- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในยุคกลายพันธุ์ ฉันดันมีสกิลคุยกับดอกไม้
- บทที่ 351 - ดวงดี
บทที่ 351 - ดวงดี
บทที่ 351 - ดวงดี
บทที่ 351 - ดวงดี
ไป๋อวี่ไม่ได้ตอบอะไรอีก
เธอนั่งเหม่อลอยอยู่ตรงนั้น นึกไม่ออกว่าต้องใช้วิธีไหนถึงจะไปขนเกาลัดมาจากต้นนั้นได้ถึงสองกระสอบ... ไม่สิ เสี่ยวอวี๋บอกว่าต้มและอบมาแล้วสองกระสอบ งั้นก็แปลว่ามันหดตัวจนแห้งแล้ว หมายความว่า...
เธอหันกลับไป ทหารกองกำลังพิทักษ์กลุ่มหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลกำลังมองเธอตาละห้อย สายตาแทบจะแผดเผาเธอให้เป็นจุณ... รีบถามสิ รีบถามเร็วเข้า!!!
ไป๋อวี่สูดหายใจลึก เห็นหวายอวี๋ยังร่าเริงสดใสไร้เดียงสา จึงถามเบาๆ ว่า "เอาของมาจากต้นเกาลัดเยอะขนาดนี้ ไม่ง่ายเลยใช่ไหม"
"ก็โอเคนะคะ" หวายอวี๋ตอบอย่างเปิดเผย ยังไงเธอก็ไม่ได้โดนทุบสักเท่าไหร่ มีคนรับเคราะห์แทนไปแล้ว ตอนนี้เลยพูดอย่างมีความสุข "ต้นเกาลัดเป็นต้นไม้ที่ดีมากเลยนะ! นิสัยก็ดีด้วย ถึงตอนแรกจะไม่ค่อยพอใจที่ฉันเก็บเกาลัด แต่พอฉันแอบกราบมันในใจทีนึง มันก็ให้แล้วล่ะ!"
เธอนึกย้อนกลับไป ทำท่าเหมือนกำลังบอกความลับ "มันต้องขี้อายแน่ๆ เลย!"
ชั่วขณะนั้นไป๋อวี่รู้สึกเหมือนพวกเธอกำลังพูดถึงคนละสปีชีส์กัน
ด้วยความนิ่งของเธอยังอดหันไปมองข้างหลังไม่ได้ กลุ่มทหารกองกำลังพิทักษ์กลุ่มใหญ่จ้องมองมาตาแป๋ว แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย
"กราบในใจคืออะไรอะ"
"ฮะ?" คำถามนี้ทำเอาหวายอวี๋งงไปเลย เรื่องแค่นี้ไม่เข้าใจเหรอ
เธอคิดนิดหนึ่ง แล้วถามอย่างใส่ใจ "พวกพี่รักศักดิ์ศรีเกินไปหรือเปล่าคะ เหมือนพี่โจวเฉียนเลย เขาบอกว่าลูกผู้ชายมีศักดิ์ศรีดั่งทองคำจะกราบมั่วซั่วไม่ได้... แต่ตอนนี้เกาลัดแพงกว่าทองคำอีกนะ!"
"ฉันเลยแอบกราบในใจไง!"
พูดจบ เห็นสีหน้าไป๋อวี่เหมือนจะสติแตกหน่อยๆ ก็เริ่มกังวลนิดๆ "ทองคำ... ขึ้นราคาแล้วเหรอคะ"
จำได้ว่าตอนเพิ่งลงเขาได้ยินคนคุยกันว่ากรัมละ 100 คะแนนเองนี่นา
เงียบกริบ
รอบด้านเงียบสงัด
หวายอวี๋สูดหายใจเฮือก "ขึ้นราคาไปเยอะจริงๆ ด้วยสินะ?!"
แต่คิดอีกทีเธอก็ไม่ได้จะซื้อนี่นา จะตกใจไปทำไม...
สรุปคือ พอความคิดเตลิดไปถึงตรงนั้น เธอก็ลืมคำถามแรกไปแล้ว ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วลองหยั่งเชิงถามอีกครั้ง "งั้น... ถ้าพวกพี่ไม่เอาเกาลัด แลกปลาเอาไหมคะ"
ไป๋อวี่ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
ในใจเธอมีคำถามเป็นพันข้ออยากจะถาม แต่สุดท้ายที่หลุดปากออกมาคือ "เธอมีปลาเท่าไหร่ อยากแลกอะไร"
หวายอวี๋บิดตัวไปมาเขินอาย "รถบุกเบิกคันนั้นของพวกพี่ ให้เช่าไหมคะ"
ทำธุรกิจจะบอกราคาทุนตัวเองก่อนไม่ได้ ไม่งั้นจะโดนกดราคาได้ง่ายๆ หวายอวี๋ตอนนี้เป็นนักธุรกิจที่สอบผ่านแล้ว เลยยืดอกพูดว่า "พวกพี่เสนอราคามาก่อนเลย!"
ไป๋อวี่เงียบไปนานพักใหญ่ กว่าจะพูดออกมาว่า "ขอพวกเราปรึกษากันภายในก่อนนะ"
ก็สมควรอยู่ หวายอวี๋พยักหน้าตกลง ถือโอกาสก่อเตาไฟง่ายๆ ตั้งหม้อต้มน้ำรอโจวเฉียนกลับมา
แค่มองเห็นทหารกองกำลังพิทักษ์กลุ่มใหญ่นั่งล้อมวงปรึกษาเรื่องใหญ่อะไรสักอย่าง หวายอวี๋ก็ถอนหายใจเงียบๆ ไม่มีพลังพิเศษนี่ไม่ยุติธรรมเลยจริงๆ ผู้มีพลังพิเศษหูทิพย์ตาทิพย์ ได้ยินพวกเธอคุยกัน แต่เธอกับโจวเฉียนกลับไม่ได้ยินว่าฝ่ายนั้นคุยอะไรกัน
เฮ้อ! ทำไมพลังของเธอไม่รักดีกว่านี้หน่อยนะ!
ไม่รู้ปรึกษาอะไรกันออกมา ไม่นานนัก ฟางเจ๋อคนคุ้นเคยก็เดินเข้ามา
เขามองน้ำในหม้อของเธอ "น้องเสี่ยวอวี๋ น้ำพวกนี้เอามาจากไหนเหรอ"
หวายอวี๋ชี้ถังเก็บน้ำหลังรถ "ผ่านแหล่งน้ำที่ไหน เราก็จะกรองน้ำเก็บไว้ถังหนึ่งค่ะ"
ในแดนรกร้างไม่ขาดแคลนสระน้ำลำธาร เดินทางไปกรองไปถึงจะช้าหน่อยแต่ก็พอไหว สรุปคือ ไม่ขาดน้ำ
ฟางเจ๋อหัวเราะ "น้ำกรองยังไงก็ไม่บริสุทธิ์พอ จะใช้ทีก็ยุ่งยาก ให้พี่ช่วยกลั่นน้ำบริสุทธิ์ให้เอาไหม"
หวายอวี๋ตาโต มีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วย!
"พี่ฟางเจ๋อ พี่ใจดีจัง!"
ถึงความสามารถจะกากไปหน่อย ทำอะไรก็ไม่ค่อยได้เรื่อง แต่จิตใจที่ชอบช่วยเหลือคนนี่ดีจริงๆ!
แต่น้ำที่มีอยู่ก็ทิ้งไม่ได้ "พี่ฟางเจ๋อรอเดี๋ยวนะคะ ฉันต้มน้ำพวกนี้ให้เดือดแล้วเทพักไว้ก่อน เดี๋ยวต้องใช้ลวกขนไก่"
ฟางเจ๋อยิ้มสดใส "ได้! พี่มีเวลา! ไม่รีบ"
ในขณะเดียวกัน ทหารกองกำลังพิทักษ์ที่ล้อมวงอยู่กับไป๋อวี่ก็คุยกันอย่างดุเดือด
"สรุปมันยังไงกันแน่ ทำไมเลือกปฏิบัติแบบนี้ ตัวฉันโดนทุบจนเขียวช้ำไปหมดยังปวดตุบๆ อยู่เลย แม่หนูนั่นกลับโกยมาได้ตั้งสองกระสอบง่ายๆ!"
ทีมพวกเขาคนหนึ่งเก็บได้ไม่กี่ชั่ง แบ่งกันคนละสองลูกยังไม่พอเลย!
"นั่นสิ! แถมพวกเราโดนทุบจริง แล้วก็กราบจริงด้วย!"
ตั้งแต่วินาทีที่คนแรกล้มลงไปคุกเข่าโดยไม่ตั้งใจ หลังจากนั้นถ้าพวกเขาจะเอาเกาลัดไป นอกจากต้องจ่ายพลังธาตุไม้แล้ว จะเอาไปลูกหนึ่งก็ต้องกราบทีหนึ่ง...
ก่อนหน้านั้น พวกเขาโดนรุมทุบจนน่วมไปหลายรอบแล้วนะ!
"ต้นเกาลัดนี่มันเลือกปฏิบัติชัดๆ พวกเราเก่งกว่า ก็เลยต้องรับกรรมเหรอ"
ความแค้นเคืองของทุกคนลึกซึ้ง ยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจ
ที่สำคัญที่สุดคือ...
"อะไรคือกราบในใจทีนึงอะ"
"นั่นสิ! ให้กราบในใจฉันกราบได้ร้อยทีเลย!"
"เธอมีพลังสื่อสารทางจิตกับพืชกลายพันธุ์หรือเปล่า เกินไปแล้วนะ!"
"เพ้อเจ้อ พลังแบบนั้นมีที่ไหน... พลังธาตุไม้ในตัวเด็กคนนั้นอ่อนจนแทบไม่รู้สึก ทำไมเธอถึงดวงดีขนาดนี้นะ!"
คำว่า "ดวง" กระแทกใจทุกคนเข้าอย่างจัง
กองกำลังพิทักษ์จึงเงียบเสียงลง สักพักสายตาทุกคู่ก็หันไปมองรถประจำตำแหน่งของเจ้าหน้าที่พิทักษ์
อู๋เยว่แม้จะได้ยินเสียงข้างนอก แต่ไม่สามารถสัมผัสสายตาผ่านอากาศได้ ตอนนี้เขากำลังดื่มน้ำยาอาหารเสริมรสชาติบรรยายไม่ถูกอยู่ในรถ รู้สึกว่าภารกิจแดนรกร้างรอบนี้ยากลำบากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
ส่วนเสียงวิจารณ์ข้างนอกนั่น เขาแค่นเสียงหัวเราะ ดวงมันก็แค่ชั่วคราว มีแต่ความแข็งแกร่งที่แท้จริงเท่านั้นที่ควบคุมได้ในกำมือ สองพี่น้องคู่นี้อาศัยดวงดีเดินมาถึงตรงนี้ จะเดินต่อไปได้ไกลแค่ไหนเชียว ตอนนี้ก็ต้องมาตามตูดพวกเขาอยู่ดีไม่ใช่เหรอ
เขาหลับตาลง อดนึกถึงหวายอวี๋คนนั้นไม่ได้
สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรม
ครอบครัวเขาฐานะปานกลาง แต่พ่อแม่พอมีเงินเก็บ พ่อเสียไป เขาก็ยังถือว่าเรียนจบมหาวิทยาลัยดีๆ มาได้อย่างราบรื่น
การเริ่มต้นแบบนี้ ควรจะเหนือกว่าหวายอวี๋เด็กกำพร้าที่สอบเอ็นทรานซ์ไม่ติดคนนั้นแบบไม่เห็นฝุ่น ตอนที่เจอกันเธอยังต้องลำบากขึ้นเขาหาของป่าประทังชีวิต เขาควรจะเป็นคนช่วยชีวิตเธอ ไม่รังเกียจวุฒิการศึกษาและโอบอุ้มเธอไว้แท้ๆ
ใครจะรู้ว่าแค่คำเตือนเรื่อง "ไลฟ์สด" ประโยคเดียว อีกฝ่ายกลับดีใจยกใหญ่ "รู้ได้ไงว่าฉันกำลังตัดต่อวิดีโออยู่ ฉันเห็นคนชอบดูไลฟ์สดเดินป่าแบบนี้เยอะมาก เดี๋ยวฉันลงคลิปสะสมฐานแฟนคลับก่อน วันหลังจะเปิดไลฟ์บ้าง"
ตอนนั้นรอยยิ้มของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความเชื่อใจ "อู๋เยว่ เรานี่รู้ใจกันจริงๆ!"
แล้วสถานการณ์ก็พลิกผัน เพียงแค่ปีเดียว เธอก็กลายเป็นสตรีมเมอร์ที่มีแฟนคลับเป็นล้าน
ส่วนเขาอู๋เยว่ ตอนนั้นยังเป็นแค่นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมดาที่มีชื่อเสียงนิดหน่อยในรั้วมหาวิทยาลัยชั้นนำเท่านั้นเอง
[จบแล้ว]