- หน้าแรก
- ปลุกพลังเซียนดาบแห่งสุรา ฉันเก่งขึ้นได้ด้วยการดื่ม
- บทที่ 675: เชิญดาวจักรพรรดิ (ฟรี)
บทที่ 675: เชิญดาวจักรพรรดิ (ฟรี)
บทที่ 675: เชิญดาวจักรพรรดิ (ฟรี)
ด้วยพลังของเทพบรรพกาล การเดินทางไปยังเผ่ามนุษย์เป็นเรื่องง่ายดายและรวดเร็ว แต่เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์โดยละเอียด พวกเขาจึงจงใจลดความเร็วลง
เมื่อตี๋หลี่เล่าข้อมูลอย่างครบถ้วน เทพบรรพกาลทั้งสามก็เริ่มเข้าใจสถานการณ์ของเผ่ามนุษย์ชัดเจน
"เขาใช้พลังของเทพโบราณฆ่าเทพโบราณแสนคนในชั่วพริบตา... พลังการต่อสู้ของเขาน่าทึ่งจริงๆ" หมิงซูพูด
หากไม่ใช่เพราะเขามั่นใจว่าตี๋หลี่ไม่มีทางโกหก เขาคงคิดว่าข้อมูลที่ได้ฟังเป็นเรื่องตลก
เผิงซูเสริม "มนุษย์ชื่อชูซีน่าจะเข้าสู่ขอบเขตของเทพบรรพกาลแล้ว และตอนนี้กำลังอยู่ในเส้นทางแห่งการทะลุขีดจำกัด เราต้องหยุดเขา ไม่อย่างนั้น พวกเราจะตกอยู่ในอันตราย"
เมื่อครั้งยังเป็นเทพโบราณ เขาไม่สามารถฆ่าเทพโบราณแสนคนได้ในคราวเดียว แต่ชูซีกลับทำได้ หากอีกฝ่ายกลายเป็นเทพบรรพกาลเต็มตัว พวกเขาคงจะต้านไม่ไหว
ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไม ตี๋ ชู และหยูจึงยอมทุ่มเททรัพยากรมหาศาลเพื่อปลุกพวกเขาขึ้นมา
เผ่ามนุษย์คือภัยคุกคามที่แท้จริง
"ไม่นึกว่าอาหารที่พวกเรามองข้าม จะกลายเป็นสิ่งที่ทรงพลังถึงเพียงนี้ น่าสนใจจริงๆ" แววตาสีแดงฉานของเสวี่ยซูเต็มไปด้วยกระหาย
"เมื่อครู่เจ้าบอกว่าต้นเหตุที่มนุษย์แข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นเพราะสิ่งที่เรียกว่าแผงอาชีพ ใช่หรือไม่?"
ตี๋หลี่ตอบทันที "ใช่แล้ว ท่านทั้งสาม แผงอาชีพคือหัวใจของความก้าวหน้าของเผ่ามนุษย์"
"เมื่อมนุษย์ถึงอายุสิบแปดปี พวกเขาจะปลุกอาชีพและแผงอาชีพ พวกเขาสามารถรับค่าประสบการณ์จากการสังหารสิ่งมีชีวิต เมื่อค่าประสบการณ์ถึงเกณฑ์ พวกเขาก็จะอัปเลเวล นั่นคือวิธีการพัฒนาของพวกมนุษย์"
"ชูซีเพิ่งปลุกอาชีพได้ไม่ถึงห้าปี แต่เขาไต่ระดับจากมนุษย์ธรรมดาขึ้นมาเป็นเทพโบราณระดับสูงสุด และตอนนี้กำลังพัฒนาสู่เทพบรรพกาล ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลของแผงอาชีพ"
ขณะตี๋หลี่พูด แววตาของเขาฉายแววอิจฉาออกมาโดยไม่รู้ตัว
ไม่มีเผ่าใดที่ไม่ปรารถนาแผงอาชีพ แต่น่าเสียดายที่มีแค่เผ่ามนุษย์เท่านั้นที่ครอบครองได้
สิ่งนี้เปรียบได้กับสายเลือดของแต่ละเผ่าที่ไม่อาจแย่งชิงกันได้
ในอดีต เผ่าอื่นๆ เคยพยายามผสมพันธุ์กับเผ่ามนุษย์ หวังจะได้พลังของแผงอาชีพ แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จเลยสักครั้ง
หลังได้ฟัง เทพบรรพกาลทั้งสามก็สนใจในแผงอาชีพนี้มาก
แม้พวกเขาจะเป็นเทพบรรพกาล แต่ระบบการฝึกฝนแบบแผงอาชีพนี้ก็ควรค่าแก่การศึกษา
โดยเฉพาะในตอนนี้ ที่พวกเขาเป็นเพียงศพที่มีวิญญาณหลงเหลือเพียงเส้นเดียว หากสามารถเข้าใจและใช้แผงอาชีพได้ พวกเขาอาจฟื้นคืนชีพได้อย่างสมบูรณ์ และอาจแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม
เสวี่ยซูพูดอย่างใจร้อน "ข้ารอไม่ไหวแล้วที่จะไปหาเผ่ามนุษย์ แค่แผงอาชีพเพียงอย่างเดียวก็คุ้มค่ากับการเดินทางครั้งนี้"
แม้เผิงซูและหมิงซูจะไม่พูดอะไร แต่ก็เร่งฝีเท้า พวกเขาเองก็อยากรู้เกี่ยวกับแผงอาชีพไม่แพ้กัน
...
ไม่นาน เทพบรรพกาลทั้งสามก็หยุดลง เทพโบราณกว่าสองหมื่นคนที่ติดตามมาก็หยุดเช่นกัน
"ที่นั่นคือดินแดนของมนุษย์เหรอ?" เสวี่ยซูถามพลางมองไปยังด่านซานไห่กวนที่ตั้งอยู่ในระยะไกล
"ใช่แล้วท่าน นั่นคือกำแพงเมืองของเผ่ามนุษย์ เป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์แห่งระเบียบที่คอยปกป้องพวกเขาไว้ มนุษย์อาศัยอยู่ภายในกำแพงนั้น"
เผิงซูมีสีหน้าครุ่นคิด "นี่ไม่ใช่อาวุธศักดิ์สิทธิ์แห่งระเบียบธรรมดา แต่มีกลิ่นอายของอาวุธบรรพกาลอยู่จางๆ หากเทพบรรพกาลใช้พลังกลั่นใหม่อย่างจริงจัง มันอาจพัฒนาเป็นอาวุธบรรพกาลได้"
หมิงซูพูด "ข้าต้องการสิ่งนี้พอดี เพราะหลังจากฟื้นคืนชีพ ข้าก็ไม่มีอาวุธบรรพกาลเหลืออยู่เลย"
ในอดีตเขาเคยครอบครองอาวุธบรรพกาล แต่เมื่อล่มสลาย อาวุธก็แตกสลายตามไป
เผิงซูกับเสวี่ยซูไม่ได้คัดค้าน เพราะทั้งสองไม่ได้สนใจกำแพงเมืองเท่าไหร่
เพราะกำแพงเมืองยังเป็นสิ่งที่มีสายเลือดของเผ่ามนุษย์ปะปนอยู่
"ดูเหมือนว่ามนุษย์จะรู้ว่าเรากำลังมา แต่พวกเขาไม่ได้หลบหนี แสดงว่าพวกเขากำลังเตรียมอะไรบางอย่างอยู่?" เผิงซูพูดพร้อมมองไปยังกลุ่มมนุษย์ในด่านซานไห่กวนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสนใจ
"ข้าจะไปทดสอบเอง" เมื่อพูดจบ เสวี่ยซูก็ก้าวออกไป
เผิงซูกับหมิงซูไม่คิดจะหยุดเขา พวกเขาเพียงพูดเบาๆ
"เหลือรอดไว้บ้าง"
พวกเขารู้ดีว่าเสวี่ยซูเริ่มหิวอีกแล้ว และแน่นอนว่าอีกฝ่ายต้องการสำรวจความลับของแผงอาชีพด้วยเช่นกัน
แต่แผงอาชีพนี้ไม่ใช่สิ่งธรรมดา และไม่ใช่สิ่งที่เสวี่ยซูจะเข้าใจได้ด้วยตัวคนเดียว
"อืม" เสวี่ยซูรับคำเพียงสั้นๆ แล้วตรงไปยังด่านซานไห่กวน
...
ที่ด่านซานไห่กวน
เมื่อเห็นเสวี่ยซูปรากฏตัว กู่เพียวมองเขาอย่างเคร่งขรึม ใบหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นจริงจัง
"ผมคือกู่เพียวแห่งเผ่ามนุษย์ ขอถามว่าเทพบรรพกาลมีธุระอะไรที่นี่?"
เสวี่ยซูหัวเราะ "จะรู้ไปทำไม?"
จากนั้นเขาก็ปล่อยลมหายใจของเทพบรรพกาลออกมา
แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่คลุมทั่วด่านซานไห่กวน ราวกับพลังที่มองไม่เห็นที่กดทับลงมา ทำให้ทุกชีวิตเคลื่อนไหวไม่ได้
ทุกคนภายในต่างรู้สึกถึงความหวาดกลัวและแรงกดดันที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน หัวใจเต้นเร็วขึ้น ลมหายใจรุนแรงขึ้น และร่างกายเริ่มสั่นไหวโดยไม่สามารถควบคุมได้
ในช่วงเวลาเดียวกัน แสงดาบก็วาบออกมา ดาบหลายแสนล้านเล่มก่อร่างขึ้นเป็นกำแพงดาบกั้นหน้าด่านซานไห่กวน ฉีกแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาออกเป็นเสี่ยงๆ
แม้จะปล่อยแรงกดดันเพียงสิบเปอร์เซ็นต์โดยไม่ได้คิดจะฆ่าจริงจัง แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่เทพโบราณทั่วไปจะรับมือได้
เผ่ามนุษย์กลับสามารถทำลายแรงกดดันนั้นได้ ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจไม่น้อย
"ไม่คิดเลยว่านอกจากชูซีแล้ว เผ่ามนุษย์ยังมียอดฝีมือซ่อนอยู่อีก" เสวี่ยซูพึมพำ
ตี๋หลี่เล่าถึงแค่ชูซี ส่วนกู่เพียวและคนอื่นๆ มีเพียงการพูดถึงอย่างคร่าวๆ เท่านั้น
กู่เพียวพูดเสียงเรียบ "คุณต้องการโจมตีเผ่ามนุษย์ของเราเหรอ? ไม่กลัวว่าจะต้องสูญเสียอย่างหนักหรือไง?"
"สูญเสีย?" เสวี่ยซูหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วหัวเราะเสียงดังก้อง
"ฮ่าฮ่าฮ่า... ผ่านมาหลายยุค นี่คือครั้งแรกที่มีเทพโบราณกล้าพูดกับข้าเช่นนี้ ดี! ข้าก็อยากเห็นเหมือนกันว่าข้าจะต้องสูญเสียอะไรหากคิดจะทำลายเผ่ามนุษย์ของเจ้า"
เมื่อเสียงของเขาจบลง ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม หมอกเลือดทะลักออกมาคลุมฟ้า
"เริ่มได้!" กู่เพียวตะโกนเสียงดัง เลิกยื้อเวลา และเข้าสู่การปะทะทันที
ท้องฟ้าที่ถูกหมอกเลือดปกคลุมเริ่มสั่นสะเทือน กลุ่มดาวสี่กลุ่มปรากฏขึ้นท่ามกลางท้องฟ้า
จากนั้นกลุ่มดาวทั้งสี่ก็เริ่มเคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียง และในที่สุด สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ทิศก็เผยร่างออกมา
ในเสี้ยววินาที แสงดาวสี่สายพุ่งลงมาจากใจกลางกลุ่มดาวแต่ละกลุ่ม ตกลงตรงกู่เพียว โจวเส็ง หลิวชางเหอ และเสิ่นเจียงหยุน
"เข้าสู่ตำแหน่งผู้คำจุนทั่งสี่ และเชิญดาวจักรพรรดิ!"
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]
......