- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในยุคกลายพันธุ์ ฉันดันมีสกิลคุยกับดอกไม้
- บทที่ 81 - ถ่านเปลือกถั่วลิสง
บทที่ 81 - ถ่านเปลือกถั่วลิสง
บทที่ 81 - ถ่านเปลือกถั่วลิสง
บทที่ 81 - ถ่านเปลือกถั่วลิสง
เมื่อวานใช้น้ำไปเยอะ ก่อนจะเริ่มคั่วชาไส้ไผ่ หวายอวี๋เลยไปหิ้วน้ำจากสระกลับมาอีกสองถัง
ฝนหยุดตกไปนานแล้ว น้ำในสระกลับมาใสสะอาดอีกครั้ง ถึงจะเทียบกับลำธารบนเขาไม่ได้ แต่ก็ไม่แย่
ส่วนพวกลูกปลาลูกปลาไหลลูกกุ้งที่เธอปล่อยลงไป...
ไม่เห็นแม้แต่เงา
ไม่เป็นไร หวายอวี๋มั่นใจ ครั้งหน้าจะขึ้นเขาไปวางลอบอีก!
แวะไปดูลูกเจี๊ยบ กั้นคอกไว้ ตอนนี้กำลังตากแดดอุ่นๆ ตัวเหลืองๆ ขนฟูๆ กลมดิก ร้องจิ๊บๆๆๆ...
มีชีวิตชีวาจริงๆ!
แต่สิ่งที่ยุ่งยากที่สุดตอนนี้ กลับเป็นการกรองน้ำดื่ม
น้ำที่หิ้วมาต้องใช้เม็ดฟู่ฆ่าเชื้อก่อน แล้วค่อยๆ กรองผ่านผ้าขนหนู จากนั้นก็ต้มให้เดือด แล้วค่อยใช้พลังชำระล้าง...
ขั้นตอนที่น่ารำคาญที่สุดคือการใช้ผ้าขนหนูกรองสิ่งสกปรก เพราะน้ำซึมผ่านผ้าขนหนูช้ามาก รองน้ำได้ทีละนิด แถมเป็นอุปกรณ์ดัดแปลงง่ายๆ จะกรองน้ำทีไรต้องมานั่งเฝ้าตลอด
หวายอวี๋คิดไปคิดมา ก็เอาไส้ไผ่ตากแดดต่อ แล้วไปหาเปลือกถั่วลิสงที่ตากแห้งไว้คราวก่อนออกมา
ตั้งเตา ติดไฟ เธอไม่รู้วิธีเผาถ่าน งั้นก็เอาแบบง่ายๆ ดิบๆ เลยละกัน คั่วในกระทะให้ไหม้เกรียม ให้กลายเป็นถ่านไปเลย
เปลือกถั่วอยู่ในกระทะไม่ต้องดูตลอด เธอเลยไปหาผ้าห่มที่ยังเย็บไม่เสร็จคราวก่อน ล้วงเอาเส้นใยไหมก้อนเบ้อเริ่มออกมาจากรอยขาด
ถึงผ้าห่มจะต้องเสียสละ แต่... อะแฮ่ม!
น้ำ! น้ำสำคัญที่สุด!
ถ้าการทดลองครั้งนี้สำเร็จ ผ้าห่มผืนนี้จะกลายเป็นวัสดุกรองน้ำโดยเฉพาะไปเลย
ล้างเส้นใยไหมให้สะอาด เอาไปตากแดดข้างนอกเหมือนกัน แล้วกัดฟันตัดก้นถังน้ำแร่ถังใหญ่ที่แลกมาตอนแรกสุด
เดี๋ยวจะใส่ใยไหมชั้นนึง ผงถ่านเปลือกถั่วตำละเอียดชั้นนึง แล้วก็ใยไหมอีกชั้น...
สรุปคือ ลองดูแบบนี้ไปก่อนละกัน!
เปลือกถั่วส่งกลิ่นไหม้ เจ้าเสี่ยวเถียนโผล่หัวออกมาตอนไหนไม่รู้ เดินวนรอบหม้อร้องจี๊ดๆ มองดูหวายอวี๋ด้วยสายตาที่เหมือนจะสมเพชเวทนา
กินเปลือกถั่วไหม้ๆ เหรอเนี่ย... มนุษย์คนนี้ชีวิตรันทดลงทุกวัน!
หลังจากรู้จักควงเปียว หวายอวี๋มองเจ้าเสี่ยวเถียนแล้วรู้สึกว่ามันหน้าตาจิ้มลิ้มขึ้นเยอะ ตอนนี้เธอไม่รู้เลยว่ามันกำลังสมเพชเธออยู่ กลับอารมณ์ดีหยิบถั่วเหลืองส่งให้มันกำมือนึง
"เอ้า! เอาไปกิน ไม่ต้องเกรงใจ!"
แล้วก็นึกเรื่องนึงขึ้นมาได้ "ไป! เดี๋ยวพาไปเดินเล่นป่าไผ่ วันหลังจะได้ไม่โดน... หนูไผ่ทำร้าย"
"จี๊ดๆๆ!" เสี่ยวเถียนประท้วง ฉันเป็นหนูนาเว้ย!
"รู้แล้ว รู้แล้ว!" หวายอวี๋ตอบส่งๆ "ไผ่กับหนูนา ก็เรียกรวมๆ ว่าหนูไผ่ (ตัวอ้น)... อืม ชื่อนี้ฟังดูน่าอร่อยขึ้นเยอะเลย"
เธอดึงประตูปิด "ไปกัน ไปทำความรู้จักเพื่อนบ้านใหม่"
ข้างนอกแดดร้อนเปรี้ยง แต่พออ้อมไปหลังบ้าน เข้าใกล้ป่าไผ่ ก็สัมผัสได้ถึงความร่มรื่นทันที
หวายอวี๋ชี้ไปที่เสี่ยวเถียนบนพื้นกำลังจะพูด ก็เห็นเจ้านี่ถือถั่วเหลืองอยู่ดูตัวเล็กจ้อยร่อย เลยหยิบใบไม้มาคีบหางมันห้อยต่องแต่งขึ้นมา
เสี่ยวเถียน ?!!!
ถั่วหล่นหมดแล้ว!
มันดีดดิ้นกลางอากาศอย่างหมดหนทาง สุดท้ายทำได้แค่หมุนติ้วๆ สองรอบแล้วยอมจำนน
หวายอวี๋ยกแขนขึ้น
"ควงเปียว มาแนะนำเพื่อนฉันให้รู้จัก นี่คือหนูนาเสี่ยวเถียน วันหลังถ้ามันเข้าไปหาของกินในป่าไผ่ นายอย่าทำร้ายมันนะ"
ป่าไผ่สั่นใบซู่ซ่า เหมือนรับคำ
ดูท่าควงเปียวจะเหนื่อยจริง
หวายอวี๋ยกแขนสูงขึ้นอีก จ้องตาเสี่ยวเถียนครู่หนึ่ง "นาย... ฝั่งนายคงไม่มีอะไรต้องแนะนำมั้ง? นายทำอะไรเขาไม่ได้อยู่แล้ว"
พูดจาดูถูกหนูชัดๆ! ถ้าจนตรอกขึ้นมา เสี่ยวเถียนขุดรูได้ทุกที่นะเว้ย!
แต่...
กลิ่นอายของป่าไผ่ตรงหน้าแข็งแกร่งจริง เสี่ยวเถียนตัวสั่นงันงก ไม่กล้าหือ
ไม่นานหวายอวี๋ก็วางมันลง "เอาล่ะ แนะนำเสร็จแล้ว! ถ้านายว่างไม่มีอะไรทำ ก็ลองเดินดูรอบๆ นะ เจอของกินอะไรดีๆ ก็มาบอกฉันด้วย!"
นึกถึงเป้าหมายกินเนื้อเมื่อวานที่ล้มเหลว... เฮ้อ!
เข้าป่ารอบเดียวเจอควงเปียว เข้าอีกรอบจะเจออะไรอีกเนี่ย? หรือว่าชีวิตนี้จะกินเนื้อ ต้องหวังพึ่งแลกไก่กับหน่อไม้ไปแลกเนื้อจริงๆ เหรอ?
...
แวะไปเดินดูสวนผักอีกรอบ ดูพวกมัน (หัวย่อย) ถั่วเหลือง พริก ถั่วฝักยาวที่เพิ่งปลูกใหม่ซึ่งยังไม่มีความเคลื่อนไหว แล้วดูถั่วเหลืองรุ่นแรกที่งอกเป็นต้นอ่อนแล้ว
ก็ดูดีอยู่นะ
โดยเฉพาะยอดมันเทศรุ่นนั้น ตอนปักชำยังคอตกใกล้ตาย ตอนนี้ชูคอใบตั้งชัน แสดงว่ารอดตายกันหมดแล้ว!
หวายอวี๋ดีใจมาก!
เธอนั่งยองๆ แอบมองระเบียงกุหลาบอย่างระแวดระวัง แล้วค่อยๆ ส่งพลังธาตุไม้ให้ไปนิดนึง...
ว้าว!
ยอดมันเทศตรงหน้าดูสดใสแข็งแรงขึ้นทันตาเห็น!
ระเบียงกุหลาบไกลๆ แม้จะไม่มีปฏิกิริยา แต่ลมพัดมาวูบหนึ่ง กลีบดอกไม้ก็ปลิวว่อนตามลมมาเพียบ
หวายอวี๋รู้จักพอ รีบลุกขึ้นออกจากสวนผัก
รอควงเปียวฟื้นตัวอีกสักสองวัน เธอต้องหาทางตัดไม้ไผ่มาทำรั้วกั้นสักหน่อย
ไม่กั้นรั้วรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยเลยแฮะ
สุดท้ายไปดูมันฝรั่งที่หมกถุงบ่มตาไว้ สภาพดีมาก ผิวเริ่มเขียวเป็นจุดๆ แสดงว่าใกล้จะงอกเต็มทีแล้ว
ตอนนี้ เปลือกถั่วลิสงสองกำมือในกระทะหายเหม็นไหม้แล้ว กลายเป็นสีดำสนิท ดำจนเหมือนจะสะท้อนแสงได้
ถ่านเปลือกถั่วลิสง สำเร็จ!
หวายอวี๋รีบตักออกมาห่อกระดาษ แล้วเอาอิฐทุบๆๆ พอมันกลายเป็นผงละเอียด ก็เอาใยไหมที่ตากแห้งจนฟูฟ่องข้างนอกเข้ามา
ถังน้ำแร่ใบยักษ์ถูกตัดก้นแล้ว ตอนนี้คว่ำปากขวดลง วางบนถังน้ำ
ปูใยไหมหนาๆ ไว้ชั้นล่างสุด เทถ่านเปลือกถั่วลิสงไว้ตรงกลาง แล้วปูใยไหมทับอีกชั้น
เท่านี้ เครื่องกรองสิ่งสกปรกฉบับทำมือก็เสร็จสมบูรณ์!
หวายอวี๋นั่งยองๆ หน้าถังด้วยความตื่นเต้น ค่อยๆ เทน้ำจากสระลงไป
ถังนี้ใหญ่มาก เทน้ำใส่ได้ทีเดียวหมด แล้วรอให้มันค่อยๆ กรอง ไม่ต้องมาคอยเฝ้าเติมน้ำบ่อยๆ
รอสักพัก น้ำที่เดิมทีเหลืองอ๋อยขุ่นคลั่กก็ค่อยๆ หยดผ่านปากขวดลงมา... ใสแจ๋ว!
ใสแจ๋วเลย!
เธอดีใจจนเนื้อเต้น ถอนหายใจโล่งอก "ฉันนี่มันอัจฉริยะจริงๆ!"
แต่เดี๋ยวนะ!
กรองน้ำเป็นด้วย ความรู้รอบตัวแบบนี้มันกว้างขวางกว่าสาวชาวไร่ผู้แข็งแกร่งไปหน่อยไหม?
ซู้ด—— หรือว่าจะเป็นสาวชาวไร่ผู้แข็งแกร่งที่เรียนไม่จบแล้วโดนหลอกไปขายในหุบเขาลึก?!
หวายอวี๋ขมวดคิ้ว ขัดหม้อไปก็พยายามนึกไป
เธอกลัวจริงๆ ว่าวันหนึ่งพอเธอสร้างฟาร์ม 600 ไร่ขึ้นมาอย่างยากลำบาก แล้วจู่ๆ จะมีผู้ชายซกมกไม่อาบน้ำไม่แปรงฟันจูงลูกมาร้องไห้บอกว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน...
ถุย ถุย ถุย ถุย ถุย!
หวายอวี๋สะบัดหัวอย่างแรง สาบานเลยว่าเธอจะไม่ยอมรับอดีตเด็ดขาด! อดีตแบบไหนก็ไม่เอา!
เธอจะเอาปัจจุบัน!
[จบแล้ว]