- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในยุคกลายพันธุ์ ฉันดันมีสกิลคุยกับดอกไม้
- บทที่ 251 - จะมีเพื่อนบ้านแล้ว
บทที่ 251 - จะมีเพื่อนบ้านแล้ว
บทที่ 251 - จะมีเพื่อนบ้านแล้ว
บทที่ 251 - จะมีเพื่อนบ้านแล้ว
รถแล่นมุ่งหน้าไปทางชานเมือง เถ้าแก่ถังยิ่งดูทางก็ยิ่งคุ้นตา พอเห็นตึกร้างชื่อดังที่ทั้งสูงทั้งใหญ่โตปรากฏขึ้นไกลๆ ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหวเหยียบเบรกจอดรถ
"พวกเธอจะพาฉันมาดูหมู่บ้านจินหยวนนี่เหรอ"
เขาถอนหายใจ "ที่นี่มันก็กันดารอยู่หรอก แต่คนอยู่เยอะเกินไป ตอนแรกฉันก็ไม่ได้สนใจ แต่หลังๆ หาที่อื่นไม่ได้จริงๆ เลยลองเข้ามาดู พบว่าข้างในมันกว้างมาก แล้วก็ไปถูกใจที่แปลงนึง แต่เจ้าของเขาทำธุรกิจตรงนั้น ไม่ยอมเซ้งต่อ..."
เขาบ่นกระปอดกระแปด ดูท่าทางผิดหวังกับการเดินทางครั้งนี้ หวายอวี๋เลยถามด้วยความสงสัย "ข้างในฉันก็เคยไป เถ้าแก่ถังถูกใจตรงไหนเหรอคะ"
เถ้าแก่ถังไม่ได้โกรธเคือง ถือซะว่าขับรถเล่นกินลมชมวิว เลยตอบสบายๆ ว่า "ฉันเคยดูผังเมืองที่เทศบาล ในหมู่บ้านนี้มีทะเลสาบเทียมขนาดใหญ่ ริมทะเลสาบอนุญาตให้สร้างบ้านส่วนตัวได้"
"ฉันกะว่าจะเช่าที่ริมทะเลสาบ แล้วเอาบ้านน็อคดาวน์มาลงสักสองสามหลัง แต่เจ้าของเดิมเป็นผู้ใช้พลังธาตุน้ำ เขาปลูกบัวเลี้ยงปลาไว้ในทะเลสาบ เลยคุยไม่ลงตัว"
หวายอวี๋ร้องอ๋อ ที่แท้ก็คู่สามีภรรยาที่เธอไปซื้อดอกบัวกับลูกปลานั่นเอง
แต่ถึงริมทะเลสาบจะกว้างขวาง แต่คนในหมู่บ้านก็เยอะเกินไปจริงๆ ไม่เหมาะหรอก
เธอยิ่งมั่นใจขึ้นไปอีก "งั้นเถ้าแก่ขับตามมาเลยค่ะ ที่ที่ฉันบอกต้องถูกใจเถ้าแก่แน่นอน"
เถ้าแก่ถังประหลาดใจ "ยังต้องไปต่ออีกเหรอ"
ข้างหน้าก็ใกล้จะถึงทางหลวงเก่าของเมืองบุปผาแล้วนะ นอกจากจะไม่มีคนแล้วยังเปลี่ยวมาก ให้เกาหมิงไปอยู่คนเดียวแถวนั้นจะไม่ปลอดภัยเอานะ จะดีเหรอ
แต่พอสิ้นเสียง รถคันใหญ่ลายดอกทานตะวันสีน้ำมันคันหน้าก็ออกตัวนิ่มๆ ไปแล้ว เถ้าแก่ถังร้อง "ไอ๊หยา" แล้วก็ได้แต่ขับตามไป
แต่ยิ่งขับก็ยิ่งเปลี่ยว เขาหันมองซ้ายขวา พบว่ารถเลี้ยวเข้าถนนอีกเส้นแล้ว ระหว่างทางผ่านป้ายรถเมล์ป้ายหนึ่ง หวายอวี๋จอดรถเตือนให้เขาจำตำแหน่งไว้ บอกว่าถึงที่นี่จะเดินทางลำบาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไปไหนมาไหนไม่ได้
เถ้าแก่ถังมองแวบหนึ่ง แล้วก็ขับตามไปต่อ
แต่ยิ่งขับไปข้างหน้า ก็ยิ่งเห็นสิ่งที่ทอดยาวเหมือนเทือกเขาอยู่ไกลๆ...
ระเบียงกุหลาบ?!
"เอี๊ยด!!!" เขาเหยียบเบรกจนตัวโก่ง
เห็นรถคันหลังจอด โจวเฉียนที่ขับอยู่ข้างหน้ามองกระจกหลังแล้วก็จอดรถตาม
เถ้าแก่ถังลงจากรถมาชะเง้อมองไปไกลๆ แล้วส่ายหน้าดิก "ไม่ได้ๆๆ! ที่แบบนี้จะไปอยู่ได้ยังไง ใกล้ระเบียงกุหลาบขนาดนี้ คนอื่นไม่กล้ามาก็จริง แต่ฉันก็ไม่กล้าให้เกาหมิงมาอยู่เหมือนกัน!"
เขารู้ฤทธิ์เดชของระเบียงกุหลาบดีกว่าชาวบ้านร้านตลาดทั่วไปเยอะ ไม่กล้าเสี่ยงให้เกาหมิงมาอยู่แถวนี้เด็ดขาด แต่หวายอวี๋ที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับยิ้มหวาน "ไม่ได้ให้ไปทางระเบียงกุหลาบค่ะ แค่ขับตามถนนใหญ่ไปทางค่ายกองกำลังป้องกันอีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว"
ค่ายกองกำลังป้องกัน?
พอได้ยินชื่อนี้ เถ้าแก่ถังก็ผ่อนคลายลงเยอะ เขากัดฟัน "ก็ได้ งั้นไปดูกัน"
หวายอวี๋ไม่ได้จะพาเขาไปค่ายทหารจริงๆ หรอก แต่บ้านของโจวเฉียนอยู่ริมถนนข้างหน้านี้เอง แค่รถข้ามเนินเขานี้ไปก็เห็นแล้ว
ไม่นานเถ้าแก่ถังก็เห็นจริงๆ
รถสองคันจอดริมถนน เขามองบ้านที่เพิ่งสร้างใหม่ตรงหน้า แล้วหันไปมองโจวเฉียนกับหวายอวี๋ด้วยความประหลาดใจ "ที่แท้พวกเธอพักกันที่นี่เหรอเนี่ย?!"
พูดจบก็มองไปทางระเบียงกุหลาบด้วยความหวาดระแวง แล้วหันไปมองป้ายเตือนข้างหน้า ถึงได้ค่อยโล่งใจขึ้นมาหน่อย
เขาเดาที่อยู่ของหวายอวี๋ไว้สารพัด ตั้งแต่หมู่บ้านหรูไปจนถึงฟาร์มหรือคฤหาสน์ แต่ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าเธอจะอยู่ที่นี่!
มิน่าล่ะถึงมีผักเยอะแยะ ที่ดินกว้างใหญ่ไพศาลขนาดนี้ จะปลูกอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ
เพียงแต่...
เธอเอาความกล้ามาจากไหนกัน ถึงกล้ามาอยู่ข้างระเบียงกุหลาบแบบนี้
เขาหันไปมองบ้านของโจวเฉียน แล้วถามอย่างลังเล "บ้านนี่จ้างคนมาสร้างเหรอ"
แถวนี้ยังจะจ้างช่างได้อีกเหรอ
โจวเฉียนพยักหน้า "จ้างผู้ใช้พลังธาตุดินจากกรมโยธาครับ เพื่อนทหารเก่าของผมก็มาช่วยด้วย บวกกับใช้วัสดุรุ่นใหม่เยอะ สร้างบ้านแค่นี้ไม่กี่วันก็เสร็จ"
คนตั้งเยอะกล้ามาที่นี่ เถ้าแก่ถังค่อยวางใจหน่อย
ส่วนหวายอวี๋เสริมว่า "นี่บ้านพี่โจวเฉียนค่ะ ตรงนี้เรียกว่าคฤหาสน์กุหลาบโซน 2"
"อ้อมตรงนั้นไปจะเห็นบ้านในป่าไผ่ลางๆ นั่นบ้านฉัน เรียกว่าคฤหาสน์กุหลาบโซน 1"
"ส่วนข้างหน้า ตรงที่ใกล้ป้ายรถเมล์ที่สุด ผืนนั้นคือคฤหาสน์กุหลาบโซน 3 ที่ฉันอยากให้เถ้าแก่ดูค่ะ"
เถ้าแก่ถัง: "..."
หาที่ได้แบบนี้ เล่นเอาเขาพูดไม่ออกไปพักใหญ่
ผ่านไปครู่ใหญ่ เห็นโจวเฉียนเปิดประตูเชิญเขาเข้าไปดูข้างใน เถ้าแก่ถังถึงค่อยๆ ลงจากรถอย่างช้าๆ "ฉัน... ฉันว่าที่นี่... ขอฉันคิดดูก่อนนะ"
หวายอวี๋ถามอย่างงุนงง "คิดอะไรคะ"
"เถ้าแก่บอกเองว่าอยากได้ที่กันดาร คนน้อย แต่ต้องปลอดภัย การเดินทางไม่สะดวกแต่ก็ต้องมีรถผ่าน"
"แถมต้องกว้างขวางสุดๆ..."
"ดูสิ ที่นี่ตอบโจทย์เถ้าแก่ครบทุกข้อเลยนะ!"
ก็จริงนั่นแหละ... เถ้าแก่ถังกำลังหนักใจเรื่องนี้อยู่พอดี
กันดารแต่ปลอดภัย ก็เพราะมีระเบียงกุหลาบอยู่ ใครจะกล้าแหยม? แต่ไอ้ตัวระเบียงกุหลาบเองนี่แหละคือความไม่ปลอดภัยสูงสุด!
เขาลังเล เดินวนไปวนมาในลานบ้าน เดี๋ยวก็ดูฟืนที่เรียงเป็นระเบียบในเพิง เดี๋ยวก็ดูบ่อน้ำที่ใช้สะดวก เดี๋ยวก็เงยหน้าดูสายไฟ...
เขากัดฟันถามอีกครั้ง "ถ้าเกาหมิงอยู่โซน 3 ตรงนั้นจะต่อไฟได้มั้ย"
"น่าจะได้นะ" ยังไงก็อยู่ริมถนน ลากสายไฟจากบ้านโจวเฉียนไปก็ได้ ขอแค่จ่ายคะแนนให้พอ สร้างบ้านอยู่รอบนอก เขาคงไม่ปฏิเสธหรอก
เถ้าแก่ถังถอนหายใจ "ป่ะ พาฉันไปดูโซน 3 หน่อย"
ถึงจะจู้จี้จุกจิกและรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจ แต่วิญญาณพ่อค้าทำให้เถ้าแก่ถังประเมินค่าใช้จ่ายแถวนี้ได้อย่างรวดเร็ว
คำนวณดูแล้ว พื้นที่กว้างขนาดนี้ ราคาดันถูกกว่าบ้านในเมืองนิดหน่อยซะอีก เหมาะกับเกาหมิงที่สุดแล้วจริงๆ
ที่นี่ห่างจากค่ายทหารพอสมควร ขอแค่ปิดประตูบ้าน จะทำอะไรบ้าบอแค่ไหนก็ได้ นี่น่าจะเป็นสถานที่ทำงานในฝันของเกาหมิงเลยมั้ง
เขายืนอยู่ที่ขอบโซน 3 มองเข้าไปในพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล ระเบียงกุหลาบยังคงตั้งตระหง่านอยู่ไกลๆ ดูทั้งสวยงามและน่าเกรงขาม
เถ้าแก่ถังกวาดตามองหวายอวี๋กับโจวเฉียน แล้วกัดฟันตัดสินใจ "เอาวะ! เย็นนี้ฉันจะไปขอผังเขตที่เทศบาล พรุ่งนี้จะไปคุยกับเกาหมิง!"
"น้องหวายอวี๋ ถ้าเกาหมิงย้ายมาอยู่ที่นี่จริงๆ ฝากช่วยดูแลเขาหน่อยนะ!"
[จบแล้ว]