้อน ทั้งเมืองใช้เจ้านี่เป็นเชื้อเพลิงหลักหน้าหนาว แต่หวายอวี๋ออกเดินทางตอนอากาศเริ่มเย็นพอดี เลยไม่ได้เตรียมไว้เยอะ
พอกลับมาทุกวันก็ยังเผาฟืนอยู่ เกือบลืมไปแล้วว่าซื้อไอ้นี่ได้
เดินอ้อมไปดูกระบะท้ายรถ "เยอะจัง!"
1 คะแนน 3 ก้อนฟังดูถูก แต่เฉินซิงขนมาซะเต็มคันรถเลยนะ!
"ต้องใช้คะแนนเยอะแน่เลย!" หวายอวี๋มองเฉินซิง แต่อีกฝ่ายกลับโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ "ตอนนี้ฉันตัวคนเดียว กินอิ่มก็นอนหลับ จะเก็บคะแนนไว้ทำไม แฟนต้ากับพวกนั้นก็รักดี ที่โรงเรียนมีทุนการศึกษา ไม่ต้องใช้เงิน"
"อีกอย่างนี่ก็ไม่ได้เยอะอะไร ทั้งหมด 3,000 ก้อน 800 คะแนนเอง"
พอพูดแบบนี้หวายอวี๋ก็พอรับได้ ลองคำนวณดู "เหมือนจะถูกกว่าที่เราเคยซื้อนะ"
เฉินซิงพยักหน้า "ฉันซื้อเยอะไง ปกติชาวบ้านเขาซื้อกันไม่กี่ร้อยก้อน อีกอย่าง ตอนนี้อากาศอุ่นแล้ว ถือเป็นช่วงโลว์ซีซั่น"
เธอพูดแล้วก็จิ๊ปาก "เดี๋ยวนี้แผงโซลาร์เซลล์ถูกเกณฑ์ไปช่วยงานก่อสร้างหมด ไม่งั้นมีเครื่องทำน้ำร้อนพลังแสงอาทิตย์ อาบน้ำคงสบายกว่านี้"
"หวายอวี๋ ฉันซื้อถ่านให้ก็เพื่อการนี้แหละ ตอนนี้ใช้เครื่องทำน้ำร้อนไม่ได้ ร้านค้าเขาดัดแปลงถังใหญ่มาให้ เอาไว้ตรงกลางระหว่างห้องน้ำกับห้องครัว..."
เธอมาก็เพื่อกำชับเรื่องนี้ ไม่ค่อยวางใจว่าผู้ชายสองคนนั้นจะคิดเรื่องพวกนี้ได้ละเอียดรอบคอบ
"วางไว้ฝั่งห้องครัว ข้างล่างวางเตาถ่าน วันนึงใช้ถ่าน 3 ก้อนก็รับประกันได้ว่าในห้องน้ำจะมีน้ำร้อนใช้ตลอด ที่ถังมีวาล์ววัดอุณหภูมิง่ายๆ ถ้าน้ำร้อนเกิน 45 องศาก็เปิดไม่ออก ปลอดภัยดี"
"ติดฝักบัวเพิ่มแรงดันอีกอัน อาบน้ำทุกวันก็สะดวกขึ้นเยอะ"
เฉินซิงพูดถึงตรงนี้ก็ยังเสียดายนิดหน่อย "ตอนแรกฉันกะจะซื้อไอ้นั่นให้เลย แต่คิดดูว่าเธอจะสร้างบ้าน อันนั้นอาจจะไม่เข้าชุดกับห้องน้ำใหม่ของเธอ ก็เลยซื้อถ่านมาให้แทน จริงสิ มีแบบบ้านหรือยัง"
เธอคิดได้รอบคอบจริงๆ
โจวเฉียนที่ยืนอยู่ข้างๆ อึ้งไป ถึงได้พูดอย่างจริงใจ "เฉินซิง ขอบใจมาก ฉันนึกไม่ถึงเลยจริงๆ"
หลินเสวี่ยเฟิงที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นเฉินซิงมาแล้วแต่ไม่กล้ามองมาทางเขา ก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายต้องรู้สถานะของเขาแล้วแน่ๆ
ในเมื่อเป็นคนที่หวายอวี๋ไว้ใจ...
เขายิ้ม "ขอบคุณมากครับเฉินซิง—เมื่อก่อนผมวางแผนแค่ว่าจะซื้อถังน้ำใบใหญ่ เวลาหวายอวี๋จะอาบน้ำค่อยเอาน้ำร้อนใส่เข้าไปให้"
แบบนั้นพึ่งพาพลังของเขามากเกินไป วันไหนเขาไม่อยู่บ้าน ก็จะลำบาก
หลินเสวี่ยเฟิงยิ้มให้เธอ ยื่นมือออกไป "สวัสดีครับ ผมหลินเสวี่ยเฟิง แฟนของหวายอวี๋"
เฉินซิงมองเขาอย่างตั้งใจ แล้วหันไปมองหวายอวี๋ที่กำลังดูโจวเฉียนขนถ่าน ความรู้สึกเกร็งๆ อึดอัดก็ลดลงไปสองส่วน "อื้ม ฉัน... อะแฮ่ม ฉันเฉินซิง หวายอวี๋เป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตฉัน"
ทั้งสองจับมือกัน หลินเสวี่ยเฟิงรู้สึกว่ามืออีกฝ่ายสั่นเล็กน้อย
เขาไม่อยากให้อีกฝ่ายอึดอัด เลยรีบชักมือกลับ แล้วถลกแขนเสื้อช่วยโจวเฉียนขนถ่าน
ตอนที่ทั้งสองคนเรียงถ่านในโรงเก็บของอย่างเป็นระเบียบ หูดีๆ ของพวกเขาก็ได้ยินเสียงตะโกนอย่างตื่นเต้นของเฉินซิงที่พยายามกดเสียงต่ำ พร้อมกับเสียงตบไหล่ดังป้าบๆ ดูเหมือนอารมณ์จะพลุ่งพล่านมาก
"หวายอวี๋! หลินเสวี่ยเฟิงเลยนะ! พระเจ้าช่วยเธอได้ของดีกินแล้ว!"
"เธอเก่งมาก! โอ๊ยตายแล้วฉันรู้สึกมีหน้ามีตาไปด้วยเลย! คบกันดีๆ นะ!"
โจวเฉียน: ...
"อะแฮ่ม!"
เขากระแอมเสียงดัง กลัวเฉินซิงจะพูดจาอะไรโจ่งแจ้งเกินไปให้หวายอวี๋ฟัง—รายนั้นเรียนรู้ไวนะจะบอกให้!
เสียงคุยกันไกลๆ เงียบกริบไปทันที สักพักถึงมีเสียงดังขึ้นอีก "ใบผักกาดหอมนี่สดจังเลย! เดี๋ยวฉันจะห่อหมูสามชั้นชิ้นใหญ่ๆ!"
"ไม่มีชิ้นใหญ่หรอก ฉันหั่นบางๆ เท่าๆ กันหมดแล้ว แบบนี้ย่างแล้วน้ำมันจะแตกซ่า กองกำลังพิทักษ์ให้เครื่องปรุงมาเพียบ หอมสุดๆ!"
"จริงสิพี่เฉินซิง พี่ชอบแบบโรยผงปรุงรส หรือจะทำน้ำจิ้มดีคะ"
ถึงฝีมือการเปลี่ยนเรื่องจะแข็งทื่อไปหน่อย แต่ต้องยอมรับว่าหัวข้อนี้ทำเอาโจวเฉียนหิวขึ้นมาเหมือนกัน
...
หมูย่างถ่านทำง่ายและเร็วที่สุด แค่หั่นหมูสามชั้นเป็นแผ่นบาง แล้วเสียบไม้ย่าง—แต่กินแค่นี้มันเลี่ยนไปหน่อย หวายอวี๋เลยผัดมันฝรั่งเส้นเปรี้ยวเผ็ดมาอีกกะละมัง แล้วก็นวดแป้งทอดแผ่นแป้งเล็กๆ อีกหม้อ
แผ่นแป้งขาวนุ่มหอมหวาน ห่อมันฝรั่งเส้นเปรี้ยวเผ็ดกรุบกรอบ ตามด้วยผักกาดหอมห่อหมูสามชั้นย่างที่มันเยิ้มแต่ไม่เลี่ยน...
เฉินซิงกินจนน้ำตาจะไหล! นี่สิชีวิตคน!
เธอกินแป้งห่อไปสิบกว่าอันรวดเดียว แล้วก็ฟาดหมูย่างไปอีกจานใหญ่ นั่งพุงกางจนรู้สึกเกรงใจ
เห็นหลินเสวี่ยเฟิงกำลังล้างจานอย่างคล่องแคล่วเป็นธรรมชาติ เฉินซิงก็นั่งไม่ติด ขยับตัวยุกยิก "ฉันช่วยนะ..."
"ต้องให้พี่ช่วยอยู่แล้วแหละ"
หวายอวี๋กดตัวเธอไว้ "พี่เฉินซิง อย่าเอาความสามารถไปใช้ผิดที่สิ! ความสามารถของพี่ต้องเอาไปลงกับแปลงผักนู่น!"
เฉินซิงมองหลินเสวี่ยเฟิง คิดในใจว่าใครกันแน่ที่ใช้ความสามารถผิดที่...
แต่บ่นไปงั้นแหละ หวายอวี๋กล้าใช้คนอย่างไม่เกรงใจแบบนี้ แสดงว่าชีวิตสุขสบายดี เธอเองก็พอใจมาก ถลกแขนเสื้อขึ้นทันที
"พอดีกินอิ่มเกินไป ย่อยอาหารหน่อยก็ดี มา เธอมากับฉัน แปลงผักนี่จะให้ทำยังไง"
...
หวายอวี๋คิดถูกแล้วที่ไม่ให้โจวเฉียนพลิกหน้าดิน
หลินเสวี่ยเฟิงกำลังจัดบ้าน เขายืนอยู่ข้างแปลงผัก อุ้มท่อนซุงขนาดใหญ่มาหลายท่อน ทั้งรดน้ำทั้งพลิกกลับไปมาตั้งโครง เห็นได้ชัดว่าในที่สุดก็มีเวลาว่างมาสร้างบ้านที่กินได้ให้สปอร์ของตัวเองสักที
ส่วนที่ขอบแปลงผัก เฉินซิงที่เข้าใจความต้องการของหวายอวี๋แล้วถามย้ำอีกครั้ง "เธอแน่ใจนะ? ข้างบนยังมีผักอีกตั้งเยอะ..."
"แก่หมดแล้ว กินไม่ได้แล้ว"
ไม่ใช่แค่แก่ แต่ค่ามลพิษยังสูงอีกต่างหาก จะกินต้องเสียเวลาฟื้นฟูจัดการอีกตั้งเยอะ สู้ปลูกใหม่เลยดีกว่า
หวายอวี๋ถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม "อยากเลี้ยงหมูจังเลย—แต่พวกนี้ไม่มีประโยชน์แล้ว เก็บไปก็ไร้ค่า พี่เฉินซิง ทำตามที่ฉันบอกเถอะ"
เฉินซิงพยักหน้า "ได้เลย!"
เธอยื่นมือขวาออกมา พลังพิเศษทำงานทันที
พื้นดินใต้เท้าเริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ แปลงผักที่โจวเฉียนเคยจัดไว้อย่างเป็นระเบียบไม่ไกลออกไป ก้อนดินก็สั่นสะเทือน กลิ้งขลุกๆ แล้วแตกออกเป็นเม็ดเล็กๆ
ผักที่แก่เกินแกงพวกนั้นก็สั่นไหวเหมือนกัน แล้วในชั่วพริบตาเหมือนมีอะไรดันขึ้นมาจากใต้ดิน ล้มระเนระนาดถอนรากถอนโคนขึ้นมาอยู่บนพื้น
ในวินาทีนี้ ใต้ชั้นดินราวกับมีไส้เดือนยักษ์กำลังเลื้อยผ่านอย่างรวดเร็ว!
เฉินซิงหลับตาแน่น ฝ่ามือแนบลงกับพื้น เส้นเลือดปูดโปนขึ้นที่หลังมือ แปลงผักทั้งผืนพลิกตลบ สั่นสะเทือน ก้อนดินแข็งๆ แตกกระจาย โครงสร้างดินละเอียดและสม่ำเสมอขึ้นเรื่อยๆ...
แค่สิบกว่านาที แปลงผักผืนใหญ่ตรงหน้าก็เหลือแต่ดินร่วนซุยสีเหลือง ผักที่แก่ตายถูกฝังกลบลงไปลึก ข้างบนเป็นแปลงผักยกร่องเรียงรายเป็นระเบียบ ละเอียดและร่วนซุยกว่าที่โจวเฉียนเคยลงแรงขุดไว้อย่างตั้งใจเสียอีก
พอเฉินซิงลุกขึ้นยืน เธอก็ถอนหายใจยาวเหยียด
ช่วยคนเปิดหน้าดินไม่ได้เหนื่อยอะไรขนาดนั้น แต่ประเด็นคือเธอชอบหวายอวี๋ เลยอยากทำให้ดีที่สุด แม้แต่ก้อนดินก็ทุบจนละเอียด แค่นิ้วเขี่ยก็ร่วงกราวลงมาเป็นกำมือ
หวายอวี๋ยืนมองตาค้าง—เธอไม่ใช่เพิ่งเคยเห็นอานุภาพของพลังธาตุดินเป็นครั้งแรก ตอนโจวเฉียนสร้างบ้าน เธอเห็นกับตาว่าเหลียงจูกับผู้ช่วยอัดพื้นดินให้เรียบแน่นได้อย่างง่ายดาย
แต่นั่นมันคนละเรื่องกับแปลงผักที่บ้าน ดินร่วนซุยพวกนี้ พี่เฉินซิงต้องใช้ความพยายามมากแน่ๆ เหมือนชาวนาเก่าแก่ที่ใช้จอบค่อยๆ ทุบดินให้แตกทีละก้อนอย่างประณีต
"ว้าว..."
สุดท้ายเธอก็ทำได้แค่อุทานออกมา แล้วก็ดีใจยกใหญ่ "พี่เฉินซิง พี่เก่งที่สุดเลย!!!"
"พลังธาตุดินนี่ดีจังเลยนะ! ใช้ประโยชน์ได้ดีมากเลย!"
ขนาดเฉินซิงรู้ว่าเธอปากหวาน ก็ยังอดยิ้มออกมาไม่ได้ "ในสายตาเธอ มีพลังอะไรไม่ดีบ้างไหมเนี่ย"
หวายอวี๋คิด แล้วลังเล "ธาตุไฟ?"
เฉินซิง: ...
"ที่เธอพูดถึงธาตุไฟ เพราะเธอยังไม่เคยเจอผู้ใช้พลังธาตุไฟตัวเป็นๆ ใช่ไหมล่ะ พวกเขามักจะถูกส่งไปประจำการแถบชายฝั่ง เมืองที่อยู่ติดแดนรกร้างแบบนี้ไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์เท่าไหร่"
หวายอวี๋คิดแล้วพูดตามตรง "แต่ธาตุไฟดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์กับการทำเกษตรจริงๆ นี่นา! ธาตุดินใช้พรวนดิน ธาตุไม้เร่งโต ธาตุน้ำรดน้ำ ธาตุทองก็ขุดดินได้ ทำจอบทำเสียมคมๆ... มีแต่ธาตุไฟนี่แหละ ฉันยังนึกไม่ออกว่าจะมีประโยชน์กับการทำเกษตรยังไง"
มาแล้ว! ฝันดีครับ! ดึกเกินไปแล้ว เรื่องหน้าคืนนี้งดนะ
[จบแล้ว]