เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 ซูเสี่ยวเป่ยที่ถูกห่มผ้าให้เรียบร้อย

บทที่ 6 ซูเสี่ยวเป่ยที่ถูกห่มผ้าให้เรียบร้อย

บทที่ 6 ซูเสี่ยวเป่ยที่ถูกห่มผ้าให้เรียบร้อย


บทที่ 6   ซูเสี่ยวเป่ยที่ถูกห่มผ้าให้เรียบร้อย

มองดูท่าทีเย็นชาของซูหยิงอันแล้วอดไม่ได้ที่จะอยากอ้อนวอน "พี่ครับ ผมเจ็บขา"

"อดทนไว้!"

ซูหยิงอันไม่ได้ปลอบโยนเขา แต่กลับพูดเสียงเข้มว่า "เป็นลูกผู้ชายห้ามร้องไห้ แล้วนี่ยังเป็นน้องชายของฉันอีก ทำไมถึงอ่อนแอขนาดนี้..." เธอมองจ้องซูเสี่ยวเป่ยเขม็ง "ทั้งโง่ทั้งซื่อบื้อแบบนี้ จะมาเป็นน้องชายฉันได้ยังไง? ต่อไปหัดฉลาดให้มันมากกว่านี้หน่อย"

ซูเสี่ยวเป่ยที่ต้องการคำปลอบโยน: "..."

นี่มันไม่เหมือนกับที่เขาจินตนาการไว้เลย ไหนบอกว่าจะกอดจะหอมกันไง?

นางพยาบาล: "..."

จากไม้เรียวตีสุนัขกลายร่างเป็นตำราสอนใจ น่าจะตั้งชื่อเรื่องว่า "น้องชายของฉันจะอ่อนแอแบบนี้ไม่ได้"

เดิมทีซูเสี่ยวเป่ยอยากสัมผัสถึงความรักและความห่วงใยอันอบอุ่นในเวลานี้ แต่กลับได้รับความดูถูกเหยียดหยามมาเต็มตะกร้าแทน

หัวใจของเด็กน้อยนั้นเปราะบาง โดยเฉพาะเมื่อได้ยินซูหยิงอันพูดว่า 'จะเป็นน้องชายเธอได้ยังไง' ซูเสี่ยวเป่ยก็เริ่มร้องไห้โฮออกมาแล้ว

เหล่านางพยาบาลเห็นเด็กน้อยร้องไห้น่าสงสาร แถมพี่สาวยังดุขนาดนั้น จึงหยิบลูกอมออกมาหลอกล่อซูเสี่ยวเป่ย

ซูหยิงอันมองดูด้วยสายตาเย็นชา เมื่อเห็นซูเสี่ยวเป่ยคาบลูกอมไว้ในปากทั้งน้ำตา เธอก็หัวเราะเบาๆ แล้วถามด้วยรอยยิ้มว่า "ลูกอมอร่อยไหม?"

"ไม่อร่อยเท่าปาท่องโก๋ที่พี่ให้กินเลยครับ" ซูเสี่ยวเป่ยตอบตามตรง

ซูหยิงอันขบขันกับคำตอบของเขา เธอกลั้นขำแล้วพูดต่อ "ในโลกใบนี้ คนดีที่ยื่นลูกอมให้นายน่ะมีน้อย ส่วนคนเลวอย่างจางชุ่ยเซียนน่ะมีเยอะ ถ้านายไม่อยากถูกรังแก ก็ต้องหาวิธีทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น"

ถ้อยคำปลุกใจที่ซูหยิงอันพยายามยัดเยียดให้นั้น ซูเสี่ยวเป่ยในวัยสิบขวบไม่เข้าใจเลยสักนิด

เขาได้แต่มองซูหยิงอันด้วยดวงตาแดงก่ำรื้นน้ำตา แล้วกระพริบตาปริบๆ

ซูหยิงอัน: "..."

เธอไม่ชอบระดับสติปัญญาของซูเสี่ยวเป่ยเอาเสียเลย จำได้ว่าตอนเธออายุ 9 ขวบ เธอเข้าใจกฎแห่งป่าและการเอาตัวรอดในโลกนี้อย่างถ่องแท้แล้ว

แต่พอมาถึงซูเสี่ยวเป่ยวัย 10 ขวบ ไม่เพียงแต่จะอ่อนปวกเปียก แต่ยังเป็นเด็กซื่อบื้อที่ไร้เดียงสา ไม่เข้าใจปรัชญาชีวิตอะไรเลย

ตอนนี้ซูหยิงอันต้องไปขายปาท่องโก๋หาเงิน ไม่มีเวลามาสั่งสอนซูเสี่ยวเป่ยต่อ เธอจึงขึ้นเสียงสั่งว่า "ถ้าคืนนี้จางชุ่ยเซียนมารังแกนายอีก ให้นายร้องไห้แล้วตะโกนว่ามีแก๊งลักเด็กจะมาขโมยเด็กในโรงพยาบาล จำไว้ ตะโกนให้ดังๆ เอาให้ได้ยินกันทั้งชั้นเลยนะ"

"ทำไมล่ะครับ?" ซูเสี่ยวเป่ยถามอย่างงุนงง

ซูหยิงอันยิ้มกว้าง "เพราะทุกคนเกลียดพวกแก๊งลักเด็ก เหมือนกับที่นายเกลียดจางชุ่ยเซียนนั่นแหละ"

เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ยื่นมือไปลูบหัวสกปรกของซูเสี่ยวเป่ย เธอเพียงแค่พูดเสียงดังฟังชัดว่า "ด้วยวิธีนี้ ทุกคนจะคิดว่าจางชุ่ยเซียนเป็นพวกแก๊งลักเด็ก แล้วก็จะมาช่วยนายสั่งสอนหล่อนเอง"

"ผมเข้าใจแล้วครับพี่ ผมจะตะโกนให้ดังที่สุดเลย"

แม้ซูเสี่ยวเป่ยจะไม่เข้าใจแผนการ 'ยืมมีดฆ่าคน' ของซูหยิงอัน แต่พอได้ยินว่าทุกคนจะช่วยสั่งสอนจางชุ่ยเซียน เขาก็ดีใจจนเนื้อเต้น

ถ้าพี่สาวสามารถจัดการจางชุ่ยเซียนกับจวินจวินจนไม่กล้าหือได้ งั้นสิ่งที่พี่สาวพูดก็ต้องถูกต้องแน่นอน

นางพยาบาลที่ยืนอยู่ข้างๆ ได้ยินซูหยิงอันสอนน้องชายแบบนี้ก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก

ตอนที่เดินออกมาจากห้องผู้ป่วยพร้อมกับเธอ นางพยาบาลอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นว่า "สอนน้องชายแบบนี้ ไม่กลัวเด็กจะเสียคนเหรอคะ?"

ซูหยิงอันตอบเรียบๆ "ไม่หรอก ฉันรู้ขอบเขตดี"

นางพยาบาลเห็นท่าทีเมินเฉยของเธอก็อยากจะพูดต่อ แต่ซูหยิงอันก้าวฉับๆ เข้าไปในลิฟต์เรียบร้อยแล้ว

ตอนนี้เธอต้องไปขายปาท่องโก๋ ไม่มีเวลามาฟังนางพยาบาลเทศนาเรื่องวิธีเลี้ยงน้องชายหรอก

ระบบ: 【โฮสต์จะขายปาท่องโก๋หาเงินค่ารักษาพยาบาลให้ครบภายในสามวันได้ยังไงครับ?】

ซูหยิงอัน: "ฉันไม่เคยดีแต่พูด"

ระบบ: 【สู้ๆ ครับ โฮสต์】

ซูหยิงอัน: "อ้อ จริงสิ นอกจากสินเชื่อระบบแล้ว นายมีฟังก์ชันวงเงินเครดิตระบบด้วยหรือเปล่า?"

ระบบ: 【โฮสต์รู้ได้ยังไงครับ?】

ใครมีสมองสักครึ่งซีกก็รู้ว่านายก๊อปปี้อาลีเพย์มาทั้งดุ้น

แต่ก็ดีที่รู้ว่าระบบมีฟังก์ชันวงเงินเครดิต ซูหยิงอันเข้าสู่พื้นที่มิติของระบบ เธอเดินไปที่ร้านค้าของระบบ มองดูวัตถุดิบและเครื่องครัวที่ปลดล็อกแล้ว ก่อนจะยิ้มบางๆ "ระบบ วงเงินเครดิตของฉันมีเท่าไหร่?"

"50 หยวน"

ซูหยิงอันแทบกระอักเลือด "แค่ 50 หยวนเนี่ยนะ?"

ระบบ: "ใช่ครับ วงเงินเครดิตคำนวณจากค่าความซื่อสัตย์ของโฮสต์ เนื่องจาติชาติที่แล้วโฮสต์ใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย และเป็นต้นเหตุให้เชฟมิชลิน 80% ของโลกต้องป่วยเป็นโรคซึมเศร้า วงเงินของโฮสต์จึงอยู่ที่ค่าต่ำสุดครับ"

ได้ยินคำตอบของระบบ มุมปากของซูหยิงอันก็กระตุกยิกๆ

ถ้ารู้ว่าจะมีวันนี้ ชาติที่แล้วเธอคงไม่ปากตะไกรวิจารณ์เชฟมิชลินพวกนั้นหนักขนาดนั้นหรอก

50 หยวนทำอะไรตามที่เธอต้องการไม่ได้แน่นอน

ซูหยิงอันจึงพยายามเจรจากับระบบอย่างใจเย็น "ฉันไม่ได้ต้องการเยอะแยะอะไร ขอแค่เงินพอซื้อแป้งหมี่สักร้อยจิน กับเครื่องครัวที่ต้องใช้ทอดปาท่องโก๋ก็พอ"

ระบบ: 【ไม่ได้ครับ】

"นี่นายใช่ระบบปั้นเทพเจ้าพ่อครัวจริงหรือเปล่า? ถ้าแม้แต่ความต้องการพื้นฐานของโฮสต์นายยังตอบสนองไม่ได้ แล้วจะกล้าเรียกตัวเองว่าระบบพ่อครัวเทพได้ยังไง?"

ซูหยิงอันพูดด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน "อุตส่าห์ตั้งใจว่าจะพยายามอย่างหนักและขยันขันแข็งตามแนวทางที่ระบบต้องการจะปั้นแท้ๆ แต่นายในฐานะระบบพ่อครัวเทพกลับมาขัดขาฉันซะเองเนี่ยนะ?"

รอยยิ้มบนใบหน้าของซูหยิงอันเย็นชาถึงขีดสุด "ในเมื่อนายที่เป็นระบบพ่อครัวเทพทำตัวแบบนี้ ฉันก็คงหาแรงจูงใจที่จะเรียนทำอาหารต่อไม่ได้แล้วล่ะ"

เธออดไม่ได้ที่จะพูดต่อว่า "บางทีฉันควรจะไปเกิดเป็นหมูซะก็สิ้นเรื่อง ถึงการถูกขุนให้อ้วนแล้วโดนคนอื่นเชือดมันจะน่าขยะแขยง แต่อย่างน้อยชีวิตของหมูก็สั้นนิดเดียว"

ระบบ: 【โฮสต์ครับ อย่าเพิ่งถอดใจ ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่จะเรียนทำอาหารของโฮสต์ทำให้ระบบซาบซึ้งใจมาก ดังนั้นระบบจึงตัดสินใจเพิ่มวงเงินเครดิตให้โฮสต์เป็นการชั่วคราวครับ】

รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของซูหยิงอัน เธอรู้สึกว่าไอ้เรื่องน่ากลัวๆ ที่ระบบพูดขู่ตอนแรกนั้น จริงๆ แล้วก็แค่พยายามตะล่อมให้เธอเรียนทำอาหารนั่นแหละ

เห็นไหม? พอเธอขู่ว่าจะไปเป็นหมู

ระบบก็เพิ่มวงเงินเครดิตให้ทันที

เพื่อจะปั้นเธอให้เป็นเทพเจ้าพ่อครัว ระบบนี้ก็พยายามหนักเหมือนกันนะเนี่ย

ผลสรุปคือ ระบบบอกซูหยิงอันว่าวิธีเพิ่มวงเงินนั้นง่ายมาก

แค่วิ่ง วิ่งหนึ่งกิโลเมตรแลกกับวงเงินหนึ่งพันหยวน

ซูหยิงอันวิ่งโดยไม่หยุดพักหายใจได้ไกลเท่าไหร่ วงเงินเครดิตของเธอก็จะเพิ่มขึ้นเท่านั้น

จบบทที่ บทที่ 6 ซูเสี่ยวเป่ยที่ถูกห่มผ้าให้เรียบร้อย

คัดลอกลิงก์แล้ว