- หน้าแรก
- อายุขัยแปดปี ข้าขอทุ่มหมดหน้าตัก
- บทที่ 341 - การตรวจสอบ
บทที่ 341 - การตรวจสอบ
บทที่ 341 - การตรวจสอบ
บทที่ 341 - การตรวจสอบ
จีฮวนเสวี่ยกล่าวจบ ก็เดินหน้าเครียดออกจากลานกว้าง ทิ้งไท่ชิงจื่อไว้เบื้องหลัง
ไท่ชิงจื่อรอจนแผ่นหลังของจีฮวนเสวี่ยหายลับไปที่มุมตึก จึงค่อยๆ ยืดตัวตรง
สีหน้าตื่นตระหนกเมื่อครู่หายวับไป แทนที่ด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว
ไท่ชิงจื่อแลบลิ้นเลียถุงเนื้อที่ห้อยย้อยลงมา นัยน์ตาฉายแววตื่นเต้น
"ช่างเป็นสตรีที่สมบูรณ์แบบจริงๆ!!!"
"ข้าอดใจรอไม่ไหวแล้ว!!"
"ฮิฮิฮิฮิฮิ เคี้ยกเคี้ยกเคี้ยกเคี้ยก!!"
...
เจ็ดเจินเหรินนำทัพพันธมิตรฝ่าแนวป้องกันกองทัพแคว้นฮว๋าโจว รุกคืบเข้าใกล้วังปี้โหยวอีกครั้ง
อันที่จริง การฝ่ากองทัพฮว๋าโจวแทบไม่ต้องใช้แรงอะไรเลย
เสือจะฝ่าแนวป้องกันของกระต่าย ต้องใช้แรงสักเท่าไหร่กันเชียว?
ณ กองทัพพันธมิตร
หูจิ่วเฟิง เจินเหรินจากวังเสี่ยวหยวน มองดูกลุ่มตำหนักวังปี้โหยวที่มองเห็นอยู่ไกลๆ เอ่ยกับเจินเหรินคนอื่นๆ ข้างกาย
"ทุกท่าน ยังไม่อัญเชิญศาสตราวุธเซียนออกมาอีก จะรอถึงเมื่อไหร่?"
คนอื่นๆ ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะร่า อ้าปากคายอาวุธที่มีเมือกปกคลุมออกมา
อาวุธเหล่านี้บ้างคล้ายกระบี่ บ้างคล้ายดาบ บ้างก็ดูไม่ออกว่าเป็นตัวอะไร แต่ทุกชิ้นล้วนส่องประกายแสงชั่วร้ายออกมา
"เบื้องบนรู้เรื่องที่นังผู้หญิงนั่นเริ่มรวบรวมวัสดุแล้ว สันนิษฐานว่ามีหนอนบ่อนไส้ กำลังตรวจสอบกันอยู่"
"แต่ข้าสังหรณ์ใจว่าเรื่องนี้ไม่ง่าย"
เซวียจื่ออี้ เจินเหรินจากวังเสวียนเต้า กล่าวพลางใช้แขนเสื้อเช็ดเมือกบนศาสตราวุธเซียน
"ไร้สาระ นี่คือจอมมารบรรพกาลฉางชิงจื่อ แผนการของมันจะง่ายดายได้อย่างไร!"
"พวกเราก็แค่ทำให้ดีที่สุดเท่านั้น!"
เจินเหรินคนหนึ่งแค่นเสียงเย็น ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นจนปัญญา
"ว่าแต่ฉางชิงจื่อผู้นี้ พวกเจ้าเคยเจอตัวจริงหรือไม่?" เจินเหรินอีกคนถามด้วยความอยากรู้
"จะไปเคยเจอได้อย่างไร ศึกครั้งนั้นได้ยินว่าภพเบื้องบนพังทลายไปกว่าครึ่ง ผู้ที่รอดมาได้ตอนนี้ล้วนเป็นระดับบิ๊กในวังเทพ พวกเราจะไปเคยเจอได้ไง?" เจินเหรินอีกคนตอบ
"ใกล้ถึงแล้ว หวังว่าคราวนี้จะราบรื่น"
ระหว่างสนทนา ประตูใหญ่ของวังปี้โหยวก็ปรากฏชัดเจนขึ้นตรงหน้า ทำให้สีหน้าของทุกคนกลับมาเคร่งขรึมอีกครั้ง
สตรีแห่งวังปี้โหยวผู้นั้น ไม่ใช่เคี้ยวง่ายๆ
ในขณะเดียวกัน ภายในวังปี้โหยว ร่างหนึ่งเดินย่องเข้าไปในตำหนักร้างชั้นนอกสุดอย่างเงียบเชียบ
เมื่อติงอี้เดินเข้าไปในตำหนัก เขาก็ปักกระบี่ทมิฬเล่มยักษ์บนหลังลงกับพื้น เกิดเสียงดัง "ตึง" ทึบๆ
กระบี่ทมิฬในยามนี้ หลังจากหลอมรวมกระบี่สังหารเซียนเข้าไป กลับมีขนาดใหญ่โตขึ้นไปอีก
และด้วยเวลาที่จำกัด กระบี่สังหารเซียนยังหลอมรวมเข้ากับกระบี่ทมิฬได้ไม่สมบูรณ์ ทำให้รูปลักษณ์ของกระบี่ทมิฬดูประหลาดพิลึกยิ่งกว่าเดิม ดูไม่ออกเลยว่าเป็นกระบี่
แต่สำหรับติงอี้ เขาไม่ได้ใส่ใจ
เขาคิดว่ามันคือกระบี่ มันก็คือกระบี่!
ติงอี้เดินเข้าไปด้านใน เอ่ยเสียงเบา
"ไห่ชิงจื่อ"
สิ้นเสียง ร่างหนึ่งก็เดินเชื่องช้าออกมาจากช่องทางลับด้านข้าง นั่นคือทาสศพไห่ชิงจื่อ
"สถานการณ์ในวังปี้โหยวเป็นอย่างไรบ้าง?" ติงอี้ถามตรงประเด็น
"นายท่าน หลังจากท่านจากไป สตรีผู้นั้นก็เก็บตัวอยู่แต่ในวังชั้นใน ไม่ออกมาเลย ไท่ชิงจื่อก็นานๆ จะโผล่หน้ามาที"
"กองทัพวังปี้โหยวถูกส่งไปสกัดกั้นกองทัพพันธมิตรด้านหน้า แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล ตอนนี้พวกมารภายนอกบุกมาถึงที่นี่แล้วขอรับ"
ไห่ชิงจื่อเว้นจังหวะ ก่อนจะกล่าวเนิบๆ
ติงอี้ฟังแล้วก็เข้าใจทันที มิน่าล่ะเจินเหรินที่ไปเมืองว่านหลิวถึงมีแค่ไม่กี่คน ที่แท้ส่วนที่เหลือมุ่งหน้ามาทางนี้นี่เอง
แต่คิดดูอีกที ถ้าเขาเจอสถานการณ์แบบนี้ ก็คงแยกเป็นสองทางเหมือนกัน เพียงแต่พวกมันคาดไม่ถึงว่า ทั้งสองทางจะถูกติงอี้ดักทางไว้หมด
ติงอี้หัวเราะเย็นชา กล่าวว่า
"เอาเถอะ นังผู้หญิงนั่นซ่อนตัวอยู่ข้างใน คงกำลังใช้วัสดุที่ข้าให้ไปสร้างอะไรบางอย่างแน่ ไม่รู้ว่าสร้างไปถึงไหนแล้ว"
"รอนางถูกพวกเจินเหรินล่อออกไป ข้าจะได้ถือโอกาสเข้าไปดูหน่อย"
กล่าวจบ ติงอี้สั่งไห่ชิงจื่อต่อ
"พอข้างนอกเริ่มสู้กัน พาข้าไปที่ที่นังผู้หญิงนั่นอยู่"
ไห่ชิงจื่อรับคำ ยืนนิ่งรอคอยคำสั่ง
ติงอี้เห็นดังนั้น ก็ไม่ได้ไล่ไห่ชิงจื่อไปไหน พ่นไฟวิญญาณออกมาคลุมกระบี่ทมิฬบนพื้น หลอมรวมต่อไป
ครึ่งชั่วยามผ่านไป ติงอี้ที่อยู่ในตำหนักได้ยินเสียงอึกทึกดังมาจากด้านนอก
ชัดเจนว่าพวกมารภายนอกบุกมาแล้ว
ติงอี้ครุ่นคิดเล็กน้อย ตัดสินใจไม่ใช้จิตสัมผัสตรวจสอบ แต่หันไปสนใจกระบี่ทมิฬตรงหน้าต่อ
พร้อมกันนั้น เขาส่งสายตาให้ไห่ชิงจื่อ สั่งให้ออกไปดูต้นทาง ถ้าข้างนอกเริ่มปะทะกัน ให้มาบอก
ไห่ชิงจื่อรีบออกจากตำหนักไป ทิ้งให้ติงอี้อยู่เพียงลำพัง ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด จู่ๆ วังปี้โหยวก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แม้แต่ติงอี้ที่อยู่รอบนอกยังรู้สึกได้
ขณะที่เขากำลังเลิกคิ้ว ไห่ชิงจื่อก็วิ่งพรวดพราดเข้ามา
"นายท่าน พวกเขาสู้กันแล้วขอรับ"
ติงอี้ได้ยินดังนั้น ก็อ้าปากสูดลมหายใจ ไฟวิญญาณที่ห่อหุ้มกระบี่ทมิฬก็บินกลับเข้าไปในปากหายวับไป จากนั้นเขาโบกมือ ให้ไห่ชิงจื่อนำทางไปยังที่ที่จีฮวนเสวี่ยอยู่
เวลานี้ คนในวังปี้โหยวหายไปเกือบครึ่ง แทบทุกคนไปรวมตัวกันที่ประตูหน้าเพื่อต้านรับมารภายนอก
ไห่ชิงจื่อพาติงอี้เดินลัดเลาะในวัง ไม่เป็นที่สังเกต จนกระทั่งมาถึงลานกว้างที่จีฮวนเสวี่ยสร้างค่ายกลไว้
ไห่ชิงจื่อชี้ไปที่ประตูหยกขาวเบื้องหน้า กล่าวว่า
"ตามคำบอกเล่าของทาสพลังชั่วร้ายของข้า สตรีผู้นั้นขลุกอยู่ที่ลานกว้างนี้ตลอดขอรับ"
ติงอี้พยักหน้า แต่ขณะที่ไห่ชิงจื่อกำลังจะก้าวเข้าไป เขาเอ่ยขัดขึ้น
"เดี๋ยว!"
ไห่ชิงจื่อหยุดชะงัก ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ ไม่ถามเหตุผล
ติงอี้ล้วงพู่กันด้ามสั้นออกมาจากอกเสื้อ จุ่มน้ำลาย แล้วเดินไปที่ประตูหยกขาว
ติงอี้ครุ่นคิดเล็กน้อย แล้วเขียนคำว่า [ลบล้างค่ายกลตรวจสอบลานกว้าง] [ลบล้างค่ายกลตรวจจับลานกว้าง] ลงบนประตู
ทว่าวินาทีต่อมา ติงอี้ไม่เห็นข้อความแจ้งเตือนใดๆ ปรากฏขึ้น จึงถอนหายใจอย่างโล่งอก
พร้อมกันนั้น เขาก็รู้สึกยินดีกับความอวดดีของสตรีผู้นั้น
โชคดีที่นางนึกไม่ถึงว่าจะมีใครกล้าบุกเข้ามาตอนที่นางไม่อยู่ มิเช่นนั้นหากนางวางค่ายกลป้องกันไว้สักหน่อย เขาคงต้องเสียอายุขัยไปเปล่าๆ อีกไม่รู้เท่าไหร่