- หน้าแรก
- Crazy Detective นักสืบสุดคลั่งกับระบบปาฏิหาริย์
- CD บทที่ 633 ผู้ไม่เชื่อในพระเจ้า
CD บทที่ 633 ผู้ไม่เชื่อในพระเจ้า
CD บทที่ 633 ผู้ไม่เชื่อในพระเจ้า
เมื่อจ้าวหยู่เดินเข้ามาอย่างเงียบๆ เขาก็เห็นว่าชุ่ยหลี่จูสวมชุดกีฬาสีฟ้าและกำลังขุดดินด้วยพลั่ว
‘อะไรวะเนี่ย?’ จ้าวหยู่แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ‘ทำไมชุ่ยหลี่จูถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ?’
“โอ้ มาได้เวลาพอดีเลย หัวหน้าทีม” เมื่อชุ่ยหลี่จูเห็นจ้าวหยู่ เธอไม่ได้ตกใจเลยแม้แต่น้อย
เธอโยนพลั่วอีกอันใส่เขา แล้วชี้ไปที่หลุมศพ ก่อนจะเริ่มอ่านจารึกบนแผ่นหินหลุมศพออกมาด้วยเสียงอันดังว่า
“ภรรยาที่รัก ม่านถิง... นี่แหละใช่เลย! มันต้องอยู่ที่นี่แน่ ๆ”
จ้าวหยู่หยิบพลั่วขึ้นมาแล้วรู้สึกอึดอัด ตอนแรกเขาแค่ยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ตรงนั้น ก่อนจะหันไปมองหลุมศพ
จารึกบนแผ่นหินหลุมศพระบุว่าเจ้าของหลุมศพคือตู้ม่านถิง แม่แท้ ๆ ของชุ่ยหลี่จู อย่างไรก็ตาม ด้วยกาลเวลาที่ผ่านไป ภาพถ่ายที่ปรากฏบนแผ่นหินหลุมศพจึงค่อนข้างเลือนลางและชำรุดทรุดโทรม
ชุ่ยหลี่จูตักดินขึ้นมาอีกหน่อยด้วยพลั่ว แล้วชี้ไปที่หลุมศพถัดไปพลางพูดว่า
“นั่นหลุมศพของพ่อแท้ ๆ ของฉัน ถึงแม้พวกเขาจะมีชีวิตที่เลวร้าย แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ยังอยู่ด้วยกัน นี่มันถือเป็นความสุขอีกแบบหนึ่งเลยใช่มั้ยล่ะ”
จ้าวหยูเดินตรงไปหาชุ่ยหลี่จู พลางเอื้อมมือไปแตะด้านหลังพร้อมตะโกนขึ้นว่า “หยุดเดี๋ยวนี้! ไม่อย่างนั้นฉันจะชักปืนออกมา!”
“ฮ่า ๆ หัวหน้าทีม ลูกไม้ตื้น ๆ แบบนั้นหลอกฉันไม่ได้หรอก”
ชุ่ยหลี่จูเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจต่อคำขู่อันไร้สาระของเขา ก่อนจะยิ้มเยาะแล้วกล่าวต่อว่า
“อย่าลืมนะ ฉันเคยนอนบนเตียงของคุณมาก่อน ไม่มีทางที่ฉันจะพลาดโอกาสตรวจข้าวของในห้องนั่นแน่! ฉันเลยรู้หมดทุกอย่าง แม้กระทั่งของที่คุณพกติดตัวมา ซึ่งในนั้นไม่มีปืนเลยสักกระบอกเดียว!”
“อืม...” จ้าวหยู่พูดตะกุกตะกักพลางจ้องมองหญิงสาวอย่างไม่วางตา จากนั้นเขาก็ถามขึ้นว่า “คุณรู้ตัวมั้ยว่ากำลังทำอะไรอยู่? การขุดหลุมศพไม่ใช่การกระทำที่สมควรทำสำหรับผู้หญิงหรือใครก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้น คุณกำลังขุดหลุมศพแม่ของคุณเอง คุณไม่กลัวบาปกรรมหรือไง?”
“หัวหน้าทีม... ฉันเป็นพวกไม่เชื่อในพระเจ้าน่ะ” ชุ่ยหลี่จูพูดพลางขุดดินต่อ ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
“ถ้าจะพูดถึงเรื่องเวรกรรมล่ะก็ ในวัยเด็กของฉันมันก็แย่พออยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? พ่อแม่ตาย ถูกเลี้ยงมาโดยพวกโจร นั่นไม่ใช่เวรกรรมหรืออย่างไร?”
“ใช่แล้ว” จ้าวหยู่ฉวยโอกาสนี้เทศนาสั่งสอนเธอ “ฉันเลยพยายามดึงเธอกลับมาทางที่ถูกต้องนะ ฟังฉันนะ อย่าทำอะไรโง่ ๆ แค่เพราะเธอถูกเลี้ยงดูมาโดยอาชญากร เข้าใจไหม?”
ชุ่ยหลี่จูยังคงพลั่วต่อไปพลางถามว่า
“ตอนนี้คุณกำลังจะมาชี้สว่างให้ฉันงั้นเหรอ? คิดว่าตัวเองเป็นพระเยซูหรือยังไง? คิดว่าฉันไม่รู้หรือว่าคุณมาที่นี่เพราะอะไร? อย่ามาแกล้งทำเป็นว่าคุณมีเป้าหมายที่ต่างจากฉันเลย!”
“งั้นก็บอกมาสิ! ว่าจุดประสงค์ของการมาที่นี่ของฉันคืออะไร!?” จ้าวหยู่ยังคงดื้อรั้น
“ก็ได้!” ชุ่ยหลี่จูในที่สุดก็วางพลั่วเหล็กลง แล้วเดินมาหาจ้าวหยู่พลางพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ฉันมั่นใจว่าคุณจำคำพูดของพ่อฉันได้ บอกตามตรงเลยนะ ฉันเพิ่งเข้าใจตอนที่คุณซื้อตั๋วรถไฟมาที่นี่นั่นแหละ โชคดีที่ฉันไหวตัวทัน ไม่งั้นคนที่คว้าผลประโยชน์ไปก่อนก็คงเป็นคุณ!”
เมื่อได้ฟังคำพูดของชุ่ยหลีจู จ้าวหยู่ก็เข้าใจในที่สุด ดูเหมือนชุ่ยหลี่จูจะตระหนักได้ว่าอัญมณีนั้นอาจซ่อนอยู่ในหลุมศพของตู้ม่านถิง
ในเมื่อเขาเป็นคนนอกแท้ ๆ ยังเข้าใจความหมายของเถาเซียงได้ ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ชุ่ยหลี่จูซึ่งเป็นคนที่เกี่ยวข้องโดยตรง จะไม่เข้าใจมาตั้งแต่แรกได้อย่างไร
แต่ถ้าหากชุ่ยหลี่จูรู้เจตนาของเถาเซียงมาตั้งนานแล้ว ความกระวนกระวายที่เธอแสดงออกเมื่อวาน มันก็คงเป็นแค่การแสดงเท่านั้น
แมวขโมยตัวนี้ช่างเจ้าเล่ห์จริง ๆ
“แต่... ฉันไม่เข้าใจ…” จ้าวหยู่ชี้ไปที่หลุมศพ “คุณเจอหลุมศพนี้ก่อนฉันได้ยังไง?”
“มันไม่ยากขนาดนั้นหรอก” ชุ่ยหลี่จูพูดก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมา “ในเมื่อคุณบันทึกเบอร์ผู้กองซุนไว้ในเครื่อง ฉันก็เลยเอาเบอร์นั้นมาติดต่อเขา และขอให้เขาช่วยหาตำแหน่งหลุมศพให้ฉัน”
“โอ้… ผู้กองซุนหามันมาให้คุณงั้นเหรอ?” จ้าวหยู่ประหลาดใจ
จากนั้น เขาก็โยนพลั่วลงบนพื้นและพูดว่า “เดี๋ยวนะ นั่นหมายความว่าสิ่งของที่นี่ไม่มีชิ้นไหนเป็นของคุณเลยใช่ไหม?”
“ผิดแล้ว ฉันซื้อชุดกีฬามา ดังนั้นมันเป็นของฉัน” ชุ่ยหลี่จูชี้ไปที่กองเสื้อผ้าที่อยู่ด้านหลังของเธอแล้วพูดว่า “มันช่วยไม่ได้จริง ๆ เสื้อผ้าพวกนั้น มันคับเกินไป”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จ้าวหยู่ก็แทบจะคลั่งในทันที
“คุณซื้อมันด้วยเงินงั้นเหรอ? เงินมาจากไหน? คุณขโมยเงินมางั้นเหรอ? เสี่ยวจู เมื่อไหร่คุณจะเชื่อสิ่งที่ฉันพูดซะที!?”
“ชู่! หัวหน้าทีม เงียบหน่อยสิ เรามาที่นี่เพื่อขุดหลุมศพนะ เดี๋ยวจะมีคนได้ยินเอา” ชุ่ยหลี่จูชี้ไปที่หลุมศพตรงหน้า พลางถามด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “เอาอย่างนี้ไหม? เราแบ่งกันคนละครึ่งกัน ยกเว้นแค่อัญมณีที่ใช้ไขคดี ส่วนที่เหลือก็แบ่งกันครึ่งหนึ่ง ตกลงไหม?”
“คุณ... คุณกำลังพูดถึงอะไร?” จ้าวหยู่ขมวดคิ้วและถามด้วยความไม่เข้าใจ
“โอ๊ย! คุณไม่รู้รึงไง!” ชุ่ยหลี่จูโพล่งเสียงขุ่น “พ่อฉันเป็นถึงราชาโจรนะ คุณคงไม่คิดหรอกใช่ไหมว่าในหลุมศพนี้จะมีแค่อัญมณีอินเดียชิ้นเดียว? รู้ไหมว่าพ่อฉันเคยปล้นของล้ำค่าไว้ตั้งมากมาย! ใครจะรู้ล่ะ บางทีหลุมศพของแม่ฉัน อาจจะเป็นที่ฝังขุมทรัพย์ก็ได้!”
“พอได้แล้ว!” จ้าวหยู่คำราม “คุณแน่ใจนะว่าเถาเซียงจะฝังสมบัติทุกชิ้นที่ขโมยมาไว้ที่นี่? นี่มันเป็นการคาดเดาชัด ๆ!”
“ลูกพ่อ... ถ้าพ่อตายไปแล้ว ลูกต้องฝังพ่อไว้กับแม่ของลูกนะ จำคำขอของพ่อให้ดี!”
จู่ ๆ ชุ่ยหลี่จูก็เลียนเสียงของเถาเซียงขึ้นมาอย่างกะทันหัน ราวกับกำลังถ่ายทอดคำพูดสุดท้ายของพ่อ
จากนั้น เธอก็หันมาพูดกับจ้าวหยู่ว่า
“หัวหน้าทีม... คุณไม่คิดเหรอว่า พ่ออาจจะทิ้งมรดกไว้ให้ฉัน?”
จ้าวหยู่ถอนหายใจอีกครั้ง ตอนนี้เขาเข้าใจเรื่องทุกอย่างแล้ว...
ปรากฏว่าชุ่ยหลี่จูเข้าใจผิด เธอคิดว่าเขาพยายามแย่งสมบัติของเถาเซียงมาเป็นของตัวเอง แต่ความจริงแล้ว จ้าวหยู่ไม่ได้ตั้งใจจะแย่งสมบัติทั้งหมดนั่น
ไม่ว่าสิ่งของเหล่านั้นจะมีมูลค่าแค่ไหน พวกมันก็ล้วนเป็นของที่ถูกขโมยมา ดังนั้น เขาจึงไม่สามารถนำไปเป็นสมบัติส่วนตัวได้
เหตุผลที่เขาทำแบบนั้นอย่างลับ ๆ ก็เพราะกลัวว่าจะหาอะไรไม่เจอ ซึ่งคงน่าอายสำหรับคนที่มีตำแหน่งหัวหน้าทีมและนักสืบอย่างเขา
แต่สิ่งที่ชุ่ยหลี่จูหมายถึงคือเรื่องของผลประโยชน์ล้วน ๆ
‘ไม่ได้การแล้ว!’
จ้าวหยู่เริ่มตระหนักว่า ถ้าไม่สั่งสอนชุ่ยหลี่จูให้เด็ดขาดกว่านี้ เธออาจกลายเป็นหัวขโมยไปทั้งชีวิต เขาจึงคิดจะหยิบกุญแจมือออกมา เพื่อขู่ให้เธอกลัวและจะได้เข็ดหลาบ
แต่แล้วเขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า
‘อย่าพึ่งทำอย่างนั้นจะดีกว่า ถ้าสุดท้ายแล้วในหลุมศพไม่มีอะไรเลย แบบนั้นมันก็เท่ากับเสียทั้งเวลาและแรงเปล่า ๆ’
‘หื้ม? จริงสิ!’
ทันใดนั้น จ้าวหยู่ก็จำได้ว่าอุปกรณ์ล่องหนใหม่ล่าสุดอย่างหนึ่งที่เขาได้มา นั่นก็คือเครื่องตรวจจับโลหะล่องหน
‘ถ้าใช้เครื่องตรวจจับโลหะล่องหนก่อนก็คงดี จะได้รู้ว่ามีอะไรอยู่ข้างล่างหรือเปล่า? ถ้าไม่เจออะไร ฉันก็จะสามารถลากตัวเธอออกไปจากที่นี่ได้ทันที’
เมื่อคิดได้ดังนั้น จ้าวหยู่จึงแตะเลือกอุปกรณ์จากแถบเครื่องมือของเขาทันทีแล้วเริ่มใช้งาน
อุปกรณ์ชิ้นนี้เป็นรางวัลจากระบบที่ทรงพลังมาก มันสามารถตรวจจับวัตถุโลหะที่ฝังอยู่ใต้ดินลึกถึงยี่สิบเมตรได้อย่างแม่นยำ
ปิ๊บ... ปิ๊บ... ปิ๊บ...
เครื่องตรวจจับโลหะล่องหนเริ่มทำงาน ขณะที่จ้าวหยู่เดินไปมาในสุสาน ชุ่ยหลี่จูรู้สึกว่าการกระทำของเขานั้นแปลกจนไม่รู้จะหาคำไหนมาอธิบาย
จ้าวหยู่เดินไปเพียงไม่กี่ก้าว เครื่องตรวจจับโลหะล่องหนก็ตอบสนองทันที
ปิ๊บ ปิ๊บ ปิ๊บ... ปิ๊บ ปิ๊บ ปิ๊บ...
เครื่องตรวจจับโลหะเริ่มกะพริบ ไม่นานนัก แผนผังอย่างง่ายก็ปรากฏขึ้นในหัวของจ้าวหยู่
‘โอ้ พระเจ้า!’
เขามองดูแผนผังแล้วตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น
เขาไม่คิดว่า… ใต้ดิน… มันจะมีอะไรอยู่จริง ๆ!