เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 311 - สู้วัวไม่ไหว

บทที่ 311 - สู้วัวไม่ไหว

บทที่ 311 - สู้วัวไม่ไหว


บทที่ 311 - สู้วัวไม่ไหว

หวายอวี๋ไม่รู้ตัวหรอกว่ากลายเป็นสุดยอดตัวถ่วงในใจโจวเฉียนไปแล้ว แต่ในเมื่อทางข้างหลังตันไปแล้ว เธอก็ได้แต่สาบานต่อฟ้า

"ครั้งหน้าฉันจะไม่ทำอะไรโดยพลการแบบนี้อีกแล้วจ้ะ"

"ไม่เป็นไร" โจวเฉียนกลับพอใจมากแล้ว "เธอทำได้ดีมากแล้ว รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ไม่ได้เสียหายอะไรมาก ไม่ต้องคิดมากหรอก"

เขาพูดจากใจจริง

เพราะการออกมาด้วยกันสองครั้ง ไม่ว่าเขาจะสั่งอะไร หวายอวี๋ไม่เคยสงสัย แต่จะลงมือทำทันที... แน่นอนว่าด้วยความขี้สงสัยของเธอ พอทำเสร็จแล้วก็มักจะมีข้อสงสัยตามมาเสมอ

แต่ในเวลาที่จำเป็น เธอไม่เคยลังเลที่จะทำตามการตัดสินใจของโจวเฉียนเลย

ในจุดนี้ เธอดีกว่าเพื่อนร่วมทางส่วนใหญ่มากแล้ว

พอก้มลงมองหวายอวี๋ อีกฝ่ายก็กลับมาร่าเริงอีกครั้ง เหมือนกับที่เธอไม่เคยสงสัยการตัดสินใจของโจวเฉียน เธอก็ไม่เคยสงสัยว่าโจวเฉียนจะแกล้งพูดปลอบใจเธอเหมือนกัน

มีผลกระทบก็คือมีผลกระทบ ไม่เสียหายก็คือไม่เสียหาย เธอปรับอารมณ์เก่งจะตาย

เพราะเสียเวลาตรงนี้ไปหน่อย ป่ารอบด้านเลยค่อยๆ ถูกความมืดปกคลุม เสียงแมลงเสียงนกร้องและเสียงสัตว์คำรามรอบตัวค่อยๆ ห่างออกไป โจวเฉียนขับรถไปบนเส้นทางที่มีคนบุกเบิกมาก่อนหน้านี้นับครั้งไม่ถ้วน เห็นหวายอวี๋เริ่มสัปหงกอีกแล้ว ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้

"เสี่ยวอวี๋ ง่วงมากเหรอ"

หวายอวี๋ตื่นขึ้นมา "ก็ไม่เท่าไหร่นะ แต่มันง่วงเองโดยไม่รู้ตัว... พี่โจวเฉียน ต้องเป็นเพราะพี่คุยไม่สนุกแน่ๆ น่าเบื่อจะตาย"

โจวเฉียนขำจนแทบสำลัก "ตั้งแต่ขึ้นรถมา ถ้าเธอไม่กินก็พูด ปากแจ๋วๆ นั่นแทบไม่เคยหยุด... บอกว่ากินอิ่มจนหนังท้องตึงหนังตาหย่อนยังน่าเชื่อกว่า"

แต่พูดก็พูดเถอะ เขายังถามต่อด้วยความเป็นห่วง "ใช้พลังเยอะเกินไปรึเปล่า อาการง่วงของเธอมาเร็วผิดปกตินะ"

พูดกันตามตรง อาจจะเป็นเพราะช่วงก่อนหน้านี้ร่างกายกำลังเจริญเติบโตอย่างบ้าคลั่ง บวกกับกลางคืนในแดนรกร้างไม่มีกิจกรรมอะไรทำ หวายอวี๋เลยหลับสนิทมาก

เท่าที่โจวเฉียนรู้ เธอสามารถนอนตั้งแต่สองทุ่มยันแปดโมงเช้าได้เลย

แต่ตอนกลางวันเธอก็ดูสดใสร่าเริงดี พลังล้นเหลือ ทำงานทั้งวันยังไหว เมื่อกี้ยังพูดเจื้อยแจ้วอยู่เลย เดี๋ยวเดียวก็ทำท่าเหมือนคนอดนอนมาสิบชาติ จะไม่ให้เขาคิดมากได้ยังไง

หวายอวี๋ดึงสติกลับมา "เปล่านะ พลังของฉันพัฒนาไปตั้งนานแล้ว แต่ว่า..."

เธอเปิดหน้าต่างรถ สูดอากาศเย็นเฉียบข้างนอกเข้าปอด "พี่โจวเฉียน แดนรกร้างทำให้รู้สึกสบายจังเลย มีความรู้สึกว่าเหมาะกับการนอนหลับและเติบโตมากๆ"

โจวเฉียนยิ้มขำ

เขาคงระแวงเกินเหตุไปเอง ป่าไม้นี่นา ออกซิเจนบริสุทธิ์ หวายอวี๋ไม่ต้องขับรถเหมือนเขา อยากนอนก็นอนไปสิ!

เขาเลยเหยียบคันเร่ง "ตอนนี้อย่าเพิ่งนอน เดี๋ยวจะถึงค่ายพักแล้ว นอนเยอะไปเดี๋ยวกลางคืนหลับไม่สนิท... มาคิดกันดีกว่าว่าเย็นนี้จะกินอะไร"

พอพูดเรื่องกิน หวายอวี๋ตาสว่างทันที!

"พี่โจวเฉียน ทีมสำรวจทีมอื่นเข้ามาล่าสัตว์ได้ ถ้าเราระหว่างทางเจออะไรที่กินได้ พี่ช่วยล่าให้หน่อยได้ไหมจ๊ะ!"

"ไข่นก... เอาเถอะเหมือนจะไม่ใช่ฤดูนี้ แต่ถ้ามีแหล่งน้ำ หาปลาก็ได้นะ ไม่มีปลาก็งมกุ้งหอยปูลา ถ้าไม่มีจริงๆ เก็บหอยขมก็ได้"

"แล้วก็งู... ช่างเถอะ งูฉันทำไม่ค่อยเป็น เปลี่ยนอย่างอื่น... ไก่ป่า! จะมีไก่ป่าไหม"

พูดยังไม่ทันขาดคำ หวายอวี๋ก็หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง แถมยังเริ่มจินตนาการไปไกล

"ป่าใหญ่ขนาดนี้ สัตว์น่าจะมีครบทุกชนิดเนอะ? แพะมีไหม? ก่อนหน้านี้เรายังเคยรับซื้อเลย หมูป่าก็ได้ แต่ต้มให้เปื่อยยากหน่อย รีบเดินทางจัดการลำบาก... วัว... ถ้าเป็นวัวพี่โจวเฉียนสู้ไหวไหมจ๊ะ"

โจวเฉียน: ... เขาไม่น่าเปิดประเด็นนี้เลย!

ทีนี้เป็นไงล่ะ ขับรถไป ตายังต้องสอดส่ายหาวัตถุดิบทำอาหารไปด้วย

แต่...

"วัวป่าในแดนรกร้างขวิดรถคว่ำได้สบายๆ ฉันสู้ไม่ไหวหรอก เธอตัดใจซะเถอะ"

"อ้อ" หวายอวี๋ไม่ได้ผิดหวังอะไรมาก "ฉันก็พูดไปงั้นแหละ วัวตัวใหญ่เกินไป ฉันชำแหละไม่ค่อยเก่ง... เฮ้อ! อาชีพเก่าของฉันยังพัฒนาไม่ครอบคลุมพอ รู้งี้หัดชำแหละมาให้เก่งๆ ก็ดี! ไม่งั้นตอนนี้คงมีวิชาติดตัวเพิ่มอีกอย่างแล้ว!"

โจวเฉียนนึกถึงความฝันของเธอ... เด็กกำพร้า คนเก็บของป่า อินฟลูฯสายธรรมชาติ แม่บ้าน...

"อย่าเลย" เขาพูด "ถ้าเธอมีฝีมือชำแหละจริงๆ ฉันกลัวว่ายังไม่ทันเกิดภัยพิบัติ เธอคงได้ไปนอนในคุกซะก่อน"

ดูจากนิสัยของหวายอวี๋ตอนนี้ ถ้าไปเจอคนแบบนั้นเข้า คงทนได้ไม่เกินสองวันก่อนจะลุกขึ้นมาลับมีดเตรียมเชือดหมูเชือดแกะแน่ๆ

หวายอวี๋นึกถึงนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ธาตุไฟที่โผล่มาปุ๊บก็ตายปั๊บเพื่อเป็นกรณีศึกษาคนนั้นขึ้นมาอย่างร้อนตัว ในใจคิดว่าฉันไม่ได้เป็นคนแบบนั้นซะหน่อย!

คุยกันมาตลอดทาง จนกระทั่งช่องว่างระหว่างยอดไม้เริ่มมีแสงดาวริบหรี่ลอดลงมา ค่ายพักอีกแห่งก็ปรากฏขึ้น

โจวเฉียนจอดรถอย่างชำนาญ แล้วหยิบตะเกียงพลังงานแสงอาทิตย์ของหวายอวี๋ลงมาส่องทาง "เธอถือตะเกียงจัดที่ทางไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันไปเดินดูแถวๆ นี้ว่ามีวัตถุดิบที่เธออยากได้ไหม"

หวายอวี๋ถามด้วยความสงสัย "นี่เป็นค่ายพักเฉพาะทาง ดูแล้วน่าจะมีคนมารอจับสัตว์เยอะแยะ พวกสัตว์เล็กสัตว์น้อยคงหนีไปหมดแล้ว ยังจะหาเจออีกเหรอ"

โจวเฉียนหัวเราะ "ในแดนรกร้าง ของที่กินไม่ได้ต่างหากที่มีเยอะที่สุด เธอลองนึกถึงเนื้อสารพัดชนิดที่ถูกทิ้งไว้ที่ด่านทางด่วนสิ พวกเขาไม่ยอมล่าเพิ่มเพราะล่าไม่ได้งั้นเหรอ"

หวายอวี๋คิดดูแล้วก็จริง เลยกำชับว่า "ถ้าล่าได้ ต้องรีบเอาเลือดออกทันทีเลยนะ!"

สัตว์ที่เอามาจากด่านทางด่วน ไม่ว่าเนื้อจะดีแค่ไหน เพราะไม่ได้เอาเลือดออกทันที เนื้อเลยมีรสเปรี้ยว ตอนแรกไม่มีทางเลือก กินเข้าไปก็ว่าอร่อย แต่พอนานเข้า หวายอวี๋ก็เริ่มทนไม่ไหวแล้ว

โจวเฉียนพยักหน้า "ระวังตัวด้วย อย่าออกไปนอกเขตป่านี้นะ"

หวายอวี๋พยักหน้า "วางใจเถอะ ฉันมีประสบการณ์จากค่ายพักที่แล้ว... ฉันจะไปดูแถวๆ นี้ว่ามีผักป่าอะไรกินได้บ้าง"

โจวเฉียนพยักหน้า แล้วส่งตะเกียงให้เธอ "ฉันอัปเกรดการมองเห็นตอนกลางคืนมาแล้ว ไม่ต้องใช้ไอ้นี่หรอก"

เขาหันหลังเดินออกจากค่ายพัก ร่างค่อยๆ หายลับไปในป่า ส่วนหวายอวี๋มองไปรอบๆ เริ่มจากกวาดฟืนจากกองไฟเก่ามาก่อไฟอย่างคล่องแคล่ว แล้วเทน้ำจากถังพกพาใส่กาต้มน้ำแขวนไว้เหนือไฟ

พอเตรียมทุกอย่างเสร็จ มองดูค่ายพักที่เงียบสงบใต้แสงไฟ เธอก็เลือกพุ่มไม้ที่ดูรกทึบที่สุด หิ้วตะเกียง พกถุงพลาสติกสองใบกับเสียมอันเล็กเดินเข้าไป

ข้างนอกเป็นหน้าหนาวแล้ว แต่ในแดนรกร้างดูเหมือนยังเป็นฤดูใบไม้ร่วง ฤดูนี้ไม่รู้ว่าจะยังหาผักป่าอะไรกินได้บ้างนะ!

กำลังคิดเพลินๆ หวายอวี๋ก็หยุดกึก

หอมจัง!

-- กลิ่นหอมหวานเข้มข้นของดอกหอมหมื่นลี้

พอยกตะเกียงขึ้นส่อง เธอถึงเห็นต้นหอมหมื่นลี้ต้นใหญ่ยักษ์อยู่ข้างหน้า แต่ที่ซวยคือ ใต้ต้นไม้ดันมีรังต่อขนาดมหึมาอยู่ด้วย

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 311 - สู้วัวไม่ไหว

คัดลอกลิงก์แล้ว