- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในยุคกลายพันธุ์ ฉันดันมีสกิลคุยกับดอกไม้
- บทที่ 171 - เฉินซิงกลับมา
บทที่ 171 - เฉินซิงกลับมา
บทที่ 171 - เฉินซิงกลับมา
บทที่ 171 - เฉินซิงกลับมา
ก็จริงแฮะ
คนขี่สามล้อพยักหน้าเห็นด้วย—ทางไกลขนาดนั้น เขาปั่นสามล้อคงปั่นรวดเดียวไม่ไหว ระหว่างทางต้องมีพักบ้างแหละ
คำนวณดูแล้วก็น่าจะห้าชั่วโมงจริงๆ
อีกอย่าง ให้แม่สาวน้อยนั่งรถเมล์กลับเอง ยังไงก็สบายกว่ามานั่งเบียดบนรถเขาแน่ๆ
หวายอวี๋พยักหน้า "โอเคจ้ะ เอาตามที่น้าพุทราว่า!"
"ถ้าลุงไปถึงก่อนแล้วหนูยังไม่ถึง ลุงวางของไว้ที่พงหญ้าหลังป้ายรถเมล์ได้เลยนะจ๊ะ"
"แล้วค่อยไปเก็บเงินส่วนที่เหลือกับน้าพุทราที่ตลาดแลกเปลี่ยน หรือไม่ก็เถ้าแก่ถังร้านทองฮวาเซี่ยก็ได้"
ชื่อที่เอ่ยมาล้วนมีตัวตนมีหลักแหล่ง คนขี่สามล้อเลยไม่กลัวโดนเบี้ยว พยักหน้ารับคำ "วางใจได้! ลุงส่งถึงที่แน่นอน!"
มองดูก้อนน้ำแข็งสี่เหลี่ยมที่แข็งโป๊ก วางไว้กลางแจ้งก็ไม่ละลายง่ายๆ หรอก สบายมาก!
จังหวะนั้นเอง ที่ปลายถนนก็มีไฟหน้ารถสาดส่องมาอีก ฝูงชนส่งเสียงเฮโลกันลั่น
"มีรถกลับมาอีกแล้ว! รถมาอีกแล้ว—"
น้าพุทราใส่เกียร์หมา วิ่งปรู๊ดไปข้างหน้าทันที หวายอวี๋วันนี้ได้ของจนพอใจแล้ว เลยไม่คิดจะไปเบียดกับเขา ยืนคุยกับลุงสามล้อต่อ
"งั้นตกลงตามนี้ ลุง หนูจ่ายมัดจำก่อนนะ—"
"ได้เลย!" ลุงรับเงินโอนเข้าข้อมืออย่างคล่องแคล่ว
"วางใจเถอะ ลุงหากินอยู่ด่านนี้จนหน้าช้ำแล้ว ถ้าส่งของไม่ถึง วันหลังลุงคงไม่มีหน้ามาหากินแถวนี้อีก"
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงของค่ากลายพันธุ์สูงที่ไม่มีใครเอาพวกนั้นของหวายอวี๋—พูดตามตรง ลุงสามล้อมองปราดเดียวก็รู้ว่ายัยหนูนี่เป็นคนมีตังค์ สายตาเฉียบขาดมาก!
ก็แหม ถ้าไม่มีตังค์ใครจะยอมจ่ายตั้งหลายคะแนนเพื่อขนขยะสองกองนี้กลับบ้านล่ะ!
นึกถึงปลายทาง เดาว่าเป็นญาติทหาร แถมยังรู้จักเถ้าแก่ถัง มีเงินก็ไม่แปลก แกเลยถามอย่างอารมณ์ดี
"งั้นลุงออกรถเลยนะ"
หวายอวี๋กำลังจะตอบตกลง จู่ๆ ท่ามกลางเสียงจอแจของผู้คน ก็มีเสียงน้าพุทราตะโกนลั่นจนเสียงหลง—
"หวายอวี๋! เฉินซิง! เฉินซิง—"
น้ำเสียงไม่มีความดีใจ มีแต่ความกังวล หวาดกลัว และตื่นตระหนก!
หวายอวี๋หันขวับ กอดตะกร้าวิ่งแน่บไปทันที!
ลุงสามล้อเพิ่งหันไปรอคำตอบ รอแล้วรอเล่าไม่มีเสียงตอบรับ หันกลับมาดูอีกที—
คนหายไปไหนแล้วเนี่ย?!
...
ทางด้านนี้ หวายอวี๋วิ่งเบียดเสียดเข้าไปในฝูงชนแล้ว
เธอกอดตะกร้ากลมดิกไว้แน่น บวกกับฝั่งเฉินซิงดูท่าทางไม่มีของอะไรให้ช้อนซื้อ พวกไทยมุงก็แค่มุงดูเฉยๆ ส่วนพวกพ่อค้ายังรุมล้อมหัวหน้าจ้าวที่กำลังปล่อยของอยู่!
การเบียดเข้าไปเลยไม่ยากเท่าไหร่
หวายอวี๋แทรกตัวผ่านฝูงชนอย่างยากลำบาก ฟังเสียงซุบซิบวิจารณ์รอบข้าง ยิ่งร้อนใจจนแทบไหม้—
"จุ๊ๆๆ นี่ทีมสำรวจซิงเหอนี่นา? สภาพนี้ ทีมแตกแน่"
"สำรวจแดนรกร้าง ก็ต้องเอาชีวิตไปแลกแบบนี้แหละ!"
"ตามหลักแล้วหัวหน้าเฉินแกเข้าออกป่าบ่อยจะตาย ทำไมรอบนี้เละเทะขนาดนี้"
"ต่อให้บ่อยแค่ไหน นั่นมันแดนรกร้างนะ... แต่ละปีมีทีมสำรวจหายสาบสูญไปตั้งเท่าไหร่ ขนาดกองทัพพิทักษ์ยังพ่ายแพ้ย่อยยับ..."
"เฮ้อ... น่าเวทนา... ก็จริงนะ..."
"หลบหน่อย! หลบหน่อย—"
น้าพุทราตะโกนลั่นอยู่ตรงกลาง โบกไม้โบกมือไล่คน คนแถวนี้หากินหน้าด่านจนชิน รู้ว่านี่มันเรื่องคอขาดบาดตาย เลยรีบหลีกทางให้
หวายอวี๋หลุดจากฝูงชนที่เบียดเสียดออกมาได้ก็เกือบจะล้มคะมำ ภาพที่เห็นคือน้าพุทราปูกระสอบลงกับพื้น กำลังช่วยกันหามเด็กหนุ่มผมสีส้มแดงลงมาจากเบาะหลังอย่างระมัดระวัง
นี่มัน...
"แฟนต้า?!" หวายอวี๋รีบพุ่งเข้าไป!
แต่พอผ่านหน้ารถที่พังยับเยิน เธอมองเข้าไปในที่นั่งคนขับตามสัญชาตญาณ เห็นเฉินซิงนั่งคอพับคออ่อน หน้าซีดเผือด ไม่รู้เป็นหรือตาย
"!!!" เธอไม่สนใจแฟนต้า ไม่สนใจเจ็ดคนที่นอนระเนระนาดอยู่เบาะหลังอีกคน รีบกระชากประตูรถ ปีนขึ้นไปจับชีพจรที่คอเฉินซิงมือไม้สั่น
—ยังเต้นอยู่
เส้นประสาทที่ตึงเปรี๊ยะผ่อนคลายลงวูบหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้วางใจ เพราะสภาพเลือดโชกกับลมหายใจรวยริน แถมแขนข้างหนึ่งยังห้อยต่องแต่งเลือดไหลอาบ!
เบาะคนขับถูกย้อมจนกลายเป็นสีแดงคล้ำน่ากลัว
หวายอวี๋ตัวสั่น นึกถึงภาพโจวเฉียนตอนนอนโคม่าที่โรงพยาบาล รีบโผล่หน้าออกไปทางหน้าต่าง
"น้าพุทรา! ต้องส่งโรงพยาบาลไหมจ๊ะ!"
น้าพุทราเหงื่อท่วมหัว ตบหน้าเรียกสติแฟนต้าที่นอนอยู่บนพื้นไม่หยุด แต่อีกฝ่ายนิ่งสนิท
แกตะโกนเสียงสั่น "น้ายืมโทรศัพท์หัวหน้าจ้าวโทรแล้ว รถพยาบาลกว่าจะมาอีกนาน—"
หลักๆ คือไม่มีน้ำมัน โควตาน้ำมันโรงพยาบาลก็น้อยนิด
หวายอวี๋ชะงัก วางตะกร้าไว้บนรถ แล้วตะกายลงจากรถ วิ่งหน้าตั้งฝ่าฝูงชนไปที่ขบวนรถข้างหน้าที่กำลังต่อคิวตรวจ
"พี่ชายหัวหน้า! พี่ชายหัวหน้า!"
เธอตะโกนสุดเสียงท่ามกลางฝูงชน แต่ข้างหน้าเสียงประมูลของดังกว่า หวายอวี๋ร้อนใจจนแทบร้องไห้ เสียงจุกอยู่ที่คอ หลับตาปี๋น้ำตาแทบไหล!
เธอกระทืบเท้า มองทหารที่เฝ้าอยู่ตรงทางเบี่ยง ถอยหลังสองก้าว แล้วพุ่งฝ่าเข้าไปดื้อๆ!
เธอตัวเล็กนิดเดียว แถมเป็นผู้หญิง อีกฝ่ายไม่ทันระวังตัว พอมารู้ตัวตอนเธอจะวิ่งผ่านถึงได้ก้าวขายาวๆ มาคว้าคอเสื้อเธอไว้ได้!
"ทำอะไร!" เขาตะคอก
แต่ความวุ่นวายนี้ ก็เพียงพอให้หัวหน้าจ้าวที่ยืนอยู่บนที่สูงสังเกตเห็นแล้ว
พอสายตาเขากวาดมา หวายอวี๋รีบตะโกนลั่น
"พี่ชายหัวหน้า! พี่ชายหัวหน้า!"
เธอโบกไม้โบกมือ ทั้งที่โดนทหารหิ้วคอเสื้ออยู่ข้างหลัง แต่ก็ยังดิ้นรนกระโดดเหยงๆ
"หนึ่งพันคะแนน! ส่งคนทีมซิงเหอไปโรงพยาบาลภายในครึ่งชั่วโมง! หนูจ่ายหนึ่งพันคะแนน!"
ฝูงชนฮือฮาทันที
หนึ่งพันคะแนนเชียวนะ!
ต่อให้เป็นนักสำรวจ นี่ก็ไม่ใช่เงินน้อยๆ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับคะแนนที่ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงในแดนรกร้างมา
ทั่วทั้งด่านทางด่วนเงียบกริบ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเซ็งแซ่ ลุงสามล้อยกมือขึ้น
"500 คะแนน ลุงไปส่งให้!"
"ผมก็ส่งได้! คนเจ็บหนึ่งคนต่อรถหนึ่งคัน!"
แต่หวายอวี๋ทำหูทวนลม มองหัวหน้าจ้าวตาละห้อย
อีกฝ่ายแค่สบตากับลูกทีม แป๊บเดียวก็มีคนเดินดุ่มๆ เข้ามาหาเธอ
"ตกลง! คนกันเองทั้งนั้น งานนี้พวกเรารับ—จ่ายเงินก่อนนะ"
เขายื่นข้อมือมาตรงหน้าหวายอวี๋ ขณะโอนเงินก็ตะโกนสั่งการ "พวกเอ็งรีบเคลียร์ของรถคันหลังเร็วเข้า!"
รถไม่ว่าง ด่านตรวจไม่ปล่อย ทหารปล่อยมือจากคอเสื้อหวายอวี๋ มองหน้าเธอแล้วพยักหน้าเงียบๆ หลีกทางให้
พร้อมกับโบกมือเรียกทหารอีกสองคนที่ยืนอยู่ข้างทาง ให้ขึ้นไปช่วยขนของบนรถด้วย
หวายอวี๋ถอนหายใจเฮือกใหญ่ หันไปขอโทษคนข้างๆ "ขอโทษนะจ๊ะพี่ชาย เมื่อกี้หนูรีบไปหน่อย"
[จบแล้ว]